จากที่อ่านนิยายมา ค่อนข้างที่จะมีฉากแสดงภาษารักอย่างหวาน ๆ ฟิน ๆ เยอะมากมาย ซึ่งค่อนข้างสำคัญมาก และเป็นช่วงพีคสุด ๆ ที่อยู่ในนิยาย ถ้าขาดไปก็เหมือนการที่เราใส่กางเกงในไม่มียางยืด
ยกตัวอย่างบท พอหมอปากหอมคอ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ปุณณ์ : "เปล่า ..... คิดถึง ไม่ได้กอดตั้งนานแล้วต่างหาก " พรวดดดดดดด !! ผม สําลักนํ้า อย่างแรงเพราะคำพูดหน้า
ตายของไอ้ เลขาสภาฯที่ได้ยินมาเมื่อครู่
"ว่าไรนะ ! แค่ก ๆๆ " สําลักนํ้า จริง ๆ ว่ะ ผมโวยไปไอไปอย่างน่าสงสาร แต่เห็นไอ้ผู ้มาเยือนแค่ หันมาส่ง
ยิ้ม พลางตบลงตรงข้างตัวมันปุ ๆ
"มานั่งนี่เร็ว!" ไรของมัน พูดจาแปลก ๆ แล้วยังกล้ามาสั่งเจ้าของบ้านอีก ผมมองไอ้หน้าหล่อที่ยิ้ม เผล่นั่น
อย่างไม่ ไว ้ใจ " มีรายยยย "
"มาเร็วซี่ !" มันตบพื้นอีกจนผมล่ะหน่าย ... เฮ้อ ไปก็ ได้ วะ เดี๋ยวพื้นห้องกู สึกพอดี
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะล้มตัวลงนั่งตามที่มันบอกดี ไอ้ ปุณณ์กลับดึงเอาผม ไปกอดซะแน่นเสียก่อน
เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !! ผมดิ้นไปมาขลุกขลักในวงแขนแกร่งนั้น เพราะสภาพผม ตอนนี้กลายเป็นว่า
กำลังนั่งซ้อนอยู่บนตักไอ้ปุณณ์ที่มัดผมเอาไว้ซะแน่น
"เฮ้ย!! ปล่อย !!!!!!"
"ปล่อยให้โง่ อยากกอดมาตั้งหลายวัน วันนี้ไม่ปล่อยหรอก" มันว่าอย่างนั้นพลางฝังจมูกลงกับแก้มผม นําให้ผมดิ้นอีกสองสามที เพราะตอนนี้ปลายจมูกโด่ง ๆ ของปุณณ์พยายามฉวยโอกาสหอมนู้นหอมนี่ตลอดเวลา แต่แน่นอนว่าอย่าหวังซะให้ยาก "เฮ้ย!!!!! เป็นไรของเนี้ยยยยยย" ติดที่แรง
เยอะ
ผมเริ่ม เหนื่อยแล้วครับ
"ไม่ได้เหรอ ...." สู้กันอยู่นานจนเสียงไอ้ปุณณ์เริ่มหงอยถึงกับควักเอามุกน่าสงสารมาใช้ เลยเหรอวะ ... ผม
เหลือบตามองมันพลางหยุดดิ้นนิดหน่อย
"ขอนั่งดี ๆ ก่อน" ต้องมีข้อต่อรองผมบอกปุณณ์ซึ่งมันก็ยอมปล่อยผมลงพื้นแต่โดยดี เมื่อ ห็นว่าอีกฝ่ายว่า
ง่ายดังนั้นผมจึงเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปกอดมันเอง "เป็นไงแบบนี้ดีกว่ามั้ย"
"แบบไหนก็ดีทั้งนั้น "เสียงมันอู้อี้ตอบกลับขณะที่กระชับกอดผมแน่นอยู่ เรานิ่งในท่านั้นนานจนกระทั่ง
ปุณณ์เป็นฝ่ายถอยออกก่อน ใบหน้าคมวางห่างจากผม ไม่ถึงคืบ
"จูบได้ปะ ......" เสียงทุ้มพร่านั้นถาม ทั้งที่ริมฝี ปากไม่ ได้ ไกลจากปากผมเท่าไหร่
ผมมองตอบดวงตาคมคู่นั้น ก่อนจะค่อย ๆ ปิดตาลง เมื่อริม ฝีปากเราต่างหยิบยื่นความหวานให้แก่กัน
ผมและปุณณ์จูบกันอยู่นานจนในหัวเราขาวโพลนไปหมด .. เราไม่ได้จูบกันอย่างนี้มานานแล้วนับตั้งแต่ที่
บางแสนคราวนั้น .. ( จริง ๆ เมื่อวันคริสมาสต์ ปุณณ์ก็จูบผม แต่ไม่นับแล้วกัน เพราะเราแค่ แตะริมฝีปากกันเบา ๆ)
จูบของปุณณ์ ยังคงให้ความ รู้สึกน่ารักเหมือนเดิม เพราะไม่ ใช่ การจูบแบบรีบร้อน แต่เป็นจูบที่ค่อย ๆ
แตะชิม เอาความ คิดถึงผ่านปลายลิ้นจากผม ปุณณ์ สอดลิ้นมาเกี่ยวกระหวัดความคิดถึงนั้นกลับ จนเราต่ งส่ง
ความรู้สึกตัวเองผ่านปลายลิ้นอยู่ พักใหญ่ ก่อนเจ้า นั่นจะขบเม้มปากผมอีกหลายที
ปุณณ์ ถอนริม ฝีปากออกแล้วส่งยิ้มกว้างมาให้อย่างพอใจ
"จูบเก่งเหมือนเดิมนี่ ... ดีใจจัง" มันพูดพลางดึงผมไปกอดอีกทีแน่น ๆ "วันนี้คุ้มละ "
"นะ... แน่สิ !" ผมละล่ำละลักตอบกลับขณะที่อีกฝ่ายค่อย ๆ ปล่อยตัวผมถึงอย่างนั้นก็ยังตามมาจูบ
หน้าผากรวม ถึงหอม แก้ม ต่ออีกฟอดใหญ่
____________________________________________________________________________________________________
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ปุณณ์ ที่ท่าทางดีใจจัดส่งเสียงอะไรต่อไม่รู้อีกพักใหญ่ มันทั้งส่งเสียงดีใจทั้งดึงผมไปกอดซ้ำแล้วซ้ำอีกจน
ตัวแทบช้ำ แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขล้นเหลืออย่างประหลาดซึ่งมันก็คงเหมือนกัน
ผมปล่อยให้ปุณณ์ทั้งกอดทั้งรัดอยู่อย่างนั้น ด้วยหัวใจที่แทบสําลักความสุข ก่อนปุณณ์จะค่อย ๆ ฝังปลาย
จมูกลงบนข้างแก้มผมพลางสอดฝ่ามือร้อนผ่านใต้เสื้อนักเรียนมาลูบไล้ทั่วแผ่นหลังผมเบา ๆ ทำเอาสะดุ้ง
นิดหน่อย ก่อนปุณณ์จะเลื่อนวงหน้าตัวเองมาประชิดติดกับใบหน้าผม "เป็นแฟนกันแล้วอย่างนี้... ก็ไม่มี
อะไรต้องทนแล้วสิ" อืม....... จะตอบยังไงดีวะ ..
_____________________________________________________________________________________________________
และนี่เป็นฉากสำคัญที่สุดในนิยาย เพราะมันจะเป็นจุดเปลี่ยน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เราสองคนผลัดกันจูบอย่างโหยหาในความรักจากอีกฝ่าย จูบของปุณณ์ราวกับต้องการส่งต่อความรู้สึกทั้งหมดที่มีผ่านปลายลิ้นนี้ เลยกลายเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องตอบโต้กลับ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าสิ่งที่อัดแน่นในใจผมนั้นไม่แตกต่างกันเลย
จูบของเราร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อไม่มีใครเป็นฝ่ายยอม จำนนก่อนริมฝีปากปุณณ์ทาบลงมา ช้า ๆ ย้ำ ๆ พร้อมปลายลิ้นอุ่น ที่ ทั้งออดอ้อนและซุกซนไม่แพ้ มื อเจ้าของผมตีมือปุณณ์ ทั้งที่เรายังจูบกันอยู่เมื่อมือข้างหนึ่งเริ่มรุกรานมาในเสื้อนักเรียนผมโดยพละการ ปุณณ์ส่งเสียงหัวเราะเบา ๆในลำคอ ก่อนจะใช้ มือข้างนั้นเลื่อนมาจับใบหน้าผมให้เอียงรับรสจูบหวาน ๆ ได้ลึกล้ำยิ่งขึ่น
เราสองคนเบียดร่างกายเข้าหากันแม้จะมีกีต้าร์คั่นกลาง เป็นเวลานานจนแทบไม่ เหลืออากาศหายใจเมื่อคนตรงหน้าผมไม่มีทีท่าจะยอมหยุดซ้ำยังชักจูงจนผมเคลิบเคลิ้มกับการกระทำนั้นไปด้วย แต่หากยิ่งปล่อยให้นาน เราก็ยิ่งต่างควบคุมตัวเองได้ยากขึ้นทุกที ผมค่อย ๆ ยกมือข้างหนึ่งหมายจะดันอีกฝ่ายให้ ถอนริมฝีปากออก แต่ไม่ไวกว่าประตูห้องชมรม ที่ถูกเปิด พร้อม เสียงแหลม เล็กซึ่งผมคุ้นเคยดี เสียงหนึ่ง
"โน่ ................. ปุ ณณ์ ........................."
ยูร ิ !?
คือไม่รู้ว่าบทจะพลิกบทอย่างไร ให้คนดูเกิดความอิน และเชื่อว่าตัวละครนั้น แสดงถึงว่าเค้าสองคนรักกันจริง เพราะช่วงนี้เป็นช่วง ที่เข้มข้นเป็นที่น่าสนใจ และเป็นบทเด่น ๆ กระชากเรตติ้ง กันเลยทีเดียว
ปัจฉิมลิขิต หาพิดพลาดประการใด สามารถเเจ้ง จขกท. ได้หากไม่เหมาะสม
ถึงผู้กำกับและคนเขียนบทซีรีย์ Love Sick ต่อจากนี้ไป ปุณณ์ โน่ กับการถ่ายทอดเรื่องราว
ยกตัวอย่างบท พอหมอปากหอมคอ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้________________________________________________________________
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
_____________________________________________________________________________________________________
และนี่เป็นฉากสำคัญที่สุดในนิยาย เพราะมันจะเป็นจุดเปลี่ยน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
คือไม่รู้ว่าบทจะพลิกบทอย่างไร ให้คนดูเกิดความอิน และเชื่อว่าตัวละครนั้น แสดงถึงว่าเค้าสองคนรักกันจริง เพราะช่วงนี้เป็นช่วง ที่เข้มข้นเป็นที่น่าสนใจ และเป็นบทเด่น ๆ กระชากเรตติ้ง กันเลยทีเดียว
ปัจฉิมลิขิต หาพิดพลาดประการใด สามารถเเจ้ง จขกท. ได้หากไม่เหมาะสม