[CR] ครั้งหนึ่งในชีวิต.......3วัน2คืนทำงานแลกที่อยู่และอาหารที่ญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่านี่เป็นกระทู้แรกในชีวิตผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ที่มาที่ไปคือช่วงสิงหาเมื่อปีที่แล้วทางสายการบินหางแดง..ได้มีโปรตั๋วเครื่องบินราคาถูกออกมา และด้วยความรู้สึกฟินของสมาชิกร่วมแก๊งค์ทั้ง4ที่ได้ backpack ไปเที่ยวเวียดนามด้วยกันยังครุกรุ่นในความรู้สึกพวกเราทั้ง4จึงลงความเห็นว่า....ทริปหน้าจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากญี่ปุ่น...อย่าช้าทีเฝ้ารอหน้าจอคอมจองตั๋ว ณ บัดnow.....โดยช่วงเวลาการเดินทางขอเป็นช่วงที่เจ้าของกระทู้ปิดเทอม..เนื่องด้วยเจ้าของกระทู้ยังต้องสวมบทบาทนักศึกษาอยู่...ส่วนสมาชิกอีก3คนทำงานแล้ว....สรุปได้ช่วงเดินทาง....30 พ.ค.- 8 มิ.ย. 2558
       หลังจากจองตั๋วไป....ก็มิได้พูดคุยเรื่องทริปอะไรกันอีกจนกระทั้งช่วง...ต้นเดือนเม.ย..(เหลือเวลาอีกเดือนกว่าเองนี่หน่าจะถึงวันเดินทางแล้ว).....ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้การแน่...เพราะพวกเราไม่มีการว่างแผนการเที่ยวใดใดกันเลย.....สมาชิก4คน..2คนไม่เคยไปญี่ปุ่น 1คน เคยไปสมัยยังเด็ก....มีอยู่คนเดียวที่เคยไปเที่ยวมาถึง3ครั้ง..และสมาชิกท่านนี่แหละที่เป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทำให้พวกเราได้เข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวญี่ปุ่น(เพี่อสะดวกในการเล่าเรื่องขออนุญาติเรียกสมาชิกทั้ง4ดังนี้.....พี่ใหญ่คือคนที่ไปบ่อยสุดและอายุมากสุดในแก๊งค์555 พี่รองคือคนที่เคยไปมาแล้วเมื่อครั้งยังเด็ก พี่กลางคือพี่สาวรวมแก๊งค์ของเจ้าของกระทู้...ส่วนน้องเล็กคือเจ้าของกระทู้เองเนื่องด้วยอายุน้อยสุดถึงแม้ตัวจะใหญ่กว่าใครเพื่อน55555)
   2 year ago(แหมะinterนิดนุง5555)พี่ใหญ่ของเราได้ไปปีนภูเข้าไฟฟูจิและได้รู้จักกับคุณยูโกะ..คุณยูโกะทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของเมืองชิซูโอกะ...คุณยูโกะจึงแนะนำพี่ใหญ่ของเราให้ไปเที่ยวที่ไร่ชาเขียวที่ชิซูโอกะ..ถ้าพวกเราสนใจคุณยูโกะจะติดต่อกับไร่ชาเขียวให้.....แต่เนื่องด้วยสมาชิของเราอยากท่องเที่ยวและเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น...จึงได้ขอคุณยูโกะว่าไม่ขอแค่เข้าไปเที่ยวได้หรือไม่....พวกเราอยากไปนอนในไร่และอยากช่วยทำไร่ชาด้วย....ด้วยความน่ารักของคุณยูโกะ...คุณยูโกะได้ติดต่อ..คุณวาตานาเบะซึ่งเป็นประธานกลุ่มฟาร์มชาเขียวของชิซูโอกะเกี่ยวกับความต้องการของพวกเรา....เป็นโชคดีของพวกเราทั้ง4..ที่เจอแต่คนใจดี....คุณวาตานาเบะ(ผู้ใหญ่ใจดีมากๆๆๆๆๆถึงมากที่สุด)ได้สำรวจไร่ชาในกลุ่มที่จะสามารถรับเป็นhostให้กับพวกเราทั้ง4ได้.....และแล้วข่าวดีจากญี่ปุ่นก็ส่งมาทางอีเมลล์ของพี่ใหญ่ของเรา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้...คุณวาตานะเบะได้ตอบกลับมาว่าสามารถหาครอบครัวญี่ปุ่นที่สามารถรับพวกเราไปอยู่ด้วยได้แล้วพร้อมส่งรูปบ้านของHostมาให้พวกเรา..โดยเราจะได้ไปพักกับ Suzuki family....บอกตามตรงครั้งแรกที่เราเห็นรูปบ้านของhostแอบคิดหนักกันเล็กน้อย....เนื่องจากความตั้งใจของกลุ่มเราคือต้องการไปศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านญีปุ่น....แต่เห็นรูปบ้านของครอบครัวSuzukiที่คุณวาตานาเบะส่งมาให้คือเอ่อนี่มันไม่ใช่...คือครอบครัวSuzukiนั้นนอกจากจะทำธุรกิจไร่ชาเขียวแล้วยังเปิดresortเล็กๆมีห้องพักประมาณ6ห้องและยังมีธุรกิจrestaurantอีกด้วย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้.....และแล้ววันเดินทางก็มาถึงพวกเราเที่ยวกันในโตเกียวก่อน2วันจากนั้นก็เดินทางไปเที่ยวเมืองมัสซึโมโตะ1วันและเดินทางไปยังชิซูโอกะ....
    เรานั่งชินคันเซนไปลงยังสถานีShizuoka......โดยมีคุณยูโกะยืนยิ้มรอรับพวกเราอยู่หน้าสถานี...คุณยูโกะยิ้มทักทายพร้อมกับจับมือพวกเราทีละคนส่วนเราหลังจากจับมือเราก็ยกมือไหว้ตามธรรมเนียมไทย...คุณยูโกะเป็นผู้หญิงวัยกลางคนลักษณะท่าทางเป็นคนใจดีและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษดีเยี่ยม(คนญี่ปุ่นส่วยใหญ่เวลาเค้าพูดภาษาอังกฤษจะมีสำเนียงเป็นเอกลักษณ์ซึ่งคนที่ภาษาอังกฤษอ่อนด้อยอย่างเราฟังแทบจะไม่ออก..แต่คุณยูโกะนี่สำเนี่ยงสากลทำเด็กอ่อนภาษาอย่างเราพอจะฟังได้)โดยคนที่สื่อสารกับคุณยูโกะส่วนใหญ่จะเป็นพี่ใหญ่กับพี่รองของเรา...เรายืนคุยเล่าถึงการเดินทางสักระยะหนึ่ง...คุณยูโกะก็ไปส่งเราขึ้นรถเมย์พร้อมทั้งคุยกับพนักงานขับรถว่าให้ช่วยจอดตรงจุดที่เราต้องลงรถ....คุณยูโกะได้เตรียมเค้กชาเขียวให้พวกเราคนละกล่อง..ส่วนเราก็มีของที่ระลึกจากประเทศไทยเป็นการตอบแทนเช่นกัน
เค้กชาเขียวอร่อยมากจริงคะชาเขียวเข้มข้นสมกับเป็นเมืองแห่งชาเขียวของที่ระลึกจากเมืองไทยเราเตรียมไป3ชุด..ให้คุณยูโกะ..คุณวาตานาเบะ..และบ้านซูซูกิ


    เรานั่งรถเมย์ไปประมาณเกือบ1ชั่วโมง.....ก็ถึงจุดที่เราต้องลง..โดยพนักงานขับรถได้ส่งสัญญาณให้พวกเราลงจากรถเมย์.....ลงปุ๊บก็มีหญิงสาววัย20ปลาย30ต้นๆกับชายวัยประมาณ50มายืนรอรับ(ผู้หญิงคือลูกสะใภ้ของบ้านนี้ส่วนผู้ชายคือคุณลุงเจ้าของบ้าน...พร้อมทั้งแนะนำตัวว่าเค้าคือครอบครัวSuzukiเป็นครอบครัวที่พวกเราจะไปอยู่ด้วยนั้นเอง...พวกเรานั่งรถของครอบครัวSuzukiไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้านของครัวนี้....คือเป็นบ้านที่เป็นโรงแรมด้วยชื่อว่าRindou hotelโดยตัวโรงแรมล้อมรอบไปด้วยภูเขา...ข้างบ้านเป็นไร่ชาเขียวเล็กๆ..บรรยากาศดีมากๆ......เมื่อเราก้าวขาเข้าไปยังตัวบ้านมีรองเท้าแตะวางเรียงอยู่4คู่...พร้อมให้เราใส่และคุณป้าเจ้าของบ้านยืนยิ้มและกล่าวตอนรับเราเป็นภาษาญี่ปุ่น....คือแค่ก้าวแรกที่เราก้าวเข้าบ้านSuzukiก็ทำเอาพวกเราทั้ง4รู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก...เราเป็นแค่เพียงผู้อาศัยแต่เค้าเตรียมการรับเราอย่างดีมาก..จนพวกเราทำตัวไม่ถูก...
    ครอบครัวSuzukiเป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน8คน...ประกอบด้วยคุณพ่อ คุณแม่ ลูกชาย3คน ลูกสะใภ้ 1คน หลายชาย 1 คน และคุณย่าซึ่งอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก....โดยที่Rindou hotelมีผู้ที่พักอยู่คือคุณพ่อคุณแม่...ลูกชายคนโต(ชื่อเคสึเกะ)ลูกสะใภ้(ชื่อทามะ)และหลานชาย(ชื่อหนูน้อยโคโตะ) ส่วนลูกชายคนรองไม่กล้าถามว่าพักที่ไหนอาจจะพักที่บ้านภรรยา...ส่วนลูกชายคนเล็กพักกับคุณย่าของเค้า
    ทั้งไร่ชาเขียวและโรงแรมไม่มีการจ้างลูกจ้าง..พวกเค้าบริหารและจัดการทำกันเพียง5คน..คือคุณพ่อคุณแม่ ลูกชายคนโตและคนรอง และลูกสะใภ้...ส่วนลูกชายคนเล็กเปิดร้านเบเกอร์รี่อยุ่ในตัวเมืองชิซูโอกะชื่อร้านSingeโดยที่ร้านนี้ก็ไม่มีการจ้างคนอีกเช่นกันทั้งทำขนม เครื่องดื่ม และพนักงานขายลูกชายคนเล็กเป็นคนทำคนเดียว (สุดยอดจริงคะ....นับถือครอบครัวนี้มากจริงๆ..เก่งมากๆ) ส่วนที่โรงแรมและห้องอาหารก็ไม่มีการจ้างแม่บ้านและกุ๊ก....ไร่ชาเค้าช่วยกันทำ5คน...ส่วนโรงแรมการทำความสะอาดก็คงจะเป็นคุณพ่อคุณแม่และลูกสะใภ้...ส่วนเรื่องอาหารจะมีลูกชายทั้ง2ทำหน้าที่เป็นกุ๊กแต่กุ๊กทั้ง2ไม่ได้ช่วยกันทำนะคะ....เค้าแยกกันคนละครัวชัดเจนโดยทั้งครอบครัวมีเพียงคุณทามะ..ลูกสะใภ้คนเดียวเท่านั้นที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับพวกเราได้
    ช่วงที่เราไปพักเป็นช่วงที่โรงแรมปิดบริการเนื่องจากเป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวชาเขียว...จึงไม่มีแขกคนอื่นเข้าไปพักนอกจากพวกเรา.....ในวันแรกที่เราไปถึง...คุณทามะก็พาเราไปดูห้องพัก...โดยมีทั้งห้องพักแบบสากลและแบบญี่ปุ่น.....พวกเราขอพักเป็นห้องพักแบบญี่ปุ่นตอนแรกพวกเราจะขอพักรวมกัน4คนห้องเดียว...แต่คุณทามะเค้าไม่ยอมคงกลัวเราจะอึดอัดเค้าให้เราแบ่งพักเป็น2ห้อง...ชาย1ห้อง หญิง 1 ห้อง....หลังจากเก็บข้าวของเข้าห้องน้ำเรียบร้อยคุณทามะก็พาเราเดินทัวร์รอบบริเวณโรงแรมและไร่ชาเขียว....คุณทามะเล่าว่าต้นไม้ทุกต้นก่อนหินทุกก้อน...สวนต่างๆที่อยู่บริเวณโรงแรมไม่มีการจ้างคนทำทั้งสิ้น...คนในครอบครัวเค้าทำเองทั้งหมด(แอบตะลึงคือสุดยอดมากๆ.......ถ้าเป็นเมืองไทยจะหาเจ้าของธุรกิจมาลงมือทำอะไรเองแบบนี้ยากมากส่วนมากชี้นิ้วสั่งและก็จ่ายเงิน)ด้านหน้าของRindou hotel
ไร่ชาเขียวด้านข้างที่พัก
ในห้องพักของเราพอถึงเวลานอนก็เคลียร์โต๊ะออกเอาที่นอนมาปู....คือที่นอนที่ญี่ปุ่นนี่นอนสบายจริงๆไม่อยากจะตื่นเลยมองออกมาจากห้องนอนก็เห็นไร่ชาเขียว
   หลังจากทัวร์ไร่ชาและโรงแรมเสร็จ..ก็ถึงเวลาไปทานอาหารเย็นกันแล้ว..โดยในวันแรกทางครอบครัวSuzukiบอกว่าจะพาพวกเราไปทานอาหารเย็นที่ร้านราเมงขึ้นชื่อในตัวเมือง...พวกเราขึ้นรถไปยังตัวเมืองโดยมีคุณพ่อเป็นคนขับ...พวกเค้าพาเราไปแวะชมร้านเบเกอรี่ของครอบครัวซึ่งมีลูกชายคนเล็กเฝ้าอยู่คนเดียว...คุณทามะบอกให้พวกเราเลือกขนมที่พวกเราอยากทานไปไว้ทานตอนเช้า ด้วยความเกรงใจพวกเราเลือกขนมไปแต่ขอจ่ายเงินเอง....ทางครอบครัวSuzukiไม่ยอมให้เราจ่ายแต่พวกเราขอยื่นคำขาดถ้าไม่ให้พวกเราจ่ายเราจะไม่ขอเอาขนมกลับพวกเขาถึงยอม....หลังจากขึ้นรถคุณทามะยังขอโทษเราใหญ่โตเพราะเค้ารู้สึกเหมือนว่ามาบังคับให้เราเสียเงิน...แต่จริงๆไม่ใช่เลยคะพวกเราทั้ง4ชอบกินเบเกอรี่เป็นชีวิตจิตใจและที่เราขอซื้อเองก็เพราะเราอยากอุดหนุนธุรกิจของครอบครัวเค้าบ้าง พวกเราเดินทางไปยังร้านราเมงต่อซึ่งไม่ไกลจากร้านเบเกอรี่นัก รามเมงที่นี่ชามใหญ่โตมโหฬารมากปกติตอนที่เราอยู่โตเกียวราเมงชามนึ่งเรากินกัน2คนนะคะ...คือมันใหญ่จริงกินคนเดียวไม่หมดแต่นี่เค้าให้เราสั่งคนละชาม....ทั้งยังสั่งข้าวผัดและเกี้ยวซ่ามาให้อีก....คือเรียกได้ว่ากินกันจนจุกไปตามๆกัน ร้านsingeแอบไปเอารูปจากเพจเค้ามาคะไม่ได้ถ่ายเองคือตอนไปกำลังตะลึงกับเบเกอรี่อยู่น่ากินที่สุด
เซตนี่คือของพวกเราทั้ง4คน...จุกไปตามๆกันเลยทีเดียว
    หลังจากอิ่มพวกเราก็เดินไปซุปเปอร์มาเก๊ตฝั่งตรงข้ามร้านราเมงเพื่อซื้อของสดไว้เตรียมทำอาหารให้ครอบครัวของHostของเราทานในวันรุ่งขึ้นโดยเมนูที่เราตั้งใจจะทำกันนั้นก็มี ต้มยำกุ้ง(ซื้อน้ำต้มยำเข้มข้นสำเร็จไปจากเมืองไทย) ลาบหมู(ซึ้อผงลาบสำเร็จจากเมืองไทยไปเช่นกัน) ผัดหมี่โคราช(ซื้อหมี่โคราชกึ่งสำเร็จไป) ไข่เจียว(ไม่ได้ซื้อไข่ไปจากเมืองไทยนะคะไปซื้อไข่ที่โน้น555) หลังจากซื้อของเสร็จก็เดินทางกลับไปยัง Rindou hotel โดยที่โรงแรมมีบ่อออนเซนด้วย คุณทามะบอกจะเปิดบ่อให้เราแช่ถึง 5 ทุ่ม....ให้พวกเราใช้ได้ตามสบาย....และได้นัดพวกเราทานอาหารเช้าตอน 8.00 น.และจะเริ่มไปทำงานที่ไร่ชาเขียวกันในเวลา 9.00 น.
ชื่อสินค้า:   ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่