# # # การเอาชนะอาจารย์ , เจ้านาย และคนอื่นๆ อย่างสร้างสรรค์ # # #

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับ  วันนี้ผมก็นึกครึ้มอยากแชร์เรื่องราวการพัฒนาตัวเองโดยใช้แนวคิดที่แปลกแต่มีประโยชน์ครับ

ซึ่งแนวคิดนี้ผมใช้มาเสมอตั้งแต่ตอนเรียนจนถึงปัจจุบัน ทำให้ตัวเองมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็สนุก

และมีความสุขกับการพัฒนาตัวเองด้วยครับ อาจจะเป็นแนวคิดที่แปลก ๆ ก็ลองอ่านดูละกันครับ


แนวคิดของผมคือ  การเอาชนะครับ ผมจะเล่าถึงมุมมองการเอาชนะ โดยตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงปัจจุบัน

ว่าแนวคิดการเอาชนะเนี่ยสามารถทำให้เราพัฒนาตัวเองได้อย่างไร  มาลองดูกันครับ



สมัยเรียน

ถ้ากล่าวถึงสมัยเรียน ผมจะเป็นพวกที่ชอบตอนสอบ ตอนที่มีการแข่งขันเป็นที่สุด ผมรู้สึกว่ามีความสนุก

มีความตื่นเต้น คงเพราะตัวเรามีสัญชาตญาณนักแข่งมั้งครับ 555+  ก็พอเวลามีการแข่งขันหรือสอบเนี่ย

จะทำให้ผมกระตือรือร้นมาก  โดยช่วงที่ต้องสอบมิดเทอมหรือไฟนอลของแต่ละวิชานั้น ปกติแล้วอาจารย์

ก็จะบอกแนวข้อสอบว่าจะออกข้อสอบเรื่องอะไร ออกกี่ข้อ ออกแบบไหน ทีนี้ความคิดเรื่องเอาชนะก็มีตอนนี้

นั่นแหละครับ ผมจะชอบเก็งข้อสอบและสมมุติตัวเองเป็นอาจารย์ว่าถ้าออกข้อสอบเนี่ย จะออกแบบไหนที่

จะทำให้ครอบคลุมเนื้อหาที่สุด และยากที่สุดโดยที่ไม่เกินเนื้อหา แล้วทีนี้ตอนอ่านหนังสือเราก็ต้องอ่านให้หมด

แล้วมาเก็งข้อสอบแบบนี้แหละครับ  รอบไหนเก็งถูกก็จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ รอบไหนเก็งผิดก็จะเซ็งๆสักหน่อย

นอกจากการเก็งข้อสอบแล้ว การนำเสนอรายงานก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นอะไรที่น่าสนุกและมีเสน่ห์

เวลาทำรายงานก่อนที่นำไปเสนออาจารย์แต่ละวิชา ผมก็จะศึกษาข้อมูลให้มีรายละเอียดมากที่สุด แล้วพอทำเสร็จ

ก่อนนำเสนอนั้นก็จะต้องตรวจสอบอีกทีว่า ถ้าเราเป็นอาจารย์เราจะถามอะไร มีข้อสงสัยประเด็นไหน และการนำเสนอของเรา

จะสามารถตอบโจทย์ทั้งหมดได้หรือเปล่า  เวลาทำอย่างนี้จะทำให้เราสนุกกับการทำรายงานมาก ๆ ครับ มันเป็นเหมือน

การเตรียมรบหรืออะไรสักอย่าง  พอนำเสนอเสร็จถ้ารายงานชิ้นไหนผ่านด้วยดีและไม่มีคำถามเพิ่มเติม ความรู้สึกก็จะฟิน

แบบว่า  " เกมส์นี้พี่ชนะนะน้อง รายงานยากกินพี่ไม่ได้หรอก  พี่เจ๋งพอนะจ๊ะ นะจ๊ะ "  ก็ประมาณนี้น่ะครับ




สมัยทำงาน

พอเข้าสู่วัยทำงานทีนี้จะเป็นโหมดชีวิตจริงละ  อย่างผมทำงานทั้งหมด 3 ตำแหน่งที่แตกต่างกัน ก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน

ผมก็เอาแนวคิดการเอาชนะมาใช้ต่อ ผมจะลองเล่านะครับ  




งานตรวจสอบบัญชี

เป็นสมัยตอนจบใหม่ ๆ ทำงานตรวจสอบบัญชีเนี่ยแหละครับ  ก็เป็นเด็กน้อยที่ต้องทำ Working Paper การตรวจสอบบริษัทส่ง

ให้กับซุป (Supervisor พี่ที่ออกจ๊อบด้วยเป็นคนตรวจงาน) เป็นลำดับแรก  พอพี่เค้าตรวจงานเราก็จะมีคำถามตามมา สำหรับงานนี้

ต้องเอาชนะผ่านซุปให้ได้ก่อน  ถ้าเอาชนะซุปได้  แปลว่า ทำงานได้ดีระดับนึง  แต่ !!!! อย่าคิดว่าผ่านซุปแล้วจะรอด  ยังมีเมเนเจอร์

เป็นขั้นต่อไป  พอเราส่งงานแล้วซุปตรวจผ่าน ขั้นต่อไปจะเป็นเมเนเจอร์ตรวจสอบ เพื่อสรุปผลการตรวจสอบก่อนส่งให้ Partner ใช้

เป็นข้อมูลในการเซ็นรับรองงบบริษัท  จังหวะที่เมเนเจอร์ตรวจสอบงานของเราเนี่ยแหละ  อภิมหา Post it ++++ กับ Point คำถาม

จะถูกแปะแล้วตีกลับมา ตัวอย่างเช่น  ถ้าเกิดเคสนี้จะต้องทำอย่างไรต่อ  ลูกค้ามีวิธีการป้องกันอย่างไร , ตรวจสอบลายเซ็นผู้มีอำนาจ

ครบถ้วนหรือไม่ แล้วถ้าคนเซ็นไม่อยู่มีกระบวนการอย่างไร  ก็ประมาณนี้  ความสนุกมันอยู่ที่ว่าครั้งแรก ๆ ของการทำงานจะเจอคำถาม

ของซุปกับเมเนเจอร์ตลอด  จังหวะนี้ก็ต้องมาพัฒนาตัวเองให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น  ตรวจสอบให้ละเอียดพร้อมทั้งแสดงความสงสัยเยี่ยง

ซุปกับเมเนเจอร์ (นอกเหนือจากความสงสัยเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ)  ซึ่งพอเราพัฒนาตัวเองแล้วสามารถทำสถิติถูกถามได้น้อยลงเรื่อยๆ

ผมก็จะภูมิใจในตัวเอง (ภูมิใจกับสิ่งเล็กๆ 555+)  บทจะมาเหมือนเดิมเลย  พอส่งงานเสร็จแล้วไม่มีคำถามเนี่ย

เดินออกจากห้องเมเนเจอร์ปุ๊ปยิ้มกริ่มในใจ   "เด็ก ๆ นะจ๊ะ  พี่พัฒนาแล้ว เคี้ยวพี่ยากหน่อยนะน้อง  555+ "

ก็ทำให้สนุกกับการทำงานตรวจสอบบัญชีดีนะครับ




งานบัญชี

ต่อมาเป็นงานบัญชี  งานบัญชีเนี่ยจะเป็นงานละเอียดกว่างานตรวจสอบบัญชีอีก  เพราะงานตรวจสอบบัญชีจะมีระบบการสุ่ม

ในบางเรื่องไม่จำเป็นต้องตรวจสอบทั้งหมด ตรวจสอบพอให้เชื่อมั่นได้ว่าข้อมูลที่แสดงรายการออกมานั้นถูกต้อง  

แต่พอเป็นผู้ทำบัญชีเนี่ย เฮ้ย ! มันต้องถูกต้องทั้งหมด ห้ามผิด  เพราะถ้าผิดก็จะแสดงข้อมูลไม่ถูกต้อง จะโดนทั้งหัวหน้า ,

ผู้ตรวจสอบบัญชี, สรรพากร เล่นเอานะจ๊ะ พอผมมาทำงานบัญชีเนี่ย ได้ประสบการณ์อย่างมาก  สกิลการเอาชนะพัฒนาไปอีกระดับ

เพราะมีคนที่เราต้องเอาชนะหลายแบบ ต้องใช้หลายกลยุทธ์ในการเอาชนะ  ประหนึ่งว่าได้ประฝีมือกับจอมยุทธ์  555+

ด่านแรกเลยเนี่ย คือ หัวหน้างานโดยตรง  โดยตอนผมทำบัญชีเนี่ยเจอหัวหน้าที่เคี่ยวมากกกกกกกกก  คือแบบเคาะ Spacebar

เบี้ยวไป 1 ครั้งก็ต้องเอามาส่งใหม่ ปรินท์มาส่งใหม่เลย (ตัวการทำโลกร้อนชัดๆ )  พอเจอหัวหน้าเคี่ยวเนี่ย ไม้เบื่อไม้เมากันมาก  

คือไม่ได้โกรธไม่ได้เกลียดจากการทำงานนะ  แต่เป็นอารมณ์อยากเอาชนะแบบสุด ๆ เลย  ผมทำงานบัญชีประมาณ 5 ปี  

ปีแรกเนี่ยเข้าไปส่งงานกับนาง (สรรพนามแทนหัวหน้า)  แพ้นางตลอด  คือนางเก่งจริง ตรรกะนางสุดยอด คิดกระทบยอดขึ้นลง

ซ้ายขวา คือต้องยอมจริง ๆ  แล้วเข้าไปแล้วแพ้แบบไม่มีทางสู้ด้วยนะ  คือเราไม่รอบคอบไม่สิ  เรารอบคอบไม่พอ

พอเจอนางซักถามปุ๊ป   ตายคาโต๊ะทำงานนางเลย  ประหนึ่งเจอมีดปาดคอ แทงราวนมซ้ายขวา (คำพูดนางเชือดเฉือนบาดใจมาก )

ตัวอย่าง  เวลาเข้าไปส่งงานแล้วแพ้นาง  นางจะพูดมาเลย  " พี่คิดว่าเราน่าจะทำงานได้ดีกว่านี้นะ , ถ้าทำมาแบบนี้พี่จะใช้เราทำไม,

นี่เราไม่เข้าใจคำสั่งพี่หรือพี่พูดไม่ละเอียดเอง "  ปีแรกนี่ดับแดดิ้นทุกคราวไป  ไม่โกรธนางนะ แต่แค้นนนน 5555+ พอส่งงานนางบ่อยๆ

แก้งานบ่อย ๆ ก็เริ่มจับสไตล์นางได้ คือนางละเอียดรอบคอบ เรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้วจริง ๆ  ความคิดเอาชนะก็เกิดขึ้นตลอดเวลา

ผมนี่คิดในใจเลย  "เดี๋ยวก่อนน้องงงง  สงครามยังไม่จบ  เรายังต้องรบกันอีกหลายครั้ง  รอพี่ก่อน พี่จะส่งงานจนน้องต้องชมว่าดีเยี่ยมเลย"

หลังจากนั้นก็ต้องพัฒนาทักษะการคิดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง  จนปีหลัง ๆ ก็ชนะนางได้บ่อยครั้งมากขึ้น แต่นางมีฟอร์ม  

นางไม่เคยชมเลยพอส่งงานนางเสร็จถ้ารอบไหนชนะนาง  นางก็พูดแค่ว่า " พี่ดูงานละ  โอเค " จะชมกันสักหน่อยก็ไม่มี ชิชะ  

พอด่านต่อมาเวลาตรวจสอบบัญชีเข้ามาตรวจสอบประจำปี ก็จะเจออภิมหาคำถามถามมา (เสมือนกรรมเก่าที่เคยไปทำไว้  

ย้อนกลับมาตอบสนอง 555+)  ด่านนี้ไม่ค่อยน่ากลัวเพราะด้วยความที่ว่าผมเองทำงานตรวจสอบบัญชีมาก่อน

รูปแบบการตรวจก็จะคุ้นเคยอยู่แล้ว หลักการตรวจเอย ก็จะเข้าใจอย่างละเอียดด่านนี้ผ่านใสๆ  

"ผู้ตรวจสอบบัญชี  ไม่ได้แอ้มพี่นะจ๊ะ  นะจ๊ะ "   ด่านต่อมาก็จะเป็นสรรพากร นี่จัดเป็นด่านมหาโหดที่สุด เพราะเวลาสรรพากร

สอบถามเนี่ย  ต้องย้อนไปผ่านด่านหัวหน้าก่อนส่งให้สรรพากรอีก  เสมือนเจอสองรอบตลอด  

เวลาสรรพากรถามมาก็ต้องตอบให้เคลียร์ ชัดเจนมีหลักฐาน มีหลักการ  ผมนี่กลายเป็นมีเหตุผล มีหลักการตลอดเวลากันเลยทีเดียว

แรก ๆ ก็จะเกรงกลัวกับสรรพากรนะ  คุยกันเฉพาะงานหลัง ๆ นี่ตรวจกันทุกปี ซี้กันเลย  ส่งงานกันชิว ๆ  

เวลาสรรพากรจะเข้าตรวจผมก็ถามเลย  "รอบนี้พี่จะตรวจอะไรบ้าง ส่งลิสต์มาเลย เดี๋ยวจัดเอกสารรอ สบายๆ"  

คือกว่าจะเป็นอารมณ์นี้ได้นี่ ทำงานปีที่สามเลยทีเดียว สองปีแรกเหมือนกับการปรับตัวเอง พัฒนาตัวเอง

ปรับจังหวะให้เข้ากับหัวหน้า , ผู้ตรวจสอบบัญชี , สรรพากร   ก็ที่เล่า ๆ มาแบบนี้ ความคิดผม คือแบบอยากเอาชนะ

เป็นความคิดแบบเด็ก ๆ แต่นำมาใช้กับชีวิตตอนโตอย่างสร้างสรรค์ ก็ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่สร้างสรรค์  


สำหรับบทสรุปเรื่องราว คือ

1.เราสามารถเปลี่ยนสิ่งที่น่าเบื่อจำเจ โดยบิดความคิดนิดนึงให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ ทำให้เราสนุกกับสิ่งที่น่าเบื่อได้

2.เราสามารถพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องในงานที่เราทำ โดยใช้ความคิดในการเอาชนะอย่างสร้างสรรค์ได้

3.ฝึกความคิดทัศนติเชิงบวกต่อสิ่งต่าง ๆ เสมอ อย่างมองปัญหาเป็นอุปสรรคของชีวิต แต่จงมองปัญหาเป็นบันได

   สำหรับการพัฒนาชีวิตให้ดียิ่งขึ้น


ลองดูนะครับ  ปรับมุมมอง เปลี่ยนความคิด แล้วก็พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นคนเก่ง ดี และมีความสุขครับ  ^_^
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่