“ ทำไม พวกเขาไม่พอใจหรือไงที่เราขึ้นให้เขาเท่านั้น เศรษฐกิจช่วงนี้ก็น่าจะรู้กันดี ได้ขึ้นเงินเดือนก็ดีถมไปแล้ว ไม่ถึงกับต้องปลดคนออก ”
“ เขาอ้างว่าผลผลิตของเราไม่ได้ลดลง ตรงกันข้ามกลับเพิ่มขึ้น เราจะอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดีได้อย่างไร ”
“ ใช่ เราผลิตเพิ่มขึ้น แต่ค่าเงินที่ขึ้นมาขนาดนี้ต้นทุนเราเพิ่มมหาศาลขนาดไหน และไอ้ที่ผลิตเพิ่มก็เพราะ เมื่อปลายปีที่แล้ว เราส่งสินค้าให้เขาไม่ทัน เราถูกปรับเท่าไหร่รู้หรือเปล่า แล้วต้องมาเร่งผลิตในขณะที่ต้นทุนสูงลิบลิ่ว ยังจะเอายังไง ถ้าเรื่องมาก ฏ้จ่ายเงินชดเชยให้พวกเขาออกไป ”
“ ไม่ได้นะครับ ช่างเกือบยี่สิบคนถ้าออกไป เราจะไปหาที่ไหนทัน อีกอย่างตอนนี้เราต้องเร่งผลิต เราขาดช่างไม่ได้ ”
“ อย่างนั้นให้ฉันคุยกับพวกเขาเองก็แล้วกัน ถ้าพอรับได้ฉันก็จะรับเอาไปพิจารณา ทำไมต้องมาก่อปัญหากันในตอนนี้ด้วยนะพวกนี้ ”
ตะวันนั่งฟังจามจุรีกับหัวหน้าช่างที่เป็นตัวแทนช่างเจรจากัน เขาได้รับรู้ว่าขณะนี้ทางโรงงานกำลังประสบกับปัญหาต้นทุนสูง และถูกปรับฐานส่งสินค้าให้ไม่ทันกำหนด กว่าจะตกลงกันได้ จามจุรีก็ต้องใช้ความสามารถในการเจรจาไม่น้อย ตะวันนึกชมหล่อนในใจแม้ดูผิวเผินจะเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดท่าทางหยิบโหย่งแต่จริงๆแล้ว เธอก็มีจิตวิทยาในการเจรจาไม่น้อย เธอสามารถทำให้คนงานพอใจได้ในระดับหนึ่ง และยุติปัญหาลงได้ เมื่อหัวหน้าช่างออกไปแล้วจามจุรียังอยู่คุยกับผู้จัดการโรงงานอีกพักใหญ่จึงกลับ
“ คุณชวนผมมาทำไม มานั่งฟังปัญหาของโรงงานอย่างนั้นหรือ ”
“ ใช่ นายอยู่ฝ่ายบัญชี จะได้มาเห็นสภาพความเป็นจริงบ้างว่าที่โรงงานมีปัญหามากขนาดไหน ดูแต่ตัวเลข แต่ไม่มาดูชิ้นงานจะเข้าใจอะไรถ่องแท้ได้อย่างไร ”
“ ทำไมไม่ลองสั่งวัตถุดิบจากทวีปอื่นดูบ้าง ต้นทุนน่าจะถูกกว่าที่เดิม มันจะได้เป็นการลดต้นทุนและไม่ผูกติดกับที่เดิมจนเกินไป ของอเมริกาไม่แน่ว่าจะดีกว่าที่อื่นเสมอไป ”
“ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายจัดซื้อต่างประเทศ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงอะไรคุณพ่อเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินใจ ฉันไม่มีหน้าที่ ไม่ยุ่งกับเขาหรอก ฉันก็แค่ฝ่ายบุคคล ”
“ แต่คุณเป็นกรรมการบริษัทคนหนึ่งไม่ใช่หรือ คุณน่าจะเสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมได้ ถ้าเสนอหนทางเลือกที่ดีกว่า ”
“ เอาเถอะ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลยวันนี้ฉันเครียดจัง นี่สามโมงกว่าแล้ว นายคงไม่ต้องเข้าบริษัทแล้วล่ะ นายจะกลับที่พักเลยไหมฉันจะไปส่งให้ ”
“ ไม่ต้อง ผมกลับเองได้ ”
“ งั้นก็ตามใจ ”
ตะวันแยกมาจากจามจุรี เขาไม่ได้กลับที่พักแต่จ้างแท็กซี่ไปส่งที่มหาวิทยาลัยที่จันทราเรียนอยู่ เขามานั่งที่ริมสระน้ำมองบรรดานิสิตที่นั่งอ่านหนังสือและทำงานกันอยู่เป็นกลุ่มๆ รถที่มารอรับจันทราจอดอยู่ไม่ไกลจากหน้าตึก แสดงว่าเธอยังไม่กลับ เขาเห็นคนขับรถของเธอลงมานอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ริมสระน้ำ ชายหนุ่มหยิบอุปกรณ์วาดรูปออกมาจากกระเป๋า เริ่มวาดภาพอย่างตั้งใจ ไม่นานเขาก็ร่างภาพของสระน้ำและมวลดอกไม้รอบๆสระน้ำออกมา จันทราเดินสะพานกระเป๋าหอบหนังสือมาที่รถ เธอหันมาเห็นตะวันกำลังนั่งวาดรูปอยู่ก็จำได้จึงเดินเข้ามาหา
“ คุณมาวาดภาพแถวนี้อีกแล้วนะ คณะสถาปัตย์อยู่ด้านโน้นนะคะ ”
“ ที่นี่เป็นเขตห้ามวาดรูปด้วยหรือ ผมไม่ยักกะรู้ ”
“ เปล่าค่ะ แค่รู้สึกว่าคุณจะผิดถิ่นไปสักหน่อย ”
“ ครับ ผมผิดถิ่นจริงๆ เพราะผมไม่ได้เรียนที่นี่ ”
“ อ้าว หรือคะ คิดว่าเป็นนิสิตที่นี่ซะอีก แล้วทำไมเข้ามาวาดรูปในนี้ล่ะคะ ”
“ ผมมาดูพระจันทร์ขึ้นตอนกลางวัน ”
จันทราหัวเราะ คิดว่าเขาล้อเล่น เธอชะโงกหน้ามองภาพเขียนของเขาอย่างสนใจ
“ สวยจัง คุณนี่วาดภาพได้สวยจังเลย นี่ขนาดยังไม่ได้ลงสี ”
“ ขอบคุณครับที่ชม ”
“ คุณเรียนอยู่มหาวิทยาลัยไหนคะ ”
“ ผมเรียนจบแล้ว ”
“ เหรอ ขอโทษทีฉันไม่รู้ คุณรับจ้างวาดรูปหรือเปล่า หรือว่าวาดขาย อะไรอย่างนี้ ”
“ ไม่หรอก ผมจะวาดเมื่ออยากจะวาดเท่านั้น ผมมีงานประจำทำอยู่แล้ว วาดรูปวาดเพื่อแก้เหงาเท่านั้น ”
“ แสดงว่าวันนี้คุณเหงา เลยมานั่งวาดรูปที่นี่ อย่างนั้นฉันไม่รบกวนเวลาวาดรูปของคุณหรอกค่ะ ”
จันทราจะเดินออกไป ชายหนุ่มเรียกไว้
“ เดี๋ยวสิคุณจันทรา ”
หญิงสาวชะงักหันมองอย่างแปลกใจว่าทำไมเขาจึงรู้จักชื่อของเธอ
“ คุณรู้จักชื่อฉันด้วยหรือ ”
“ รู้จักสิ คุณเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทที่ผมทำงานอยู่ ทำไมผมจะไม่รู้จักคุณ ”
“ จริงหรือคะ แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าคุณเลยนะ ”
“ คุณจะเคยเห็นผมได้อย่างไร ผมเพิ่งเข้าทำงานยังไม่ได้เดือน ”
“ คุณอยู่แผนกอะไรคะ ”
“ บัญชีครับ ”
“ บัญชี ไม่น่าเชื่อ ”
“ ทำไมล่ะ หน้าอย่างผมทำบัญชีไม่ได้หรือไง ”
“ เปล่า ฉันเห็นคุณวาดรูปเก่ง น่าจะจบอะไรที่มันใกล้เคียง แต่คุณทำบัญชี มันคนละเรื่องกันเลย ”
ตะวันยิ้ม
“ เยอะแยะไปที่คนเราจะมีความสามารถหลายๆอย่างทำอะไรหลายอย่างได้ คุณเคยเห็นหมอที่รักษาคนไข้ เอาเวลาว่างมาปั้นหม้อปั้นไหไหม มันเป็นงานอีกอย่างที่เขารักไง ”
“ ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว นับว่าคุณเก่งที่ทำอะไรได้หลายอย่างนอกเหนือจากที่เรียนมา หรือวาดภาพนี้คุณก็เรียนมาเหมือนกัน ”
“ จะว่าเรียนก็น่าจะใช่นะ เพราะผมมีเพื่อนที่เขาเรียนช่างศิลปะ ผมให้เขาสอนการวาดรูป การแกะสลักไม้ให้ ”
“ จริงหรือที่คุณแกะสลักไม้ได้ โอ วิเศษเลย ”
“ ทำไมหรือครับ ”
“ ฉันชอบตุ๊กตาไม้แกะสลักและงานแกะลายบนไม้ ถ้าคุณมีเวลาคุณสอนให้ฉันบ้างจะได้ไหม ”
ตะวันดวงตาเป็นประกายวาบเขาไม่นึกว่าโอกาสงามๆจะหล่นใส่มือเขาง่ายขนาดนี้ เพราะจันทราคิดว่าเขาเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัทของพ่อเธอจึงไว้ใจเขาอย่างรวดเร็ว
“ ด้วยความยินดีเลยครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ของคุณท่านจะไม่ว่าเอาหรือที่คุณจะมาหัดแกะสลักไม้กับผม ”
“ ไม่ว่าหรอกค่ะ คุณก็มาสอนฉันในวันที่คุณหยุดงานสิคะ จะเป็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ก็ได้ ว่าแต่คุณเต็มใจสอนให้ฉันไหมเท่านั้น เพราะเป็นวันหยุดของคุณ คุณคงอยากพักผ่อน ”
“ ไม่มีปัญหา ผมไปสอนคุณได้ ”
“ คุยกันมาตั้งนาน ฉันยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย ”
“ ผมชื่อ ตะวัน นามสกุล วงพรต ครับ ”
“ ชื่อตะวัน ”
“ บังเอิญจังใช่ไหม ผมชื่อตะวัน แล้วคุณก็ชื่อ จันทรา ”
“ ค่ะ ฟังดูแล้วตลกจัง ชื่อเราสองคนแบบนี้ ”
ตะวันยิ้ม เขานึกในใจนี่สวรรค์ส่งเธอมาเป็นบันไดให้ฉันต่างหากจันทรา
วันหยุดเสาร์อาทิตย์สมานจะได้กลับบ้านเพราะจันทราไม่ได้ไปเรียนหนังสือ เขาจึงกลับไปหาลูกเมีย สมานกลับมาบ้านก็ช่วยแรมภรรยาขายของที่บ้าน
“ เป็นยังไงมั่งพี่หมาน ”
“ เรื่องอะไรล่ะ ”
“ ก็ความเคลื่อนไหวของพวกบ้านนั้น ”
“ ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ”
“ ไม่มีข่าวคราวของคุณหนูบ้างเลยหรือ ว่าพวกมันเลิกติดตามกันหรือยัง ”
“ คงเลิกแล้วละ ยี่สิบกว่าปีแล้ว พวกมันคงคิดว่าคุณหนูของแกตายไปแล้วจริงๆ ”
“ แกก็รู้นี่ว่าคุณหนูยังไม่ตายและต้องกลับมา ถ้าคุณหนูมีเลือดของสุรียาบดีเข้มข้น เธอต้องกลับมาล้างแค้นให้กับคุณพ่อและคุณแม่ของเธอแน่นอน ”
“ แต่ข้าไม่เห็นมีใครมาปรากฏตัวให้พวกมันวุ่นวายเลยนะ ทุกอย่างยังเงียบเป็นปกติ หรือว่าคุณหนูของแกไม่สนใจกับการแก้แค้นอะไรอีก ปล่อยให้มันเลยตามเลย ”
“ มันขึ้นกับว่าอาเอี้ยง เล่าความจริงให้คุณหนูรู้หรือยังเท่านั้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไรที่คุณหนูรู้ เธอต้องมาแน่ พี่หมาน ถ้าคุณหนูมา พี่หมานต้องช่วยเขานะ ต้องช่วยเขา ”
“ เอ็งนึกว่าข้าเป็นคนลืมบุญคุณลืมข้าวแดงแกงร้อนที่รดหัวมาหรือไงวะแรม ข้าไม่มีวันลืมน้ำใจที่แสนดีของท่านธารเทพหรอก ที่ข้าต้องทนเข้าไปรับใช้พวกมันก็เพราะข้าจะรอคุณหนูของเอ็งกลับมาหรอกวะ ”
“ พี่จำชื่อ ตะวัน วงพรตเอาไว้ให้ดีนะ ฉันไม่รู้ว่าคุณหนูจะกลับมาในชื่อของ สุรียา หรือว่า ตะวัน แต่ถ้าคุณหนูฉลาด เธอต้องไม่มาให้ใครเขารู้แน่ เธอต้องมาในชื่อของตะวัน คุณตะวัน ”
ทาทองกลับมาจากเชียงราย นางเรียกจามจุรีเข้าไปหาคุยเรื่องรีสอร์ทที่กำลังจะลงมือสร้าง
“ นี่ยายจาม ใจคอเราจะไม่ขึ้นไปช่วยป้าดูบ้างเลยหรือไง บอกว่าจะช่วยกัน พอเอาเข้าจริงป้าวิ่งอยู่คนเดียว ”
“ แหม คุณป้าขา ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรไม่ใช่หรือคะ เพิ่งจะเริ่มเตรียมก่อสร้าง เอาไว้ให้ทำไปได้สักหน่อยสิคะแล้วจามจะขึ้นไปช่วย ตอนนี้งานที่บริษัทก็ยุ่งจะตาย จามต้องเข้าไปทุกวัน ”
“ อะ เป็นไปได้หรือ หลานสาวป้าเข้าบริษัททุกวัน ”
“ โธ่ คุณป้า จามไปทุกวันจริงๆนะคะ พักนี้จามไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยอยู่แต่ที่บริษัท ไม่เชื่อก็ถามคุณแม่ของจามดูก็ได้ ”
“ ก็ดี เป็นถึงผู้จัดการทำงานมั่งไม่ทำมั่ง ลูกน้องมันจะเอาตัวอย่าง ว่าแต่เงินลงทุนร่วมกันน่ะ จามยังไม่ได้โอนให้ป้าเลยนะ นี่ป้าจ่ายไปเกือบสิบล้านแล้วนะ ทั้งซื้อที่ ซื้ออุปกรณ์ จ้างคน จัดการโอนส่วนของจามมาให้ป้าซะ ห้าล้านก่อนก็ได้ ”
“ ค่ะ วันจันทร์ จามจะจัดการให้ คุณป้านี่ กับหลานก็เค็มเหมือนกันนะ ”
“ อุ๊ย ไมได้สิ เข้าหุ้นกันก็ต้องจ่ายแบบแฟร์ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกว่าหุ้นหรือ ”
ตะวันโทรเข้ามานัดกับจันทราว่าเขาจะมาสอนเธอแกะสลักไม้ในตอนบ่ายวันอาทิตย์ จันทราจึงเรียกละอองแก้วพี่เลี้ยงของเธอเข้ามาสั่ง
“ ป้าอองจ๋า เดี๋ยวตอนบ่ายพนักงานที่บริษัทของคุณพ่อจะมาหาจันทร์ ป้าช่วยพาเขาไปที่ศาลาริมสระน้ำในสวนด้วยนะคะ แล้วหาอะไรทานเล่นสักอย่างสองอย่างให้ด้วย ”
“ ค่ะ เขามาหาคุณจันทร์ทำไมคะ ”
“ เขามาสอนจันทร์ทำงานฝีมือ แกะสลักไม้ จันทร์จะทำเอาไว้แจกพวกเพื่อนๆ ”
“ โถ คุณจันทร์ ขา ยังไม่ทันได้เรียนเลย คิดจะทำแจกเพื่อนซะแล้ว ”
ตะวันมาตรงตามเวลานัดเขาเอาอุปกรณ์แกะสลักไม้และไม้ที่จะใช้แกะมาด้วย นางละอองแก้วพาชายหนุ่มไปที่สวนหลังบ้านตามที่จันทราสั่งเอาไว้
“ เชิญทางนี้เลยค่ะ คุณจันทร์เธอให้คุณไปรอที่ศาลาในสวนค่ะ ”
ตะวันเดินตามพี่เลี้ยงของจันทราไปที่ศาลาท้ายสวน ที่นั่นร่มรื่น เย็นสบาย มีสระน้ำขนาดใหญ่ต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีขึ้นอยู่สูงตระหง่านให้ร่มเงาแสนสบาย ศาลาแห่งนี้อยู่ไกลจากตัวอาคารสุรียาบดีพอสมควร เขานั่งรอไม่นานจันทราก็ขี่จักรยานเข้ามา
“ คอยนานไหมคะ ”
“ ไม่นานครับ ที่นี่สบายจังเลยนะครับ เงียบเชียว ”
“ ค่ะ ฉันชอบที่นี่ มันเงียบใช้ท่องหนังสือ หรือทำงานสบายกว่าบนตึกเยอะเลย ได้รับลมเย็นๆ ”
“ คุณจะเริ่มเรียนเลยไหม ”
เขาหยิบท่อนไม้ที่ตัดเตรียมมาแล้วส่งให้หญิงสาว
“ เราจะทำอะไรก่อนดีคะ ”
“ ก็เริ่มจากตุ๊กตาง่ายๆก่อน เอาตัวกระต่ายก็แล้วกัน งานชิ้นแรกของคุณ จะได้เป็นกระต่ายที่จันทราเป็นผู้ทำ ”
“ ดีค่ะ ”
ตะวันเอามีดสปาต้าขนาดเล็กเหลาบนท่อนไม้ให้จันทราดู ไม้ที่เนื้อไม่แข็งนัก ไม่นานก็ขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง
“ ต้องออกแรงหน่อยนะครับ แต่ต้องระวังมีดจะบาดมือด้วย เอา คุณลองทำดู ”
เขามองจันทราเหลาไม้เก้ๆกังๆ
“ ตรงคอของมันคุณต้องกดให้แรงหน่อย มันจะได้หยักเป็นรูป ”
“ ยากเหมือนกันนะคะ ”
“ นี่เพียงแค่ขึ้นรูปของมัน เวลาตกแต่งจะยากเพราะต้องใช้ความละเอียดและเบามือ ”
จนนานจันทราก็ยังทำให้ท่อนไม้สี่เหลี่ยมเป็นรูปกระต่ายไม่ได้ ตะวันจึงเอามาทำให้ดูใหม่
“ เอาอย่างนี้ ผมจะแกะให้คุณดูเป็นตัวอย่าง ตัวหนึ่งก่อน แล้วคุณค่อยทำตามนะ ”
“ ดีค่ะ ”
ตะวันปาดเหลาเกลาแต่งไม่นานกระต่ายตัวน้อยก็เป็นรูปเป็นร่างดังต้องการ จันทรามองอย่างตั้งใจ เขาเอาสิ่วขุดขนาดเล็ก มาขุดให้เป็นริ้วเส้นขน กรีดร่องหู หนวด และลูกตาอย่างชำนาญ ไม่ถึงสองชั่วโมงกระต่ายตัวสวยก็เสร็จสมบรูณ์ เขาส่งให้เธอ
...พิมพ์พิลาสฒ์...
สิ้นแสงสุริยา ตอนที่ 9
“ เขาอ้างว่าผลผลิตของเราไม่ได้ลดลง ตรงกันข้ามกลับเพิ่มขึ้น เราจะอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดีได้อย่างไร ”
“ ใช่ เราผลิตเพิ่มขึ้น แต่ค่าเงินที่ขึ้นมาขนาดนี้ต้นทุนเราเพิ่มมหาศาลขนาดไหน และไอ้ที่ผลิตเพิ่มก็เพราะ เมื่อปลายปีที่แล้ว เราส่งสินค้าให้เขาไม่ทัน เราถูกปรับเท่าไหร่รู้หรือเปล่า แล้วต้องมาเร่งผลิตในขณะที่ต้นทุนสูงลิบลิ่ว ยังจะเอายังไง ถ้าเรื่องมาก ฏ้จ่ายเงินชดเชยให้พวกเขาออกไป ”
“ ไม่ได้นะครับ ช่างเกือบยี่สิบคนถ้าออกไป เราจะไปหาที่ไหนทัน อีกอย่างตอนนี้เราต้องเร่งผลิต เราขาดช่างไม่ได้ ”
“ อย่างนั้นให้ฉันคุยกับพวกเขาเองก็แล้วกัน ถ้าพอรับได้ฉันก็จะรับเอาไปพิจารณา ทำไมต้องมาก่อปัญหากันในตอนนี้ด้วยนะพวกนี้ ”
ตะวันนั่งฟังจามจุรีกับหัวหน้าช่างที่เป็นตัวแทนช่างเจรจากัน เขาได้รับรู้ว่าขณะนี้ทางโรงงานกำลังประสบกับปัญหาต้นทุนสูง และถูกปรับฐานส่งสินค้าให้ไม่ทันกำหนด กว่าจะตกลงกันได้ จามจุรีก็ต้องใช้ความสามารถในการเจรจาไม่น้อย ตะวันนึกชมหล่อนในใจแม้ดูผิวเผินจะเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดท่าทางหยิบโหย่งแต่จริงๆแล้ว เธอก็มีจิตวิทยาในการเจรจาไม่น้อย เธอสามารถทำให้คนงานพอใจได้ในระดับหนึ่ง และยุติปัญหาลงได้ เมื่อหัวหน้าช่างออกไปแล้วจามจุรียังอยู่คุยกับผู้จัดการโรงงานอีกพักใหญ่จึงกลับ
“ คุณชวนผมมาทำไม มานั่งฟังปัญหาของโรงงานอย่างนั้นหรือ ”
“ ใช่ นายอยู่ฝ่ายบัญชี จะได้มาเห็นสภาพความเป็นจริงบ้างว่าที่โรงงานมีปัญหามากขนาดไหน ดูแต่ตัวเลข แต่ไม่มาดูชิ้นงานจะเข้าใจอะไรถ่องแท้ได้อย่างไร ”
“ ทำไมไม่ลองสั่งวัตถุดิบจากทวีปอื่นดูบ้าง ต้นทุนน่าจะถูกกว่าที่เดิม มันจะได้เป็นการลดต้นทุนและไม่ผูกติดกับที่เดิมจนเกินไป ของอเมริกาไม่แน่ว่าจะดีกว่าที่อื่นเสมอไป ”
“ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายจัดซื้อต่างประเทศ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงอะไรคุณพ่อเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินใจ ฉันไม่มีหน้าที่ ไม่ยุ่งกับเขาหรอก ฉันก็แค่ฝ่ายบุคคล ”
“ แต่คุณเป็นกรรมการบริษัทคนหนึ่งไม่ใช่หรือ คุณน่าจะเสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมได้ ถ้าเสนอหนทางเลือกที่ดีกว่า ”
“ เอาเถอะ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลยวันนี้ฉันเครียดจัง นี่สามโมงกว่าแล้ว นายคงไม่ต้องเข้าบริษัทแล้วล่ะ นายจะกลับที่พักเลยไหมฉันจะไปส่งให้ ”
“ ไม่ต้อง ผมกลับเองได้ ”
“ งั้นก็ตามใจ ”
ตะวันแยกมาจากจามจุรี เขาไม่ได้กลับที่พักแต่จ้างแท็กซี่ไปส่งที่มหาวิทยาลัยที่จันทราเรียนอยู่ เขามานั่งที่ริมสระน้ำมองบรรดานิสิตที่นั่งอ่านหนังสือและทำงานกันอยู่เป็นกลุ่มๆ รถที่มารอรับจันทราจอดอยู่ไม่ไกลจากหน้าตึก แสดงว่าเธอยังไม่กลับ เขาเห็นคนขับรถของเธอลงมานอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ริมสระน้ำ ชายหนุ่มหยิบอุปกรณ์วาดรูปออกมาจากกระเป๋า เริ่มวาดภาพอย่างตั้งใจ ไม่นานเขาก็ร่างภาพของสระน้ำและมวลดอกไม้รอบๆสระน้ำออกมา จันทราเดินสะพานกระเป๋าหอบหนังสือมาที่รถ เธอหันมาเห็นตะวันกำลังนั่งวาดรูปอยู่ก็จำได้จึงเดินเข้ามาหา
“ คุณมาวาดภาพแถวนี้อีกแล้วนะ คณะสถาปัตย์อยู่ด้านโน้นนะคะ ”
“ ที่นี่เป็นเขตห้ามวาดรูปด้วยหรือ ผมไม่ยักกะรู้ ”
“ เปล่าค่ะ แค่รู้สึกว่าคุณจะผิดถิ่นไปสักหน่อย ”
“ ครับ ผมผิดถิ่นจริงๆ เพราะผมไม่ได้เรียนที่นี่ ”
“ อ้าว หรือคะ คิดว่าเป็นนิสิตที่นี่ซะอีก แล้วทำไมเข้ามาวาดรูปในนี้ล่ะคะ ”
“ ผมมาดูพระจันทร์ขึ้นตอนกลางวัน ”
จันทราหัวเราะ คิดว่าเขาล้อเล่น เธอชะโงกหน้ามองภาพเขียนของเขาอย่างสนใจ
“ สวยจัง คุณนี่วาดภาพได้สวยจังเลย นี่ขนาดยังไม่ได้ลงสี ”
“ ขอบคุณครับที่ชม ”
“ คุณเรียนอยู่มหาวิทยาลัยไหนคะ ”
“ ผมเรียนจบแล้ว ”
“ เหรอ ขอโทษทีฉันไม่รู้ คุณรับจ้างวาดรูปหรือเปล่า หรือว่าวาดขาย อะไรอย่างนี้ ”
“ ไม่หรอก ผมจะวาดเมื่ออยากจะวาดเท่านั้น ผมมีงานประจำทำอยู่แล้ว วาดรูปวาดเพื่อแก้เหงาเท่านั้น ”
“ แสดงว่าวันนี้คุณเหงา เลยมานั่งวาดรูปที่นี่ อย่างนั้นฉันไม่รบกวนเวลาวาดรูปของคุณหรอกค่ะ ”
จันทราจะเดินออกไป ชายหนุ่มเรียกไว้
“ เดี๋ยวสิคุณจันทรา ”
หญิงสาวชะงักหันมองอย่างแปลกใจว่าทำไมเขาจึงรู้จักชื่อของเธอ
“ คุณรู้จักชื่อฉันด้วยหรือ ”
“ รู้จักสิ คุณเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทที่ผมทำงานอยู่ ทำไมผมจะไม่รู้จักคุณ ”
“ จริงหรือคะ แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าคุณเลยนะ ”
“ คุณจะเคยเห็นผมได้อย่างไร ผมเพิ่งเข้าทำงานยังไม่ได้เดือน ”
“ คุณอยู่แผนกอะไรคะ ”
“ บัญชีครับ ”
“ บัญชี ไม่น่าเชื่อ ”
“ ทำไมล่ะ หน้าอย่างผมทำบัญชีไม่ได้หรือไง ”
“ เปล่า ฉันเห็นคุณวาดรูปเก่ง น่าจะจบอะไรที่มันใกล้เคียง แต่คุณทำบัญชี มันคนละเรื่องกันเลย ”
ตะวันยิ้ม
“ เยอะแยะไปที่คนเราจะมีความสามารถหลายๆอย่างทำอะไรหลายอย่างได้ คุณเคยเห็นหมอที่รักษาคนไข้ เอาเวลาว่างมาปั้นหม้อปั้นไหไหม มันเป็นงานอีกอย่างที่เขารักไง ”
“ ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว นับว่าคุณเก่งที่ทำอะไรได้หลายอย่างนอกเหนือจากที่เรียนมา หรือวาดภาพนี้คุณก็เรียนมาเหมือนกัน ”
“ จะว่าเรียนก็น่าจะใช่นะ เพราะผมมีเพื่อนที่เขาเรียนช่างศิลปะ ผมให้เขาสอนการวาดรูป การแกะสลักไม้ให้ ”
“ จริงหรือที่คุณแกะสลักไม้ได้ โอ วิเศษเลย ”
“ ทำไมหรือครับ ”
“ ฉันชอบตุ๊กตาไม้แกะสลักและงานแกะลายบนไม้ ถ้าคุณมีเวลาคุณสอนให้ฉันบ้างจะได้ไหม ”
ตะวันดวงตาเป็นประกายวาบเขาไม่นึกว่าโอกาสงามๆจะหล่นใส่มือเขาง่ายขนาดนี้ เพราะจันทราคิดว่าเขาเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัทของพ่อเธอจึงไว้ใจเขาอย่างรวดเร็ว
“ ด้วยความยินดีเลยครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ของคุณท่านจะไม่ว่าเอาหรือที่คุณจะมาหัดแกะสลักไม้กับผม ”
“ ไม่ว่าหรอกค่ะ คุณก็มาสอนฉันในวันที่คุณหยุดงานสิคะ จะเป็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ก็ได้ ว่าแต่คุณเต็มใจสอนให้ฉันไหมเท่านั้น เพราะเป็นวันหยุดของคุณ คุณคงอยากพักผ่อน ”
“ ไม่มีปัญหา ผมไปสอนคุณได้ ”
“ คุยกันมาตั้งนาน ฉันยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย ”
“ ผมชื่อ ตะวัน นามสกุล วงพรต ครับ ”
“ ชื่อตะวัน ”
“ บังเอิญจังใช่ไหม ผมชื่อตะวัน แล้วคุณก็ชื่อ จันทรา ”
“ ค่ะ ฟังดูแล้วตลกจัง ชื่อเราสองคนแบบนี้ ”
ตะวันยิ้ม เขานึกในใจนี่สวรรค์ส่งเธอมาเป็นบันไดให้ฉันต่างหากจันทรา
วันหยุดเสาร์อาทิตย์สมานจะได้กลับบ้านเพราะจันทราไม่ได้ไปเรียนหนังสือ เขาจึงกลับไปหาลูกเมีย สมานกลับมาบ้านก็ช่วยแรมภรรยาขายของที่บ้าน
“ เป็นยังไงมั่งพี่หมาน ”
“ เรื่องอะไรล่ะ ”
“ ก็ความเคลื่อนไหวของพวกบ้านนั้น ”
“ ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ”
“ ไม่มีข่าวคราวของคุณหนูบ้างเลยหรือ ว่าพวกมันเลิกติดตามกันหรือยัง ”
“ คงเลิกแล้วละ ยี่สิบกว่าปีแล้ว พวกมันคงคิดว่าคุณหนูของแกตายไปแล้วจริงๆ ”
“ แกก็รู้นี่ว่าคุณหนูยังไม่ตายและต้องกลับมา ถ้าคุณหนูมีเลือดของสุรียาบดีเข้มข้น เธอต้องกลับมาล้างแค้นให้กับคุณพ่อและคุณแม่ของเธอแน่นอน ”
“ แต่ข้าไม่เห็นมีใครมาปรากฏตัวให้พวกมันวุ่นวายเลยนะ ทุกอย่างยังเงียบเป็นปกติ หรือว่าคุณหนูของแกไม่สนใจกับการแก้แค้นอะไรอีก ปล่อยให้มันเลยตามเลย ”
“ มันขึ้นกับว่าอาเอี้ยง เล่าความจริงให้คุณหนูรู้หรือยังเท่านั้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไรที่คุณหนูรู้ เธอต้องมาแน่ พี่หมาน ถ้าคุณหนูมา พี่หมานต้องช่วยเขานะ ต้องช่วยเขา ”
“ เอ็งนึกว่าข้าเป็นคนลืมบุญคุณลืมข้าวแดงแกงร้อนที่รดหัวมาหรือไงวะแรม ข้าไม่มีวันลืมน้ำใจที่แสนดีของท่านธารเทพหรอก ที่ข้าต้องทนเข้าไปรับใช้พวกมันก็เพราะข้าจะรอคุณหนูของเอ็งกลับมาหรอกวะ ”
“ พี่จำชื่อ ตะวัน วงพรตเอาไว้ให้ดีนะ ฉันไม่รู้ว่าคุณหนูจะกลับมาในชื่อของ สุรียา หรือว่า ตะวัน แต่ถ้าคุณหนูฉลาด เธอต้องไม่มาให้ใครเขารู้แน่ เธอต้องมาในชื่อของตะวัน คุณตะวัน ”
ทาทองกลับมาจากเชียงราย นางเรียกจามจุรีเข้าไปหาคุยเรื่องรีสอร์ทที่กำลังจะลงมือสร้าง
“ นี่ยายจาม ใจคอเราจะไม่ขึ้นไปช่วยป้าดูบ้างเลยหรือไง บอกว่าจะช่วยกัน พอเอาเข้าจริงป้าวิ่งอยู่คนเดียว ”
“ แหม คุณป้าขา ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรไม่ใช่หรือคะ เพิ่งจะเริ่มเตรียมก่อสร้าง เอาไว้ให้ทำไปได้สักหน่อยสิคะแล้วจามจะขึ้นไปช่วย ตอนนี้งานที่บริษัทก็ยุ่งจะตาย จามต้องเข้าไปทุกวัน ”
“ อะ เป็นไปได้หรือ หลานสาวป้าเข้าบริษัททุกวัน ”
“ โธ่ คุณป้า จามไปทุกวันจริงๆนะคะ พักนี้จามไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยอยู่แต่ที่บริษัท ไม่เชื่อก็ถามคุณแม่ของจามดูก็ได้ ”
“ ก็ดี เป็นถึงผู้จัดการทำงานมั่งไม่ทำมั่ง ลูกน้องมันจะเอาตัวอย่าง ว่าแต่เงินลงทุนร่วมกันน่ะ จามยังไม่ได้โอนให้ป้าเลยนะ นี่ป้าจ่ายไปเกือบสิบล้านแล้วนะ ทั้งซื้อที่ ซื้ออุปกรณ์ จ้างคน จัดการโอนส่วนของจามมาให้ป้าซะ ห้าล้านก่อนก็ได้ ”
“ ค่ะ วันจันทร์ จามจะจัดการให้ คุณป้านี่ กับหลานก็เค็มเหมือนกันนะ ”
“ อุ๊ย ไมได้สิ เข้าหุ้นกันก็ต้องจ่ายแบบแฟร์ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกว่าหุ้นหรือ ”
ตะวันโทรเข้ามานัดกับจันทราว่าเขาจะมาสอนเธอแกะสลักไม้ในตอนบ่ายวันอาทิตย์ จันทราจึงเรียกละอองแก้วพี่เลี้ยงของเธอเข้ามาสั่ง
“ ป้าอองจ๋า เดี๋ยวตอนบ่ายพนักงานที่บริษัทของคุณพ่อจะมาหาจันทร์ ป้าช่วยพาเขาไปที่ศาลาริมสระน้ำในสวนด้วยนะคะ แล้วหาอะไรทานเล่นสักอย่างสองอย่างให้ด้วย ”
“ ค่ะ เขามาหาคุณจันทร์ทำไมคะ ”
“ เขามาสอนจันทร์ทำงานฝีมือ แกะสลักไม้ จันทร์จะทำเอาไว้แจกพวกเพื่อนๆ ”
“ โถ คุณจันทร์ ขา ยังไม่ทันได้เรียนเลย คิดจะทำแจกเพื่อนซะแล้ว ”
ตะวันมาตรงตามเวลานัดเขาเอาอุปกรณ์แกะสลักไม้และไม้ที่จะใช้แกะมาด้วย นางละอองแก้วพาชายหนุ่มไปที่สวนหลังบ้านตามที่จันทราสั่งเอาไว้
“ เชิญทางนี้เลยค่ะ คุณจันทร์เธอให้คุณไปรอที่ศาลาในสวนค่ะ ”
ตะวันเดินตามพี่เลี้ยงของจันทราไปที่ศาลาท้ายสวน ที่นั่นร่มรื่น เย็นสบาย มีสระน้ำขนาดใหญ่ต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีขึ้นอยู่สูงตระหง่านให้ร่มเงาแสนสบาย ศาลาแห่งนี้อยู่ไกลจากตัวอาคารสุรียาบดีพอสมควร เขานั่งรอไม่นานจันทราก็ขี่จักรยานเข้ามา
“ คอยนานไหมคะ ”
“ ไม่นานครับ ที่นี่สบายจังเลยนะครับ เงียบเชียว ”
“ ค่ะ ฉันชอบที่นี่ มันเงียบใช้ท่องหนังสือ หรือทำงานสบายกว่าบนตึกเยอะเลย ได้รับลมเย็นๆ ”
“ คุณจะเริ่มเรียนเลยไหม ”
เขาหยิบท่อนไม้ที่ตัดเตรียมมาแล้วส่งให้หญิงสาว
“ เราจะทำอะไรก่อนดีคะ ”
“ ก็เริ่มจากตุ๊กตาง่ายๆก่อน เอาตัวกระต่ายก็แล้วกัน งานชิ้นแรกของคุณ จะได้เป็นกระต่ายที่จันทราเป็นผู้ทำ ”
“ ดีค่ะ ”
ตะวันเอามีดสปาต้าขนาดเล็กเหลาบนท่อนไม้ให้จันทราดู ไม้ที่เนื้อไม่แข็งนัก ไม่นานก็ขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง
“ ต้องออกแรงหน่อยนะครับ แต่ต้องระวังมีดจะบาดมือด้วย เอา คุณลองทำดู ”
เขามองจันทราเหลาไม้เก้ๆกังๆ
“ ตรงคอของมันคุณต้องกดให้แรงหน่อย มันจะได้หยักเป็นรูป ”
“ ยากเหมือนกันนะคะ ”
“ นี่เพียงแค่ขึ้นรูปของมัน เวลาตกแต่งจะยากเพราะต้องใช้ความละเอียดและเบามือ ”
จนนานจันทราก็ยังทำให้ท่อนไม้สี่เหลี่ยมเป็นรูปกระต่ายไม่ได้ ตะวันจึงเอามาทำให้ดูใหม่
“ เอาอย่างนี้ ผมจะแกะให้คุณดูเป็นตัวอย่าง ตัวหนึ่งก่อน แล้วคุณค่อยทำตามนะ ”
“ ดีค่ะ ”
ตะวันปาดเหลาเกลาแต่งไม่นานกระต่ายตัวน้อยก็เป็นรูปเป็นร่างดังต้องการ จันทรามองอย่างตั้งใจ เขาเอาสิ่วขุดขนาดเล็ก มาขุดให้เป็นริ้วเส้นขน กรีดร่องหู หนวด และลูกตาอย่างชำนาญ ไม่ถึงสองชั่วโมงกระต่ายตัวสวยก็เสร็จสมบรูณ์ เขาส่งให้เธอ