มันมีเหตุผลค่อนข้างชัดเจนคือทีมชาติเรามีวัตถุดิบชั้นดีคือ ยู23 ซึ่งได้แชมป์ซีเกมส์ 2 ปีก่อน อันดับสี่ เอเชียนเกมส์ เอเอฟเอฟชุดใหญ่ก่อนหน้านั้นมา ชัดๆเลย เอเชียนเกมส์ผ่าน ยู23 นอกอาเซียนมา ซ้ำมาได้เอเอฟเอฟ ที่แข่งกับทีมชุดใหญ่ในอาเซียนแบบฟูลทีม แถมมีติดดาบบวกกรรมการ กลโกงสารพัด แต่ก็ยังเอาแชมป์มาได้ คือชุดนี้แทบจะเรียกว่าไร้เทียมทานในละแวกนี้ เมื่อผ่านระดับนั้นมาแล้ว มาเจอทีม ยู23 ของอาเซียนซึ่งความสามารถคงต้องเป็นรองทีมคู่แข่งก่อนหน้าอยู่แล้ว เพราะยังถือเป็นทีมเยาวชนอยู่ ถ้าไม่ทองนี่ไม่ต้องเล่นมันแล้วค่ะบอล ผ่านของแข็งมาตกม้าตายของเบา มันใช่เหรอ
เาจึงมองว่าคำพูดซิโก้ไม่ได้เกินจิงเลยสักนิด แต่คนฟังต่างหากที่ควรเอามาวิเคราะห์ ถ้าคิดว่าเค้าดูถูกก็ต้องพิสูจน์ให้เค้าเห็น ว่าตัวเองก็เก่งพอจะทำแบบนั้นได้ สร้างเด็กขึ้นมาใหม่จากเศษซากปรักหักพังของยุคมืดแบบที่ซิโก้ทำ และโอกาสพิสูจน์ฝีมือก็มาถึง เมื่อได้รับการเสนอให้คุมทีม ยู16 ยู19 ถ้าเก่งจริง สร้างเด็กกะโปโลป้อนทีมชาติชุดใหญ่ไปเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าไม่ได้เครดิต อย่าดูถูกแฟนบอลค่ะ เรามองทั้งกระบวนการ ไม่ได้มองแค่ผลลัพธ์ แต่โค้ชดันไม่รับ เพราะมันดังช้า อันนี้ขอพูดตรงๆนะคะ ถึงยู23 จะประสบความสำเร็จ โค้ชโชตก็ได้เครดิตไม่เต็มอยู่ดีค่ะ เพราะแฟนบอลมองทั้งระบบไงคะ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ โคชคิดว่าจะวิ่งอ้อมไปยืนตรงสปอตไลท์แล้วมันจะเด่นกว่าเหรอคะ ทีมเด็กทีมนี้เด่นมาตั้งแต่ซีเกมส์หนที่แล้วแล้วค่ะ ไม่ใช่เพิ่งมาเด่นซีเกมส์ที่สิงคโปร์ การจะได้แชมป์ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย การที่โคชไม่ยอมรับคำพูดของซิโก้นั้น เรามองว่าโคชดูถูกแฟนบอลด้วย เพราะอะไร เพราะโคชคิดว่าแฟนบอลจะมองเฉพาะวันที่ทีมชาติชนะไง ใครยืนอยู่ตรงนั้น แฟนบอลเห็นหมด ถูกมั้ยคะ แต่ที่ถูกคือคนดูบอล เค้ามองมาตั้งแต่ก่อนยุคมืด ผ่านยุคมืด มาจนถึงวันนี้ แฟนบอลเห็นหมดว่าจุดด้อยจุดเด่นอยู่ตรงไหน( ไม่ได้บอกว่าเข้าใจระบบมากกว่าโคช) และการแก้ไขต้องเริ่มจากจุดไหน ไม่ใช่มาดูแค่วันที่ชนะ และตลอดกระบวนการนั้น ใครทำอะไรบ้าง เครดิตก็ให้คนสร้าง คนทำนั่นแหละ และชาวบ้านก็รับรู้ว่าซิโก้ปั้นเด็กขึ้นมากับมือยังไง เรียกมารวมกันยังไง
โคชควรเก็บคำพูดซิโก้ไปคิดมากกว่าจะมาง้องแง้งนะคะ และควรรับงานดูแลเด็กตั้งแต่แรก ไม่หวังเก็บกินผลผลิตทั้งที่ไม่ได้ปลูกนะคะ ถ้าเหตุไม่พอ ผลมันก็ไม่ออกหรอก ดังนั้นควรมุ่งเป้าไปในการสร้างเหตุดีกว่านะคะ เหมือนกระทู้ข้างล่างที่ปรับมาวิเคราะห์กับเรื่องธุรกิจ ผจก. ฟอร์มทีมนึงขึ้นมา คัดเลือกลูกน้องตามความถนัด ทำงานด้วยกันมาสักพักนึง ผลงานดีมาก แต่พอดี ผจก มีโปรเจ็กท์ใหญ่กว่าที่ต้องรับ เลยโอนงานให้ผู้ช่วยอีกคนดูแล ซึ่งทีมก็ทำผลงานได้ดีอีกเช่นกัน แต่ผู้ช่วยดันมาบอกว่า ผมทำผลงานได้ดี ยกทีมนี้ให้ผมเถอะ ผจก. ควรคิดยังไงกับคนแบบนี้ดีคะ ซึ่งเรามองว่ามันเป็นผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย คือ ตัวผู้จัดการและผู้ช่วยที่อาจขัดแย้งกัน เพราะผู้ช่วยดันเอาผลงานไปตีกินซะเอง กับการขาดโอกาสในการพัฒนาตัวเองของผู้ช่วยที่จะเลื่อนขั้นในอนาคต เพราะ การรวมทีม การใช้คนให้ถูกเป็นทักษะของผู้บริหาร แต่ผู้ช่วยจะขาดโอกาสตรงนี้ไป ถูกไหมคะ อาจจะแรงไปบ้าง แต่เป็นอีกความเห็นนึงที่อยากสื่อไปถึงโคชโชตค่ะ อย่ามองว่าการเริ่มจากศูนย์คือการโตช้า แต่ให้มองว่ามันคือการพัฒนาที่มั่นคงจากฐานรากค่ะ
ปล. เราไม่ใช่แฟนซิโก้นะคะ แต่เราเป็นแฟนทีมชาติไทย ใครทำประโยชน์ให้ทีมชาติ ผลงานใครเด่น เราให้คนนั้น เราไม่ใช่พวกยึดติดตัวบุคคลแบบหน้ามืดตามัว blue13 ที่ซิโก้เรียกแฟนบอล เราก็ไม่ใช้ เพราะเราชอบ blue12 มากกว่า เพราะใครๆก็รู้ว่ามันหมายถึงคนดู เราไม่ได้เป็นติ่งใครค่ะ
ขอโทษค่ะ ที่ต้องตั้งอีกกระทู้ แค่จะมาบอกว่าเห็นด้วยกับซิโก้ กับคำพูดที่ว่า "ซีเกมส์ใครทำก็ได้แชมป์"
เาจึงมองว่าคำพูดซิโก้ไม่ได้เกินจิงเลยสักนิด แต่คนฟังต่างหากที่ควรเอามาวิเคราะห์ ถ้าคิดว่าเค้าดูถูกก็ต้องพิสูจน์ให้เค้าเห็น ว่าตัวเองก็เก่งพอจะทำแบบนั้นได้ สร้างเด็กขึ้นมาใหม่จากเศษซากปรักหักพังของยุคมืดแบบที่ซิโก้ทำ และโอกาสพิสูจน์ฝีมือก็มาถึง เมื่อได้รับการเสนอให้คุมทีม ยู16 ยู19 ถ้าเก่งจริง สร้างเด็กกะโปโลป้อนทีมชาติชุดใหญ่ไปเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าไม่ได้เครดิต อย่าดูถูกแฟนบอลค่ะ เรามองทั้งกระบวนการ ไม่ได้มองแค่ผลลัพธ์ แต่โค้ชดันไม่รับ เพราะมันดังช้า อันนี้ขอพูดตรงๆนะคะ ถึงยู23 จะประสบความสำเร็จ โค้ชโชตก็ได้เครดิตไม่เต็มอยู่ดีค่ะ เพราะแฟนบอลมองทั้งระบบไงคะ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ โคชคิดว่าจะวิ่งอ้อมไปยืนตรงสปอตไลท์แล้วมันจะเด่นกว่าเหรอคะ ทีมเด็กทีมนี้เด่นมาตั้งแต่ซีเกมส์หนที่แล้วแล้วค่ะ ไม่ใช่เพิ่งมาเด่นซีเกมส์ที่สิงคโปร์ การจะได้แชมป์ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย การที่โคชไม่ยอมรับคำพูดของซิโก้นั้น เรามองว่าโคชดูถูกแฟนบอลด้วย เพราะอะไร เพราะโคชคิดว่าแฟนบอลจะมองเฉพาะวันที่ทีมชาติชนะไง ใครยืนอยู่ตรงนั้น แฟนบอลเห็นหมด ถูกมั้ยคะ แต่ที่ถูกคือคนดูบอล เค้ามองมาตั้งแต่ก่อนยุคมืด ผ่านยุคมืด มาจนถึงวันนี้ แฟนบอลเห็นหมดว่าจุดด้อยจุดเด่นอยู่ตรงไหน( ไม่ได้บอกว่าเข้าใจระบบมากกว่าโคช) และการแก้ไขต้องเริ่มจากจุดไหน ไม่ใช่มาดูแค่วันที่ชนะ และตลอดกระบวนการนั้น ใครทำอะไรบ้าง เครดิตก็ให้คนสร้าง คนทำนั่นแหละ และชาวบ้านก็รับรู้ว่าซิโก้ปั้นเด็กขึ้นมากับมือยังไง เรียกมารวมกันยังไง
โคชควรเก็บคำพูดซิโก้ไปคิดมากกว่าจะมาง้องแง้งนะคะ และควรรับงานดูแลเด็กตั้งแต่แรก ไม่หวังเก็บกินผลผลิตทั้งที่ไม่ได้ปลูกนะคะ ถ้าเหตุไม่พอ ผลมันก็ไม่ออกหรอก ดังนั้นควรมุ่งเป้าไปในการสร้างเหตุดีกว่านะคะ เหมือนกระทู้ข้างล่างที่ปรับมาวิเคราะห์กับเรื่องธุรกิจ ผจก. ฟอร์มทีมนึงขึ้นมา คัดเลือกลูกน้องตามความถนัด ทำงานด้วยกันมาสักพักนึง ผลงานดีมาก แต่พอดี ผจก มีโปรเจ็กท์ใหญ่กว่าที่ต้องรับ เลยโอนงานให้ผู้ช่วยอีกคนดูแล ซึ่งทีมก็ทำผลงานได้ดีอีกเช่นกัน แต่ผู้ช่วยดันมาบอกว่า ผมทำผลงานได้ดี ยกทีมนี้ให้ผมเถอะ ผจก. ควรคิดยังไงกับคนแบบนี้ดีคะ ซึ่งเรามองว่ามันเป็นผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย คือ ตัวผู้จัดการและผู้ช่วยที่อาจขัดแย้งกัน เพราะผู้ช่วยดันเอาผลงานไปตีกินซะเอง กับการขาดโอกาสในการพัฒนาตัวเองของผู้ช่วยที่จะเลื่อนขั้นในอนาคต เพราะ การรวมทีม การใช้คนให้ถูกเป็นทักษะของผู้บริหาร แต่ผู้ช่วยจะขาดโอกาสตรงนี้ไป ถูกไหมคะ อาจจะแรงไปบ้าง แต่เป็นอีกความเห็นนึงที่อยากสื่อไปถึงโคชโชตค่ะ อย่ามองว่าการเริ่มจากศูนย์คือการโตช้า แต่ให้มองว่ามันคือการพัฒนาที่มั่นคงจากฐานรากค่ะ
ปล. เราไม่ใช่แฟนซิโก้นะคะ แต่เราเป็นแฟนทีมชาติไทย ใครทำประโยชน์ให้ทีมชาติ ผลงานใครเด่น เราให้คนนั้น เราไม่ใช่พวกยึดติดตัวบุคคลแบบหน้ามืดตามัว blue13 ที่ซิโก้เรียกแฟนบอล เราก็ไม่ใช้ เพราะเราชอบ blue12 มากกว่า เพราะใครๆก็รู้ว่ามันหมายถึงคนดู เราไม่ได้เป็นติ่งใครค่ะ