เคยมี Love at first sight กันมั๊ยคะ?

กระทู้สนทนา
^สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาว pantip ทุกคน หลังจากที่เราแอบแฝงอ่านเรื่องราวชีวิตของคนอื่นมานาน   เพี้ยนเผือกเพี้ยนเผือก
5555 วันนี้ได้ฤกษ์งาม ยามดีถึงคราวตัวเองซะที!!! เลยรีบจัดแจงสมัครสมาชิก
และโพสต์กระทู้นี้เอาฤกษ์ เอาชัย ให้แก่ตัวเอง 555 ไร้สาระมากพอ ขอเข้าเรื่องเลยละกัน
..ก่อนอื่นขอแจ้งว่าเรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับเจ้าของกระทู้ ไม่มีการลอกเลียน หรือ เสริมเติมแต่งแต่อย่างใด


ด้วยความที่เราอยากฝึกภาษาอังกฤษแบบไม่เสียเงินลงเรียน เนื่องจากไม่มีเวลาเพราะทำงานแล้ว และอีกอย่างคือ งกนั่นเอง ทำไงล่ะ??      เคยอ่านกระทู้ใน pantip หนิ 55 เอาเลยจ้า อันดับแรกหาชาวต่างชาติมา speak ให้ได้
จุดเริ่มต้นนี้จึงทำให้เรารู้จักหนุ่มเกาหลี oppa ซารังเฮ คนนึง   เราเริ่มคุยกันใน line  อย่างที่รู้ๆกันว่าทักษะการเขียนภาษาอังกฤษคนไทยค่อนข้างเก่ง ศัพท์ไหนไม่รู้ถามพี่กูเกิลเอาโลด สบายเราสิทีนี้คุยกันอย่างราบรื่นเดือนกว่าๆ  เค้ามี plan จะมาเที่ยวเมืองไทยกับเพื่อน 1 คนในช่วง Vacation ของเค้าอยู่แล้ว มาประมาณ 5 วันได้   จะรอช้าอยู่ใยเราก็เสนออาสาเป็นไกด์พาเที่ยวกรุงเทพเลยจ้า ถึงแม้จะอยู่กรุงเทพมา 6-7 ปีได้. แต่ปกติชีวิตประจำวัน คือ เรียนกลับหอ พอทำงานก็ทำงานกลับหอ นานๆจะไปเที่ยวซักที่ เลยทำให้เป็นคนไม่รู้สถานที่เที่ยว หลงทางนี่ไม่ต้องพูดถึง
ผิดเส้นทางนิดเดียว คืองง 555 แล้วแบบนี้จะรอดมั๊ย?      แต่เอาวะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไม่ลองไม่รู้  จะพาเค้าไปไหนดี ..ข้าวสารละกันต่างชาติชอบไป
แถมอยู่ใกล้ๆหอเราด้วย ไม่น่าหลง เลยจัดแจงนัดแนะกันที่สามเสนซอย 2 ในวันอังคารเพราะโรงแรมที่เค้าพักอยู่ที่นั่น    เราชวนน้องที่ทำงานไปด้วย 1 คนเพื่อความอบอุ่นในหัวใจค่ะ 555 แอบตื่นเต้นไม่น้อย เค้าจะเป็นยังไง จะคุยกันรู้เรื่องมั๊ย?   โอ๊ยยย !!!!สารพัดจะกังวล และแล้ววินาทีแรกที่เจอกันก็มาถึง!! เคยเป็นมั๊ยคะ? เหมือนโลกของเราหยุดหมุนไปชั่วขณะ คนที่อยู่ตรงหน้าเราคือ ผู้ชายตี๋สูงขาว
เหมือนพระเอกที่หลุดมาจากนิยายแจ่มใสยังไงยังงั้น ส่วนเราตัวเท่าเมี่ยง มาตราฐานหญิงไทยสูงไม่เกิน 160 cm จ้า
เราคิดในใจนี่ใช่มั๊ยที่เรียกว่ารักแรกพบ ตัวเราร้อนทำอะไรไม่ถูก พอได้สติรวบรวมเก็บอาการประหม่าของตนเอง ก็ทักทายกันพอเป็นพิธี จากนั้นเราก็พาเค้าไปกินข้าวที่ร้านๆนึงบรรยากาศดีๆ มีดนตรีสด อยู่แถวป้อมพระสุเมร(พอเดาได้มั๊ยคะ 55)  ซึ่งเป็นไปตามคาดว่าหลงค่ะ!!!
จนเค้าถามเราว่าพึ่งมาที่นี่ครั้งแรกหรอ? อายมาก ได้แต่หัวเราะแก้เขิน 5555 พอกินข้าวเสร็จก็เดินเล่นกันต่อที่ถนนข้าวสาร เราก็พูดงูๆปลาๆของเราไปถึงจะคุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
แต่ช่วงเวลาที่เราอยู่กับเค้ามันมีความสุขมาก จนเราไม่อยากให้วันนี้ผ่านไปเลย เพราะไม่รู้ว่าจะได้เจอเค้าอีกมั๊ยวันพรุ่งนี้  ซึ่งอีกวันเค้ามีแพลนไปพัทยากับเพื่อนที่มาด้วยกันค่ะ แต่เค้าไลน์มาบอกเราว่าจะกลับมากรุงเทพวันพฤหัส และอยากเจอเราอีกครั้ง         กรี๊ดดในใจดังๆเลยตอนนั้น ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่าได้ ถึงเราจะทำงานเช้ามาก และนอนดึกติดกันมาหลายวัน  แต่เราไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะ คราวนี้จึงพาเค้าไป asia teak ดีกว่า ไปง่าย ไม่หลงแน่นอน ครั้งนี้เราไปคนเดียวส่วนเค้ามากับเพื่อนคนเดิม ก็ไปกินข้าว เดินเล่นตามปกติ
ซึ่งเราซื้อขนมไทยหลายอย่างมากไปให้เค้าชิม แต่ที่เค้าชอบที่สุดคือโรตีสายไหม(ไม่รู้ว่าขนมไทยมั๊ย?)  โดยเค้าจะแบมือขอแผ่นแป้งจากเรา และให้เราม้วนให้ดูบนมือเค้า   อาจดูธรรมดา แต่มันคือโมเม้นที่น่ารักมากสำหรับเรา นั่งหันหน้าเค้าหากัน โดนมือกัน สายตาเค้ามองโรตีสายไหมด้วยความสนใจ จังหวะนี้ทำให้เราแอบมองเค้าได้ใกล้ที่สุด ถ้าเราหยุดเวลาได้คงดี เพราะพรุ่งนี้เค้าจะต้องกลับเกาหลีแล้ว เราและเค้าจะได้เจอกันอีกมั๊ยนี่เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจ!!
แต่สุดท้ายแล้วต่างคนก็ต้องแยกกัน เค้าขออาสามาส่งเราแต่เราปฏิเสธไป เพราะเรากลับเองได้ ไม่อยากให้เค้าเหนื่อยและเสียเงินหลายต่อ(ต้องบอกก่อนว่าเค้าทราบนะคะว่าหอเราห้ามผู้ชายเข้า ดังนั้นเค้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแน่นอน)
พอกลับถึงห้องเค้าไลน์บอกเราประมาณว่า ถ้าเราเป็นคนเกาหลี เค้าคงจะขอเราเป็นแฟน เค้ารู้สึกมีความสุขมากเวลาที่อยู่ด้วยกัน ตัวเราร้อนอีกครั้ง!!!!
เราจึงไลน์เชิงเล่นเชิงจริงว่า เพราะเราเป็นคนไทยหรอ จึงไม่สามารถเป็นแฟนเค้าได้ ... แล้วฝันเราก็สลายลง เมื่อเค้าตอบว่ากลับมาว่า เค้าก็อยากให้มันเป็นแบบนั้น
แต่เราก็รู้ว่าเค้ามี vacation แค่ครั้งเดียวต่อปี ดังนั้นปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ ... จึ้กเลยค่ะ ในใจนี่อยากจะวิงวอนว่าชั้นมี vacation 3 ครั้งต่อปีนะ ลองคบกันดูก่อนมั๊ยทำนองนี้ แต่นั่นเป็นแค่ความคิดค่ะ ความเป็นจริง คือ เราก็ไม่รู้จะพิมพ์อะไรได้แค่พิมพ์ว่า ถึงฉันจะเป็นคนไทยแต่ฉันสามารถเป็นเพื่อนคุณได้นะ  กู๊ดไนท์ แล้วก็กลับมานอนครุ่นคิดถึงวันพรุ่งนี้ที่เค้าจะกลับแล้ว ใจเราอยากไปส่งเค้ามากแต่ไม่กล้าบอกตรงๆ พอถึงวันพรุ่งนี้ช่วงเช้าเค้าไลน์ถามเราว่า เค้าสามารถซื้อโรตีสายไหมได้ที่ไหน!! บิงโก เรารีบอาสาว่าจะซื้อแล้วเอาไปให้ที่สนามบินเลยค่ะ โดยอ้างว่าเราจะต้องไปทำธุระแถวนั้นพอดี ดังนั้นจึงตกลงกันว่าหลังเราเลิกงานแล้วให้เจอกันที่สยามแล้วไปสนามบินพร้อมกัน ซึ่งตอนนั่งบน airport link เค้าเปิดรูปเพื่อน รูปครอบครัวเค้าที่เกาหลีให้ดู มันเหมือนกับว่าเราได้รู้จักเค้ามากขึ้น เรามีความสุข สุขจนรู้สึกว่าระยะท างจากพญาไทไปสุวรรณภูมิมันช่างสั้นมากเหลือเกิน flight ที่เค้าบิน คือ 3 ทุ่ม ซึ่งไปถึงที่สนามบินประมาณเกือบ 1 ทุ่มแล้ว กว่าจะเชคอินเสร็จก็เหลือเวลาอีกประมาณ 1 ชมได้ เค้าชวนเราไปกินข้าวในสนามบิน จากนั้นก็ถ่ายรูปกัน และเค้า
บอกกับเราว่าถ้าเราจะไปต่างประเทศ ขอให้มาเกาหลีนะ และหลังจากเค้ากลับไปขอให้ติดต่อกันเหมือนเดิม เราได้แต่มองเค้าแล้วพยักหน้าหงึกๆ  เรารู้ดีว่าตอนนั้นเวลาเราเหลือน้อยเต็มที เค้ากำลังจะกลับแล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แค่ได้มาส่งก็ดีแค่ไหน เรากับเค้าจึงเดินไปที่หน้าเกทอย่างเงียบๆ พอถึงหน้าเกทเค้าหันมาหาเรา    แล้วพูดว่า one hug พร้อมกับกางมือออก แล้วเดินเข้ามากอดเรา
ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนที่เคยอ่านในหนังสือนิยายจริงๆนะ  มันอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก  เราอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายตัวสูงๆใหญ่ๆ เพราะเราตัวเล็กมาก
ณ ตอนนั้นเราไม่ได้แคร์สายตาใครเลย เราอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเรารู้ดีว่าโอกาสที่จะเจอกันอาจไม่มีอีก
เรายืนส่งมองเค้าจนลับสายตาไป หลังจากเค้ากลับไปก็มีติดต่อกันแต่เหมือนกับว่าเรารอเค้าฝ่ายเดียว บางทีเค้าอ่านแต่ไม่ตอบ
ใครจะว่าเราโง่ หรืออะไรก็ได้นะ เรารู้ว่าเค้าอาจไม่ได้อะไรกับเรา แต่อย่างน้อยเค้าก็ทำให้เรารู้จักกับคำว่า รักแรกพบ และเราก็ยังหวังว่าถ้าหากเราได้ไปเกาหลี
เราคงจะได้เจอเค้าอีกครั้ง  >>who is my star <<  ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่