สวัสดีค่ะเพื่อนๆเด็ก58ทุกคน หลายๆคนคงอยู่ในช่วงของการรับน้องในมหาวิทยาลัยกันแล้วนะคะ ใกล้เปิดเทอมกันแล้วด้วย คงพร้อมที่จะเรียนกันแล้วสินะ แต่เรายังไม่พร้อมเลย มีปัญหาบางอย่างที่อยากจะมาปรึกษาเพื่อนๆและชาวพันทิปน่ะค่ะ
เข้าเรื่องเลยนะคะ เราเรียนพรีดีกรีของ ม.รามมาตั้งแต่ ม.4 ค่ะ คณะสื่อสารมวลชน เก็บหน่วยกิตมาเกือบครึ่งทางแล้ว และตั้งใจว่าจะเรียนอีกที่หนึ่ง คือเราคิดว่าที่รามได้ทฤษฏีมาแน่นพอสมควร เลยอยากเรียนอีก ม. ที่เน้นการปฏิบัติ ซึ่งเราตั้งใจและเลือกคณะนิเทศศาสตร์ ม. เอกชนที่หนึ่ง มันตอบโจทย์เราหลายอย่าง เช่น กิจกรรมเยอะ เรียนกับมืออาชีพ เรียนจริงปฏิบัติจริง ฝึกงานตั้งแต่ปี1 เราได้ถามรุ่นพี่หลายๆคนมาบ้างแล้ว ก็เป็นอย่างที่ว่ามาจริงๆ และที่สำคัญ ม.นี้เขายังมีช่องทีวีเป็นของตัวเองและหนังสือพิมพ์ในเครืออีกมากมาย โอกาสจบมาแล้วมีงานทำแน่นอนเกือบ100% แล้วตอนนี้เราก็เป็น นศ ม. เอกชนนี้อย่างเต็มด้วยแล้ว ทุกอย่างมันควรจะดีแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ประเด็นมันก็คือเรื่องเงินๆทองๆค่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็น ม.เอกชนอ่ะเนาะ ค่าเทอมไม่เบาอยู่แล้ว ไหนจะค่าหอ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าชุด นศ ค่ากินค่าอยู่ ค่าใช้จ่ายในการทำงานบางอย่างอีกและค่าอื่นๆอีกสารพัด และโดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างอึดอัดกับสังคมที่นี้ ต้องไปเที่ยวกับคนอื่นๆเพื่อเอาสังคมกับความสนิทสนม แน่นอนถ้าเราปฏิเสธก็จะถูกมองว่าไม่อยากคบหาสมาคมด้วยและจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง มันค่อนข้างปรับตัวยาก คงต้องใช้เวลาและเรื่องแบบนี้ต้องดูกันนานๆ เราเป็นคนสนิทกับคนอื่นยาก แต่ถ้าสนิทกันแล้วเราให้เกินร้อยกับคำว่าเพื่อนเสมอค่ะ ที่เลือกเรียนเอกชนไม่ใช่สอบไม่ติด ม.รัฐนะคะ เราชอบทางนิเทศเลยเลือกเรียนตามเหตุผลหลายๆตามที่เล่ามาก่อนหน้า ซึ่งความคิดที่จะเรียน ป.ตรี 2ใบ เป็นความฝันของเรามาตั้งแต่เริ่มเรียน ม.ปลายแล้วค่ะ เนื่องจากเป็นลูกสาวคนเดียว เลยอยากทำให้ครอบครัวภูมิใจ และท่านยินดีที่จะส่งเราไม่ว่าเราอยากเรียนอะไรที่ไหน สำหรับ ม.เอกชนนี้ ท่านก็ตั้งความหวังกับเราไว้มาก ยอมรับว่ากดดันค่ะ ในอนาคตเราต้องเลี้ยงทั้งครอบครัวคนเดียว พ่อกับแม่พูดเสมอว่า ลูกคนเดียวทำไมจะไม่มีปัญญาส่ง ตากับยายที่อยู่กันเพียงสองคนที่ ตจว ก็เหมือนกันท่านก็บอกว่าหลานคนเดียวทำไมจะไม่มีปัญญาส่ง แต่ครอบครัวเราก็ไม่ได้มีฐานะอะไรหรอกนะคะ ถ้าพูดแบบตรงๆเงินเดือนพ่อกับแม่ที่มีก็อยู่ได้แบบเดือนชนเดือน บางเดือนก็ไม่รอด ก็ไม่พ้นการยืมจากญาติๆ กู้จากธนาคาร หรือแม้กระทั่งการกู้นอกระบบ เงินเดือนออกทีไรเราเห็นพ่อพ่อนั่งเคลียดนั่งมือกุมขมับกับค่าบ้านค่ารถ น้ำ ไฟ ต้องใช้หนี้อีกมากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่ค่าใช้จ่าย คือเราไม่อยากเห็นภาพแบบนี้อีก เรามาเริ่มมองดูตัวเรา เลือกทำในสิ่งที่มันเกินตัวไปหรือเปล่า รู้สึกเหมือนกำลังเป็นปลวกแทะเงินพ่อแม่เลย เคยคุยกับท่านก่อนที่จะเลือกเรียน ม.เอกชน ท่านก็บอกว่าเรียนเลยพ่อกับแม่ไหว แต่ไปๆมาๆ เงินที่ส่งเรามันกลับเป็นเงินที่มาจากการยืม ซึ่งในอนาคตเราอยากทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่แบบสุขสบาย ไม่ใช่มานั่งทำงานหาเงินเพื่อใช้หนี้ตากับยายเราก็ไม่อยากเห็นท่านต้องดิ้นรนเพราะเราอีกอยากให้ท่านอยู่แบบสุขสบายในบั้นปลายชีวิตอย่างควรจะเป็น เราจึงคิดว่าเราจะไม่เรียน ม.เอกชนนี้ดีไหม แล้วมาเรียนรามอย่างเดียว เรียนไปทำงานไป ช่วยลดภาระของครอบครัวไปเยอะ เราอยากทำงานเก็บเงินไว้ส่งตัวเอง พ่อกับไม่จะได้ไม่ต้องดิ้นรนกับเราอีก ท่านจะได้เหนื่อยน้อยลงอายุท่านก็มากแล้ว เรื่องที่จะเลิกเรียน ม.เอกชนนี่เรายังไม่ได้พูดกับครอบครัวนะ เราไม่กล้า ท่านคงหวังกับเราไว้มาก เราเข้าใจความรู้สึกครอบครัวนะที่ตั้งใจจะส่งเราเรียนให้ดีที่สุด แต่เราต้องทำความฝันบนความลำบากของครอบครัวมันก็กดดันน่ะค่ะ หรืออีกทาง กัดฟันสู้ต่อไปเรียนสองที่เหมือนเดิมคะ ไม่รู้จะทำยังไงดี ก็เลยมาขอทำปรึกษาในกระทู้นี้น่ะคะ ตอนนี้เราเคลียดมากเลย ใกล้เปิดเทอมแล้วด้วย ขอคำปรึกษาทีนะคะ
ขออภัยที่เรื่องราวอาจจะยาวเกินไปนะคะ ขอบคุณสำหรับคำปรึกษาล่วงหน้าค่ะ
มีเรื่องเรียนมาปรึกษาชาวพันทิปค่ะ จะเลือกทางไหนดีระหว่างความฝันอันสวยหรูของตัวเองกับอนาคตของครอบครัว
เข้าเรื่องเลยนะคะ เราเรียนพรีดีกรีของ ม.รามมาตั้งแต่ ม.4 ค่ะ คณะสื่อสารมวลชน เก็บหน่วยกิตมาเกือบครึ่งทางแล้ว และตั้งใจว่าจะเรียนอีกที่หนึ่ง คือเราคิดว่าที่รามได้ทฤษฏีมาแน่นพอสมควร เลยอยากเรียนอีก ม. ที่เน้นการปฏิบัติ ซึ่งเราตั้งใจและเลือกคณะนิเทศศาสตร์ ม. เอกชนที่หนึ่ง มันตอบโจทย์เราหลายอย่าง เช่น กิจกรรมเยอะ เรียนกับมืออาชีพ เรียนจริงปฏิบัติจริง ฝึกงานตั้งแต่ปี1 เราได้ถามรุ่นพี่หลายๆคนมาบ้างแล้ว ก็เป็นอย่างที่ว่ามาจริงๆ และที่สำคัญ ม.นี้เขายังมีช่องทีวีเป็นของตัวเองและหนังสือพิมพ์ในเครืออีกมากมาย โอกาสจบมาแล้วมีงานทำแน่นอนเกือบ100% แล้วตอนนี้เราก็เป็น นศ ม. เอกชนนี้อย่างเต็มด้วยแล้ว ทุกอย่างมันควรจะดีแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ประเด็นมันก็คือเรื่องเงินๆทองๆค่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็น ม.เอกชนอ่ะเนาะ ค่าเทอมไม่เบาอยู่แล้ว ไหนจะค่าหอ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าชุด นศ ค่ากินค่าอยู่ ค่าใช้จ่ายในการทำงานบางอย่างอีกและค่าอื่นๆอีกสารพัด และโดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างอึดอัดกับสังคมที่นี้ ต้องไปเที่ยวกับคนอื่นๆเพื่อเอาสังคมกับความสนิทสนม แน่นอนถ้าเราปฏิเสธก็จะถูกมองว่าไม่อยากคบหาสมาคมด้วยและจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง มันค่อนข้างปรับตัวยาก คงต้องใช้เวลาและเรื่องแบบนี้ต้องดูกันนานๆ เราเป็นคนสนิทกับคนอื่นยาก แต่ถ้าสนิทกันแล้วเราให้เกินร้อยกับคำว่าเพื่อนเสมอค่ะ ที่เลือกเรียนเอกชนไม่ใช่สอบไม่ติด ม.รัฐนะคะ เราชอบทางนิเทศเลยเลือกเรียนตามเหตุผลหลายๆตามที่เล่ามาก่อนหน้า ซึ่งความคิดที่จะเรียน ป.ตรี 2ใบ เป็นความฝันของเรามาตั้งแต่เริ่มเรียน ม.ปลายแล้วค่ะ เนื่องจากเป็นลูกสาวคนเดียว เลยอยากทำให้ครอบครัวภูมิใจ และท่านยินดีที่จะส่งเราไม่ว่าเราอยากเรียนอะไรที่ไหน สำหรับ ม.เอกชนนี้ ท่านก็ตั้งความหวังกับเราไว้มาก ยอมรับว่ากดดันค่ะ ในอนาคตเราต้องเลี้ยงทั้งครอบครัวคนเดียว พ่อกับแม่พูดเสมอว่า ลูกคนเดียวทำไมจะไม่มีปัญญาส่ง ตากับยายที่อยู่กันเพียงสองคนที่ ตจว ก็เหมือนกันท่านก็บอกว่าหลานคนเดียวทำไมจะไม่มีปัญญาส่ง แต่ครอบครัวเราก็ไม่ได้มีฐานะอะไรหรอกนะคะ ถ้าพูดแบบตรงๆเงินเดือนพ่อกับแม่ที่มีก็อยู่ได้แบบเดือนชนเดือน บางเดือนก็ไม่รอด ก็ไม่พ้นการยืมจากญาติๆ กู้จากธนาคาร หรือแม้กระทั่งการกู้นอกระบบ เงินเดือนออกทีไรเราเห็นพ่อพ่อนั่งเคลียดนั่งมือกุมขมับกับค่าบ้านค่ารถ น้ำ ไฟ ต้องใช้หนี้อีกมากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่ค่าใช้จ่าย คือเราไม่อยากเห็นภาพแบบนี้อีก เรามาเริ่มมองดูตัวเรา เลือกทำในสิ่งที่มันเกินตัวไปหรือเปล่า รู้สึกเหมือนกำลังเป็นปลวกแทะเงินพ่อแม่เลย เคยคุยกับท่านก่อนที่จะเลือกเรียน ม.เอกชน ท่านก็บอกว่าเรียนเลยพ่อกับแม่ไหว แต่ไปๆมาๆ เงินที่ส่งเรามันกลับเป็นเงินที่มาจากการยืม ซึ่งในอนาคตเราอยากทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่แบบสุขสบาย ไม่ใช่มานั่งทำงานหาเงินเพื่อใช้หนี้ตากับยายเราก็ไม่อยากเห็นท่านต้องดิ้นรนเพราะเราอีกอยากให้ท่านอยู่แบบสุขสบายในบั้นปลายชีวิตอย่างควรจะเป็น เราจึงคิดว่าเราจะไม่เรียน ม.เอกชนนี้ดีไหม แล้วมาเรียนรามอย่างเดียว เรียนไปทำงานไป ช่วยลดภาระของครอบครัวไปเยอะ เราอยากทำงานเก็บเงินไว้ส่งตัวเอง พ่อกับไม่จะได้ไม่ต้องดิ้นรนกับเราอีก ท่านจะได้เหนื่อยน้อยลงอายุท่านก็มากแล้ว เรื่องที่จะเลิกเรียน ม.เอกชนนี่เรายังไม่ได้พูดกับครอบครัวนะ เราไม่กล้า ท่านคงหวังกับเราไว้มาก เราเข้าใจความรู้สึกครอบครัวนะที่ตั้งใจจะส่งเราเรียนให้ดีที่สุด แต่เราต้องทำความฝันบนความลำบากของครอบครัวมันก็กดดันน่ะค่ะ หรืออีกทาง กัดฟันสู้ต่อไปเรียนสองที่เหมือนเดิมคะ ไม่รู้จะทำยังไงดี ก็เลยมาขอทำปรึกษาในกระทู้นี้น่ะคะ ตอนนี้เราเคลียดมากเลย ใกล้เปิดเทอมแล้วด้วย ขอคำปรึกษาทีนะคะ
ขออภัยที่เรื่องราวอาจจะยาวเกินไปนะคะ ขอบคุณสำหรับคำปรึกษาล่วงหน้าค่ะ