วันที่ 13 เม.ย. 2568
หมายจับศาลอาญาที่ 2268/2568 เข้าจับกุมนายปรัชญา สอนหาญ อายุ 33 ปี ชาว จ.สระแก้ว
ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู้ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำหรับในคดีนี้สืบเนื่องจาก
เมื่อ วันที่ 1 ธ.ค. 2567 มีผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจ ได้แจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ถูกหลอกให้โอนเงินลงทุนทองคำผ่านเว็บไซต์ชื่อ “activtrades” โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้รับข้อความผ่านทาง SMS ก่อนมีการพูดคุยกับคนร้ายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ใช้ชื่อบัญชี “ชานิตรา สุขรุ่งเรือง”
ผู้เสียหายหลงเชื่อ ว่าผู้ติดต่อมีความรู้ด้านการลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจทองคำ ก่อนถูกชักชวนให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มปลอม หลอกให้โอนเงินลงทุนครั้งละ 1 ล้านบาท โดยอ้างว่าสามารถสร้างผลกำไรตอบแทนสูง ในช่วงแรกสามารถถอนเงินกำไรออกมาได้จริง จึงยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินเพิ่มการลงทุนรวมทั้งหมด 9 ครั้ง เป็นเงิน จำนวน 8,880,000 บาท จากนั้นไม่สามารถถอนเงินได้และติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพหลอก
ต่อมา ชุดสืบสวน ทำการสืบสวนแกะรอยจนทราบว่านายปรัชญากับพวกอีก 8 คน เป็นกลุ่มขบวนการแก๊งหลอกลวง ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า รองรับการโอนเงินจากเหยื่อ จึงขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดของขบวนการนี้รวม 9 ราย โดยสามารถติดตามจับกุมนายปรัชญาได้ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ส่วนที่เหลืออีก 8 รายอยู่ระหว่างการติดตามตัว
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.66 นายปรัชญาเคยไปทำงานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในเมืองปอยเปต กัมพูชาก่อนหลบหนีมายังฝั่งไทย โดยอ้างกับทหารที่ทำการช่วยเหลือว่าถูกหลอกให้ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่จากการตรวจสอบฐานข้อมูลและพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ พบว่ามีชื่อบัญชีรับโอนเงินตรงจากผู้เสียหายเข้าบัญชีที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายนี้
สอบสวนเบื้องต้นนายปรัญชาการยังให้การปฏิเสธว่า เปิดบัญชีธนาคารที่สาขาคลองสอง จ.ปทุมธานี พร้อมผูกหมายเลขโทรศัพท์มือถือของตนกับบัญชีดังกล่าว โดยนำบัญชีและเบอร์โทรไปใช้ทำงานกับบริษัทเกี่ยวกับการเทรดคริปโต ซึ่งเปิดรับสมัครผ่านทางเพจหางานในเฟซบุ๊ก โดยมีค่าจ้างเดือนละประมาณ 40,000-50,000 บาท เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_9717172
รวบหนุ่มบัญชีม้า ตุ๋นเหยื่อลงทุนสูญ 8.8 ล้าน เคยเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา ให้ทหารช่วยกลับไทย
วันที่ 13 เม.ย. 2568
หมายจับศาลอาญาที่ 2268/2568 เข้าจับกุมนายปรัชญา สอนหาญ อายุ 33 ปี ชาว จ.สระแก้ว
ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู้ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยบิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำหรับในคดีนี้สืบเนื่องจาก
เมื่อ วันที่ 1 ธ.ค. 2567 มีผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจ ได้แจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ถูกหลอกให้โอนเงินลงทุนทองคำผ่านเว็บไซต์ชื่อ “activtrades” โดยก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้รับข้อความผ่านทาง SMS ก่อนมีการพูดคุยกับคนร้ายผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ใช้ชื่อบัญชี “ชานิตรา สุขรุ่งเรือง”
ผู้เสียหายหลงเชื่อ ว่าผู้ติดต่อมีความรู้ด้านการลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจทองคำ ก่อนถูกชักชวนให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มปลอม หลอกให้โอนเงินลงทุนครั้งละ 1 ล้านบาท โดยอ้างว่าสามารถสร้างผลกำไรตอบแทนสูง ในช่วงแรกสามารถถอนเงินกำไรออกมาได้จริง จึงยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินเพิ่มการลงทุนรวมทั้งหมด 9 ครั้ง เป็นเงิน จำนวน 8,880,000 บาท จากนั้นไม่สามารถถอนเงินได้และติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพหลอก
ต่อมา ชุดสืบสวน ทำการสืบสวนแกะรอยจนทราบว่านายปรัชญากับพวกอีก 8 คน เป็นกลุ่มขบวนการแก๊งหลอกลวง ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า รองรับการโอนเงินจากเหยื่อ จึงขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดของขบวนการนี้รวม 9 ราย โดยสามารถติดตามจับกุมนายปรัชญาได้ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ส่วนที่เหลืออีก 8 รายอยู่ระหว่างการติดตามตัว
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.66 นายปรัชญาเคยไปทำงานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในเมืองปอยเปต กัมพูชาก่อนหลบหนีมายังฝั่งไทย โดยอ้างกับทหารที่ทำการช่วยเหลือว่าถูกหลอกให้ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่จากการตรวจสอบฐานข้อมูลและพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ พบว่ามีชื่อบัญชีรับโอนเงินตรงจากผู้เสียหายเข้าบัญชีที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายนี้
สอบสวนเบื้องต้นนายปรัญชาการยังให้การปฏิเสธว่า เปิดบัญชีธนาคารที่สาขาคลองสอง จ.ปทุมธานี พร้อมผูกหมายเลขโทรศัพท์มือถือของตนกับบัญชีดังกล่าว โดยนำบัญชีและเบอร์โทรไปใช้ทำงานกับบริษัทเกี่ยวกับการเทรดคริปโต ซึ่งเปิดรับสมัครผ่านทางเพจหางานในเฟซบุ๊ก โดยมีค่าจ้างเดือนละประมาณ 40,000-50,000 บาท เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_9717172