คุณมีความรักครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
คุณยังจำครั้งแรกที่รักกันได้มั้ย ?
แล้วบทสรุปของรักครั้งแรก จบลงเช่นใด Happy End - Bad End ?
และนี่จะเป็นเรื่องราวของผม ผู้ชายคนหนึ่งที่ไ้ผ่านเรื่องราวกับความรักครั้งแรก (แบบรวบรัดละกัน เดี๋ยวเยอะ)
ย้อนกลับไปสัก 10 ปี(นานเนอะ) เรื่องราวความรักสีเทาเล็ก ๆ ของผมในวันเด็ก อืม... น่าจะเริ่มขึ้นในช่วง ม.ต้น เมื่อได้เจอกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
ตอนนั้น เพิ่งเริ่มเรียนภาคการศึกษาแรก ครั้งแรกในชีวิตโรงเรียนมัธยม ด้วยสังคมที่ใหญ่ขึ้น อะไร ๆ หลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงจากชีวิตประถมแบบพลิกฝ่ามือ แต่ก็อาศัยใจสู้เข้าไว้ เราเองก็สนใจแต่เรียนตามคำสอน ของคนรอบข้างว่า “ตั้งใจเรียนนะ” โดยส่วนตัว ผมก็คิดว่า ผมเป็นคนหัวดี เรียนดีนะเกรด 3.5 ไม่ต่ำกว่านั้น
แต่มาเทอมแรกกลับสอบสอบไม่ผ่านวิชาพระพุทธศาสนา (แต่วิชานี้ อาจารย์ก็ให้ตกเกือบทั้งห้อง) ก็ต้องมาซ่อมแก้กันไป แบบแอบตกใจ ตกได้ไง....???
ผมก็ไปสอบซ่อมกับเพื่อน ๆ ในตอนเย็น การซ่อมก็ง่าย ๆ ก็แค่ ให้เขียนและท่องปากเปล่า บทถวายสังฆทาน และอีกนิดหน่อย 2-3 บท ผมเองเป็นคนชอบตัวเลขมากกว่ามาจำตัวหนังสือแบบนี้ สั่งมาปุ๊บ แล้วให้ท่อง ๆ ไปสอบเลย จะบ้าไปแล้ว พอเขียนเสร็จ และพอท่องจำได้บ้าง ก็เตรียมตัวต่อคิวจะไปสอบท่อง ก็แอบมอง ๆ เข้าไปในห้อง ก็สะดุดตากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างอาจารย์ ถึงเราจะจำหน้าคนไม่เก่งแต่ก็รู้ได้ว่า ไม่ใช่คนในห้อง แต่ก็คิดนะว่า คนคนนี้น่ารักดีอะไรประมาณนี้ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดอะไร ในหัวมีแต่เรื่องท่อง ๆ ให้ผ่านไปก่อน
พอใกล้จะถึงคิว ก็ต้องส่งบทให้อาจารย์ก่อน แต่กลายเป็นว่า อาจารย์ให้เด็กคนนั้นมาเป็นคนรับกระดาษไป เธอก็มอง ๆ อ่าน ๆ แล้วก็พูดออกมาประมาณว่า “ลายมืออ่านยากจริง” ไอ้เราก็คิดในใจ แล้วมันยังไงกันเล่า ยุ่งอะไรด้วย แบบว่า ไม่อยากโดนไล่ไปคัดใหม่ ปล่อย ๆ ไปเถอะนะ รีบสอบเถอะเดี๋ยวลืม
พอถึงคิวสอบ อาจารย์ก็ขอดูเอากรดาษมาดู แล้วก็ให้ท่อง ก็ท่องผ่านไปแบบตะกุกตะกัก แต่จนแล้วจนรอดก็โดนท่องใหม่จนได้ เด็กผู้หญิงคนนั้นก็หันมายิ้ม เหมือนจะเยาะเย้ย น่าเจ็บใจจริง ๆ จนในที่สุดก็ต้องท่องไปถึงรอบที่ 3 จึงผ่าน (อาจารย์อนุโลมให้ รอบละบท) ผมก็เก็บของแล้วก็จะออกจากห้องไป เพราะเย็นแล้ว แต่ก็มีแหล่ ๆ แอบมองเข้าไปอีก เหอะๆๆ (ตอนนั้นก็คงได้แค่คิดว่า สงสัย ลูกหลานอาจารย์แหละมั้ง เพราะห้องผมเองมีแบบนี้หลายคน)
นี่คือการพบกันครั้งของผมกับเธอที่ดูแล้ว ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ (มีอย่างที่ไหน คนไม่รู้จัก มาพูดแบบนี้) และคงจะไม่มีโอกาสได้รู้จักกันอีก ก็แบบว่า ถึงโรงเรียนที่เรียนจะไม่ใหญ่ แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง สังคมนี้ช่างใหญ่นัก ถึงจะไม่ได้รู้จัก ไม่ได้ทักทาย แต่ก็มีเดินสวนกันบ้าง แอบมองบ้างเมื่อเจอ ในตอนหลังจึงได้รู้จักชื่อของเธอ เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบในตอนนั้นที่ผมเลือกทำ ผมแทบจะต้องเจอเด็กเกือบครึ่งโรงเรียนทุกวัน และมีโอกาสได้รู้จักชื่อ หน้าตา โดยที่ไม่ต้องเช้าไปถาม
งงละสิ โรงเรียนมัธยมจะมีหน้าที่อะไรให้เด็ก ม.ต้น ต้องรับผิดชอบ ต้องทำ ที่สามารถเจอคนขนาดนี้ และเข้าถึงข้อมูลนักเรียนได้
หน้าที่นั้นคือ บรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน //แบบใช้หน้าที่ได้เป็นประโยชน์มาก ขอบอก!!!
ถึงจะรู้จัก ชื่อ กับชั้นปี ห้องที่เรียน จากประวัติในคอมพิวเตอร์ แต่ไม่เคยเข้าทักหรือคุยอะไรเลยสักครั้ง //ตกลงเราโรคจิตมั้ยเนี้ย
จนเวลาผ่านไปเป็นปี(เป็นปีเลยนะ นี่กูปล่อยเวลาผ่านไปขนาดนั้นเชียว) จึงได้มีโอกาสได้รู้จัก ได้ทักทาย และทำความรู้จักกันมากขึ้น จากกิจกรรมของโรงเรียน ที่เรียกว่า ค่ายธรรมะ (ตกลงจะปฏิบัติธรรมหรือจีบหญิงเนี้ย)
****ไว้มาต่ออีกที
ความรักสีเทา ๆ ของคนที่เคยใกล้ชิดกัน (ยิ่งใกล้ ก็ยิ่งไกลห่าง)
คุณยังจำครั้งแรกที่รักกันได้มั้ย ?
แล้วบทสรุปของรักครั้งแรก จบลงเช่นใด Happy End - Bad End ?
และนี่จะเป็นเรื่องราวของผม ผู้ชายคนหนึ่งที่ไ้ผ่านเรื่องราวกับความรักครั้งแรก (แบบรวบรัดละกัน เดี๋ยวเยอะ)
ย้อนกลับไปสัก 10 ปี(นานเนอะ) เรื่องราวความรักสีเทาเล็ก ๆ ของผมในวันเด็ก อืม... น่าจะเริ่มขึ้นในช่วง ม.ต้น เมื่อได้เจอกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
ตอนนั้น เพิ่งเริ่มเรียนภาคการศึกษาแรก ครั้งแรกในชีวิตโรงเรียนมัธยม ด้วยสังคมที่ใหญ่ขึ้น อะไร ๆ หลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงจากชีวิตประถมแบบพลิกฝ่ามือ แต่ก็อาศัยใจสู้เข้าไว้ เราเองก็สนใจแต่เรียนตามคำสอน ของคนรอบข้างว่า “ตั้งใจเรียนนะ” โดยส่วนตัว ผมก็คิดว่า ผมเป็นคนหัวดี เรียนดีนะเกรด 3.5 ไม่ต่ำกว่านั้น
แต่มาเทอมแรกกลับสอบสอบไม่ผ่านวิชาพระพุทธศาสนา (แต่วิชานี้ อาจารย์ก็ให้ตกเกือบทั้งห้อง) ก็ต้องมาซ่อมแก้กันไป แบบแอบตกใจ ตกได้ไง....???
ผมก็ไปสอบซ่อมกับเพื่อน ๆ ในตอนเย็น การซ่อมก็ง่าย ๆ ก็แค่ ให้เขียนและท่องปากเปล่า บทถวายสังฆทาน และอีกนิดหน่อย 2-3 บท ผมเองเป็นคนชอบตัวเลขมากกว่ามาจำตัวหนังสือแบบนี้ สั่งมาปุ๊บ แล้วให้ท่อง ๆ ไปสอบเลย จะบ้าไปแล้ว พอเขียนเสร็จ และพอท่องจำได้บ้าง ก็เตรียมตัวต่อคิวจะไปสอบท่อง ก็แอบมอง ๆ เข้าไปในห้อง ก็สะดุดตากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างอาจารย์ ถึงเราจะจำหน้าคนไม่เก่งแต่ก็รู้ได้ว่า ไม่ใช่คนในห้อง แต่ก็คิดนะว่า คนคนนี้น่ารักดีอะไรประมาณนี้ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดอะไร ในหัวมีแต่เรื่องท่อง ๆ ให้ผ่านไปก่อน
พอใกล้จะถึงคิว ก็ต้องส่งบทให้อาจารย์ก่อน แต่กลายเป็นว่า อาจารย์ให้เด็กคนนั้นมาเป็นคนรับกระดาษไป เธอก็มอง ๆ อ่าน ๆ แล้วก็พูดออกมาประมาณว่า “ลายมืออ่านยากจริง” ไอ้เราก็คิดในใจ แล้วมันยังไงกันเล่า ยุ่งอะไรด้วย แบบว่า ไม่อยากโดนไล่ไปคัดใหม่ ปล่อย ๆ ไปเถอะนะ รีบสอบเถอะเดี๋ยวลืม
พอถึงคิวสอบ อาจารย์ก็ขอดูเอากรดาษมาดู แล้วก็ให้ท่อง ก็ท่องผ่านไปแบบตะกุกตะกัก แต่จนแล้วจนรอดก็โดนท่องใหม่จนได้ เด็กผู้หญิงคนนั้นก็หันมายิ้ม เหมือนจะเยาะเย้ย น่าเจ็บใจจริง ๆ จนในที่สุดก็ต้องท่องไปถึงรอบที่ 3 จึงผ่าน (อาจารย์อนุโลมให้ รอบละบท) ผมก็เก็บของแล้วก็จะออกจากห้องไป เพราะเย็นแล้ว แต่ก็มีแหล่ ๆ แอบมองเข้าไปอีก เหอะๆๆ (ตอนนั้นก็คงได้แค่คิดว่า สงสัย ลูกหลานอาจารย์แหละมั้ง เพราะห้องผมเองมีแบบนี้หลายคน)
นี่คือการพบกันครั้งของผมกับเธอที่ดูแล้ว ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ (มีอย่างที่ไหน คนไม่รู้จัก มาพูดแบบนี้) และคงจะไม่มีโอกาสได้รู้จักกันอีก ก็แบบว่า ถึงโรงเรียนที่เรียนจะไม่ใหญ่ แต่สำหรับเด็กคนหนึ่ง สังคมนี้ช่างใหญ่นัก ถึงจะไม่ได้รู้จัก ไม่ได้ทักทาย แต่ก็มีเดินสวนกันบ้าง แอบมองบ้างเมื่อเจอ ในตอนหลังจึงได้รู้จักชื่อของเธอ เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบในตอนนั้นที่ผมเลือกทำ ผมแทบจะต้องเจอเด็กเกือบครึ่งโรงเรียนทุกวัน และมีโอกาสได้รู้จักชื่อ หน้าตา โดยที่ไม่ต้องเช้าไปถาม
งงละสิ โรงเรียนมัธยมจะมีหน้าที่อะไรให้เด็ก ม.ต้น ต้องรับผิดชอบ ต้องทำ ที่สามารถเจอคนขนาดนี้ และเข้าถึงข้อมูลนักเรียนได้
หน้าที่นั้นคือ บรรณารักษ์ห้องสมุดโรงเรียน //แบบใช้หน้าที่ได้เป็นประโยชน์มาก ขอบอก!!!
ถึงจะรู้จัก ชื่อ กับชั้นปี ห้องที่เรียน จากประวัติในคอมพิวเตอร์ แต่ไม่เคยเข้าทักหรือคุยอะไรเลยสักครั้ง //ตกลงเราโรคจิตมั้ยเนี้ย
จนเวลาผ่านไปเป็นปี(เป็นปีเลยนะ นี่กูปล่อยเวลาผ่านไปขนาดนั้นเชียว) จึงได้มีโอกาสได้รู้จัก ได้ทักทาย และทำความรู้จักกันมากขึ้น จากกิจกรรมของโรงเรียน ที่เรียกว่า ค่ายธรรมะ (ตกลงจะปฏิบัติธรรมหรือจีบหญิงเนี้ย)
****ไว้มาต่ออีกที