ส้ม-กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ หนึ่งในผู้รับรางวัลลูกที่มีความกตัญญู สาขาสื่อสารมวลชน ยึดหลักสัปปุริสธรรม 7 ธรรมสัตบุรุษ



สร้างความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจให้แก่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณแม่และลูกจากทั่วประเทศได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลแม่ดีเด่น ปี 2558 จำนวน 203 คน และรางวัลลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ปี 2558 จำนวน 98 คน เข้ารับประทานโล่เกียรติคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เมื่อวันแม่ที่ผ่านมา ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร

ส้ม กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ อายุ 26 ปี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำจังหวัดนครศรี ธรรมราช จบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะสังคม ศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์การปกครอง เกียรตินิยมอันดับ 2 และกำลังศึกษาปริญญาโทคณะพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา ม.มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช

ด้วยฐานะครอบครัวที่เจ้าตัวยอมรับว่ายากจน กัญญาณัฐ บอกว่า ทุกวันหากมีเวลาว่างหรือในช่วงปิดเทอมจะช่วยคุณพ่อคุณแม่ซึ่งมีอาชีพค้าขายเข็นรถเข็นไปขายของที่หน้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ภาคใต้ เป็นประจำ ก่อนมีโอกาสหาช่องทางหารายได้เสริมให้แก่ตัวเองเป็นรายได้ที่นำมาจุนเจือครอบครัวหลังจากชนะการประกวดนักจัดรายการวิทยุ และกลายเป็นนักจัดรายการวิทยุตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยทำงานในช่วงกลางวันและช่วงเย็นจึงไปเรียนหนังสือที่การศึกษานอกโรงเรียน และนำเงินส่วนนี้มาใช้เป็นทุนการศึกษาส่งตัวเองเรียนจนจบ รวมถึงได้เริ่มอ่านข่าวต้นชั่วโมง ทำรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นและผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ ซึ่งได้รับการอุปถัมภ์สนับสนุนจากคุณลุง (ไพฑูรย์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช) ที่คอยเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ

แม้รู้ว่าการเป็นนักข่าวเป็นเรื่องที่ยากที่สุด แต่พยายามที่จะทำให้ได้ ตลอด 10 ปีที่ได้เข้ามาทำงานสายสื่อสารมวลชน ส้มยึดหลักสัปปุริสธรรม 7 ธรรมที่ทำให้คนเป็นสัตบุรุษ หรือ เป็นคนดี มีคุณธรรม เป็นคนเก่ง มี 7 ประการ คือ ผู้รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักชุมชนและรู้จักสถานที่ ทำให้สามารถแยกแยะสิ่งต่าง ๆ และเข้าใจผู้อื่นได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ กัญญาณัฐ เผยความรู้สึกว่า ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ได้ทำมาไม่เคยหวังว่าทำแล้วจะได้รางวัลตอบแทน แต่เราทำด้วยความเป็นลูก ตัวเองเป็นลูกคนเล็กในจำนวนพี่น้องสองคน พี่ชายแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ตนจึงทำหน้าที่หลักในการดูแลคุณพ่อคุณแม่ เมื่อเราได้อยู่ใกล้ชิดทำให้รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงเรามาอย่างไร เหนื่อยยากลำบากอย่างไร ก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้พักผ่อน รางวัลที่ได้จึงเป็นเหมือนกำลังใจที่จะให้เราได้ปฏิบัติหน้าที่ที่สังคมเห็นว่าถูกต้องต่อไปและทำให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งเราอยู่ในสายงานสื่อสารมวลชน นอกจากครอบครัวแล้วยังใช้โอกาสนี้ในการช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนได้.

http://www.dailynews.co.th/women/341975

http://bit.ly/เพจข่าวดี

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่