เตือนใจ เล่นแชร์ออนไลน์

ขอเล่าเรื่องจากประสบการณ์เรื่องที่เกิดขึ้นจริง กับคนรู้จักของเราเองนะคะ  ขอนำมาเล่าเพื่อเป็นอุทาหรณ์  และเนื่องจากตอนนี้คดีทางอาญายังไม่สิ้นสุด และยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด และมีที่มาที่ไปอย่างไร  จึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น  จึงขออนุญาติใช้ชื่อตัวละครสมมตินะคะ

เรื่องมีอยู่ว่า
นางสาว  B ได้ใช้โปรแกรมเฟสบุคเป็นประจำอาจถึงเข้าขั้นติด  ได้เล่นไปเรื่อยๆจนพบเฟสบุค  ของบุคคลหนึ่งใช้ชื่อว่า  “P…  Pa….” (ชื่อเต็มๆ ขอสงวน  เนื่องจากคดียังไม่จบนะคะ)  ได้มีการประกาศลงโฆษณาในกลุ่มการเล่นแชร์ออนไลน์กลุ่มหนึ่ง  ในลักษณะชวนลงทุน แล้วจะได้ดอกเบี้ย  ดังนี้
วันที่ 10 จ่าย 900  บาท ครั้งเดียว รับยอดคืนดังนี้
วันที่ 11 รับยอดคืน 990  บาท
วันที่ 12 รับยอดคืน  1180 บาท
วันที่ 13  รับยอดคืน 1270 บาท
วันที่ 14 รับยอดคืน 1360  บาท
วันที่ 15  รับยอดคืน  1450 บาท
เนื่องจากผลตอบแทนที่น่าสนใจ  และเมื่อเข้าไปในกลุ่มเฟสบุค  ของ  PP นั้น  ได้มีการลงรายการการโอนเงินค่าผลตอบแทนเป็นรายวันมาตั้งแต่วันที่  5/9/58  เป็นต้นมา  โดย PP  จะมีการโพสแจ้งทุกวัน  จึงได้มีการติดต่อสอบถามเข้าไปใน IB ของ PP  
ก่อนที่นางสาว B จะตัดสินใจลงทุน ได้มีการย้อนดูเฟสบุคเก่าๆของ PP ว่ามีการเปิดมานานรึยัง  ซึ่ง  PP ได้มีการลงรูปของลูก อายุประมาณ 7-8 ขวบ เล่นกีฬา  และเชคอินที่ห้างมาบุญครอง  รวมถึงมีเพื่อนมาอวยพรวันเกิด และเฟสบุคนี้ได้เปิดมานานกว่า 1 ปีแล้ว มีความเคลื่อนไหวอยู่เกือบตลอด  รวมถึงมีรูปบุคคลอื่น  ที่ไม่ใช่แค่รูปส่วนตัวของเจ้าของเฟสบุค
จึงมีการติดต่อพูดคุยกัน และ PP ได้มีการเล่าถึงลูก  ถึงระบบของการลงทุนในแชร์แบบนี้   ซึ่งบอกแก่นางสาว B ว่า เงินนี้นำไปปล่อยให้แก่พ่อค้าแม่ต้าในตลาดที่ยินยอมจ่ายดอกเบี้ยรายวัน  และมีความสามารถในการชำระหนี้ดี  จึงตัดสินใจลงทุน
โดยโอนเงินในงวดแรก  จำนวน  1800  บาท    และอีกวันถัดมาได้ผลตอบแทนปกติ  จึงเพิ่มเงินลงทุนไปเรื่อยๆ  จนเป็นจำนวน  34,400  บาท    และเนื่องจากว่ามีการแลกหลักฐานทุกอย่าง  สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน การถ่ายรูปหน้าจริง คู่กับบัตรประชาชน  รวมถึงหน้าแรกสมุดบัญชีธนาคาร
เหตุการณ์ผ่านไป ประมาณ  5-6  วัน  นางสาว B  และ PP  ได้มีการพูดคุยเล่าเรื่องกันทุกวันตลอด และมียอดรับส่ง  กันทุกวัน ประมาณ  3  ครั้ง  จนถึงวันเกิดเหตุ  (วันอาทิตย์)  เริ่มมีกลุ่มที่เล่นด้วยกัน  ส่งข้อความมาถามนางสาว B  ว่าทำไมวันนี้ PP  เงียบผิดปกติ  ทั้งๆที่ใกล้ถึงเวลาจะจ่ายผลตอบแทนแล้ว
(ปกติ PP จะโอนเงินจ่ายผลตอบแทนไม่เกิน  17.00 น.  ของทุกวัน  แต่การตอบข้อความและรวมกลุ่มคนที่ลงทุนนั้นจะทำตอนเช้า  ไม่เกิน 8.00น. )

จนกระทั่งเวลา  16.30  คนในกลุ่มส่งข้อความมาถามอีกครั้ง ว่านางสาว B ถูกบลอคไปแล้วหรือยัง   นางสาว B  จึงได้เข้าไปดู  และพบว่าถูกบลอคจริงๆ ช่วงเวลานั้นเกิดความวุ่นวายมาก  มีการขุดคุ้ยมากมาย รวมถึงเฟสบุค  ที่เป็นชื่อจริงของ PP ตามบัตรประชาชน  และมีผู้เสียหายคนอื่นส่งข้อความหาเฟสบุคที่เป็นชื่อภาษาไทย รวมถึงญาติพี่น้อง  
จนเวลาประมาณ  19.00 น.  ได้มีการติดต่อจากเจ้าของชื่อ  (ในที่นี้ ขอแทนว่า  นาวสาว พ. นะคะ)  ว่าไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน  และไม่เคยใช้ชื่อเฟสบุคว่า P…P..  ซึ่ง  P ตัวหลังนั้น คือชื่อที่สะกดภาษาอังกฤษ ของนางสาว พ.นะคะ  และไม่เคยมีบัญชีธนาคารสีเขียว มาก่อนเลย  เนื่องจากเป็นข้าราชการ  จึงมีแค่บัญชีสีฟ้าเท่านั้น  และกำลังเดินทางไปแจ้งความ
ประมาณ  21.00  มีผู้เสียหายคนหนึ่งติดต่อสามีของนางสาวพ.ได้  และได้มีการส่งเอกสารหลักฐานใบแจ้งความว่า  นางสาวพ.ได้ถูกนำชื่อไปแอบอ้าง และนำเลขที่บัญชีไปใช้  และมีเงินโอนเข้ามาเป็นจำนวนมาก  (สรุปคือเปิดบัญชีจริง และอ้างว่าเปิดเพราะชอบลายชฃของบัตรเอทีเอ็ม  มันสวยดี  แต่ทั้งสมุดบัญชี และบัตรได้หายไปแล้ว) ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก (มากแหละค่ะ  เพราะโดนด่ามหาศาล)  และยืนยันว่า  ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการโอนเงิน รวมถึงเฟสบุคชื่อ  PP นี้ด้วย
    
วันรุ่งขึ้น  นาวสาว B ได้เดินทางไปหา นางสาวพีที่จังหวัดราชบุรี  มีนัดกันที่สถานีตำรวจ  เพื่อพูดคุยกัน  และแจ้งว่ามีผู้เสียหายทั้งสิ้นประมาณ  60 คน ยอดเงินโดยประมาณ   3.4 แสนบาท  และเดินทางไปที่ธนาคารที่นางสาวพ  แจ้งว่าได้ทำการเปิดบัญชี ธนาคาร  และเอารายการเดินบัญชีให้ดู  และสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคาร  และเป็นความโชคดี  ที่เจอเจ้าหน้าที่ธนาคาร ที่เป็นคนเปิดบัญชีเล่มนั้นให้นางสาวพ. พอดีเลย  ลำดับเหตุการณ์ดังนี้
2/9  นางสาวพ. เปิดบัญชีธนาคารสีเขียว เวลาประมาณ  15.30  และเพมื่อเสร็จได้เดินทางกลับบ้านเลย
3/9 นางสาวพ.ไปทำงานเวลาประมาณ 8.00 น.    และนำสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มใส่ไว้ที่โต๊ะทำงาน  และออกไปทำงาน  ไม่มีใครอยู่ในห้องขณะที่นำสมุดใส่ที่ลิ้นชัก  และจนท ธนาคารทำการตรวจสอบและแจ้งว่า  ได้มีการนำบัตรเอทีเอ็มไปเปิดใช้บริการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น  ของธนาคารสีเขียว และเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้รับ  SMS  เป็นเบอร์ที่นำเสนอต่อผู้เสียหายรายอื่น    เวลาประมาณ  11.30  น.  ที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารสีเขียว  จ.นครปฐม  (ใช้เวลาเดินทางจากที่นางสาวพ.อยู่ประมาณ  30 นาที)
  

เดี๋ยวมาต่อให้นะคะ  ไม่นานๆๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่