(ย้อนรอยละครช่อง7)พรหมพาล ละครเรื่องแรกของนางเอกสาวสวย แพร พรรัมภา


พรหมพาล
บทประพันธ์ พามิลา
บทโทรทัศน์ ภาวิต
กำกับการแสดง วัชรา สังข์สุวรรณ,นนทนันท์ สังข์สวัสดิ์,ประทุม สินธุอุตสาห์
ผลิตโดย บริษัท ดีด้า วีดิโอ โปรดักชั่น จำกัด
ออกอากาศ ทุกวัน เวลา18.30น.
นำแสดงโดย
เขตต์ ฐานทัพ
แพร พรรัมภา สุขได้พึ่ง
ปู มัณฑนา หิมะทองคำ(โห่ศิริ)
หาญส์ หิมะทองคำ
เปียเซอร์ คริสเตนเซ่น
บอย พีรพล จันทรากาศ
หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ(ธรรมวัฒนะ)
ม้า อรนภา กฤษฎี
ต้น ทิชานนท์ นิลตระการ
ภูมิพงศ์ หิรัญพฤกษ์
ดวงเดือน จิไธสงค์
ปิยะดา เพ็ญจินดา
พงศ์ประยูร ราชอาภัย
นีรนุช ปัทมสูต
แรม วรธรรม
อัจฉรา เหลืองสวัสดิ์
กุสุมา โพธิ์ศรี
เรื่องย่อ
นารา เมคอัพอาร์ตติสสาว สวย ความรู้ดี กำลังกลุ้มใจมากเพราะนางลัดดาวัลย์ ผู้เป็นป้าสะใภ้ จะให้เธอทำงานชิ้นหนึ่งซึ่งนารามองว่ายากลำบากที่สุดเพื่อเป็นการใช้หนี้ เรื่องของเรื่องก็เพราะว่า เมื่อนาราเรียนจบปริญญาตรีใหม่ ๆ เธอชอบการเป็นเมคอัพอาร์ตติสมาก จึงเข้าไปทำงานกับ ปาลฑัต ช่างแต่งหน้าคนดัง แล้วนาราก็ตัดสินใจไปเรียนต่อทางด้านนี้ที่ฝรั่งเศส ทั้งที่ครอบครัวของเธอฐานะไม่ดีนัก นับตั้งแต่บิดาเสียชีวิต แต่ประไพผู้เป็นแม่ตกลงใจยอมไปยืมเงินจากลัดดาวัลย์พี่สะใภ้เป็นจำนวน 3 แสนบาทเพื่อส่งนาราไปเรียนโดยตกลงกันว่า เมื่อกลับมาแล้วนาราจะทำงานทยอยใช้หนี้เรื่องยืมเงินลัดดาวัลย์นี้ นายประพจน์ผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ของประไพไม่รู้เรื่อง ถ้ารู้เขาคงไม่ยอมให้เกิดเรื่องนี้แน่ เพราะประพจน์นั้นรวยมาก และก็มีประไพเป็นน้องสาวคนเดียว ตระกูลของประพจน์และประไพนั้นได้ชื่อว่าเป็นตระกูลผู้ดีเก่าและร่ำรวย แต่เป็นเพราะประไพขัดคำสั่งพ่อ-แม่มาแต่งงานกับชายคนรักซึ่งเป็นข้าราชการจน ๆ เธอจึงถูกตัดออกจากกองมรดก ทว่ามารดาและประพจน์ก็ไม่เคยทอดทิ้งคงส่งเงินมาช่วยเหลืออยู่เสมอประไพไม่ยอมรับเงินส่วนแบ่งในกองมรดกในส่วนของมารดา ด้วยเจียมตัวและรู้ดีว่าเธอทำให้ครอบครัวและวงศ์ตระกูลเสียชื่อ อีกทั้งคนในตระกูลนี้จะถูกอบรมสั่งสอนมาเสมอว่า ให้หยิ่งและรักศักดิ์ศรีมากกว่าเห็นแก่เงิน ประไพกับนาราจึงอยู่กันแบบ "เศรษฐกิจพอเพียง" โดยประไพเปิดร้านตัดเสื้อช่วยครอบครัวหารายได้มานานแล้ว เธอต้องมาใช้เงินมากก็เมื่อสามีป่วยเป็นโรคมะเร็งนี่เอง ซึ่งค่ารักษาจำเป็นต้องใช้เงินมาก เมื่อสามีตายและนาราอยากไปฝรั่งเศส ประไพจึงไปยืมเงินลัดดาวัลย์มา และตอนนี้ลัดดาวัลย์ก็ต้องการให้นาราใช้หนี้ด้วยการไปอยู่กับนางที่บ้านโดยนาราจะต้องแปลงโฉม ทรงอัปสร ลูกสาวคนเดียวของนางให้สวยทันสมัย เพื่อให้ถูกใจพี ลูกชายนายธนาคารคนดัง ลัดดาวัลย์ต้องการให้ทรงอัปสรแต่งงานกับพีให้ได้ หน้าที่ของนาราก็คือจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการแต่งตัวของทรงอัปสรให้สวย มีเสน่ห์มัดใจ พีรพัฒน์ (พี) จนเขาตกหลุมรักและแต่งงานด้วย พีรพัฒน์และทรงอัปสรแต่งงานกันเมื่อไหร่ นาราก็หมดหนี้ทันทีสิ่งที่ยากก็คือ ทรงอัปสรมีนิสัยแปลก เธอมั่นใจในตัวเองสูงมาก เอาแต่ใจ และที่สำคัญก็คือรสนิยมในการแต่งตัวของทรงอัปสรแย่มาก เธอชอบเสื้อผ้าดอกดวงสีสดๆ ตัดกันฉวัดเฉวียน แต่งหน้าจัดมากชนิดคิ้วต้องดำปากต้องแดงสดพอกแป้งขาวและชอบเครื่องประดับชิ้นโตๆ ไปไหนทีก็จะใส่เครื่องเพชรเครื่องทองราวกับตู้ทองเคลื่อนที่ งานนี้นาราหนักใจมากแต่ก็ไม่มีทางเลือก เธอจึงเก็บเสื้อผ้าไปบ้านลัดดาวัลย์และหวังว่างานนี้คงใช้เวลาไม่นาน เมื่อถึงบ้านลัดดาวัลย์ นาราก็ต้องเตรียมตัวทำงานทันที เพราะเย็นนี้ลัดดาวัลย์เชิญรักษ์ นายธนาคารคนดังพ่อของพี และพีมากินข้าวที่บ้านนี้นารารีบไปจัดเสื้อผ้าชุด เนี้ยบ เรียบ หรู จากร้านของคุณแจ็ค ดีไซเนอร์ชื่อดัง เมื่อกลับมาก็รีบเข้าไปแต่งตัวให้ทรงอัปสรซึ่งเธอต้องขอร้องว่าถ้าทรงอัปสรดื้อ เธอต้องถูกลัดดาวัลย์เล่นงานแน่ทรงอัปสรจึงยอมนารา พอแต่งหน้าเสร็จ ทรงอัปสรสวยและหวานอย่างผิดตา จริงๆ แล้วทรงอัปสรเป็นคนสวยคนหนึ่ง เพียงแต่รสนิยมในการแต่งตัวของเธอทำให้เธอดูเหมือนคนไม่เต็มบาท เมื่อลัดดาวัลย์กับหนูแดง สาวใช้หน้าทะเล้นเข้ามาดูก็ชมกันมาก ทำให้ทรงอัปสรซึ่งทำท่าจะวีนสงบลง เธอยอมใส่เสื้อชุดเนี้ยบ สีหวาน ที่นาราเตรียมมาทั้งที่ตอนแรกโวยวายว่าจืดชืดเมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหน้าทำผมเรียบร้อยตามที่นาราแต่งให้ ทรงอัปสรก็ยิ่งสวยและหวานดูมีเสน่ห์มากนาราปลื้มใจกับผลงานของตัวเองมาก ลัดดาวัลย์และหนูแดงช่วยกันชมไม่ขาดปาก ทรงอัปสรยิ้มพอใจ หมุนตัวอยู่หน้ากระจกดูแล้วดูอีก ทุกอย่างน่าจะลงตัวด้วยดีจนเมื่อรักษ์กับพีมาถึง ลัดดาวัลย์รีบลงไปต้อนรับพร้อมกับเร่งให้ทรงอัปสรรีบตามลงไป ทรงอัปสรก็ทำให้นาราอยากจะตายเมื่อเธอรีบคว้าลิปสติคสีแดงสดจ้าขึ้นมาทาปากอย่างรวดเร็ว โดยไม่ฟังเสียงห้ามของนารากับหนูแดง เท่านั้นยังไม่พอทรงอัปสรเปิดลิ้นชักหยิบต่างหูเป็นพวงระย้าคู่โตมาใส่ตามด้วยสายสร้อยคอสร้อยข้อมือพรึ่บพรั่บ ซึ่งเครื่องประดับทั้งหมดไปกันไม่ได้เลยกับชุดหรูเรียบ ทรงอัปสรยิ้มรื่นอย่างพอใจ ขณะที่นาราหมดแรงลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างเศร้าใจ เท่านั้นยังไม่พอ ลัดดาวัลย์ย้อนกลับมาถามเธออีกครั้ง พร้อมสั่งอย่างยืดยาวว่า ต่อไปนี้ทุกครั้งที่พีมาพบทรงอัปสร นาราต้องอยู่แต่บนห้องเท่านั้น ห้ามออกมาเพ่นพ่านเป็นอันขาด จนกว่าพีจะกลับไป หรือถ้าเธอจะหลบไปนอกบ้านก็ต้องโทรเข้ามาถามดูก่อนว่าพีกลับไปหรือยังถ้าเขากลับไปแล้วเธอถึงจะเข้าบ้านได้ ลัดดาวัลย์ให้นารารับปากสัญญากับนาง แถมยังขู่อีกว่าถ้านาราผิดสัญญานางจะทวงเงินคืนทันทีเมื่อลัดดาวัลย์ไปแล้ว นาราชักลังเลว่าเธอคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ ส่วนพีเมื่อกลับถึงบ้าน ขณะที่รักษ์พอใจพีอยากตาย เขาโวยกับพรพจีพี่สาวอย่างมากมาย พีบ่นว่าทรงอัปสรเหมือนคนไม่มีมารยาท พูดก็ไม่เป็น แต่งตัวเหมือนเฉิ่ม ๆ เชย ๆ เขารับไม่ได้จริง ๆ พีไม่ชอบการคลุมถุงชนแบบนี้เลย เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมบิดาจึงอยากให้ประพจน์พ่อของทรงอัปสรมาเป็นลูกค้าของแบงก์มากนัก ในเมื่อธุรกิจของแบงก์ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวก็กำลังไปได้ดี พีโกรธที่พ่อทำเหมือนขายลูกชาย พจีก็ได้แต่ปลอบน้องไม่ให้โวยวาย พจีเข้าใจว่าการแต่งงานควรจะต้องมาจากความรัก เพราะเธอเองก็กำลังจะแต่งงานกับนารถ ชายคนรักเช่นกัน 
เดี๋ยวเรื่องย่อจะมาต่อให้นะครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่