Safe Haven คืออะไร? (แบบเข้าใจง่ายๆ ครับ)
ถ้าจะให้ผมนิยามสั้นๆ Safe Haven ก็คือ สินทรัพย์ที่คาดการณ์ได้ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น หรืออย่างน้อยก็รักษามูลค่าไว้ได้ดี ในยามที่สินทรัพย์เสี่ยง (อย่างหุ้นหรือคริปโต) ร่วงกราวครับ มันเหมือนประกันภัยที่เราควรมีติดพอร์ตไว้นั่นเอง
สินทรัพย์ไหนบ้างที่ถือเป็น Safe Haven?
จากการรวบรวมข้อมูล ผมแบ่งออกมาให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้ครับ:
1. ทองคำ (Gold): นี่คือ "พระเอก" ตลอดกาลครับ เพราะทองคำมีจำกัดและเป็นสากล เมื่อคนไม่เชื่อถือในสกุลเงินกระดาษ ทุกคนจะวิ่งหาทองครับ
2. สกุลเงินหลบภัย (Safe Haven Currencies):
- USD (ดอลลาร์สหรัฐ): ในฐานะสกุลเงินหลักของโลก เวลาเกิดอะไรขึ้น คนมักจะเทขายทุกอย่างกลับมาเป็นเงินสดดอลลาร์ก่อนเสมอครับ
- JPY (เงินเยนญี่ปุ่น): แปลกใจไหมครับ? แม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะนิ่งๆ แต่เวลาเกิดวิกฤต เงินเยนมักจะแข็งค่า เพราะญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของโลก นักลงทุนจึงเชื่อมั่นในสภาพคล่องครับ
- CHF (ฟรังก์สวิส): สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองและระบบธนาคารที่แข็งแกร่งมากครับ
3. พันธบัตรรัฐบาล (Government Bonds): โดยเฉพาะพันธบัตรของสหรัฐฯ เพราะถูกมองว่ามีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุดในโลกครับ
4. หุ้นกลุ่มตั้งรับ (Defensive Stocks): คือหุ้นของบริษัทที่ขายสินค้าจำเป็น เช่น ของกินของใช้ (Consumer Staples) หรือโรงพยาบาล ต่อให้เศรษฐกิจแย่แค่ไหน คนก็ยังต้องกินต้องใช้ครับ
เทคนิคการใช้ Safe Haven ในการเทรด (จากประสบการณ์ผมนะ)
1. จับตาดูข่าว (Sentiment Analysis): ถ้าข่าวโลกเริ่มดูไม่ดี สงครามจะมา หรือตัวเลขเศรษฐกิจแย่ ผมจะเริ่มทยอยสะสมทองคำ หรือมองหาจังหวะเข้า Buy คู่เงินอย่าง USD หรือ JPY ครับ
2. อย่ารอให้วิกฤตเกิด: การมีสินทรัพย์ Safe Haven ติดพอร์ตไว้ประมาณ 10-20% ในเวลาปกติ จะช่วยลดความเสี่ยงเวลาเกิดเหตุไม่คาดคิดได้ดีมากครับ
3. ระวังช่วง "ตลาดฟื้น": เมื่อวิกฤตผ่านไป ความเชื่อมั่นกลับมา เงินจะไหลออกจาก Safe Haven กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นทันที ช่วงนั้นราคา Safe Haven อาจจะร่วงหนัก เราต้องเตรียมตัวออกให้ทันด้วยครับ
สรุปส่งท้ายครับ
การรู้ว่าอะไรคือ Safe Haven จะทำให้เราได้เปรียบเวลาตลาดผันผวนครับ เพราะเราจะไม่ตื่นตระหนกเหมือนคนอื่น แต่เราจะรู้วิธี "ย้ายที่วางเงิน" เพื่อรักษาความมั่งคั่งเอาไว้
Safe Haven (สินทรัพย์ปลอดภัย) นอกจากทองคำแล้ว มีอะไรอีก?
ถ้าจะให้ผมนิยามสั้นๆ Safe Haven ก็คือ สินทรัพย์ที่คาดการณ์ได้ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น หรืออย่างน้อยก็รักษามูลค่าไว้ได้ดี ในยามที่สินทรัพย์เสี่ยง (อย่างหุ้นหรือคริปโต) ร่วงกราวครับ มันเหมือนประกันภัยที่เราควรมีติดพอร์ตไว้นั่นเอง
สินทรัพย์ไหนบ้างที่ถือเป็น Safe Haven?
จากการรวบรวมข้อมูล ผมแบ่งออกมาให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้ครับ:
1. ทองคำ (Gold): นี่คือ "พระเอก" ตลอดกาลครับ เพราะทองคำมีจำกัดและเป็นสากล เมื่อคนไม่เชื่อถือในสกุลเงินกระดาษ ทุกคนจะวิ่งหาทองครับ
2. สกุลเงินหลบภัย (Safe Haven Currencies):
- USD (ดอลลาร์สหรัฐ): ในฐานะสกุลเงินหลักของโลก เวลาเกิดอะไรขึ้น คนมักจะเทขายทุกอย่างกลับมาเป็นเงินสดดอลลาร์ก่อนเสมอครับ
- JPY (เงินเยนญี่ปุ่น): แปลกใจไหมครับ? แม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะนิ่งๆ แต่เวลาเกิดวิกฤต เงินเยนมักจะแข็งค่า เพราะญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของโลก นักลงทุนจึงเชื่อมั่นในสภาพคล่องครับ
- CHF (ฟรังก์สวิส): สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองและระบบธนาคารที่แข็งแกร่งมากครับ
3. พันธบัตรรัฐบาล (Government Bonds): โดยเฉพาะพันธบัตรของสหรัฐฯ เพราะถูกมองว่ามีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุดในโลกครับ
4. หุ้นกลุ่มตั้งรับ (Defensive Stocks): คือหุ้นของบริษัทที่ขายสินค้าจำเป็น เช่น ของกินของใช้ (Consumer Staples) หรือโรงพยาบาล ต่อให้เศรษฐกิจแย่แค่ไหน คนก็ยังต้องกินต้องใช้ครับ
เทคนิคการใช้ Safe Haven ในการเทรด (จากประสบการณ์ผมนะ)
1. จับตาดูข่าว (Sentiment Analysis): ถ้าข่าวโลกเริ่มดูไม่ดี สงครามจะมา หรือตัวเลขเศรษฐกิจแย่ ผมจะเริ่มทยอยสะสมทองคำ หรือมองหาจังหวะเข้า Buy คู่เงินอย่าง USD หรือ JPY ครับ
2. อย่ารอให้วิกฤตเกิด: การมีสินทรัพย์ Safe Haven ติดพอร์ตไว้ประมาณ 10-20% ในเวลาปกติ จะช่วยลดความเสี่ยงเวลาเกิดเหตุไม่คาดคิดได้ดีมากครับ
3. ระวังช่วง "ตลาดฟื้น": เมื่อวิกฤตผ่านไป ความเชื่อมั่นกลับมา เงินจะไหลออกจาก Safe Haven กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นทันที ช่วงนั้นราคา Safe Haven อาจจะร่วงหนัก เราต้องเตรียมตัวออกให้ทันด้วยครับ
สรุปส่งท้ายครับ
การรู้ว่าอะไรคือ Safe Haven จะทำให้เราได้เปรียบเวลาตลาดผันผวนครับ เพราะเราจะไม่ตื่นตระหนกเหมือนคนอื่น แต่เราจะรู้วิธี "ย้ายที่วางเงิน" เพื่อรักษาความมั่งคั่งเอาไว้