หลังจากที่ พ.ร.บ. ออกมาใหม่ ว่าด้วยเรื่องการแชร์ การส่งภาพในโลกโซเชียลนั้น หากไม่มีเครดิต หรือขโมยมาโพสต์ มีความผิดทางกฎหมายนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผมขายสติกเกอร์ "หนูจีจี้ - อรุณสวัสดิ์ ขอให้วันนี้โชคดี" พอดี
เริ่มแรก ผมเป็นคนที่ชอบวาดรูปมากๆ แต่วาดเป็นงานอดิเรก คือแบบว่า เวลาว่างก็มักจะวาดรูปเล่นๆเสมอ สมุดบ้างล่ะ ในโทรศัพท์บ้างล่ะ แต่ผมวาดไม่เก่ง แล้วก็ไม่ได้ทำเป็นอาชีพ บวกกับผมก็มีงานประจำอยู่แล้ว เลยทำให้การวาดรูปนั้น มีเวลาที่น้อยลง ทำได้หลังจากเลิกงานแล้วเท่านั้น แรกๆก็วาดเล่นๆเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไร จนกระทั่ง LINE เปิดโอกาสให้ทุกคนทุกอาชีพ สามารถวาดสติกเกอร์ขายได้ ทีแรกผมตื่นเต้นและดีใจมากๆ เหมือนฝันจะเป็นจริงแล้ว ที่เราจะได้มีสติกเกอร์เป็นของตัวเอง
ทีแรกผมก็คิดในใจนะว่า งานผมจะขายได้หรอ? เหมือนผมจะท้อตั้งแต่ยังไม่ไได้ทำแล้ว แต่ผมก็ "เอาวะ" ลองดู !!!! ผมก็จัดการสมัครเป็น Creator เรียบร้อย จนกระทั่งได้ขายเป็นตัวแรก
ผมเรียนรู้จากสติกเกอร์ตัวแรกของผมแทบทุกอย่าง ตัวแรกเปรียบเสมือนครูของผมเลยก็ว่าได้ สอนเรื่องการวาด การตลาด การวางขาย ของตลาดสติกเกอร์
หลังจากวาดตัวแรกเสร็จก็วาดตัวต่อๆมาเรื่อยๆ
ผลตอบรับก็ยังไม่ดีนัก เป็นเพราะว่า ยังไม่เป็นที่ตลาดต้องการ บวกกับ ฝีมือการวาดรูปของผม ที่ยังด้อยนัก
ถามว่าเคยท้อไหม ทำออกมาแล้วขายไม่ดี ผมตอบได้เลยว่า "ท้อ" ครับ กระแสตอบรับบางทีก็ไม่ดี กระแสคนพูดฟังแล้ว รู้สึกแย่ก็เยอะ แต่ "ไม่เคยถอย" ก็ยังคงวาดต่อไป เพราะอย่างน้อย มันคืองานที่เรารัก เราชอบ คำตำหนิ หรือคำแนะนำอะไรที่ได้ยินมา ก็เก็บเอามาพัฒนางานต่อไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งวันนึง ผมได้รู้จักกับน้องบอล พ่อค้าขายสติกเกอร์ไลน์ แนะนำให้มาลงเพจเค้า ผมก็ตกลงด้วย ส่งรูปให้น้องเค้าลงเพจ ตอนนั้นเป็นเพจเล็กๆ พันต้นๆ ก็ลงเพจ มีคนมาไลค์ มาคอมเม้นต์บ้าง ผมก็ดีใจ มีคนเห็นงานเรา ช่วงนั้นผมบอกเลย ยังไม่มีเพจไหน ช่วยโฆษณาให้ครีเอเตอร์เลย มีน้อยมากๆ ก็มีเพจน้องบอลนี่แแหละ
ผมวาดมาตลอด ก็มีเจ๊งบ้าง พอได้บ้าง จนได้คุยกับน้องบอล เรื่องการวางขาย น้องบอลก็ให้คำแนะนำว่า เนี่ยช่วงวันนี้วันนั้น จะขายดี เพราะคนเข้ามาดูกันเยอะ แล้วทางร้านก็ขายดีด้วย ปรากฎว่า ผมก็เลย ลองทำตามที่น้องแนะนำมา
สรุปว่า "ขายดี" จริงตามที่น้องบอก!! วันนั้นดีใจมากๆ
หลังจากนั้นมา ผมก็ทำตามสูตรน้องบอลมาทุกอย่าง สรุปว่า ตัวอื่นๆ ก็ขายดีไปด้วย
ขายดีของผมไม่ใช่ได้เป็นแสนๆเยนนะ ขายดีในความหมายของผมคือ สามารถเบิกเงินออกมาได้ขั้นต่ำหมื่นเยน บางเดือนก็ไม่ถึง แต่ก็มากกว่าเก่า
แต่ทว่า...มีบางตัวขายไม่ดีเช่นกัน งานนี้เป็นเรื่องของ "การดีไซน์งาน" ของผมมากกว่า
งานที่ผมวาดส่วนใหญ่ จะเป็นเด็กผู้หญิงอนุบาลน่ารักๆ(มั๊ง555+) ผมชอบสไตล์นี้ แต่ทว่า ถ้าจะไปอยู่ในตลาดครีเอเตอร์ มันจะขายยาก
ช่วงนั้น ได้รู้จักกับคนวาดสติกเกอร์น้องมะพร้าวพอดี ผมก็เลยได้คำแนะนำมาว่า คนที่ใช้สติกเกอร์นั้น เค้าจะซื้อสติกเกอร์ตัวที่เหมือนตัวเค้าที่สุด คือง่ายๆเลย เราใช้สติกเกอร์แทนคำพูด แทนตัวเรา "เราให้สติกเกอร์พูด แทนตัวเรา" สมมติถ้าเราเป็นหญิงงาม เราก็จะหาสติกเกอร์สาวสวยๆซื้อมาใช้ ถ้าเราเป็นคนเกรียนๆกวนๆตลกๆ เราก็จะหาสติกเกอร์ที่กวนๆตลกๆมาใช้
ผมก็เริ่มเกิดไอเดียทันที สติกเกอร์ที่ หลังจากดูอันดับต้นๆที่ขายดี ผมพบว่า "จริงอย่างที่บอก" แต่...ปัญหาคือ ผมจะวาดอะไรดี บวกกับ การแข่งขันค่อนข้างสูง แล้วก็ สวยๆทั้งนั้น
จนกระทั่ง ได้รู้จัก แล้วได้ไปอ่านบทความของคนที่วาดสติกเกอร์หมีฟายเข้า
http://pantip.com/topic/32795462
เรื่องเกี่ยวกับ บ่อทองคำ การที่จะวาดสติกเกอร์แล้วขายได้ ขายดีนั้น เราจำเป็นต้อง "หาบ่อทองคำ" ก่อน บ่อทองคำที่ว่านั้นก็มีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ทหาร พยาบาล ครู นักปั่นจักรยาน คนชอบปีนเขา ฯลฯ บ่อทองคำก็คือกลุ่มเป้าหมาย (ลุกค้า) ในแต่ละสายอาชีพ ถ้าเราเจอบ่อทองคำเป็นคนแรก เราก็จะได้ส่วนแบ่งจากการขายนั้น 100% แล้วก็จะได้กินไปยาวๆ แต่ถ้าเรามาทีหลัง เราจะไม่ได้ 100% แถมการที่จะเข้าไปตีตลาดบ่อนั้น เป็นไปได้ยาก
สรุปก็คือ ใครเจอก่อน ได้เปรียบ สมมติ อาชีพตำรวจ ยังไม่มีใครทำสติกเกอร์ขายเลย ถ้าเราได้ทำขายเป็นคนแรก เราจะได้เปรียบนั่นเอง
โจทย์ 2 ข้อของคนวาดน้องมะพร้าว กับคนวาดหมีฟาย มันทำให้ผมคิดหนัก ผมจะวาดอะไรดี...
มีอยู่วันนึง น้องบอลก็ส่งรูปมา คือรูปนี้
เรื่องเล่าจากไอเดียภาพดอกไม้ "สวัสดียามเช้า" กว่าจะมาเป็นสติกเกอร์ไลน์ "สวัสดียามเช้า"
เริ่มแรก ผมเป็นคนที่ชอบวาดรูปมากๆ แต่วาดเป็นงานอดิเรก คือแบบว่า เวลาว่างก็มักจะวาดรูปเล่นๆเสมอ สมุดบ้างล่ะ ในโทรศัพท์บ้างล่ะ แต่ผมวาดไม่เก่ง แล้วก็ไม่ได้ทำเป็นอาชีพ บวกกับผมก็มีงานประจำอยู่แล้ว เลยทำให้การวาดรูปนั้น มีเวลาที่น้อยลง ทำได้หลังจากเลิกงานแล้วเท่านั้น แรกๆก็วาดเล่นๆเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไร จนกระทั่ง LINE เปิดโอกาสให้ทุกคนทุกอาชีพ สามารถวาดสติกเกอร์ขายได้ ทีแรกผมตื่นเต้นและดีใจมากๆ เหมือนฝันจะเป็นจริงแล้ว ที่เราจะได้มีสติกเกอร์เป็นของตัวเอง
ทีแรกผมก็คิดในใจนะว่า งานผมจะขายได้หรอ? เหมือนผมจะท้อตั้งแต่ยังไม่ไได้ทำแล้ว แต่ผมก็ "เอาวะ" ลองดู !!!! ผมก็จัดการสมัครเป็น Creator เรียบร้อย จนกระทั่งได้ขายเป็นตัวแรก
ผมเรียนรู้จากสติกเกอร์ตัวแรกของผมแทบทุกอย่าง ตัวแรกเปรียบเสมือนครูของผมเลยก็ว่าได้ สอนเรื่องการวาด การตลาด การวางขาย ของตลาดสติกเกอร์
หลังจากวาดตัวแรกเสร็จก็วาดตัวต่อๆมาเรื่อยๆ ผลตอบรับก็ยังไม่ดีนัก เป็นเพราะว่า ยังไม่เป็นที่ตลาดต้องการ บวกกับ ฝีมือการวาดรูปของผม ที่ยังด้อยนัก
ถามว่าเคยท้อไหม ทำออกมาแล้วขายไม่ดี ผมตอบได้เลยว่า "ท้อ" ครับ กระแสตอบรับบางทีก็ไม่ดี กระแสคนพูดฟังแล้ว รู้สึกแย่ก็เยอะ แต่ "ไม่เคยถอย" ก็ยังคงวาดต่อไป เพราะอย่างน้อย มันคืองานที่เรารัก เราชอบ คำตำหนิ หรือคำแนะนำอะไรที่ได้ยินมา ก็เก็บเอามาพัฒนางานต่อไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งวันนึง ผมได้รู้จักกับน้องบอล พ่อค้าขายสติกเกอร์ไลน์ แนะนำให้มาลงเพจเค้า ผมก็ตกลงด้วย ส่งรูปให้น้องเค้าลงเพจ ตอนนั้นเป็นเพจเล็กๆ พันต้นๆ ก็ลงเพจ มีคนมาไลค์ มาคอมเม้นต์บ้าง ผมก็ดีใจ มีคนเห็นงานเรา ช่วงนั้นผมบอกเลย ยังไม่มีเพจไหน ช่วยโฆษณาให้ครีเอเตอร์เลย มีน้อยมากๆ ก็มีเพจน้องบอลนี่แแหละ
ผมวาดมาตลอด ก็มีเจ๊งบ้าง พอได้บ้าง จนได้คุยกับน้องบอล เรื่องการวางขาย น้องบอลก็ให้คำแนะนำว่า เนี่ยช่วงวันนี้วันนั้น จะขายดี เพราะคนเข้ามาดูกันเยอะ แล้วทางร้านก็ขายดีด้วย ปรากฎว่า ผมก็เลย ลองทำตามที่น้องแนะนำมา
สรุปว่า "ขายดี" จริงตามที่น้องบอก!! วันนั้นดีใจมากๆ
หลังจากนั้นมา ผมก็ทำตามสูตรน้องบอลมาทุกอย่าง สรุปว่า ตัวอื่นๆ ก็ขายดีไปด้วย
ขายดีของผมไม่ใช่ได้เป็นแสนๆเยนนะ ขายดีในความหมายของผมคือ สามารถเบิกเงินออกมาได้ขั้นต่ำหมื่นเยน บางเดือนก็ไม่ถึง แต่ก็มากกว่าเก่า
แต่ทว่า...มีบางตัวขายไม่ดีเช่นกัน งานนี้เป็นเรื่องของ "การดีไซน์งาน" ของผมมากกว่า
งานที่ผมวาดส่วนใหญ่ จะเป็นเด็กผู้หญิงอนุบาลน่ารักๆ(มั๊ง555+) ผมชอบสไตล์นี้ แต่ทว่า ถ้าจะไปอยู่ในตลาดครีเอเตอร์ มันจะขายยาก
ช่วงนั้น ได้รู้จักกับคนวาดสติกเกอร์น้องมะพร้าวพอดี ผมก็เลยได้คำแนะนำมาว่า คนที่ใช้สติกเกอร์นั้น เค้าจะซื้อสติกเกอร์ตัวที่เหมือนตัวเค้าที่สุด คือง่ายๆเลย เราใช้สติกเกอร์แทนคำพูด แทนตัวเรา "เราให้สติกเกอร์พูด แทนตัวเรา" สมมติถ้าเราเป็นหญิงงาม เราก็จะหาสติกเกอร์สาวสวยๆซื้อมาใช้ ถ้าเราเป็นคนเกรียนๆกวนๆตลกๆ เราก็จะหาสติกเกอร์ที่กวนๆตลกๆมาใช้
ผมก็เริ่มเกิดไอเดียทันที สติกเกอร์ที่ หลังจากดูอันดับต้นๆที่ขายดี ผมพบว่า "จริงอย่างที่บอก" แต่...ปัญหาคือ ผมจะวาดอะไรดี บวกกับ การแข่งขันค่อนข้างสูง แล้วก็ สวยๆทั้งนั้น
จนกระทั่ง ได้รู้จัก แล้วได้ไปอ่านบทความของคนที่วาดสติกเกอร์หมีฟายเข้า
http://pantip.com/topic/32795462
เรื่องเกี่ยวกับ บ่อทองคำ การที่จะวาดสติกเกอร์แล้วขายได้ ขายดีนั้น เราจำเป็นต้อง "หาบ่อทองคำ" ก่อน บ่อทองคำที่ว่านั้นก็มีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ทหาร พยาบาล ครู นักปั่นจักรยาน คนชอบปีนเขา ฯลฯ บ่อทองคำก็คือกลุ่มเป้าหมาย (ลุกค้า) ในแต่ละสายอาชีพ ถ้าเราเจอบ่อทองคำเป็นคนแรก เราก็จะได้ส่วนแบ่งจากการขายนั้น 100% แล้วก็จะได้กินไปยาวๆ แต่ถ้าเรามาทีหลัง เราจะไม่ได้ 100% แถมการที่จะเข้าไปตีตลาดบ่อนั้น เป็นไปได้ยาก
สรุปก็คือ ใครเจอก่อน ได้เปรียบ สมมติ อาชีพตำรวจ ยังไม่มีใครทำสติกเกอร์ขายเลย ถ้าเราได้ทำขายเป็นคนแรก เราจะได้เปรียบนั่นเอง
โจทย์ 2 ข้อของคนวาดน้องมะพร้าว กับคนวาดหมีฟาย มันทำให้ผมคิดหนัก ผมจะวาดอะไรดี...
มีอยู่วันนึง น้องบอลก็ส่งรูปมา คือรูปนี้