ผมขอถอดอมยิ้มนะครับ ไม่ต้องการให้เพื่อนรับรู้ปัญหาของผม เพราะ รู้ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ครับ และ เพื่อความปลอดภัยด้วย
ตัวผมเป็นมนุษย์เงินเดือนในสายงานออกแบบแถว ๆ ภาคเหนือแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติมาบ่อย ๆ และ รับงานนอกบ้างเป็นครั้งคราว และ มีกิจการส่วนตัวของพ่อผมครับ
ตัวผมกำลังไปได้สวยเลยครับ งานประจำผมมั่นคงมาก และ เพราะเป็นงานเกี่ยวกับสายออกแบบ ทำให้ผมไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิตบ่อย ๆ และตัวผมที่ทำงานพวกนี้ค่อนข้างเร็วเพราะชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยสามารถเคลียร์งานได้เร็ว และ จะว่างบ่อย ๆ ทำให้ผมออกมาหาลู่ทางทำอย่างอื่น เมื่อก่อนผมเคยรับถ่ายภาพบ้าง แต่ก็เลิกมาเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีความมั่นคงมากกว่า งานที่เก่าก่อนปัจจุบันและผมก็ออกมาทำงานที่ใหม่ที่เงินดีกว่า ใกล้บ้านมากกว่า และ เวลาว่างจะมากกว่านิดหน่อย เพราะใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งหัวหน้าที่เก่านี้ได้เรียกให้ผมไปช่วยถ่ายรูปสินค้า และรายได้ค่อนข้างดี ทำให้ผมเปิดกิจการส่วนตัวเล็ก ๆ ในการทำ Stock Photo โดยลูกค้าส่วนใหญ่ ก็จะมาจากสายงานเก่า ๆ รวม ๆ รายได้ต่อเดือนก็ค่อนข้างมาก หลังจากหักทุกอย่าง + ฝากประจำแล้ว ผมก็นำเงินเก็บส่วนหนึ่งมาออก Bigbike และได้เข้ากลุ่ม ๆ หนึ่ง นั้นเปิดโอกาสให้ผมได้รู้จักผู้คนมากมายหลากลาย และทำให้กิจกาจเล็ก ๆ ของผมเติบโตขึ้น และ สายงานของผมก็เติบโตไปด้วยผลงานมากมาย พี่ ๆ ในกลุ่มบิ๊คไบค์มีอะไรก็จะมาให้ผมทำ เรียกว่า ผมค่อนข้างไปได้สวยเลยทีเดียว
ส่วนทางกิจกาจพ่อผมก็ไปได้ดี มีลูกค้าประจำมากมาย จากนั้นครอบครัวเราเลยตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยวที่มีเนื้อที่กว้างมากขึ้นใจกลางเมือง สามารถจอดรถยนต์ของพวกเรา 3 คน ได้สบาย
แต่ทุกอย่างก็ต้องพังลงครับ ผมจะเล่าให้ฟัง พ่อผมมีเพื่อนคนนึงสนิทกันมาก เมื่อก่อนครอบครัวพวกเราทั้งสองก็ไปเที่ยวกันมาบ้างสองสามครั้ง เพื่อนพ่อผมคนนี้ขอเรียกว่า เอ ละกันครับ นายเอคนนี้มีกิจกาจแบบเดียวกับของพ่อผม และ สินค้าชนิดหนึ่งนั้น นายเอ ได้เลิกผลิตไปแล้ว ทางลูกค้าเลยมาจ้างพ่อผมในการทำให้แทน นั้นคือจุดเริ่มต้นครับ เมื่อนาย เอ รู้ นายเอก็คิดว่าพ่อผมหักหลัง จากนั้นก็ตามมาทำลายชีวิตพวกเราทุกคน
กิจกาจพ่อผมโดนนายเอเอาเด็กขี้ยาของพวกมันมาทำลายพังข้าวของจนเละเทะ พ่อผมโดนไล่ยิง ตัวผมไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้สะดวกอีกต่อไปเพราะหวาดระแวง ต้องไปเช่าหออยู่ข้างนอก ลูกน้องพ่อผมถูกทำร้าย เอาเป็นว่าเละเทะละกันครับ
พ่อและแม่ผมต้องทิ้งกิจการที่ทำมากว่าสิบ ๆ ปี หนีไป ต่างประเทศ โดยที่ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะทำยังไงต่อไป ตัวผมต้องขายบ้าน ขายรถ ลาออกจากงานแล้วย้ายมาอยู่กรุงเทพ กับเงินเก็บไม่มากจำนวนนึง ท้อมากครับ ถาม ทำไมไม่แจ้งตำรวจ ผมอยากจะตอบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกคุณคิดในหัว ผมทำมาหมดแล้วครับ ฝ่ายนั้นพวกเยอะ เส้นใหญ่ แบ็คเป็นสีเขียว ๆ พิมพ์แค่นี้คงเดากันได้ แล้วครอบครัวเราที่ไร้สีจะไปทำอะไรได้ครับ นอกจากหนีเป็นหมาแบบนี้ พร้อมหนี้มากมาย ชีวิตทุกคนพังหมด ผมจะไม่โทษ ความยุติธรรมของประเทศนี้ หรือ ผู้มีอำนาจใด ๆ ครับ ผมจะโทษในความกระจอกของตัวเองที่ทำได้แค่หนีเป็นหมา จากบ้านเกิดมาผจญในเมืองหลวง ทิ้งทุกอย่าง พร้อมแบกหนี้มาซมซานหาความตายที่ไม่ใช่บ้านเกิด
ผมตั้งกระทู้นี้แค่อยากระบายครับ คำแนะนำ ณ ตอนนี้ ผมได้ไปมันช่วยอะไรไม่ได้ครับ โลกความจริงมันเป็นแบบนั้น กำลังใจผมได้ไปก็ไม่ช่วยให้ชีวิตผมดีขึ้นครับ มันจะซ้ำเติมผมเปล่า ๆ ถึงความกระจอกของตัวเองที่ต้องให้ใครก็ไม่รู้ในเว็บแห่งหนึ่งมาให้กำลังใจ ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
อยากระบาย ชีวิตพัง และ ตำรวจ ช่วยอะไรไม่ได้
ตัวผมเป็นมนุษย์เงินเดือนในสายงานออกแบบแถว ๆ ภาคเหนือแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติมาบ่อย ๆ และ รับงานนอกบ้างเป็นครั้งคราว และ มีกิจการส่วนตัวของพ่อผมครับ
ตัวผมกำลังไปได้สวยเลยครับ งานประจำผมมั่นคงมาก และ เพราะเป็นงานเกี่ยวกับสายออกแบบ ทำให้ผมไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิตบ่อย ๆ และตัวผมที่ทำงานพวกนี้ค่อนข้างเร็วเพราะชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยสามารถเคลียร์งานได้เร็ว และ จะว่างบ่อย ๆ ทำให้ผมออกมาหาลู่ทางทำอย่างอื่น เมื่อก่อนผมเคยรับถ่ายภาพบ้าง แต่ก็เลิกมาเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีความมั่นคงมากกว่า งานที่เก่าก่อนปัจจุบันและผมก็ออกมาทำงานที่ใหม่ที่เงินดีกว่า ใกล้บ้านมากกว่า และ เวลาว่างจะมากกว่านิดหน่อย เพราะใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งหัวหน้าที่เก่านี้ได้เรียกให้ผมไปช่วยถ่ายรูปสินค้า และรายได้ค่อนข้างดี ทำให้ผมเปิดกิจการส่วนตัวเล็ก ๆ ในการทำ Stock Photo โดยลูกค้าส่วนใหญ่ ก็จะมาจากสายงานเก่า ๆ รวม ๆ รายได้ต่อเดือนก็ค่อนข้างมาก หลังจากหักทุกอย่าง + ฝากประจำแล้ว ผมก็นำเงินเก็บส่วนหนึ่งมาออก Bigbike และได้เข้ากลุ่ม ๆ หนึ่ง นั้นเปิดโอกาสให้ผมได้รู้จักผู้คนมากมายหลากลาย และทำให้กิจกาจเล็ก ๆ ของผมเติบโตขึ้น และ สายงานของผมก็เติบโตไปด้วยผลงานมากมาย พี่ ๆ ในกลุ่มบิ๊คไบค์มีอะไรก็จะมาให้ผมทำ เรียกว่า ผมค่อนข้างไปได้สวยเลยทีเดียว
ส่วนทางกิจกาจพ่อผมก็ไปได้ดี มีลูกค้าประจำมากมาย จากนั้นครอบครัวเราเลยตัดสินใจซื้อบ้านเดี่ยวที่มีเนื้อที่กว้างมากขึ้นใจกลางเมือง สามารถจอดรถยนต์ของพวกเรา 3 คน ได้สบาย
แต่ทุกอย่างก็ต้องพังลงครับ ผมจะเล่าให้ฟัง พ่อผมมีเพื่อนคนนึงสนิทกันมาก เมื่อก่อนครอบครัวพวกเราทั้งสองก็ไปเที่ยวกันมาบ้างสองสามครั้ง เพื่อนพ่อผมคนนี้ขอเรียกว่า เอ ละกันครับ นายเอคนนี้มีกิจกาจแบบเดียวกับของพ่อผม และ สินค้าชนิดหนึ่งนั้น นายเอ ได้เลิกผลิตไปแล้ว ทางลูกค้าเลยมาจ้างพ่อผมในการทำให้แทน นั้นคือจุดเริ่มต้นครับ เมื่อนาย เอ รู้ นายเอก็คิดว่าพ่อผมหักหลัง จากนั้นก็ตามมาทำลายชีวิตพวกเราทุกคน
กิจกาจพ่อผมโดนนายเอเอาเด็กขี้ยาของพวกมันมาทำลายพังข้าวของจนเละเทะ พ่อผมโดนไล่ยิง ตัวผมไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้สะดวกอีกต่อไปเพราะหวาดระแวง ต้องไปเช่าหออยู่ข้างนอก ลูกน้องพ่อผมถูกทำร้าย เอาเป็นว่าเละเทะละกันครับ
พ่อและแม่ผมต้องทิ้งกิจการที่ทำมากว่าสิบ ๆ ปี หนีไป ต่างประเทศ โดยที่ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะทำยังไงต่อไป ตัวผมต้องขายบ้าน ขายรถ ลาออกจากงานแล้วย้ายมาอยู่กรุงเทพ กับเงินเก็บไม่มากจำนวนนึง ท้อมากครับ ถาม ทำไมไม่แจ้งตำรวจ ผมอยากจะตอบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกคุณคิดในหัว ผมทำมาหมดแล้วครับ ฝ่ายนั้นพวกเยอะ เส้นใหญ่ แบ็คเป็นสีเขียว ๆ พิมพ์แค่นี้คงเดากันได้ แล้วครอบครัวเราที่ไร้สีจะไปทำอะไรได้ครับ นอกจากหนีเป็นหมาแบบนี้ พร้อมหนี้มากมาย ชีวิตทุกคนพังหมด ผมจะไม่โทษ ความยุติธรรมของประเทศนี้ หรือ ผู้มีอำนาจใด ๆ ครับ ผมจะโทษในความกระจอกของตัวเองที่ทำได้แค่หนีเป็นหมา จากบ้านเกิดมาผจญในเมืองหลวง ทิ้งทุกอย่าง พร้อมแบกหนี้มาซมซานหาความตายที่ไม่ใช่บ้านเกิด
ผมตั้งกระทู้นี้แค่อยากระบายครับ คำแนะนำ ณ ตอนนี้ ผมได้ไปมันช่วยอะไรไม่ได้ครับ โลกความจริงมันเป็นแบบนั้น กำลังใจผมได้ไปก็ไม่ช่วยให้ชีวิตผมดีขึ้นครับ มันจะซ้ำเติมผมเปล่า ๆ ถึงความกระจอกของตัวเองที่ต้องให้ใครก็ไม่รู้ในเว็บแห่งหนึ่งมาให้กำลังใจ ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ