สิ้นแสงสุริยา ตอนที่ 9

กระทู้สนทนา
“  ทำไม พวกเขาไม่พอใจหรือไงที่เราขึ้นให้เขาเท่านั้น เศรษฐกิจช่วงนี้ก็น่าจะรู้กันดี  ได้ขึ้นเงินเดือนก็ดีถมไปแล้ว ไม่ถึงกับต้องปลดคนออก  ”
“  เขาอ้างว่าผลผลิตของเราไม่ได้ลดลง ตรงกันข้ามกลับเพิ่มขึ้น เราจะอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดีได้อย่างไร  ”
“  ใช่ เราผลิตเพิ่มขึ้น แต่ค่าเงินที่ขึ้นมาขนาดนี้ต้นทุนเราเพิ่มมหาศาลขนาดไหน และไอ้ที่ผลิตเพิ่มก็เพราะ เมื่อปลายปีที่แล้ว เราส่งสินค้าให้เขาไม่ทัน เราถูกปรับเท่าไหร่รู้หรือเปล่า แล้วต้องมาเร่งผลิตในขณะที่ต้นทุนสูงลิบลิ่ว ยังจะเอายังไง ถ้าเรื่องมาก ฏ้จ่ายเงินชดเชยให้พวกเขาออกไป  ”
“  ไม่ได้นะครับ ช่างเกือบยี่สิบคนถ้าออกไป เราจะไปหาที่ไหนทัน อีกอย่างตอนนี้เราต้องเร่งผลิต เราขาดช่างไม่ได้  ”
“  อย่างนั้นให้ฉันคุยกับพวกเขาเองก็แล้วกัน ถ้าพอรับได้ฉันก็จะรับเอาไปพิจารณา  ทำไมต้องมาก่อปัญหากันในตอนนี้ด้วยนะพวกนี้  ”

ตะวันนั่งฟังจามจุรีกับหัวหน้าช่างที่เป็นตัวแทนช่างเจรจากัน เขาได้รับรู้ว่าขณะนี้ทางโรงงานกำลังประสบกับปัญหาต้นทุนสูง และถูกปรับฐานส่งสินค้าให้ไม่ทันกำหนด กว่าจะตกลงกันได้ จามจุรีก็ต้องใช้ความสามารถในการเจรจาไม่น้อย ตะวันนึกชมหล่อนในใจแม้ดูผิวเผินจะเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดท่าทางหยิบโหย่งแต่จริงๆแล้ว เธอก็มีจิตวิทยาในการเจรจาไม่น้อย เธอสามารถทำให้คนงานพอใจได้ในระดับหนึ่ง และยุติปัญหาลงได้ เมื่อหัวหน้าช่างออกไปแล้วจามจุรียังอยู่คุยกับผู้จัดการโรงงานอีกพักใหญ่จึงกลับ

“  คุณชวนผมมาทำไม มานั่งฟังปัญหาของโรงงานอย่างนั้นหรือ  ”
“  ใช่  นายอยู่ฝ่ายบัญชี จะได้มาเห็นสภาพความเป็นจริงบ้างว่าที่โรงงานมีปัญหามากขนาดไหน ดูแต่ตัวเลข แต่ไม่มาดูชิ้นงานจะเข้าใจอะไรถ่องแท้ได้อย่างไร  ”
“  ทำไมไม่ลองสั่งวัตถุดิบจากทวีปอื่นดูบ้าง ต้นทุนน่าจะถูกกว่าที่เดิม มันจะได้เป็นการลดต้นทุนและไม่ผูกติดกับที่เดิมจนเกินไป ของอเมริกาไม่แน่ว่าจะดีกว่าที่อื่นเสมอไป  ”
“  เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายจัดซื้อต่างประเทศ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงอะไรคุณพ่อเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินใจ ฉันไม่มีหน้าที่ ไม่ยุ่งกับเขาหรอก ฉันก็แค่ฝ่ายบุคคล  ”
“  แต่คุณเป็นกรรมการบริษัทคนหนึ่งไม่ใช่หรือ คุณน่าจะเสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมได้ ถ้าเสนอหนทางเลือกที่ดีกว่า  ”
“  เอาเถอะ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลยวันนี้ฉันเครียดจัง นี่สามโมงกว่าแล้ว นายคงไม่ต้องเข้าบริษัทแล้วล่ะ นายจะกลับที่พักเลยไหมฉันจะไปส่งให้   ”
“  ไม่ต้อง ผมกลับเองได้  ”
“  งั้นก็ตามใจ  ”

ตะวันแยกมาจากจามจุรี เขาไม่ได้กลับที่พักแต่จ้างแท็กซี่ไปส่งที่มหาวิทยาลัยที่จันทราเรียนอยู่ เขามานั่งที่ริมสระน้ำมองบรรดานิสิตที่นั่งอ่านหนังสือและทำงานกันอยู่เป็นกลุ่มๆ รถที่มารอรับจันทราจอดอยู่ไม่ไกลจากหน้าตึก แสดงว่าเธอยังไม่กลับ เขาเห็นคนขับรถของเธอลงมานอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ริมสระน้ำ ชายหนุ่มหยิบอุปกรณ์วาดรูปออกมาจากกระเป๋า เริ่มวาดภาพอย่างตั้งใจ ไม่นานเขาก็ร่างภาพของสระน้ำและมวลดอกไม้รอบๆสระน้ำออกมา  จันทราเดินสะพานกระเป๋าหอบหนังสือมาที่รถ  เธอหันมาเห็นตะวันกำลังนั่งวาดรูปอยู่ก็จำได้จึงเดินเข้ามาหา

“  คุณมาวาดภาพแถวนี้อีกแล้วนะ คณะสถาปัตย์อยู่ด้านโน้นนะคะ  ”
“  ที่นี่เป็นเขตห้ามวาดรูปด้วยหรือ ผมไม่ยักกะรู้  ”
“  เปล่าค่ะ แค่รู้สึกว่าคุณจะผิดถิ่นไปสักหน่อย  ”
“  ครับ ผมผิดถิ่นจริงๆ เพราะผมไม่ได้เรียนที่นี่  ”
“  อ้าว หรือคะ คิดว่าเป็นนิสิตที่นี่ซะอีก แล้วทำไมเข้ามาวาดรูปในนี้ล่ะคะ  ”
“  ผมมาดูพระจันทร์ขึ้นตอนกลางวัน  ”

จันทราหัวเราะ คิดว่าเขาล้อเล่น เธอชะโงกหน้ามองภาพเขียนของเขาอย่างสนใจ

“  สวยจัง คุณนี่วาดภาพได้สวยจังเลย นี่ขนาดยังไม่ได้ลงสี  ”
“  ขอบคุณครับที่ชม  ”
“  คุณเรียนอยู่มหาวิทยาลัยไหนคะ  ”
“  ผมเรียนจบแล้ว   ”
“  เหรอ ขอโทษทีฉันไม่รู้ คุณรับจ้างวาดรูปหรือเปล่า หรือว่าวาดขาย อะไรอย่างนี้  ”
“  ไม่หรอก ผมจะวาดเมื่ออยากจะวาดเท่านั้น ผมมีงานประจำทำอยู่แล้ว วาดรูปวาดเพื่อแก้เหงาเท่านั้น  ”
“  แสดงว่าวันนี้คุณเหงา เลยมานั่งวาดรูปที่นี่ อย่างนั้นฉันไม่รบกวนเวลาวาดรูปของคุณหรอกค่ะ  ”

จันทราจะเดินออกไป ชายหนุ่มเรียกไว้

“  เดี๋ยวสิคุณจันทรา  ”

หญิงสาวชะงักหันมองอย่างแปลกใจว่าทำไมเขาจึงรู้จักชื่อของเธอ

“  คุณรู้จักชื่อฉันด้วยหรือ  ”
“  รู้จักสิ คุณเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทที่ผมทำงานอยู่ ทำไมผมจะไม่รู้จักคุณ  ”
“  จริงหรือคะ แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าคุณเลยนะ  ”
“  คุณจะเคยเห็นผมได้อย่างไร ผมเพิ่งเข้าทำงานยังไม่ได้เดือน  ”
“  คุณอยู่แผนกอะไรคะ  ”
“  บัญชีครับ  ”
“  บัญชี ไม่น่าเชื่อ  ”
“  ทำไมล่ะ หน้าอย่างผมทำบัญชีไม่ได้หรือไง  ”
“  เปล่า  ฉันเห็นคุณวาดรูปเก่ง น่าจะจบอะไรที่มันใกล้เคียง แต่คุณทำบัญชี มันคนละเรื่องกันเลย  ”

ตะวันยิ้ม

“  เยอะแยะไปที่คนเราจะมีความสามารถหลายๆอย่างทำอะไรหลายอย่างได้ คุณเคยเห็นหมอที่รักษาคนไข้ เอาเวลาว่างมาปั้นหม้อปั้นไหไหม มันเป็นงานอีกอย่างที่เขารักไง  ”
“  ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว นับว่าคุณเก่งที่ทำอะไรได้หลายอย่างนอกเหนือจากที่เรียนมา หรือวาดภาพนี้คุณก็เรียนมาเหมือนกัน  ”
“  จะว่าเรียนก็น่าจะใช่นะ เพราะผมมีเพื่อนที่เขาเรียนช่างศิลปะ ผมให้เขาสอนการวาดรูป การแกะสลักไม้ให้  ”
“  จริงหรือที่คุณแกะสลักไม้ได้ โอ วิเศษเลย  ”
“  ทำไมหรือครับ  ”
“  ฉันชอบตุ๊กตาไม้แกะสลักและงานแกะลายบนไม้ ถ้าคุณมีเวลาคุณสอนให้ฉันบ้างจะได้ไหม  ”

ตะวันดวงตาเป็นประกายวาบเขาไม่นึกว่าโอกาสงามๆจะหล่นใส่มือเขาง่ายขนาดนี้ เพราะจันทราคิดว่าเขาเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัทของพ่อเธอจึงไว้ใจเขาอย่างรวดเร็ว

“  ด้วยความยินดีเลยครับ แต่คุณพ่อคุณแม่ของคุณท่านจะไม่ว่าเอาหรือที่คุณจะมาหัดแกะสลักไม้กับผม  ”
“  ไม่ว่าหรอกค่ะ คุณก็มาสอนฉันในวันที่คุณหยุดงานสิคะ จะเป็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ก็ได้ ว่าแต่คุณเต็มใจสอนให้ฉันไหมเท่านั้น เพราะเป็นวันหยุดของคุณ คุณคงอยากพักผ่อน  ”
“  ไม่มีปัญหา ผมไปสอนคุณได้  ”
“  คุยกันมาตั้งนาน ฉันยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย  ”
“  ผมชื่อ ตะวัน นามสกุล วงพรต ครับ  ”
“  ชื่อตะวัน   ”
“  บังเอิญจังใช่ไหม ผมชื่อตะวัน แล้วคุณก็ชื่อ จันทรา  ”
“  ค่ะ ฟังดูแล้วตลกจัง ชื่อเราสองคนแบบนี้  ”

ตะวันยิ้ม เขานึกในใจนี่สวรรค์ส่งเธอมาเป็นบันไดให้ฉันต่างหากจันทรา  
วันหยุดเสาร์อาทิตย์สมานจะได้กลับบ้านเพราะจันทราไม่ได้ไปเรียนหนังสือ เขาจึงกลับไปหาลูกเมีย สมานกลับมาบ้านก็ช่วยแรมภรรยาขายของที่บ้าน

“  เป็นยังไงมั่งพี่หมาน  ”
“  เรื่องอะไรล่ะ  ”
“  ก็ความเคลื่อนไหวของพวกบ้านนั้น  ”
“  ก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างก็เหมือนเดิม  ”
“  ไม่มีข่าวคราวของคุณหนูบ้างเลยหรือ ว่าพวกมันเลิกติดตามกันหรือยัง  ”
“  คงเลิกแล้วละ ยี่สิบกว่าปีแล้ว พวกมันคงคิดว่าคุณหนูของแกตายไปแล้วจริงๆ   ”
“  แกก็รู้นี่ว่าคุณหนูยังไม่ตายและต้องกลับมา ถ้าคุณหนูมีเลือดของสุรียาบดีเข้มข้น เธอต้องกลับมาล้างแค้นให้กับคุณพ่อและคุณแม่ของเธอแน่นอน  ”
“  แต่ข้าไม่เห็นมีใครมาปรากฏตัวให้พวกมันวุ่นวายเลยนะ ทุกอย่างยังเงียบเป็นปกติ หรือว่าคุณหนูของแกไม่สนใจกับการแก้แค้นอะไรอีก ปล่อยให้มันเลยตามเลย  ”
“  มันขึ้นกับว่าอาเอี้ยง เล่าความจริงให้คุณหนูรู้หรือยังเท่านั้น ฉันเชื่อว่าเมื่อไรที่คุณหนูรู้ เธอต้องมาแน่ พี่หมาน ถ้าคุณหนูมา พี่หมานต้องช่วยเขานะ ต้องช่วยเขา  ”
“  เอ็งนึกว่าข้าเป็นคนลืมบุญคุณลืมข้าวแดงแกงร้อนที่รดหัวมาหรือไงวะแรม ข้าไม่มีวันลืมน้ำใจที่แสนดีของท่านธารเทพหรอก ที่ข้าต้องทนเข้าไปรับใช้พวกมันก็เพราะข้าจะรอคุณหนูของเอ็งกลับมาหรอกวะ  ”
“  พี่จำชื่อ ตะวัน วงพรตเอาไว้ให้ดีนะ ฉันไม่รู้ว่าคุณหนูจะกลับมาในชื่อของ สุรียา หรือว่า ตะวัน แต่ถ้าคุณหนูฉลาด เธอต้องไม่มาให้ใครเขารู้แน่ เธอต้องมาในชื่อของตะวัน คุณตะวัน  ”

ทาทองกลับมาจากเชียงราย นางเรียกจามจุรีเข้าไปหาคุยเรื่องรีสอร์ทที่กำลังจะลงมือสร้าง

“  นี่ยายจาม ใจคอเราจะไม่ขึ้นไปช่วยป้าดูบ้างเลยหรือไง บอกว่าจะช่วยกัน พอเอาเข้าจริงป้าวิ่งอยู่คนเดียว  ”
“  แหม คุณป้าขา ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรไม่ใช่หรือคะ เพิ่งจะเริ่มเตรียมก่อสร้าง เอาไว้ให้ทำไปได้สักหน่อยสิคะแล้วจามจะขึ้นไปช่วย ตอนนี้งานที่บริษัทก็ยุ่งจะตาย จามต้องเข้าไปทุกวัน  ”
“ อะ  เป็นไปได้หรือ หลานสาวป้าเข้าบริษัททุกวัน  ”
“  โธ่ คุณป้า จามไปทุกวันจริงๆนะคะ พักนี้จามไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยอยู่แต่ที่บริษัท ไม่เชื่อก็ถามคุณแม่ของจามดูก็ได้  ”
“  ก็ดี เป็นถึงผู้จัดการทำงานมั่งไม่ทำมั่ง ลูกน้องมันจะเอาตัวอย่าง ว่าแต่เงินลงทุนร่วมกันน่ะ จามยังไม่ได้โอนให้ป้าเลยนะ นี่ป้าจ่ายไปเกือบสิบล้านแล้วนะ ทั้งซื้อที่ ซื้ออุปกรณ์ จ้างคน จัดการโอนส่วนของจามมาให้ป้าซะ   ห้าล้านก่อนก็ได้  ”
“  ค่ะ วันจันทร์ จามจะจัดการให้ คุณป้านี่ กับหลานก็เค็มเหมือนกันนะ  ”
“  อุ๊ย  ไมได้สิ เข้าหุ้นกันก็ต้องจ่ายแบบแฟร์ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกว่าหุ้นหรือ  ”

ตะวันโทรเข้ามานัดกับจันทราว่าเขาจะมาสอนเธอแกะสลักไม้ในตอนบ่ายวันอาทิตย์ จันทราจึงเรียกละอองแก้วพี่เลี้ยงของเธอเข้ามาสั่ง

“  ป้าอองจ๋า เดี๋ยวตอนบ่ายพนักงานที่บริษัทของคุณพ่อจะมาหาจันทร์ ป้าช่วยพาเขาไปที่ศาลาริมสระน้ำในสวนด้วยนะคะ แล้วหาอะไรทานเล่นสักอย่างสองอย่างให้ด้วย  ”
“  ค่ะ เขามาหาคุณจันทร์ทำไมคะ  ”
“  เขามาสอนจันทร์ทำงานฝีมือ แกะสลักไม้ จันทร์จะทำเอาไว้แจกพวกเพื่อนๆ  ”
“  โถ คุณจันทร์ ขา ยังไม่ทันได้เรียนเลย คิดจะทำแจกเพื่อนซะแล้ว  ”

ตะวันมาตรงตามเวลานัดเขาเอาอุปกรณ์แกะสลักไม้และไม้ที่จะใช้แกะมาด้วย นางละอองแก้วพาชายหนุ่มไปที่สวนหลังบ้านตามที่จันทราสั่งเอาไว้

“  เชิญทางนี้เลยค่ะ คุณจันทร์เธอให้คุณไปรอที่ศาลาในสวนค่ะ  ”

ตะวันเดินตามพี่เลี้ยงของจันทราไปที่ศาลาท้ายสวน ที่นั่นร่มรื่น เย็นสบาย มีสระน้ำขนาดใหญ่ต้นไม้ใหญ่อายุหลายสิบปีขึ้นอยู่สูงตระหง่านให้ร่มเงาแสนสบาย ศาลาแห่งนี้อยู่ไกลจากตัวอาคารสุรียาบดีพอสมควร เขานั่งรอไม่นานจันทราก็ขี่จักรยานเข้ามา

“  คอยนานไหมคะ  ”  
“  ไม่นานครับ  ที่นี่สบายจังเลยนะครับ เงียบเชียว  ”
“  ค่ะ  ฉันชอบที่นี่ มันเงียบใช้ท่องหนังสือ หรือทำงานสบายกว่าบนตึกเยอะเลย ได้รับลมเย็นๆ  ”
“  คุณจะเริ่มเรียนเลยไหม  ”

เขาหยิบท่อนไม้ที่ตัดเตรียมมาแล้วส่งให้หญิงสาว

“  เราจะทำอะไรก่อนดีคะ  ”
“  ก็เริ่มจากตุ๊กตาง่ายๆก่อน เอาตัวกระต่ายก็แล้วกัน งานชิ้นแรกของคุณ จะได้เป็นกระต่ายที่จันทราเป็นผู้ทำ  ”
“  ดีค่ะ  ”

ตะวันเอามีดสปาต้าขนาดเล็กเหลาบนท่อนไม้ให้จันทราดู ไม้ที่เนื้อไม่แข็งนัก ไม่นานก็ขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง

“  ต้องออกแรงหน่อยนะครับ แต่ต้องระวังมีดจะบาดมือด้วย เอา คุณลองทำดู  ”

เขามองจันทราเหลาไม้เก้ๆกังๆ

“  ตรงคอของมันคุณต้องกดให้แรงหน่อย มันจะได้หยักเป็นรูป  ”
“  ยากเหมือนกันนะคะ  ”
“  นี่เพียงแค่ขึ้นรูปของมัน เวลาตกแต่งจะยากเพราะต้องใช้ความละเอียดและเบามือ  ”

จนนานจันทราก็ยังทำให้ท่อนไม้สี่เหลี่ยมเป็นรูปกระต่ายไม่ได้ ตะวันจึงเอามาทำให้ดูใหม่

“  เอาอย่างนี้ ผมจะแกะให้คุณดูเป็นตัวอย่าง ตัวหนึ่งก่อน แล้วคุณค่อยทำตามนะ  ”
“  ดีค่ะ  ”

ตะวันปาดเหลาเกลาแต่งไม่นานกระต่ายตัวน้อยก็เป็นรูปเป็นร่างดังต้องการ จันทรามองอย่างตั้งใจ เขาเอาสิ่วขุดขนาดเล็ก มาขุดให้เป็นริ้วเส้นขน กรีดร่องหู หนวด และลูกตาอย่างชำนาญ ไม่ถึงสองชั่วโมงกระต่ายตัวสวยก็เสร็จสมบรูณ์ เขาส่งให้เธอ



...พิมพ์พิลาสฒ์...
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งนิยาย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่