สวัสดีค่ะ ...

เรามีเรื่องราวชีวิตจะมาเล่าให้อ่าน เราคบกับผู้ชายคนนึง แรกๆเรารู้จักเขาคือเราหลงรักเขาเลย เขาสุภาพบุรุษมาก นิสัยดี หน้าตาก็พอใช้ได้คิ้วเข้มจมูกโด่ง แต่นี้ไม่สำคัญเท่าไหร่
>>
รู้จักกันวันแรก เขาเมา เดินมาขอเบอร์ คือง่ายๆ เจอกันในผับ แต่เราก็ให้ไป เพราะเราก็เมาแต่เราก็มีสตินะ 55+ หลังจากเลิกดื่มกัน ก็ต่างคนต่างกลับบ้าน เขาโทรหาเรา ไอเราก็งงๆงวยๆ ตื่นเต้น ประมาณตี 3 ตี4 แหละตอนนั้น ก็รับคุยกันตามปรกติ แต่เหมือนเขาจะเมาเอามากๆ เพราะเขาถึงบ้านแล้ว เขายังอยู่หน้าร้านอยู่เลยคุยเรื่อยๆจนเขาขึ้นรถ จนเขาถึงหน้าห้อง จนเขาทำกุญแจห้องหาย และแบตเขาก็หมด จนตอนเช้า เขาโทรมาถามว่านี่เบอใคร ไอเราก็งง?? คือแบบว่า เมื่อคืนคุยกัน 3 ชั่วโมง "ไม่รู้จักกูเลยใช่ไหม" และสุดท้าย "มันฟรอม" นี่คือการรู้จักกันที่ พิศดารมากก็ว่าได้ 555+
#>>
คุยกันหลายวันจนเราตกลงคบกัน พอคบกันได้ 3เดือน เราตัดสินใจไปอยู่ด้วยกัน เพราะคือการประหยัดค่าเช่าห้องไปด้วย แรงปะหล่ะ!!
ระหว่าง 3เดือนที่ผ่านมา เราได้รู้ว่า เขาดีกับเรามากเลยนะ เขาอาจจะไม่เพอร์เฟค ไม่ร่ำรวย เขาอาจเป็นผู้ชายที่เย็นชาหน่อย แบบเดาไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็มีความอบอุ่นอยู่ในตัว เขาไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ แต่เขาโรแมนติกทางอ้อมมากกว่า
แบบว่า ซื้อเสื้อให้เราแล้วมายื่นให้แบบเย็นชาแล้วพูดว่า
A:อะ! ซื้อให้
ฺB: (เราทำหน้างง)
A:จะเอาไหม (เสียงหนัก)
B:เอาๆๆค่ะ (ยังงงอยู่)
นี่คือการโรแมนติกครั้งแรก ของเรา 2 คนนะ
#>>
หลังจากที่เรามาอยู่ด้วยกัน ก็มีอะไรที่ดีขึ้น ก่อนไปทำงานเขาก็หอมแก้มเรา หลังจากเลิกงานเขาก็หอมแก้มเรา แบบนี้ทุกวัน กินข้าวด้วยกันทุกเย็น วันหยุดดูหนัง ร้องเพลง แบบแฮปปี้มาก คบกันมาได้ 9 เดือน ครอบครัวเราบอกให้ไปหมั้นกัน ด้วยทอง 2 บาท เราก็พยายามหา จนได้ฤกษ์หมั้นคือ วันที่ 3 มกราคม ซึ่งใกล้วันเกิดเรา แต่เราพยายาหาทองมาได้ แค่ 1.5 บาท ซึ่งใช้เวลาหาเงิน แค่ เดือนกว่า แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไร งานหมั้นเสร็จไป เราก็กลับมาทำงานหาเงินกันต่อ เพราะแพลนแต่งงานเราคือปีใหม่ปีหน้า ซึ่งเราคิดว่า สินสอด 1 แสนที่ผู้ใหญ่คุยกันไม่ยากสำหรับเรา เราวางแผนกันว่า เงินเดือน แฟนเก็บไว้ เงินเดือนเรา ใช้กิน เพราะเขาเงินเดือนเยอะกว่าเรามาก และเงินเดือนเราก็น่าจะเหลือกิน
#>>
แต่....มันไม่ใช่อย่างที่เราคิด เงินเราแทบไม่พอใช้ เพราะค่าใช้จ่ายเราเยอะ ค่างวดรถหนักๆ ค่าครองชีพแพงๆ บวกกับเศรษฐกิจที่แย่ๆ เราตกงานมีแฟนทำงานคนเดียว เราหางานก็ยาก เหมือนมีอุปสรรค์เข้ามามากมาย ในปีนี้ เรา ยืมเงินแม่มาลงทุน 2 หมื่น ทำธุรกิจเล็กๆ แต่ก็ไปไม่รอดอีก ปีนี้เรารู้สึกแย่มากนะ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เราอยู่แบบนี้มา 3 เดือน จนทุกอย่างมืดไปหมด กินข้าวกับมาม่าและไข่ที่ซื้อตุนไว้ทั้งเดือน แต่เราก็อดทนนะ เราคิดว่าเดี๋ยวก็ผ่านไปได้ เดี๋ยวก็ผ่านไปได้ จนแฟนตัดสินใจ ออกไปหางานทำใหม่ซึ่งให้เรากลับไปอยู่กับครอบครัวก่อน เขาตั้งตัวได้ ค่อยให้เราไปอยู่ด้วย พอห่างกันได้ เดือนนึง เขากลับ พูดกับเราว่าจะเลิกกับเรา เหตุผลเพราะ" เขาบอกตัวเขาเองยังเอาไม่รอด ไม่อยากให้เราไปลำบาก " เราพูดทุกอย่างว่าเรา อดทนได้ เรารักเขา อย่ามองว่า เรางมงายกับความรักนะ แต่ว่า เราเคยลำบากมากกว่านี้ แต่นี้ลำบากแค่นี้จะทนไม่ได้รึไง เราอดทนได้นะ เราอยากไปทำงานช่วยเขา ช่วยกันหาเงิน แต่เขากลับไม่ เขาปฏิเสธทุกอย่างที่เราพูด
เขาบอกกับเรา ว่า....
"เขาอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเป็นการเริ่มต้นครั้งสุดท้ายของเขา"
"ถ้าเราไม่มีเขา ชีวิตเราอาจดีกว่านี้ก็ได้ อาจเจอคนที่ดีกว่าเขาก็ได้ "
"เขาก็จะเอาตัวเองให้รอด มีเงิน มีทุกอย่างเขาค่อยหาแฟนจริงๆจังๆ"
และอีกสารพัตที่พูดมาเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเรย ทุกอย่างกลับด้าน จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยที่ #ทิ้งเราไว้กลางทาง เราไม่รู้ว่าเราต้องทำยังไงต่อไปดี เราต้องบอกผู้ใหญ่ว่ายังไง เราต้องเลิกกับเขาจริงๆหรอ
คือ...เราแค่ไม่เข้าใจ กับอุปสรรค์แค่นี้ทำให้เราต้องเลิกกัน หนี้แค่ไม่กี่หมื่น กับการทำงานที่กำลังลงตัว เราไม่รู้ว่าเขาต้องกรแบบนั้นจริงๆรึป่าว เพราะเขายังบอกกับเราอยู่เลยว่า "พี่รักเรานะ แต่พี่ยอมฝืนใจตัวเองจะพยายามไม่ให้รักเราให้ได้ เพื่ออนาคตของเรา" เราควรคิดยังไงดี เพราะการเลิกันครั้งนี้ไม่เหมือนกับคนอื่นเช่นแฟนสมัยเรียน คนนี้คือคนที่เราจริงจังมาก จนคิดจะแต่งงานกัน และเราก็จดทะเบียนสมรสกันแล้วด้วยหลังจากงานหมั้นเสร็จ
## การที่เราคบกันมาปีกว่าๆอาจเป็นเวลาไม่นานนักสำหรับการดูใจกันและกันแต่เวลาที่ผ่านมา เราผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน ทั้งสุข ทั้งทุกข์ ร้องไห้ หัวเราะ ทะเลาะกันแทบนับครั้งได้ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องชู้สาว ชีวิตส่วนมากเรามีความสุขนะ ไม่ใช่ทุกข์ แต่เรื่องเงินนี่หรอจะทำให้เลิกกัน เราก็ไม่ได้เป็นพวกเห็นแก่เงินนะ
..แค่เรื่องเงิน เรื่องเศรษฐกิจย่ำแย่นี่เราเห็นทำให้ครอบครัวแตกแยกมามากนะ "แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัว"...
ปล.ขอบคุณคนที่อ่านจบนะค่ะ ช่วยแชร์ปัญหาครอบครัวของตัวเองให้เราฟังหน่อย เราอยากรู้ว่ามีหนักกว่าเราไหม เราอยากได้กำลังใจในการเดินชีวิตต่อไปคนเดียว
คบกันมา จะ 2 ปี มีแพลนจะแต่งงานกันปีหน้า รักกันดีไม่เคยมีมือที่ 3 แต่มาบอกเลิกกับเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น...
เรามีเรื่องราวชีวิตจะมาเล่าให้อ่าน เราคบกับผู้ชายคนนึง แรกๆเรารู้จักเขาคือเราหลงรักเขาเลย เขาสุภาพบุรุษมาก นิสัยดี หน้าตาก็พอใช้ได้คิ้วเข้มจมูกโด่ง แต่นี้ไม่สำคัญเท่าไหร่
>> รู้จักกันวันแรก เขาเมา เดินมาขอเบอร์ คือง่ายๆ เจอกันในผับ แต่เราก็ให้ไป เพราะเราก็เมาแต่เราก็มีสตินะ 55+ หลังจากเลิกดื่มกัน ก็ต่างคนต่างกลับบ้าน เขาโทรหาเรา ไอเราก็งงๆงวยๆ ตื่นเต้น ประมาณตี 3 ตี4 แหละตอนนั้น ก็รับคุยกันตามปรกติ แต่เหมือนเขาจะเมาเอามากๆ เพราะเขาถึงบ้านแล้ว เขายังอยู่หน้าร้านอยู่เลยคุยเรื่อยๆจนเขาขึ้นรถ จนเขาถึงหน้าห้อง จนเขาทำกุญแจห้องหาย และแบตเขาก็หมด จนตอนเช้า เขาโทรมาถามว่านี่เบอใคร ไอเราก็งง?? คือแบบว่า เมื่อคืนคุยกัน 3 ชั่วโมง "ไม่รู้จักกูเลยใช่ไหม" และสุดท้าย "มันฟรอม" นี่คือการรู้จักกันที่ พิศดารมากก็ว่าได้ 555+
#>> คุยกันหลายวันจนเราตกลงคบกัน พอคบกันได้ 3เดือน เราตัดสินใจไปอยู่ด้วยกัน เพราะคือการประหยัดค่าเช่าห้องไปด้วย แรงปะหล่ะ!!
ระหว่าง 3เดือนที่ผ่านมา เราได้รู้ว่า เขาดีกับเรามากเลยนะ เขาอาจจะไม่เพอร์เฟค ไม่ร่ำรวย เขาอาจเป็นผู้ชายที่เย็นชาหน่อย แบบเดาไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็มีความอบอุ่นอยู่ในตัว เขาไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ แต่เขาโรแมนติกทางอ้อมมากกว่า
แบบว่า ซื้อเสื้อให้เราแล้วมายื่นให้แบบเย็นชาแล้วพูดว่า
A:อะ! ซื้อให้
ฺB: (เราทำหน้างง)
A:จะเอาไหม (เสียงหนัก)
B:เอาๆๆค่ะ (ยังงงอยู่)
นี่คือการโรแมนติกครั้งแรก ของเรา 2 คนนะ
#>>หลังจากที่เรามาอยู่ด้วยกัน ก็มีอะไรที่ดีขึ้น ก่อนไปทำงานเขาก็หอมแก้มเรา หลังจากเลิกงานเขาก็หอมแก้มเรา แบบนี้ทุกวัน กินข้าวด้วยกันทุกเย็น วันหยุดดูหนัง ร้องเพลง แบบแฮปปี้มาก คบกันมาได้ 9 เดือน ครอบครัวเราบอกให้ไปหมั้นกัน ด้วยทอง 2 บาท เราก็พยายามหา จนได้ฤกษ์หมั้นคือ วันที่ 3 มกราคม ซึ่งใกล้วันเกิดเรา แต่เราพยายาหาทองมาได้ แค่ 1.5 บาท ซึ่งใช้เวลาหาเงิน แค่ เดือนกว่า แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไร งานหมั้นเสร็จไป เราก็กลับมาทำงานหาเงินกันต่อ เพราะแพลนแต่งงานเราคือปีใหม่ปีหน้า ซึ่งเราคิดว่า สินสอด 1 แสนที่ผู้ใหญ่คุยกันไม่ยากสำหรับเรา เราวางแผนกันว่า เงินเดือน แฟนเก็บไว้ เงินเดือนเรา ใช้กิน เพราะเขาเงินเดือนเยอะกว่าเรามาก และเงินเดือนเราก็น่าจะเหลือกิน
#>>แต่....มันไม่ใช่อย่างที่เราคิด เงินเราแทบไม่พอใช้ เพราะค่าใช้จ่ายเราเยอะ ค่างวดรถหนักๆ ค่าครองชีพแพงๆ บวกกับเศรษฐกิจที่แย่ๆ เราตกงานมีแฟนทำงานคนเดียว เราหางานก็ยาก เหมือนมีอุปสรรค์เข้ามามากมาย ในปีนี้ เรา ยืมเงินแม่มาลงทุน 2 หมื่น ทำธุรกิจเล็กๆ แต่ก็ไปไม่รอดอีก ปีนี้เรารู้สึกแย่มากนะ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เราอยู่แบบนี้มา 3 เดือน จนทุกอย่างมืดไปหมด กินข้าวกับมาม่าและไข่ที่ซื้อตุนไว้ทั้งเดือน แต่เราก็อดทนนะ เราคิดว่าเดี๋ยวก็ผ่านไปได้ เดี๋ยวก็ผ่านไปได้ จนแฟนตัดสินใจ ออกไปหางานทำใหม่ซึ่งให้เรากลับไปอยู่กับครอบครัวก่อน เขาตั้งตัวได้ ค่อยให้เราไปอยู่ด้วย พอห่างกันได้ เดือนนึง เขากลับ พูดกับเราว่าจะเลิกกับเรา เหตุผลเพราะ" เขาบอกตัวเขาเองยังเอาไม่รอด ไม่อยากให้เราไปลำบาก " เราพูดทุกอย่างว่าเรา อดทนได้ เรารักเขา อย่ามองว่า เรางมงายกับความรักนะ แต่ว่า เราเคยลำบากมากกว่านี้ แต่นี้ลำบากแค่นี้จะทนไม่ได้รึไง เราอดทนได้นะ เราอยากไปทำงานช่วยเขา ช่วยกันหาเงิน แต่เขากลับไม่ เขาปฏิเสธทุกอย่างที่เราพูด
เขาบอกกับเรา ว่า....
"เขาอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเป็นการเริ่มต้นครั้งสุดท้ายของเขา"
"ถ้าเราไม่มีเขา ชีวิตเราอาจดีกว่านี้ก็ได้ อาจเจอคนที่ดีกว่าเขาก็ได้ "
"เขาก็จะเอาตัวเองให้รอด มีเงิน มีทุกอย่างเขาค่อยหาแฟนจริงๆจังๆ"
และอีกสารพัตที่พูดมาเหมือนไม่ใช่ตัวเขาเรย ทุกอย่างกลับด้าน จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยที่ #ทิ้งเราไว้กลางทาง เราไม่รู้ว่าเราต้องทำยังไงต่อไปดี เราต้องบอกผู้ใหญ่ว่ายังไง เราต้องเลิกกับเขาจริงๆหรอ
คือ...เราแค่ไม่เข้าใจ กับอุปสรรค์แค่นี้ทำให้เราต้องเลิกกัน หนี้แค่ไม่กี่หมื่น กับการทำงานที่กำลังลงตัว เราไม่รู้ว่าเขาต้องกรแบบนั้นจริงๆรึป่าว เพราะเขายังบอกกับเราอยู่เลยว่า "พี่รักเรานะ แต่พี่ยอมฝืนใจตัวเองจะพยายามไม่ให้รักเราให้ได้ เพื่ออนาคตของเรา" เราควรคิดยังไงดี เพราะการเลิกันครั้งนี้ไม่เหมือนกับคนอื่นเช่นแฟนสมัยเรียน คนนี้คือคนที่เราจริงจังมาก จนคิดจะแต่งงานกัน และเราก็จดทะเบียนสมรสกันแล้วด้วยหลังจากงานหมั้นเสร็จ
## การที่เราคบกันมาปีกว่าๆอาจเป็นเวลาไม่นานนักสำหรับการดูใจกันและกันแต่เวลาที่ผ่านมา เราผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน ทั้งสุข ทั้งทุกข์ ร้องไห้ หัวเราะ ทะเลาะกันแทบนับครั้งได้ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องชู้สาว ชีวิตส่วนมากเรามีความสุขนะ ไม่ใช่ทุกข์ แต่เรื่องเงินนี่หรอจะทำให้เลิกกัน เราก็ไม่ได้เป็นพวกเห็นแก่เงินนะ
..แค่เรื่องเงิน เรื่องเศรษฐกิจย่ำแย่นี่เราเห็นทำให้ครอบครัวแตกแยกมามากนะ "แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัว"...
ปล.ขอบคุณคนที่อ่านจบนะค่ะ ช่วยแชร์ปัญหาครอบครัวของตัวเองให้เราฟังหน่อย เราอยากรู้ว่ามีหนักกว่าเราไหม เราอยากได้กำลังใจในการเดินชีวิตต่อไปคนเดียว