ประสบการณ์คบแฟนแบบผู้หญิงกับผู้หญิงที่ครั้งนี้ต้องจำฝังใจ

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีเรื่องราวของการคบแฟนแบบผู้หญิงกับผู้หญิง หรือเลสเบี้ยนมาฝากทุกๆคนค่ะ ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะคะว่าเราไม่ได้มีรสนิยมทางเพศที่ชัดเจน แต่เวลาคุยกับใครแล้วสบายใจ คุยกับใครแล้วรู้สึกดีเราก็คบคนนั้นโดยไม่สนว่าเขาเป็นเพศไหน เรื่องเริ่มต้นเมื่อ 2 ปี ที่แล้ว ตอนนั้นเรายังอยู่ ม.6  และเป็นประธานชุมนุมหนึ่งของโรงเรียน และก็ได้มีโอกาสรับน้องๆเข้ามาในชุมนุม หนึ่งในนั้นก็คือ B (นามสมมตินะคะ) ซึ่งเป็นรุ่นน้อง ม.4 อายุเราห่างกัน 2 ปี B ไม่ได้เป็นเลสเบี้ยนค่ะและเป็นคนที่มองภายนอกแล้วดูหยิ่ง เหวี่ยง วีนเพื่อนอยู่บ่อยๆ แต่ B ก็มีความเคารพเราเสมอค่ะ ในตอนแรกเราสองคนคุยกันและสนิทสนมกันแบบพี่น้อง แต่พอคุยไปกันเรื่อยๆเราก็มีความรู้สึกดีๆต่อกันจากนั้นเราเลยตัดสินใจคบกันค่ะ

               ในช่วงสองเดือนแรกมันเป็นอะไรที่ดีมากค่ะ เหมือนเป็นโปรโมชั่นเลย B ไปญี่ปุ่นก็หอบขนมมาฝากเราจนมีหลายคนอิจฉาเราเลย B เป็นคนมีฐานะค่ะเลยมีนิสัยค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่เพราะความมีฐานะทางครอบครัวของ B เกิดปัญหาบ่อยๆ ซึ่ง B ก็มาระบายให้เราเสมอ เราสองคนก็รักกันเอาใจใส่กันเป็นอย่างดี แต่พอผ่านพ้นช่วงโปรโมชั่น B ก็เริ่มหมางเมินเราจนเรารู้สึกได้ 4 เดือนผ่านไป B ไลน์มาบอกเลิกเรา ตอนนั้นเราอยู่โรงเรียนนี่แหละ แต่พอเย็นก่อนกลับบ้าน B ก็มาขอโทษเรา และง้อเราให้กลับมาคบกันเหมือนเดิม ซึ่งเราก็ใจอ่อนกลับไปค่ะ (ก็เลิกไปไม่กี่ชั่วโมงเอง)

               B เคยมีคบหาพูดคุยกับผู้ชายนะคะ ก่อนที่จะคบกับเรา และพอเป็นแฟนกับเราก็ไม่วายที่จะเหวี่ยงวีนเราเสมอ ข่มเราค่อนข้างบ่อย ห้ามโน่นห้ามนี่ ซึ่งเราก็ยอมเพราะว่ารักนั่นแหละ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราไปนั่งกินน้ำปั่นกับ B และเพื่อนของ B สามคน B กับเพื่อนก็หันหันไปมองผู้ชายโต๊ะนึงแล้วก็ซุบซิบๆกันว่าหล่อเนอะ โดยที่ไม่สนใจเลยว่าเราซึ่งเป็นแฟนยังนั่งอยู่ตรงนี้นะ เราโกรธมากเลยลุกจากโต๊ะจะกลับแต่ B ก็ตามมาขอโทษและเราก็ให้อภัยแน่นอน และมีเหตุการณ์นึงซึ่งเจ็บมาก วันนั้นคือช่วงปลายเดือน ก.พ. 57 เป็นสอบวันสุดท้ายของ ม.6 ซึ่งเราก็จะจบแล้วแต่ยังไม่ถึงวันปัจฉิม B เป็นคนที่ชอบเช็คไลน์เราเราเลยขอเช็คไลน์ B บ้างสิ B ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอกจะดูไปทำไม แต่เราก็เอามาเช็คจนได้ B ก็ดูร่นๆเอาแต่พูดว่าไม่มีอะไรหรอก ใช่เราหาอะไรไม่เจอจริงๆ แต่เราไปเอะใจกับไลน์อันนึงเป็นเพื่อนของ B นี่แหละ เราก็กดเข้าไปดู ไล่ดูไปเรื่อยๆ แล้วเห็นรูปๆนึงที่ B ถ่ายกับผู้ชายคนนึงเพื่อนห้องเดียวกับ B รูปนั้นเป็นรูปที่ B ถ่ายลง IG ในวันคริสมาสต์ ปี 56 วันนั้นเราพาเพื่อนเราไปหาหมอเลยไม่ได้อยู่กับ B ข้อความในไลน์ที่ B คุยกับเพื่อนคนนั้นคือ "ตอนกิ๊กกับผู้ชายคนนี้อยู่ไม่มีใครรู้และเราก็ไม่รู้" เราทั้งช็อคและเสียใจมากเพราะเราซื่อสัตย์กับ B เสมอและไม่เคยนอกใจเลยสักครั้ง B ก็ขอโทษขอโพยเราและบอกว่าตอนนี้ไม่ได้อะไรกันแล้ว เราก็แม่พระดีใจเหลือเกินให้โอกาส B และหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก

              หลังจากจบ ม.6 เราก็รอแอดเพื่อที่จะขึ้นมหาลัย B อยากให้เราไปเรียนมหาลัยนึงทางภาคเหนือเพราะว่าอยากไปอยู่ด้วยกัน แต่เราเช็คคะแนนแล้วคะแนนโอเน็ตอิ้งเราไม่ถึง B ก็ต่อว่าเราว่าทำไมตอนสอบไม่ตั้งใจ เรานี่เหมือนลูกหมาหงอยเลย และช่วงก่อนจะประกาศผลแอดเราก็ไปดูคอนเสิร์ต ศลป.เกาหลี B ก็ค่อยเอาแต่ไลน์มาถามเราว่า สนุกมากมั้ย? เสร็จรึยัง? เมื่อไหร่จะกลับ? แทนที่เราจะได้ดูอย่างสนุกสนาน เรากลับต้องมากังวลเพราะ B พอถึงวันประกาศผลแอดมิชชั่น เราได้มหาลัยหนึ่งที่อยู่ติดทะเลค่ะ พ่อแม่และครอบครัวของเราดีใจมากแต่ B กลับไม่ดีใจด้วยเลย แต่ปังสุดคือเราติดที่เดียวกับแฟนเก่าเรา(เป็นผู้หญิง) คณะเดียวกัน เอกเดียวกันอีกต่างหาก แถมอยู่หอเดียวกันเดียว (แต่คนละชั้นคนละห้อง) B ก็ระแวงเรามากกลัวว่าเราจะกลับไปคบกับแฟนเก่าอีกแต่เราก็บอกเสมอว่าไม่มีอะไรเลย เลิกกันนานแล้วและเป็นแค่เพื่อนกัน จากนนั้น B ก็ขอรหัสทวิต เฟชบุ๊ค ถ้าขอรหัสไลน์ด้วยนี่เราคงไม่ไหว พอเข้ามหาลัยเราก็ต้องทำกิจกรรมจนดึกซึ่งแน่นอนเรากับ B มีเวลาไม่ตรงกัน มันเลยทำให้เราทะเลาะกันบ่อยมากจนเราเองก็เริ่มไม่ไหวเลยขอเลิก B บอกว่าอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเรา และขู่เราว่าถ้าเราเลิกกันจะฆ่าตัวตาย เราเองไม่อยากให้ใครมาตายเพราะเรา เราจึงเลือกที่จะรักษาชีวิตแฟนตัวเองเอาไว้ และ B ก็สัญญาว่าจะพยายามเข้าใจเรา หลังจากนั้นเราสองคนก็ประคองรักมาด้วยกันเรื่อยๆ เราไปหา B ทุกครั้งที่มีโอกาส เราสองคนดูเข้าใจกันและไม่ได้รู้สึกว่าความห่างไกลเป็นอุปสรรคเลย

              จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนของความรักของเราสองคน B เรียนจบ ม.5 ช่วงต้นปี 58 เราก็ได้แนะนำ B ว่ามาเรียนพิเศษที่กรุงเทพฯสิ (เพราะตอนเราจบม.5 เราก็เคยเข้ามาเรียนพิเศษที่กรุงเทพฯกับเพื่อน) เวลาเราไปหา B จะได้ไม่ไกลกันมาก B ก็มาเรียน และ B ก็เปลี่ยนไป B เคยมีกฏข้อห้ามเราหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ห้ามใส่กางเกงขาสั้นเวลาไปหา ห้ามแต่งหน้า(อันนั้นลดย่อนลงมาคือเวลาไปหาแต่งได้แต่ห้ามแรง) ห้ามทาเล็บ ห้ามกินเหล้า ห้ามเที่ยวกลางคืน ห้ามนอนดึก ห้ามๆๆๆๆๆๆ แต่ B กลับทำทุกอย่างที่เคยห้ามเรา จากที่เป็นเด็กเรียบร้อย ก็กลับห้องดึกและกินเหล้า หลงแสงสีเสียงไปหมด เราทะเลาะกัน และ B ก็ขอโอกาสเพื่อปรับปรุงตัว เราก็โอเคให้โอกาส แล้วสงกรานต์เรากลับบ้านและนัดกับ B ว่าวันที่ 15 เราจะไปเล่นสงกรานต์ด้วยกันที่สีลม แต่ B เปลี่ยน บอกว่าจะไป RCA กับเพื่อนและชวนเราไป แต่เราไม่ไปเพราะหนึ่งเลยไม่มีตังค์ สองคืออยากอายุ ครบ 20 แล้วก็เที่ยวแบบสบายใจไปเลย พอไปถึงคอนโดของ B เราก็นั่งมอง B แต่งหน้าและดูตื่นเต้นกับกับไปเล่นน้ำสงกรานต์ครั้งนี้มาก ใส่เสื้อแขนกุดบางๆข้างในก็เป็นบิกีนี่สีแวบวาบ กับกางเกงสั้นๆ เราจ้องอยู่อย่างนั้นและถามว่าตกลงจะไปจริงๆใช่มั้ย? B ตอบว่าใช่จะไป และก็ไปทิ้งให้เรานอนร้องไห้อยู่เดียวในห้อง อุตส่าห์สละเวลามาจากครอบครัวหวังว่าจะได้มาอยู่กับแฟน และด้วยความที่ทนไม่ไหว พอ B กลับมาเราก็เปิดฉากทะเลาะกันเลย และก็บอกเลิกและจะไปนอนกับเพื่อนที่รังสิต แต่ตอนนั้นก็ดึกและระยะทางไกลพอสมควร เพื่อนเราเป็นห่วงกลัวจะอันตรายเลยบอกว่าอย่าพึ่งมาเลย เราเลยต้องนอนคอนโด B รุ่งเช้าเรากำลังจะกลับมหาลัย B ก็ร้องไห้ขอโทษและขอโอกาสอีกครั้งเราก็ยังใจอ่อนและให้เป็นครั้งสุดท้าย จากนันเราก็เดินกลับมหาลัย

               พอถึงช่วงภาคปลายภาคของมหาลัย B ขึ้น ม.6 เราสองคนห่างกันแบบมากๆ โอกาสที่เคยขอเราไว้ B กลับไม่เคยทำให้มันดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว เราไม่ไหวแล้วเลยตัดสินใจบอกเลิกเลยดีกว่า แต่ B ก็ไม่มีท่าทีว่าจะรั้งเราเลยแม้แต่น้อย จบกันกับ 1 ปี 8 เดือนที่คบกันมา ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เหี้_มาก แต่เราก็ยังรอด F โชคดีเหลือเกิน หลังจากที่เลิกกันกันได้สักพัก B ก็ขอโอกาส แต่เรายืนยันว่าพอแล้วเป็นพี่น้องกันมีอะไรปรึกษากันได้ และมีอยู่วันนึง B ทักไลน์มาหาเราและเหมือนมีปัญหาเราก็บอกว่าอยากระบายก็พูดมาสรุปว่าเป็นเรื่องเกี่ยวความรัก อะไรคือกันที่เลิกกันไม่ถึงเดือน B สามารถเสียใจเรื่องคนอื่นที่ไม่ใช่เราได้แล้ว เราเสียใจมากถึงขั้นต้องไปกินเหล้าย้อมใจกันเลยทีเดียว

               หลังจากนั้นเรากับ B ก็ไม่ได้คุยเลยเป็นพักใหญ่ๆ เราก็เริ่มโอเคเริ่มทำใจได้แล้ว จู่ๆ B ก็โทรมาหาเราและบอกว่าคุณแม่เข้าโรงพยาบาล และที่บ้านมีปัญหาหนักมาก เราก็ยินดีให้คำปรึกษา เราเองก็ค่อยถามว่าเป็นยังไงบ้าง ที่บ้านดีขึ้นมั้ย และตอนนั้นมันก็ทำให้เรารู้เลยว่าเรายังรัก B และลืม B ได้ยากแน่ๆ วันหนึ่งเราก็เข้า IG เราตามปกติ เราก็เห็นว่า B ลบรูปที่มีเราออกไปหมดแล้ว และเห็นว่าทั้งทั้งเฟสและไอจีของ B กำลังดูอินเลิฟ เราเลยทักไลน์ไปถามว่าลบรูปทำไม B ตอบว่าก็ไม่รู้ทำไม่ เราเลยถามอีกว่ามีคนใหม่แล้วใช่มั้ย B ตอบใช่ เราก็พยายามง้ออยากไปเหมือนเดิม แต่ B บอกว่าไม่อยากกลับไปแล้ว คนใหม่ดีมากจนไม่อยากกลับมาหาหาเรา ไม่รักเราแล้ว และรำคาญเรา ซึ่งคำพูดเหล่านั้นทำให้เราเสียใจ โกรธ และเกลียด B มาก หลังจากนั้น B ก็บล็อคเฟสเรา เราก็บล็อคไลน์ B และลบไลน์ ลบรูปทั้งในไอจี ในเฟส ในมือถือ และในคอมฯ นั่งไล่ลบแม้กระทั่งคอมเม้นทั้งหมดของ B ด้วย

               เรารู้สึกโกรธแค้นมากว่าทำไมคนที่ทำเราเจ็บทำเราเสียใจถึงได้มีความสุข ไม่ได้รู้สึกสำนึกในสิ่งที่ทำกับเราเลยแม้แต่น้อย เราเริ่มพ่นคำเหน็บแนม B บนเฟสบุ๊คและมั่นใจว่า B ต้องเห็นเพราะเพื่อน B ต้องแคปไปให้ B อ่านแน่นอน จนกระทั่งเพื่อน B คือ J (นามสมมติ) ทักไลน์มามาถามเราว่า ทำไมเราถึงว่า B แบบนั้น เราก็เล่าๆๆๆ และบอกว่าระหว่างที่ B คบกับเรา B ก็นอกใจเรา J ก็ปกป้องเพื่อนว่าหนูว่า B ไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก เราเลยเล่าหตุการณ์วันคริสมาสต์ให้ฟังแล้วก็ถาม J ว่า รู้มั้ยว่า ผู้ชายคนนั้นคือใคร [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เรายังไม่ทันบอกชื่อ J ก็เอาไลน์ให้ B อ่านและ B โทรมาหาเราต่อว่าเรา และถามว่าอยากให้เพื่อนแตกกันหรอ เราตอบว่าใช่ (แต่คิดว่าถ้าน้อง J คงจะรู้แล้วละว่าเพื่อนที่ตัวเองไว้ใจเป็นคนยังไง เราสงสารน้อง J มาก) เราคุยกับ B และขอให้กลับมา B บอกว่าเป็นได้แค่พี่น้อง และขอโทษที่เคยทำเราเสียใจ แต่คำขอโทษมันไม่ได้ดูจริงใจเลยสักนิดเดียว เราก็เลยรู้สึกว่าโอเค พอแล้วละกับผู้หญิงแบบนี้แบบนั้น ซึ่งตอนนี้เลิกกันได้เกือบ 3 เดือนแล้ว เราเองรู้สึกว่าระหว่างที่ B คบกับเรา B ยังมีความสนใจผู้ชายอยู่เสมอ ถามว่าล้วเราละ เราก็สนแต่เราก็ไม่คิดอะไรมากเพราะเรามีแฟนอยู่แล้ว

               สุดท้ายเราก็อยากจะบอกว่าว่าไม่ว่าเพศไหนจะคบกันก็ไม่ผิด และเราก็ไม่แอนตี้เพศที่สาม แต่ความรักที่ผิดหวังบางทีมันก็เป็นแค่บททดสอบหนึ่งของชีวิต เราเองหวังว่าสักวันเราจะเจอคนที่ดีกับเราจริงๆ และกรรมจะตามสนองคนทำร้ายจิตใจเราในสักวัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่