
สวัสดีครับเพื่อนๆพันทิปทุกคน _/\_ มาอ่านๆกระทู้ของหลายๆคนในแท๊กนี้ ไปเจอมาอยู่ 2-3 กระทู้ล่ะหล่ะที่เล่าเกี่ยวกับผีกะ หรือผีปอปทางภาค
อีสาน บอกก่อนว่า จขกท.เป็นคนเหนือนะครับ เหนือตอนล่าง จ.ที่มีความหมายว่ารุ่งอรุณแห่งความสุขนะครับ (โห่ยยย !! ไม่บอกชื่อจังหวัดไปเลยล่ะ 555)
นึกๆขึ้นได้ว่าตัว จขกท.เองก็เคยเจอกับพวกสิ่งเหล่านี้มาเหมือนกัน แม้ว่ามันไม่ชัดเจนหรือแบบงงๆว่าจริงหรือไม่จริง แต่เหตุการณ์มันสอดคล้องกันอย่างน่า
แปลกใจเลยหล่ะครับ ทุกวันนี้ จขกท.เองก็ยังรู้สึกผิดไม่น้อย แบบรู้สึกผิดเชิงไม่น่าจะทำ ไม่น่าเข้าไปยุ่ง แต่ทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นแล้ว แล้วมันก็เกิดขึ้นกับ
ครอบครัว จขกท.เองด้วย เอาเป็นว่ามาเริ่มกันเลยนะครับ
ปล. ผมจำช่วงปีไม่ได้ แต่น่าจะซัก 3-4 ปีที่แล้ว หรืออาจเกิน แต่จำได้ว่า จขกท.เอง อยู่ประมาณ ม. 4-5 ตอนนี้จบ ป.ตรีแล้ว
เป็นความเชื่อนะครับ ทุกวันนี้ จขกท.ก็ไม่ค่อยเขื่อไรพวกนี้หรอก ลืมๆมันไปด้วยซ้ำ บวชแล้ว ซึ้งคำพระศาสนาแล้ว เรื่องพวกนี้มันเลยดูปัญญาอ่อนไปเลย
ถามว่ากลัวไม๊? ตอบเลยมากกกกกก ทำใจกว่าจะมาเล่าได้นี่ลำบากเลยล่ะ 555555"
เริ่ม.... ซักประมาณ 3-4 ปีที่แล้วตอนนี้จำได้ทุกอย่างว่าเหตุการณ์มันเริ่มขึ้นจากปู่ จขกท.ป่วย ซึ่งก็เป็นปกติที่คนอายุ 73 จะไม่แข็งแรง เข้าออหโรงพยาบาล
บ่อยๆ เนื่องจากความดันสูง และโรคอื่นๆที่ตามมา แต่ปู่ผมไม่เป็นโลหิตจาง ภาวะขาดเลือด หรือการทำงานของเม็ดเลือดผิดปกติเลยนะครับตั้งแต่สมัยปู่ผม
ยังหนุ่มจนถึงก่อนจากไป มีอยู่วันนึงปู่ผมล้มแล้วก็ทำให้ครั้งนี้ปู่ผมจากดีๆเดินเหินสะดวกกลายเป็นลุกนั่งลำบาก ไปไหนมาไหนไม่สะดวก นั่งอยู่แค่หน้าบ้าน
ไม่ได้รับอากาศหรือพบปะผู้คนมากมายเลยทำให้ไม่สดชื่น กลายเป็นว่าหลังจากที่ล้มก็ดูโทรมๆจนต้องเข้ารักษา เช็คอาการที่โรงพยาบาล หมอลงความเห็น
ว่าต้องนอนรอดูอาการ เจาะเลือด เอ๊กซเรย์ ให้น้ำเกลือ กายภาพอะไรก็ว่าไป จนคนที่แถวบ้านรู้ก็พากันมาเยี่ยม บ้านนอกหน่ะครับ พี่น้องเพื่อนบ้านรักกัน
ญาติกันนี่ทั้งอำเภอมั้ง 55555 ปู่ผมก็นอนจากคืนนึง เป็นสอง เป็นสาม ไปเรื่อยๆจนเป็นเดือนคล้ายๆจะเดือนนิดๆนี่ล่ะครับผมอยู่เฝ้าปู่ที่โรงพยาบาลก็คุย
โทรศัพท์กับแฟนไปอะไรไปแก้เหงาไป555 วันนั้นมีคนในซอยบ้านปู่มาเยี่ยมบ้านแกอยู่ท้ายซอยเป็นผู้หญิงอายุก็ซัก 60 เกือบ 70 ได้แหละครับ ผมก็เคารพนะ
นับถือกันเป็นป้า เป็นย่า ย่าแกก็ใจดีไปไหนมาไหนก็ทักทายดีนะครับมาเยี่ยมปู่ถามไถ่เป็นไง พอป้าแกกลับไปได้ 2-3 วันปู่ก็เริ่มซีด หมอก็ขอตรวจเลือดทั้งที่
ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีลักษณะซีด ภาวะเลือดจางไรเลยนะครับ หรือว่าแบบแก่แล้วแล้วป่วยเลยทำให้ซีด การทำงานของระบบเลือดผิดปกติผมคิดอย่างนั้น
มากกว่า จนผลเลือดออกมาเป็นว่าปู่ผมเลือดทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางทั้งๆที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อนว่าครอบครัวเป็นหรืออะไรนะครับ ก็ต้องให้
เลือดเป็นตามแผนการรักษา อาการปู่ก็ไม่ได้ดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเดิมทรงตัวเรื่อยๆ นอนทั้งวัน ไม่ลูกไปไหน นั่งวิลแชร์ไปข้างนอกบ้างบางวันเป็นปกติ จนพ่อผม
ป้าผม อาผมลงความเห็นว่าก็ย้ายโรงพยาบาลเถอะไปรักษาโรงพยาบาลแถวบ้านแทนจะได้ดูแลกันสะดวก เพราะปู่ผมรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเอกชนที่
พิษณุโลกซึ่งที่จังหวัดผมไม่มีโรงพยาบาลเอกชน เดินทางไปมาไรจะได้สะดวก ตั้งแต่ปู่ผมป่วยก็ไม่ค่อยได้มีใครมาเฝ้าต่างคนต่างทำงาน ป้าก็แก่ล่ะดูแลกันไม่
ทั่วถึง บางวันหลายวันเลยหล่ะต้องจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้าแทน คิดแล้วก็สงสารปู่แหละ แต่ลูกๆก็ต้องทำงาน อีกอย่างก็สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ค่าเดินทางเป็น
พันกว่าต่อครั้งที่ไป ค่าห้องอีก ค่าจ้างพยาบาลพิเศษอีก 2 เดือนเข้าไปแล้วปู่ผมก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีกว่าเดิม ทรงตัวอยู่เรื่อยๆ จะดีก็ไม่ดี จะทรุดก็ไม่ทรุด เลย
ตัดสินใจย้ายไปโรงพยาบาลแถวบ้าน ทางโรงพยาบาลเอกชนส่งตัวมาให้นะครับ พร้อมขอห่องพิเศษแต่ว่าทางโรงพยาบาลนี่ห้องพิเศษเต็มเลยได้มานอน
ห้องรวมคืนนึง คืนที่นอนห้องรวมป้าผมไปเฝ้ากัน 2 คน ผมไม่ไปหรอก รอได้ห้องพิเศษค่อยไป ห้องรวมมันดูหดหู่มีแต่คนป่วย เชื้อโรคอีก 5555 คืนนั้นป้าบอก
ว่าซักตี 1 พยาบาลเวรนี่หลับหมดล่ะแต่เปิดไฟห้องไว้ 55555 ป้าได้ยินเสียงคนไข้เตียงอื่นร้ิงแบบกลัวครับ ไปๆ อย่ามายุ่งกับกู ไป ร้องโอดโอยกันทั้งห้อง
ยกเว้นปู่ผม นอนหลับสนิท ไม่ตื่น เสียงแบบดังมาก จนพยาบาลเวรตื่นเปิดไฟทั้งวอร์ดญาติคนไข้อื่นไรนี่ งง หมดว่ามันทำไมเป็นงั้น แล้วทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะ
ปกติ จนบ่ายของอีกวันปู่ผมได้ห้องพิเศษล่ะ คืนนี้ผมไปเฝ้ากับน้ากับอาผมก็หลับปกติ แต่อาผมลุกมาเข้าห้องน้ำเห็นปู่นั่งอยู่บนเตียง จากคนแก่นอนมาตลอด
2 เดือนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต่อสายปัสสาวะ ใส่แพมเพิร์ส ใส่สายอาหาร นั่งอยู่บนเตียง อาผมก็ดีใจสิครับปู่อาการดีขึ้น เช้ามาก็บอกน้าทั้งบ้านก็ดีใจ ญาติพี่
น้องก็มาเยี่ยมปกติ มาอีกแล้วครับป้าคนนั้น คราวนี้ตั้งแต่ปู่ผมย้ายมาไกล้ๆมาบ่อยมาก ปู่ผมอยู่โรงพยาบาลได้ 2 อาทิตย์ก็กลับบ้านเพราะทางบ้านผม ป้า อา
เห็นว่าอาการดีขึ้นดูสดชื่นขึ้นมานิดนึง พูดคุยได้บ้าง พยักหน้าอะไรได้ ป้าคนนั้นมาเยี่ยมที่ รพ. 2 วันมาที จนออกจาก รพ. ทุกคืนปู่ผมจะนั่งเองบนเตียง บางคืน
ที่ป้าไปเฝ้า ป้าบอกว่าปู่บ่นหิวแบบเสียงชัดมาก ทั้งๆที่ใส่สายยางป้อนอาหาร ป้าผมก็ป้อนน้ำให้ แต่ปู่ก็บ่นหิวทั้งคืน เฉพาะคืนที่ป้าไปเฝ้าแหละปู่ผมจะหิว บาง
คืนเดินอออกไประเบียงหลังห้องได้ เดินเเบบปกติมาก เลยทำให้ปู่ออกจาก รพ. มารักษาตัวที่บ้านเพราะทุกคนคิดว่าดีขึ้นแล้ว กลับมาบ้านทางบ้านผมก็จะมี
เรียกขวัญ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้คนถือศีล คนเฒ่าคนแก่มาปัดรังควานให้ก็ปกติ บ้านนอกคงเข้าใจ จะได้ใจชื่นไรอย่างนี้แหละครับ กลับมาบ้านได้ 2 วัน ผมก็ไป
หาพระอาจารย์ที่นับถือ แถวบ้านแหละครับ ท่านใจดี สนิทกับผมมากช่วยเหลือตลอด ทักผมมาว่า ระวังให้ดี ผีกะมันจ้องอยู่ มันมาๆไปๆ ไปหาสากยาวตำข้าว
สมัยก่อนหน่ะครับมาวางไว้ที่ประตูทุกประตู ปิดบ้านก่อนตะวันตกดิน ปกติปู่ผมหลังจากที่กลับมาจาก รพ.จะนอนอยู่ที่โถงกลางบ้าน พอโพล้เพล้ น้า พ่อ ผม ก็
จะช่วยพยุงปู่เข้าห้อง แล้วทักคนก็จะนอนที่โถงเพื่อเฝ้าปู่กัน จนมาได้ 5 วันนี่ล่ะครับ ผมรู้สึกไม่ดี เหมือนมีเซ้นต์บอกว่าไม่ดีล่ะ บรรยากาศมันอึดอัด ปู่ผมก็
กลางคืนทีไรมีแรงทุกที เดินออกมาคุยกับพวกที่มาเฝ้าได้ทั้งๆที่กลางวันแรงจะยกมือยังไม่มี ผมก็ไปหาพระอาจารย์อีกรอบบอกว่า อาจารย์ผมรู้สึกอย่างนี้ มัน
ดูแปลกๆ เหมือนพระอาจารย์รู้แหละครับ เหมือนจะลองด้วยล่ะ วันนั้นพระอาจารย์เลยให้ทรายเสกกับน้ำมนต์มา บอกว่าทรายให้ไปโรยรอบบ้านอย่าให้ขาด
ช่วง น้ำมนต์นี่พรมให้ทั่วบ้าน ผมก็ทำตามนะ วันนั้นปู่ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ แบบสบถ ฮึ้ด ฮัด บ่อยมากเหมือนคนอารมณ์หงุดหงิด แบบปกติกลางวันจะหมดแรง
แต่วันนี้มีแรง ปัดมือ ชี้นิ้วนั่นนี่ เหมือนไม่ชอบอะไรสักอย่าง พอตกกลางคืนคืนนี้หมดแรงล่ะ แต่บ่นหิว อาผมก็เลยต้องป้อนอาหารเหลวไปให้ กว่าปู่จะหลับได้
เกือบเช้าคืนนั้นไม่มีใครหลับกันเลย ทุกคนอยู่ในสภาวะกลัว 55555" ผมคนเดียวแท้ๆ บ้านผมเป็นบ้านคนจีนนะไม่เชื่อเรื่องไรอย่างนี้หรอก พอเช้าวันรุ่งขึ้นผม
ก็มาคุยกับแม่ กับป้าๆ น้าๆ อาๆ ว่าเนี้ย พระอาจารย์บอกอย่างนี้ๆ ทุกคนเลยลงมติว่า อ่ะงั้นให้ จขกท.ไปถามว่ามีอะไร ให้ทำอะไร แล้วปู่เป็นอะไร ต่อไปจะ
เป็นใครที่โดนอีก มีอีกกี่คนที่จะโดน ทำไมต้องเป็น จขกท.ที่เข้าไปยุ่ง เพราะ พระอาจารย์จะไม่บอกใครเลยนอกจากผม อ่ะ ไหนๆก็ไหนๆล่ะ ไปก็ไป พระ
อาจารย์ก็บอกมันมาจากป้าคนนั้นแหละ ที่ผมคิดไว้ถูกแล้ว แต่มันไม่ได้อยู่ในตัวป้าคนนั้นนะ มันตามมาจากบ้าน (บ้านป้าคนนั้นเป็นพวก ลงเจ้า เข้าทรง) มัน
มาตั้งแต่อยู่ รพ.แล้วที่ป้านั่นไปเยี่ยมครั้งแรก มันเป็นผีกะ ปู่ผมหน่ะสิ้นอายุไขยไปนานแล้ว ไปตั้งแต่ไป รพ.ได้ไม่กี่วันแล้วที่อยู่มาได้เพราะไอ้ตัวนั้นแหละ ถ้าไม่
เชื่อหลังที่ปู่ผมตายศพจะเขียวๆดำๆ แล้วพระอาจารย์ก็ให้หนังเสือไฟมา 2 แผ่นเล็กๆ บอกว่า เนี้ยมายุ่งมันเอาแน่ เอานี้ไปมันจะได้ไม่กล้า หรือมันกล้า
ก็มาหาอาจารย์ อีกอันไปคล้องคอปู่แต่อย่าให้ปู่เห็น อย่าให้ปู่รู้ ผมก็กลับบ้านอย่างหวาดกลัว 5555" หลวมตัวแล้วหนอกเรา ผมก็ต้องเซฟตัวเอง
โดยการคล้องหนังเสือไฟที่พระอาจารย์ให้มา แต่ยังไม่ได้ไปคล้องให้ปู่หรอกนะ ผมก็แกล้งเข้าไปใกล้ๆ ไปกอด ไปจับมือปู่ผม ปู่ผมตาขวางใส่ ร้อนๆ ไม่ชอบ
ไป ออกไป เป็นคำที่ออกมาชัดมากจากคนแก่ป่วยใส่สายอาหารทางจมูก ทุกคนมองปู่เป็นตาเดียวแล้วบอกผมว่าออกมาๆ ไปหาน้ำให้ป้ากินหน่อยไป จังหวะ
นั้นเป็นที่รู้กันว่า ผมจะให้อาผมพยุงปู่ผมขึ้นมาให้พอสวมสร้อยที่มีหนังเสือไฟได้ แล้วผมก็แกล้งเดินไปหลังบ้าน พอจังหวะได้ผมก็รีบเดินแบบเงียบที่สุดมา
คล้องให้ปู่ เฮือก!!! ร้อน !!! ทำอะไรปู่ !!! อยากให้ปู่ตายเหรอ !!! เป็นคำที่ออกมาจากปากปู่ ชัดที่สุด เสียงแข็งที่สุด ป้าผมก็ได้แค่บอกว่า พ่อขอโทษเน้อ มัน
ต้องทำ พ่อทนเอาเน้อ เดี่ยวมันก็ไป จากคนที่มีแรงนิดหน่อยตอนนี้ทรุดเลยครับ ไม่กระดุกกระดิกเลย คอแบบปกติตั้งอยู่ได้ตอนนี้พับไปเลย คือทุกคนตกใจ
แปลกใจมาก ก็ช่วยกันพยุงปู่เข้าห้อง อ้อ ก่อนกลับพระอาจารย์บอกผมครับว่า ถ้าไม่เชื่อคืนนี้มันจะไป พรุ่งนี้ปู่ผมก็จะไม่อยู่แล้วนะ คืนนี้ต้องระวัง มันเอาใคร
ได้มันก็จะเอา (เอานี่คือ เข้า จัดการ นะครับ) อยากรู้มันจะไปทางไหนให้เอาแป้งโรย พอปู่เข้าห้องเสร็จ ทุกคนมาดูปู่เสร็จสรรพ ผมก็จัดการโรยแป้งสิครับ 555
อยากรู้นิครับ ผมก็โรยทั่วห้องปู่เเบโคตรหนาแหละ เอาให้ชัดไปเลย กลัวมาก แต่อยากรู้ 5555 ก่อนผมจะปิดห้องปู่ ปู่ผมก็เรียกผมนะ "ชื่อผม มานอนกับปู่มา
ปู่จะเล่าอะไรให้ฟัง มานอนเพื่อนปู่หน่อย" ผมก็บอกไปว่า เดี่ยวผมนอนหน้าห้องนี่หล่ะ มีอะไรก็เรียกเน้อ อยู่ตรงประตูนี่หล่ะ ผมก็ปิดห้องเรียบร้อย วิ่งด้วย
ความเร็วสูงมาโถงห้อง คินนี้ พ่อ ป้า อา น้า พี่ น้อง ผม อยู่กันครบหน้า นอนกางมุ้งนอนกัน ผมจะมีความเชื่อนะครับว่านอนในมุ้งจะปลอดภัย 55555 นิมนต์
หลวงพ่อไหนมาไว้หัวเตียงได้ก็เอาไว้แหละครับ ทุกคนกลัวกันหมด ตี 3 กว่าได้มั้ง ได้ยินเสียงไอดังมาก สักพักได้ยินเสียงโอ้ย ใครทำกู ประตูห้องปู่เปิด แล้ว
ปิดแบบเบาๆ ซึ่งทุกคนไม่หลับนะครับ รอฟังกันว่ามีอะไร มีจริงไหม แล้วก็เสียงเรียกผม เป็นระยะๆ จนเสียงหายไป พอสิ้นเสียงทุกคนก็เงียบ นอนฟังนะครับ ตี
5 ไก่ขันล่ะ ทุกคนก็ลุกไปดูปู่ที่ห้อง ช๊อคสิครับ รอยเท้าเต็มไปหมดทั้งๆที่ไม่มีใครเดินเข้าห้องปู่เลยดูจากรอยจะสังเกตได้ว่า รอยแรกจะอยุ่ที่ปลายเตียง แล้ว
เดินๆออกมาตรงประตู มีรอยเเป้งเป็นรอยเท้าเดินวนๆอยู่หน้าห้อง แล้วมีร้อยเท้าแบบเดินสวนทางไปทางหน้าต่าง หน้าต่างถูกเปิดทิ้งไว้ ทั้งๆที่ลงกลอน ใส่ไม่
ขัดหูจับไว้แล้ว แล้วปู่ผมก็นิ่งไป เลือดออกปาก ออกจมูก สายอาหารถูกดึงออกมากจากจมูก ทุกคนร้องไห้กัน สิ้นเเล้วร่มแก้ว ร่มฉัตรตระกูล ผมก็กราบปู่นะ
ครับว่า สิ้นเวรสิ้นกรรมแล้วนะปู่ ไอ้ที่ไม่ใช่ปู่มันไปแล้ว อโสิกรรมให้ผมด้วยอะไรก็ว่าไป ผ่านไปซักชั่วโมงนึง ตอนนั้น 6 โมงครึ่ง ปู่ผม ช้ำ เขียว เล็บนี่ดำเลย
ครับ แปลกมาก จนชาวบ้าน ญาติพี่น้องมาถามผม ผมก็บอกไปว่าอย่างนี้นะๆหลังจากที่เสร็จธุระเอาปู่เข้าโลงแล้ว ผมก็ไปหาพระอาจารย์อีกรอบ ไปถามแหละ
ครับ โดนชาวบ้านยุมาว่าต่อไปเป็นใคร พระอาจารย์ก็บอกว่า หลังเผาศพปู่อีก 2 วันข้างบ้านทางตะวันตกจะเป็นคนต่อไป แล้วนับอีกหลังจากเผายายข้างบ้าน
ไปอีก 3 หลัง อีก 4 ศพแหละ ถ้าผมจำไม่ผิดมันก็หยุด ตอนนั้นผมนี่ป๊อปมาก 5555 ชาวบ้านเรียกผมนะ อาจารย์ๆ ผมอยากเป็นไม๊ถามก่อน 5555 พระอาจารย์
บอกว่ามันไม่หยุด มันรอผมดวงตก อย่าทิ้งหนังเสือที่อาจารย์ให้ไว้ ถ้าปล่อยเมื่อไหร่ มันเอาแน่ มันแค้น แต่ผมก็ไม่เจออะไร นอกจากเหตุการณ์แปลกๆ 2-3
อย่างในงานศพปู่ เป็นที่น่าสังเกตว่า 9 คืนที่จัดงานป้าคนนั้นแกไม่มาเลย แค่ผ่านหน้างานยังไม่ผ่าน ตอนนี้เจอผมไม่ทักไม่ทายผมเลยซักอย่าง เฮือกกกก

พิมพ์ไปน้ำตาคลอไป คิดถึงปู่นะครับ
เรื่องของปู่ซัก 4-5 ปีที่แล้วววว
อีสาน บอกก่อนว่า จขกท.เป็นคนเหนือนะครับ เหนือตอนล่าง จ.ที่มีความหมายว่ารุ่งอรุณแห่งความสุขนะครับ (โห่ยยย !! ไม่บอกชื่อจังหวัดไปเลยล่ะ 555)
นึกๆขึ้นได้ว่าตัว จขกท.เองก็เคยเจอกับพวกสิ่งเหล่านี้มาเหมือนกัน แม้ว่ามันไม่ชัดเจนหรือแบบงงๆว่าจริงหรือไม่จริง แต่เหตุการณ์มันสอดคล้องกันอย่างน่า
แปลกใจเลยหล่ะครับ ทุกวันนี้ จขกท.เองก็ยังรู้สึกผิดไม่น้อย แบบรู้สึกผิดเชิงไม่น่าจะทำ ไม่น่าเข้าไปยุ่ง แต่ทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นแล้ว แล้วมันก็เกิดขึ้นกับ
ครอบครัว จขกท.เองด้วย เอาเป็นว่ามาเริ่มกันเลยนะครับ
ปล. ผมจำช่วงปีไม่ได้ แต่น่าจะซัก 3-4 ปีที่แล้ว หรืออาจเกิน แต่จำได้ว่า จขกท.เอง อยู่ประมาณ ม. 4-5 ตอนนี้จบ ป.ตรีแล้ว
เป็นความเชื่อนะครับ ทุกวันนี้ จขกท.ก็ไม่ค่อยเขื่อไรพวกนี้หรอก ลืมๆมันไปด้วยซ้ำ บวชแล้ว ซึ้งคำพระศาสนาแล้ว เรื่องพวกนี้มันเลยดูปัญญาอ่อนไปเลย
ถามว่ากลัวไม๊? ตอบเลยมากกกกกก ทำใจกว่าจะมาเล่าได้นี่ลำบากเลยล่ะ 555555"
เริ่ม.... ซักประมาณ 3-4 ปีที่แล้วตอนนี้จำได้ทุกอย่างว่าเหตุการณ์มันเริ่มขึ้นจากปู่ จขกท.ป่วย ซึ่งก็เป็นปกติที่คนอายุ 73 จะไม่แข็งแรง เข้าออหโรงพยาบาล
บ่อยๆ เนื่องจากความดันสูง และโรคอื่นๆที่ตามมา แต่ปู่ผมไม่เป็นโลหิตจาง ภาวะขาดเลือด หรือการทำงานของเม็ดเลือดผิดปกติเลยนะครับตั้งแต่สมัยปู่ผม
ยังหนุ่มจนถึงก่อนจากไป มีอยู่วันนึงปู่ผมล้มแล้วก็ทำให้ครั้งนี้ปู่ผมจากดีๆเดินเหินสะดวกกลายเป็นลุกนั่งลำบาก ไปไหนมาไหนไม่สะดวก นั่งอยู่แค่หน้าบ้าน
ไม่ได้รับอากาศหรือพบปะผู้คนมากมายเลยทำให้ไม่สดชื่น กลายเป็นว่าหลังจากที่ล้มก็ดูโทรมๆจนต้องเข้ารักษา เช็คอาการที่โรงพยาบาล หมอลงความเห็น
ว่าต้องนอนรอดูอาการ เจาะเลือด เอ๊กซเรย์ ให้น้ำเกลือ กายภาพอะไรก็ว่าไป จนคนที่แถวบ้านรู้ก็พากันมาเยี่ยม บ้านนอกหน่ะครับ พี่น้องเพื่อนบ้านรักกัน
ญาติกันนี่ทั้งอำเภอมั้ง 55555 ปู่ผมก็นอนจากคืนนึง เป็นสอง เป็นสาม ไปเรื่อยๆจนเป็นเดือนคล้ายๆจะเดือนนิดๆนี่ล่ะครับผมอยู่เฝ้าปู่ที่โรงพยาบาลก็คุย
โทรศัพท์กับแฟนไปอะไรไปแก้เหงาไป555 วันนั้นมีคนในซอยบ้านปู่มาเยี่ยมบ้านแกอยู่ท้ายซอยเป็นผู้หญิงอายุก็ซัก 60 เกือบ 70 ได้แหละครับ ผมก็เคารพนะ
นับถือกันเป็นป้า เป็นย่า ย่าแกก็ใจดีไปไหนมาไหนก็ทักทายดีนะครับมาเยี่ยมปู่ถามไถ่เป็นไง พอป้าแกกลับไปได้ 2-3 วันปู่ก็เริ่มซีด หมอก็ขอตรวจเลือดทั้งที่
ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีลักษณะซีด ภาวะเลือดจางไรเลยนะครับ หรือว่าแบบแก่แล้วแล้วป่วยเลยทำให้ซีด การทำงานของระบบเลือดผิดปกติผมคิดอย่างนั้น
มากกว่า จนผลเลือดออกมาเป็นว่าปู่ผมเลือดทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางทั้งๆที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อนว่าครอบครัวเป็นหรืออะไรนะครับ ก็ต้องให้
เลือดเป็นตามแผนการรักษา อาการปู่ก็ไม่ได้ดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเดิมทรงตัวเรื่อยๆ นอนทั้งวัน ไม่ลูกไปไหน นั่งวิลแชร์ไปข้างนอกบ้างบางวันเป็นปกติ จนพ่อผม
ป้าผม อาผมลงความเห็นว่าก็ย้ายโรงพยาบาลเถอะไปรักษาโรงพยาบาลแถวบ้านแทนจะได้ดูแลกันสะดวก เพราะปู่ผมรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเอกชนที่
พิษณุโลกซึ่งที่จังหวัดผมไม่มีโรงพยาบาลเอกชน เดินทางไปมาไรจะได้สะดวก ตั้งแต่ปู่ผมป่วยก็ไม่ค่อยได้มีใครมาเฝ้าต่างคนต่างทำงาน ป้าก็แก่ล่ะดูแลกันไม่
ทั่วถึง บางวันหลายวันเลยหล่ะต้องจ้างพยาบาลพิเศษมาเฝ้าแทน คิดแล้วก็สงสารปู่แหละ แต่ลูกๆก็ต้องทำงาน อีกอย่างก็สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ค่าเดินทางเป็น
พันกว่าต่อครั้งที่ไป ค่าห้องอีก ค่าจ้างพยาบาลพิเศษอีก 2 เดือนเข้าไปแล้วปู่ผมก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีกว่าเดิม ทรงตัวอยู่เรื่อยๆ จะดีก็ไม่ดี จะทรุดก็ไม่ทรุด เลย
ตัดสินใจย้ายไปโรงพยาบาลแถวบ้าน ทางโรงพยาบาลเอกชนส่งตัวมาให้นะครับ พร้อมขอห่องพิเศษแต่ว่าทางโรงพยาบาลนี่ห้องพิเศษเต็มเลยได้มานอน
ห้องรวมคืนนึง คืนที่นอนห้องรวมป้าผมไปเฝ้ากัน 2 คน ผมไม่ไปหรอก รอได้ห้องพิเศษค่อยไป ห้องรวมมันดูหดหู่มีแต่คนป่วย เชื้อโรคอีก 5555 คืนนั้นป้าบอก
ว่าซักตี 1 พยาบาลเวรนี่หลับหมดล่ะแต่เปิดไฟห้องไว้ 55555 ป้าได้ยินเสียงคนไข้เตียงอื่นร้ิงแบบกลัวครับ ไปๆ อย่ามายุ่งกับกู ไป ร้องโอดโอยกันทั้งห้อง
ยกเว้นปู่ผม นอนหลับสนิท ไม่ตื่น เสียงแบบดังมาก จนพยาบาลเวรตื่นเปิดไฟทั้งวอร์ดญาติคนไข้อื่นไรนี่ งง หมดว่ามันทำไมเป็นงั้น แล้วทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะ
ปกติ จนบ่ายของอีกวันปู่ผมได้ห้องพิเศษล่ะ คืนนี้ผมไปเฝ้ากับน้ากับอาผมก็หลับปกติ แต่อาผมลุกมาเข้าห้องน้ำเห็นปู่นั่งอยู่บนเตียง จากคนแก่นอนมาตลอด
2 เดือนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต่อสายปัสสาวะ ใส่แพมเพิร์ส ใส่สายอาหาร นั่งอยู่บนเตียง อาผมก็ดีใจสิครับปู่อาการดีขึ้น เช้ามาก็บอกน้าทั้งบ้านก็ดีใจ ญาติพี่
น้องก็มาเยี่ยมปกติ มาอีกแล้วครับป้าคนนั้น คราวนี้ตั้งแต่ปู่ผมย้ายมาไกล้ๆมาบ่อยมาก ปู่ผมอยู่โรงพยาบาลได้ 2 อาทิตย์ก็กลับบ้านเพราะทางบ้านผม ป้า อา
เห็นว่าอาการดีขึ้นดูสดชื่นขึ้นมานิดนึง พูดคุยได้บ้าง พยักหน้าอะไรได้ ป้าคนนั้นมาเยี่ยมที่ รพ. 2 วันมาที จนออกจาก รพ. ทุกคืนปู่ผมจะนั่งเองบนเตียง บางคืน
ที่ป้าไปเฝ้า ป้าบอกว่าปู่บ่นหิวแบบเสียงชัดมาก ทั้งๆที่ใส่สายยางป้อนอาหาร ป้าผมก็ป้อนน้ำให้ แต่ปู่ก็บ่นหิวทั้งคืน เฉพาะคืนที่ป้าไปเฝ้าแหละปู่ผมจะหิว บาง
คืนเดินอออกไประเบียงหลังห้องได้ เดินเเบบปกติมาก เลยทำให้ปู่ออกจาก รพ. มารักษาตัวที่บ้านเพราะทุกคนคิดว่าดีขึ้นแล้ว กลับมาบ้านทางบ้านผมก็จะมี
เรียกขวัญ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้คนถือศีล คนเฒ่าคนแก่มาปัดรังควานให้ก็ปกติ บ้านนอกคงเข้าใจ จะได้ใจชื่นไรอย่างนี้แหละครับ กลับมาบ้านได้ 2 วัน ผมก็ไป
หาพระอาจารย์ที่นับถือ แถวบ้านแหละครับ ท่านใจดี สนิทกับผมมากช่วยเหลือตลอด ทักผมมาว่า ระวังให้ดี ผีกะมันจ้องอยู่ มันมาๆไปๆ ไปหาสากยาวตำข้าว
สมัยก่อนหน่ะครับมาวางไว้ที่ประตูทุกประตู ปิดบ้านก่อนตะวันตกดิน ปกติปู่ผมหลังจากที่กลับมาจาก รพ.จะนอนอยู่ที่โถงกลางบ้าน พอโพล้เพล้ น้า พ่อ ผม ก็
จะช่วยพยุงปู่เข้าห้อง แล้วทักคนก็จะนอนที่โถงเพื่อเฝ้าปู่กัน จนมาได้ 5 วันนี่ล่ะครับ ผมรู้สึกไม่ดี เหมือนมีเซ้นต์บอกว่าไม่ดีล่ะ บรรยากาศมันอึดอัด ปู่ผมก็
กลางคืนทีไรมีแรงทุกที เดินออกมาคุยกับพวกที่มาเฝ้าได้ทั้งๆที่กลางวันแรงจะยกมือยังไม่มี ผมก็ไปหาพระอาจารย์อีกรอบบอกว่า อาจารย์ผมรู้สึกอย่างนี้ มัน
ดูแปลกๆ เหมือนพระอาจารย์รู้แหละครับ เหมือนจะลองด้วยล่ะ วันนั้นพระอาจารย์เลยให้ทรายเสกกับน้ำมนต์มา บอกว่าทรายให้ไปโรยรอบบ้านอย่าให้ขาด
ช่วง น้ำมนต์นี่พรมให้ทั่วบ้าน ผมก็ทำตามนะ วันนั้นปู่ผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ แบบสบถ ฮึ้ด ฮัด บ่อยมากเหมือนคนอารมณ์หงุดหงิด แบบปกติกลางวันจะหมดแรง
แต่วันนี้มีแรง ปัดมือ ชี้นิ้วนั่นนี่ เหมือนไม่ชอบอะไรสักอย่าง พอตกกลางคืนคืนนี้หมดแรงล่ะ แต่บ่นหิว อาผมก็เลยต้องป้อนอาหารเหลวไปให้ กว่าปู่จะหลับได้
เกือบเช้าคืนนั้นไม่มีใครหลับกันเลย ทุกคนอยู่ในสภาวะกลัว 55555" ผมคนเดียวแท้ๆ บ้านผมเป็นบ้านคนจีนนะไม่เชื่อเรื่องไรอย่างนี้หรอก พอเช้าวันรุ่งขึ้นผม
ก็มาคุยกับแม่ กับป้าๆ น้าๆ อาๆ ว่าเนี้ย พระอาจารย์บอกอย่างนี้ๆ ทุกคนเลยลงมติว่า อ่ะงั้นให้ จขกท.ไปถามว่ามีอะไร ให้ทำอะไร แล้วปู่เป็นอะไร ต่อไปจะ
เป็นใครที่โดนอีก มีอีกกี่คนที่จะโดน ทำไมต้องเป็น จขกท.ที่เข้าไปยุ่ง เพราะ พระอาจารย์จะไม่บอกใครเลยนอกจากผม อ่ะ ไหนๆก็ไหนๆล่ะ ไปก็ไป พระ
อาจารย์ก็บอกมันมาจากป้าคนนั้นแหละ ที่ผมคิดไว้ถูกแล้ว แต่มันไม่ได้อยู่ในตัวป้าคนนั้นนะ มันตามมาจากบ้าน (บ้านป้าคนนั้นเป็นพวก ลงเจ้า เข้าทรง) มัน
มาตั้งแต่อยู่ รพ.แล้วที่ป้านั่นไปเยี่ยมครั้งแรก มันเป็นผีกะ ปู่ผมหน่ะสิ้นอายุไขยไปนานแล้ว ไปตั้งแต่ไป รพ.ได้ไม่กี่วันแล้วที่อยู่มาได้เพราะไอ้ตัวนั้นแหละ ถ้าไม่
เชื่อหลังที่ปู่ผมตายศพจะเขียวๆดำๆ แล้วพระอาจารย์ก็ให้หนังเสือไฟมา 2 แผ่นเล็กๆ บอกว่า เนี้ยมายุ่งมันเอาแน่ เอานี้ไปมันจะได้ไม่กล้า หรือมันกล้า
ก็มาหาอาจารย์ อีกอันไปคล้องคอปู่แต่อย่าให้ปู่เห็น อย่าให้ปู่รู้ ผมก็กลับบ้านอย่างหวาดกลัว 5555" หลวมตัวแล้วหนอกเรา ผมก็ต้องเซฟตัวเอง
โดยการคล้องหนังเสือไฟที่พระอาจารย์ให้มา แต่ยังไม่ได้ไปคล้องให้ปู่หรอกนะ ผมก็แกล้งเข้าไปใกล้ๆ ไปกอด ไปจับมือปู่ผม ปู่ผมตาขวางใส่ ร้อนๆ ไม่ชอบ
ไป ออกไป เป็นคำที่ออกมาชัดมากจากคนแก่ป่วยใส่สายอาหารทางจมูก ทุกคนมองปู่เป็นตาเดียวแล้วบอกผมว่าออกมาๆ ไปหาน้ำให้ป้ากินหน่อยไป จังหวะ
นั้นเป็นที่รู้กันว่า ผมจะให้อาผมพยุงปู่ผมขึ้นมาให้พอสวมสร้อยที่มีหนังเสือไฟได้ แล้วผมก็แกล้งเดินไปหลังบ้าน พอจังหวะได้ผมก็รีบเดินแบบเงียบที่สุดมา
คล้องให้ปู่ เฮือก!!! ร้อน !!! ทำอะไรปู่ !!! อยากให้ปู่ตายเหรอ !!! เป็นคำที่ออกมาจากปากปู่ ชัดที่สุด เสียงแข็งที่สุด ป้าผมก็ได้แค่บอกว่า พ่อขอโทษเน้อ มัน
ต้องทำ พ่อทนเอาเน้อ เดี่ยวมันก็ไป จากคนที่มีแรงนิดหน่อยตอนนี้ทรุดเลยครับ ไม่กระดุกกระดิกเลย คอแบบปกติตั้งอยู่ได้ตอนนี้พับไปเลย คือทุกคนตกใจ
แปลกใจมาก ก็ช่วยกันพยุงปู่เข้าห้อง อ้อ ก่อนกลับพระอาจารย์บอกผมครับว่า ถ้าไม่เชื่อคืนนี้มันจะไป พรุ่งนี้ปู่ผมก็จะไม่อยู่แล้วนะ คืนนี้ต้องระวัง มันเอาใคร
ได้มันก็จะเอา (เอานี่คือ เข้า จัดการ นะครับ) อยากรู้มันจะไปทางไหนให้เอาแป้งโรย พอปู่เข้าห้องเสร็จ ทุกคนมาดูปู่เสร็จสรรพ ผมก็จัดการโรยแป้งสิครับ 555
อยากรู้นิครับ ผมก็โรยทั่วห้องปู่เเบโคตรหนาแหละ เอาให้ชัดไปเลย กลัวมาก แต่อยากรู้ 5555 ก่อนผมจะปิดห้องปู่ ปู่ผมก็เรียกผมนะ "ชื่อผม มานอนกับปู่มา
ปู่จะเล่าอะไรให้ฟัง มานอนเพื่อนปู่หน่อย" ผมก็บอกไปว่า เดี่ยวผมนอนหน้าห้องนี่หล่ะ มีอะไรก็เรียกเน้อ อยู่ตรงประตูนี่หล่ะ ผมก็ปิดห้องเรียบร้อย วิ่งด้วย
ความเร็วสูงมาโถงห้อง คินนี้ พ่อ ป้า อา น้า พี่ น้อง ผม อยู่กันครบหน้า นอนกางมุ้งนอนกัน ผมจะมีความเชื่อนะครับว่านอนในมุ้งจะปลอดภัย 55555 นิมนต์
หลวงพ่อไหนมาไว้หัวเตียงได้ก็เอาไว้แหละครับ ทุกคนกลัวกันหมด ตี 3 กว่าได้มั้ง ได้ยินเสียงไอดังมาก สักพักได้ยินเสียงโอ้ย ใครทำกู ประตูห้องปู่เปิด แล้ว
ปิดแบบเบาๆ ซึ่งทุกคนไม่หลับนะครับ รอฟังกันว่ามีอะไร มีจริงไหม แล้วก็เสียงเรียกผม เป็นระยะๆ จนเสียงหายไป พอสิ้นเสียงทุกคนก็เงียบ นอนฟังนะครับ ตี
5 ไก่ขันล่ะ ทุกคนก็ลุกไปดูปู่ที่ห้อง ช๊อคสิครับ รอยเท้าเต็มไปหมดทั้งๆที่ไม่มีใครเดินเข้าห้องปู่เลยดูจากรอยจะสังเกตได้ว่า รอยแรกจะอยุ่ที่ปลายเตียง แล้ว
เดินๆออกมาตรงประตู มีรอยเเป้งเป็นรอยเท้าเดินวนๆอยู่หน้าห้อง แล้วมีร้อยเท้าแบบเดินสวนทางไปทางหน้าต่าง หน้าต่างถูกเปิดทิ้งไว้ ทั้งๆที่ลงกลอน ใส่ไม่
ขัดหูจับไว้แล้ว แล้วปู่ผมก็นิ่งไป เลือดออกปาก ออกจมูก สายอาหารถูกดึงออกมากจากจมูก ทุกคนร้องไห้กัน สิ้นเเล้วร่มแก้ว ร่มฉัตรตระกูล ผมก็กราบปู่นะ
ครับว่า สิ้นเวรสิ้นกรรมแล้วนะปู่ ไอ้ที่ไม่ใช่ปู่มันไปแล้ว อโสิกรรมให้ผมด้วยอะไรก็ว่าไป ผ่านไปซักชั่วโมงนึง ตอนนั้น 6 โมงครึ่ง ปู่ผม ช้ำ เขียว เล็บนี่ดำเลย
ครับ แปลกมาก จนชาวบ้าน ญาติพี่น้องมาถามผม ผมก็บอกไปว่าอย่างนี้นะๆหลังจากที่เสร็จธุระเอาปู่เข้าโลงแล้ว ผมก็ไปหาพระอาจารย์อีกรอบ ไปถามแหละ
ครับ โดนชาวบ้านยุมาว่าต่อไปเป็นใคร พระอาจารย์ก็บอกว่า หลังเผาศพปู่อีก 2 วันข้างบ้านทางตะวันตกจะเป็นคนต่อไป แล้วนับอีกหลังจากเผายายข้างบ้าน
ไปอีก 3 หลัง อีก 4 ศพแหละ ถ้าผมจำไม่ผิดมันก็หยุด ตอนนั้นผมนี่ป๊อปมาก 5555 ชาวบ้านเรียกผมนะ อาจารย์ๆ ผมอยากเป็นไม๊ถามก่อน 5555 พระอาจารย์
บอกว่ามันไม่หยุด มันรอผมดวงตก อย่าทิ้งหนังเสือที่อาจารย์ให้ไว้ ถ้าปล่อยเมื่อไหร่ มันเอาแน่ มันแค้น แต่ผมก็ไม่เจออะไร นอกจากเหตุการณ์แปลกๆ 2-3
อย่างในงานศพปู่ เป็นที่น่าสังเกตว่า 9 คืนที่จัดงานป้าคนนั้นแกไม่มาเลย แค่ผ่านหน้างานยังไม่ผ่าน ตอนนี้เจอผมไม่ทักไม่ทายผมเลยซักอย่าง เฮือกกกก