วันนี้ท้องเสีย มาหาหมอ โรงพยาบาลเอกชลชื่อดังในศรี....ชา ค่ายา 1,8xx บาท ยาฆ่าเชื้อ 6 เม็ด 768 บาท ไปถามห้องยาคือบอกยาจากนอกเป็นยาออริจินอล เอ่ะอ่ะก้อจะฉีดยาแก้เพลีย จะให้นอนให้น้ำเกลือ ทั้งที่ไม่จำเป็น เพราะผมไม่ได้ติดเชื้อร้ายแรง (เรียนสาธารณสุขครับวิเคราะห์โรคเบื้องต้นได้ มียารักษาอาการทั่วไปที่บ้านครับ ยกเว้นยาฆ่าเชื้อควรให้แพทย์สั่ง) แต่ที่ต้องไปคือต้องการใบรับรองแพทย์ สุขภาพคือธุรกิจ คือคนไข้ส่วนใหญ่ไม่รู้ไงว่าเราสามารถเลือกเกรดยาได้ ไอ้ยาดีก้อไม่เถียงแต่ราคามันเกินความจำเป็นไปไหม ผมเป็นโรคทั่วไป ไม่ใช่โรคเฉพาะเช่นโรคทางประสาท พากินสัน อัลไซเมอร์ ถึงต้องใช้ยาเม็ดละเป็นร้อย นี่มันขูดเลือดนะ ผู้บริโภคควรยื่นคำร้องให้ยาเป็นสินค้าควบคุมได้แล้ว มีคนไข้อีกเท่าไหร่ที่ไม่รู้หมอสั่งอะไรก็ตามนั้น
ปล.หลังจากต่อลองราคาคัดแต่ยาที่จำเป็น หมอลดเกรดยาเป็นยาในประเทศ จ่ายไป 700 กว่าบาท รวมค่าบริการทางการแพทย์แล้วครับ
บางคนบอกไม่มีเงินแล้วไปทำไม ทำไมไม่เจียมตัว ผมอยากบอกว่าที่ต้องกระทู้ไม่ใช่มาบอกแค่มันแพง รู้ว่า โรงบาลบริการดีมีต้นทุนสูง รู้ว่าเป็นธุรกิจต้องการกำไรแต่ที่ต้ังกระทู้อยากให้คนฐานะปานกลางรู้สิทธิว่าถ้าวันนึงจำเป็นต้องใช้บริการเรามีสิทธิ์เลือกราคายาหรือเลือกยาได้ อันไหนยาสามัญรักษาอาการทั่วไป ก็ไปร้านยาภายนอกได้ ยกเว้นยาอันตรายหรือยาเฉพาะที่ต้องสั่งตามแพทย์ และอยากให้ยากลายเป็นสินค้าควบคุมครับ
กรุณาคอมเม้นท์ด้วยความสุภาพ ความรู้ผมไม่มาก ผิดพลาดไปผมขออภัยไว้ ณ ที่นี้ครับ
เมื่อผมท้องเสียกับค่ายา 1,8xx บาท
ปล.หลังจากต่อลองราคาคัดแต่ยาที่จำเป็น หมอลดเกรดยาเป็นยาในประเทศ จ่ายไป 700 กว่าบาท รวมค่าบริการทางการแพทย์แล้วครับ
บางคนบอกไม่มีเงินแล้วไปทำไม ทำไมไม่เจียมตัว ผมอยากบอกว่าที่ต้องกระทู้ไม่ใช่มาบอกแค่มันแพง รู้ว่า โรงบาลบริการดีมีต้นทุนสูง รู้ว่าเป็นธุรกิจต้องการกำไรแต่ที่ต้ังกระทู้อยากให้คนฐานะปานกลางรู้สิทธิว่าถ้าวันนึงจำเป็นต้องใช้บริการเรามีสิทธิ์เลือกราคายาหรือเลือกยาได้ อันไหนยาสามัญรักษาอาการทั่วไป ก็ไปร้านยาภายนอกได้ ยกเว้นยาอันตรายหรือยาเฉพาะที่ต้องสั่งตามแพทย์ และอยากให้ยากลายเป็นสินค้าควบคุมครับ
กรุณาคอมเม้นท์ด้วยความสุภาพ ความรู้ผมไม่มาก ผิดพลาดไปผมขออภัยไว้ ณ ที่นี้ครับ