[CR] [มาเล่าให้ฟัง] แบกเป้ที่ภูหลวง ณ ที่ๆ ธรรมชาติมีชีวิต

ณ ที่ๆ ธรรมชาติมีชีวิต
_____________________
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง



.....การเดินป่า กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกอย่างหนึ่ง ที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทั้งการไปเป็นครอบครัว หรือไปเที่ยวเป็นหมู่คณะกับเพื่อน การเดินป่านั้น บอกได้เลยว่ามีเหนื่อย แต่เชื่อว่าต้องได้อะไรกลับไปไม่มากก็น้อย บอกเลยว่าต้องลองเพราะความเหนื่อยกับประสบการณ์ที่ได้มานั้นคุ้มค่าแน่นอน



.....การเดินทางจากจังหวัดเลยไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงออกเดินทางจากตัวจังหวัดเลยไปตามเส้นทางสายจังหวัดเลย - อำเภอภูเรือ ระยะทาง 36 กิโลเมตร จะถึงบ้านสานตม แล้วแยกซ้ายที่บ้านสามตมไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ถ้าใครจะมาต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อน เพราะการมาเดินป่าที่ภูหลวงนั้น ต้องมีเจ้าหน้าที่พาชม เพราะทางที่ซับซ้อนและเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทำให้เราอาจจะต้องไปเจอกับพวกสัตว์ตัวน้อยได้ ซึ่งต้องบอกก่อนวันที่เราจะมา 15 เพื่อให้เจ้าหนาที่เตรียมตัว



.....เจ้าหน้าที่บอกว่า ภูหลวงมีความหมายว่าเขาที่สูงใหญ่ นับเป็นสิริมงคลนามที่คนเก่าคนแก่ได้ตั้งชื่อไว้ ที่ภูหลวงสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ถึงแม้อยู่กลางเดือนเมษา ก็ยังมีอากาศที่เย็นสบาย ที่สำคัญที่นี่ยังมีกล้วยไม้ป่ากว่า 160 ชนิด สลับสับเปลี่ยนให้เราชมตลอดทั้งปี ภูมิประเทศที่นี่ก็จะแตกต่างกันไปตามระดับความสูง เช่น ป่าสนเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง หรือป่าสนแคระ เป็นต้น


รอยของหมูป่าที่มาเล่นดิน


รอยเท้าของสุนัขป่า



.....พอมาถึงเจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำ ข้อมูลคร่าวๆ ของสถานที่ ก่อนจะบอกให้เราเตรียมตัวว่าต้องเจอกับอะไรยังไงบ้าง ในทริปนี้ได้เตรียมอาหารไปทานกลางวันกันด้วย ตอนที่ติดต่อมาเจ้าหน้าที่ก็จะแนะนำให้เป็นอาหารแห้งง่ายๆ เช่นข้าวเหนียวไก่ทอด หรือหมูปิ้ง เป็นต้น การมาเดินป่าที่ เขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวง มีเส้นทางให้เราเลือกเดินต่างกันไป ตามแต่กำลังร่างกาย หรือ เวลาเลย แต่ในทริปนี้เราเลือกเดินในเส้นที่ชื่อว่า โคกนกกระบาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้บอกว่าเส้นทางนี้จะมีคนมาเดินน้อย เราก็เลยอยากลองกันดูหน่อย ซึ่งระยะทางไปกลับก็ประมาณ 8 กิโลเมตร



.....เส้นทางที่นี่ จะเป็นเส้นทางเดินเล็กๆ เป็นทรายสีขาวที่ถูกกร่อนจากหินทราย เราจึงได้เห็นรอยเท้าสัตว์หลายชนิดเจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่า ที่ภูหลวงมีธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์มาก เช่นเดียวกับรอยเท้าที่เราเจอ ก็เป็นรอยเท้าของหมาใน ที่จะอาศัยอยู่ในบริเวณ เขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวง แต่ว่าจะพบตัวได้ค่อนข้างยาก ถัดมาก็จะเป็นรอยของหมูป่าที่มาเล่นดิน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่เราเห็นซึ่งรอยนี้ก็จะพาดขว้างแนวทางเดินและตลอดระยะทางการเดินเราจะเห็นมูลของช้างอยู่เป็นระยะ บางกองเจ้าหน้าที่บอกว่าพึ่งผ่านมาได้ 3-4 วัน แต่ไม่ต้องกลัว เพราะว่าจะมีเจ้าหน้าที่อีกทีมที่ล่วงหน้าไปก่อนนักท่องเที่ยว สักครู่เพื่อดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว



.....เมื่อพ้นป่าแคระ เราก็จะเจอกับป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่นี่เราได้ยินเสียงนกมากมาย จะเห็นรอยบนเปลือกไม้ ซึ่งเมื่อดูดีๆ แล้วจะพบว่าเป็นรอยของนกหัวขวาน เมื่อเดินได้ถึงครึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็จะพาเราหยุดพักที่ ริมลำธารตรงนี้เจ้าหน้าที่ชี้ให้เราดู ไข่ของกบภูเขา ซึ่งกบจะไข่ในที่ๆ น้ำสะอาดเท่านั้น และตรงจุดนี้ก็จะมี กล้วยไม้ที่นักวิจัยนำมาปลูกไว้ ซึ่งก็จะมีป้ายกำกับสำหรับมาคอยเช็คผลด้วย




.....ตอนนี้คณะเดินทางหลายคนก็เริ่มเหงื่อไหลไคลย้อย เนื่องจากอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวในป่า เจ้าหน้าที่จึงบอกกับเราให้เร่งฝีเท้าเพราะ ปกติอากาศที่นี้จะไม่ร้อนขนาดนี้ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าฝนอาจจะตก เราจึงรีบเดินต่อไป ระหว่างทาง เราพบกล้วยไม้สวยๆ มากมาย ทั้งเอื้องผึ้ง เอื้องม่อนไข่ เอื้องครั่งแสด เอื้องตาเกิน กุหลาบขาว และสิงโตรวงทอง ซึ่งก็เป็นความงามที่ คู่ควรกับการมาอยู่บนภูทั้งสิ้น ซึ่งถ้าลองมาคิดดูแล้วถ้าดอกไม้เหล่านี้ถูกเด็ดหรือขโมยไปมันคงไม่มีวันได้สวยงามเช่นนี้อีกแล้ว



.....เมื่อหายเหนื่อยเจ้าหน้าที่จึงชวนเราเดินต่อ เพื่อไปให้ถึงจุดหมายยัง ป่าทุ่งสน ซึ่งเป็นปลายทางของการเดินทาง ทริปนี้ เมื่อถึง เราจะเห็นป่าสนที่รายล้อมไปด้วยไม้พุ่มเตี้ย เกิดเป็นทิวทัดที่สวยงาม มื้อเที่ยงเจ้าหน้าที่พาเรามานั่งทานอาหารกันที่ริมลำธารอีกแห่ง มื้อนี้เราจบด้วย ข้าวเหนียวหมูทอด กับน้ำคนละขวด ก่อนจะอิ่มรู้สึกตัวอีกทีเจ้าหน้าที่ก็หายไปหมดแล้ว เรานั่งใจดีสู้เสืออยู่สักพัก สักพักจึงทราบว่าเจ้าหน้าที่ต้องไปกระจายกำลัง เผื่อมีสัตว์ตัวไหนหอมหมูทอดขึ้นมาจะยุ่ง
ขากลับเราก็จะเดินย้อนกลับมาทางเดิม แต่จะเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยเมื่อใกล้จะถึง ระยะทาง 8 กิโลเมตร ก็ต้องบอกว่าทำให้หอบได้เหมือนกัน ตอนขากลับจะมีจุดชมวิวที่อยู่บนหินขนาดใหญ่ ตรงนี้จะสามารถทำให้เราได้เห็นวิวแบบ 360 องศา เป็นความสวยงามเล็ก ก่อนที่เราจะกลับได้เป็นอย่างดี



.....บ่อยครั้งที่เรามักไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้มากอย่างง่ายดาย แต่เมื่อในครั้งนี้เราได้ลองออกแรงเพื่อสิ่งที่มีคุณค่านี้แล้วเรากลับพบว่ามันสวยงามมากกว่าที่เห็นในแจกันหลายเท่านัก และกับการท่องเที่ยวครั้งนี้ อยากให้ทุกคนได้ไปลอง เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่หาไม่ได้ในห้องเรียน หรืออินเตอร์เน็ต ธรรมชาติที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ อยากต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ แต่ขอให้เชื่อ ว่ามันคุ้มค่าแน่นอน



ฝากติดตามเพจผมด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/ThirdPartyTravel
ชื่อสินค้า:   เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่