เห็นช่วงนี้ฮิต สโลว์ไลฟ์กัน ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นเดือนกันบ้างอะไรบ้าง
ลองมาเจอรีวิวอินดี้แบบผมครับ
เที่ยวแบบเร่งรีบแบบสุดๆ ชะแว้บทัวร์แบบผมกัน 5555+ เน้นรีวิวของกิน+โรงแรมครับ รูปไม่เยอะมากกลางๆ เที่ยวซิดนีย์ 15 ชม.นอนโรงแรม Sofitel Wentworth 1 คืน + รีวิวมื้อค่ำในไชน่าทาวน์ + มื้อเช้าที่Amex Loungeของบัตรเครดิต American express ที่สนามบิน
โดยสาเหตุที่เราอยู่กันแค่ 15 ชม.นั้นไม่ใช่เหตุใดอื่นนอกจากผมมีไฟลท์กลับไทยที่ซิดนีย์ตอนเช้า 9.45 โดยปกติตัวผมเองเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิ่ลซึ่งไกลจากซิดนีย์ 3 ชม. ก็เลยมาค้างที่ซิดนีย์หนึ่งคืนก่อนกลับ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกจากนิวคาสเซิ่ลนั่งรถไฟมาตอนตีสาม เพราะปกตินั่งรถไฟก็ลำบากอยู่แล้วยิ่งตีสามด้วยทรมานแท้...
ครับเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
แต่บอกไว้ก่อนนะครับ ผมถ่ายรูปชัดบ้างไม่ชัดบ้าง เนื่องจากใช้มือถือถ่ายครับบางภาพ iphone 4s บางภาพ Asus Zenfone 6 อาจจะเบลอบ้างคละๆกันไป พอดีมาเรียนต่อเลยไม่ได้พกกล้องตัวใหญ่ไป
เริ่มจากที่รถไฟครับ คนเยอะพอสมควรเลย ตั้งแต่ผมเข้าเขตซิดนีย์มาแทบไม่มีที่นั่งเลยครับค้นเต็มล้นมาก เป็น Rush hour ด้วย ลูกเด็กเล็กแดงเต็มไปหมด คนแถวนี้เค้าเน้นใช้ Public Transport+ เดินกันครับ เพราะงั้นเราจะเห็น ฝรั่งแต่งตัวหล่อๆสวยๆ เดินกันตามถนนกันให้ขวักไขว่ ไม่ได้นั่งหน้ามุ่ยรถติดอยู่ในรถเหมือนบ้านเรากัน 555+
นั่งรถไฟจาก นิวคาสเซิ่ลมา เป็นเมืองทางตอนเหนือของซิดนีย์ในรัฐ NSW เป็นเมืองใหญ่อันดับสองครับ รองจากซิดนีย์ก็เป็นนิวคาสเซิ่ล แต่ใหญ่อันดับสองนี่มีประชากรแค่ 5 แสนคนเองนะ ลองคิดดูว่าจะกันดานขนาดไหน T_T กันดารกว่าบ้านเราแน่นอนครับ เนื่องจากตอนที่ผมออกจากนิวคาสเซิ่ล เป็นเวลาประมาณ 14.40 มาถึง เกือบๆ 5 โมงเป็น พอผมมาถึงซิดนีย์ ถึงแม้โดยปกติบ้านจะอยู่กทม.และก็มาซิดนีย์บ่อยๆแต่พอไปอยู่บ้านนอกนานๆแล้ว พอเข้าเมืองรู้สึกเหมือนบ้านนอกคะนองกรุงครับ ได้เห็นฝรั่งแต่งตัวหล่อๆ ใส่สูท สาวแแหม่มขายาวๆเดินอวดน่องแล้วใจมันก็เต้นตึกตักครับ 555 เข้าเรื่องดีกว่า
โรงแรม Sofitel Wentworth จะอยู่ที่ถนน มาร์ตินเพลซ (Martin Place)ครับ เพราะงั้นพอผมนั่งรถไฟมาจากบ้านนอกถึง Central Stationแล้ว จะเป็นจุดเปลี่ยนรถไฟทั่วภูมิภาค NSW ครับ อารมณ์ประมาณหมอชิตอะไรประมาณนั้น ผมต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟอีกขบวนนึงที่ชานชลา 24 เพื่อไปลงสถานี Martin Place ชั่วจังหวะนี้ไม่ได้ถ่ายรูปชานชลา/ถนนมาร์ตินเพลสมานะครับเนื่องจากมืดแล้ว (ที่นี่มืด 5 โมง) บวกกับผมรีบมากแล้วหลงทางด้วย ลากกระเป๋าเดินไปเดินมา ฝนก็ตก หลงทางอีก โง่มากๆ ความจริงโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากสถานีห่างไปประมาณ 4 นาทีแต่ผมใช้เวลาคลำทางไปประมาณเกือบครึ่งชม.ครับ โง่Directionมากๆ 555555555555 มาถึงโรงแรมเลยปาเข้าไปจะหกโมงละครับ
มาถึงยังไม่ทันเช็คอิน ก็เจอเบลฝรั่งคนนึงสูงหล่อเลยครับเดินมา ถามว่าจะให้ช่วยถือกระเป๋ามั้ยผมก็ส่งกระเป๋าเดินทางให้ไป แล้วก็เดินไปเช็คอินกะว่าพอได้เลขห้องแล้วจะเดินกลับมาบอกแก
สาวพนงต้อนรับให้การบริการเป็นอย่างดีครับ แกแถม Welcome drink มาให้ด้วย บอกว่าเนื่องจากเป็น Member เลยแถม complimentary drink ที่บาร์ด้วย โหงานนี้เปรี้ยวปากละครับ ผมเลยกะว่าหลังจากไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองก่อนแล้วดึกๆค่อยมากิน
บรรยากาศบริเวณลอบบี้ครับ
ผมจะบอกว่าหมอนั่นที่ยืนอยู่ตรงนั้นแต่งตัวหล่อกว่าผมอีก... รวมถึงอีตาเบลยกกระเป๋าด้วยครับ 555
พอเชคอินเสร็จผมจะเดินไปขึ้นลิฟท์ นึกขึ้นมาได้ว่าเรายังไม่ได้บอกอีตาเบลคนยกกระเป๋าเลยว่าเราอยู่ห้องไหน เลยเดินกลับไปบอกที่ conciergeครับ แต่หาไม่เจอ ถามหัวหน้า concierge เค้าบอกว่าขึ้นไปแล้ว ผมก็งงอ่าว ยังไม่รู้เลยว่าผมชื่ออะไรอยู่ห้องไหน เค้าบอกว่าอ๋อ ตอนผมเชคอินอยู่เค้าก็คีย์ที่ฐานข้อมูลแล้วรีบเผ่นขึ้นไปรอก่อนแล้วครับ
ผมก็อะโหเฮ้ยคนนี้ทำงานดีหว่ะๆ ต้องให้ติ๊ป แต่ตอนนั้นผมไม่มีตังค์เลยครับ แบบว่านศ.จนๆ ยาจก 5555555555555 ก็เลยว่าเดี๋ยวไปกดตังค์ตอนทานข้าวแล้วจะเดินกลับมาให้ หวังว่าจะยังอยู
เรามาดูห้องกันดีกว่าครับ
ห้องไม่ค่อยใหญ่มากครับ จะเน้นติดกระจกเพื่อทำให้ห้องดูกว้างขึ้น ผมว่าจากห้องดูโรงแรมค่อนข้างมีอายุนิดหน่อยแต่ว่าก็สวยพอสมควรเลยสำหรับโรงแรม 5 ดาวในซิดนีย์ เทียบกับบ้านเราคงไม่ได้ครับบ้านเราสวยกว่าเยอะ
แต่ผมก็ไม่เคยพัก โรงแรม 5 ดาวที่อื่นในซิดนีย์นะนะ 55+ เคยนอนแต่ The menzies novotel ก็ไม่สวยเท่า
อ้อ ผมจะบอกว่าในห้อง มี Adaptor ให้ด้วยครับ เพราะงั้นคนไทยมาไม่ต้องกลัวว่าโน้ตบุ๊คจะเสียบไม่ได้หรือชาร์จแบตมือถือไม่ได้ แต่ห้ามเอาของเค้าไปด้วยนะครับไม่งั้นจะโดนชาร์จ 19 AUD
นี่ครับช็อคโกแล็ตที่ให้มาตอนเช็คอิน รสชาติดีครับ มีไส้ทุกก้อนแต่ผมไม่ค่อยชอบช็อคโกแล็ตนมสอดไส้ ส่วนตัวว่าหวานไปหน่อย
เรามาดูกันดีกว่าว่าในห้องมีอะไรให้บ้าง
ทางเข้าห้องน้ำครับ
Amentities kit ครับ
อ่างและ Shower แบบมาตรฐาน
มีรอยกระดำกระด่างตรงนี้ด้วย อุ้ย แต่น่าจะเกิดจากกระจกด้านใน เพราะลองเอานิ้วขูดดูแล้วเป็นรอยที่เกิดจากภายใน
โถส้วม
แต่...เอ๊ะตรงนี้ก็มีรอยเหมือนกันเป็นรอยเลือดๆที่อ่างล้างหน้าตรงนี้ผมไม่กล้าเอามือไปจับเพราะดูแล้วน่าจะขูดออกน่าจะเกิดจากการทำความสะอาดไม่ดี
น้ำเปล่าครับ อันนี้เสียสตางค์นะ สุดท้ายก็ให้เราแ_กน้ำก๊อก ไม่ใจเลย -.- แต่เข้าใจครับน้ำที่นี่มันแพง
มินิบาร์ครับ มาตรฐาน
พักผ่อนอิริยาบถ ชาร์จแบต 15 นาทีแล้วออกเดินทางต่อครับ เวลาเรามีน้อยจะมามัวเสียเวลาไม่ได้ 555+ ตอนออกจากโรงแรมก็ 6 โมงกว่าละครับ หลังจากนี้เราจะเดิน เดิน และเดิน ไปตามถนนครับตรงไปเรื่อยๆจาก Martin Place ไป George Street และไป China Town ครับ( Haymarket Street )แวะตามร้านที่เพื่อนฝากซื้อของก่อนแล้วค่อยไปทานข้าวเย็นครับ หน้าที่ต้องมาก่อน 555+ คืออันที่จริงร้านแถวนี้ปิดเร็วมาก ต่อให้อยู่ในเมืองผมเห็นร้านขายของต่างๆ 1-2ทุ่ม ก็ปิดกันแล้ว บางร้าน ยิ่งร้ายใหญ่ปิด 5 โมงครับ โดยเฉพาะแถวนิวคาสเซิ่ลร้ายมาก มินิมาร์ทในม.ปิด 5 โมง หลัง 6 โมงต้องออกข้างนอกอย่างเดียวในมหาวิทยาลัยเงียบฉี่เป็นป่าช้า...T_T
นี่คือเส้นทางที่เราจะเดินกัน เดี๋ยวมาต่อ แพร้พพพพ
(SR+CR) 15 Hrs. Super Hyperactive Life in Sydney [Sofitel Sydney+Menya Ramen+Amex Lounge @ Sydney Kingsford Smith]
ลองมาเจอรีวิวอินดี้แบบผมครับ
เที่ยวแบบเร่งรีบแบบสุดๆ ชะแว้บทัวร์แบบผมกัน 5555+ เน้นรีวิวของกิน+โรงแรมครับ รูปไม่เยอะมากกลางๆ เที่ยวซิดนีย์ 15 ชม.นอนโรงแรม Sofitel Wentworth 1 คืน + รีวิวมื้อค่ำในไชน่าทาวน์ + มื้อเช้าที่Amex Loungeของบัตรเครดิต American express ที่สนามบิน
โดยสาเหตุที่เราอยู่กันแค่ 15 ชม.นั้นไม่ใช่เหตุใดอื่นนอกจากผมมีไฟลท์กลับไทยที่ซิดนีย์ตอนเช้า 9.45 โดยปกติตัวผมเองเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิ่ลซึ่งไกลจากซิดนีย์ 3 ชม. ก็เลยมาค้างที่ซิดนีย์หนึ่งคืนก่อนกลับ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกจากนิวคาสเซิ่ลนั่งรถไฟมาตอนตีสาม เพราะปกตินั่งรถไฟก็ลำบากอยู่แล้วยิ่งตีสามด้วยทรมานแท้...
ครับเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
แต่บอกไว้ก่อนนะครับ ผมถ่ายรูปชัดบ้างไม่ชัดบ้าง เนื่องจากใช้มือถือถ่ายครับบางภาพ iphone 4s บางภาพ Asus Zenfone 6 อาจจะเบลอบ้างคละๆกันไป พอดีมาเรียนต่อเลยไม่ได้พกกล้องตัวใหญ่ไป
เริ่มจากที่รถไฟครับ คนเยอะพอสมควรเลย ตั้งแต่ผมเข้าเขตซิดนีย์มาแทบไม่มีที่นั่งเลยครับค้นเต็มล้นมาก เป็น Rush hour ด้วย ลูกเด็กเล็กแดงเต็มไปหมด คนแถวนี้เค้าเน้นใช้ Public Transport+ เดินกันครับ เพราะงั้นเราจะเห็น ฝรั่งแต่งตัวหล่อๆสวยๆ เดินกันตามถนนกันให้ขวักไขว่ ไม่ได้นั่งหน้ามุ่ยรถติดอยู่ในรถเหมือนบ้านเรากัน 555+
นั่งรถไฟจาก นิวคาสเซิ่ลมา เป็นเมืองทางตอนเหนือของซิดนีย์ในรัฐ NSW เป็นเมืองใหญ่อันดับสองครับ รองจากซิดนีย์ก็เป็นนิวคาสเซิ่ล แต่ใหญ่อันดับสองนี่มีประชากรแค่ 5 แสนคนเองนะ ลองคิดดูว่าจะกันดานขนาดไหน T_T กันดารกว่าบ้านเราแน่นอนครับ เนื่องจากตอนที่ผมออกจากนิวคาสเซิ่ล เป็นเวลาประมาณ 14.40 มาถึง เกือบๆ 5 โมงเป็น พอผมมาถึงซิดนีย์ ถึงแม้โดยปกติบ้านจะอยู่กทม.และก็มาซิดนีย์บ่อยๆแต่พอไปอยู่บ้านนอกนานๆแล้ว พอเข้าเมืองรู้สึกเหมือนบ้านนอกคะนองกรุงครับ ได้เห็นฝรั่งแต่งตัวหล่อๆ ใส่สูท สาวแแหม่มขายาวๆเดินอวดน่องแล้วใจมันก็เต้นตึกตักครับ 555 เข้าเรื่องดีกว่า
โรงแรม Sofitel Wentworth จะอยู่ที่ถนน มาร์ตินเพลซ (Martin Place)ครับ เพราะงั้นพอผมนั่งรถไฟมาจากบ้านนอกถึง Central Stationแล้ว จะเป็นจุดเปลี่ยนรถไฟทั่วภูมิภาค NSW ครับ อารมณ์ประมาณหมอชิตอะไรประมาณนั้น ผมต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟอีกขบวนนึงที่ชานชลา 24 เพื่อไปลงสถานี Martin Place ชั่วจังหวะนี้ไม่ได้ถ่ายรูปชานชลา/ถนนมาร์ตินเพลสมานะครับเนื่องจากมืดแล้ว (ที่นี่มืด 5 โมง) บวกกับผมรีบมากแล้วหลงทางด้วย ลากกระเป๋าเดินไปเดินมา ฝนก็ตก หลงทางอีก โง่มากๆ ความจริงโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากสถานีห่างไปประมาณ 4 นาทีแต่ผมใช้เวลาคลำทางไปประมาณเกือบครึ่งชม.ครับ โง่Directionมากๆ 555555555555 มาถึงโรงแรมเลยปาเข้าไปจะหกโมงละครับ
มาถึงยังไม่ทันเช็คอิน ก็เจอเบลฝรั่งคนนึงสูงหล่อเลยครับเดินมา ถามว่าจะให้ช่วยถือกระเป๋ามั้ยผมก็ส่งกระเป๋าเดินทางให้ไป แล้วก็เดินไปเช็คอินกะว่าพอได้เลขห้องแล้วจะเดินกลับมาบอกแก
สาวพนงต้อนรับให้การบริการเป็นอย่างดีครับ แกแถม Welcome drink มาให้ด้วย บอกว่าเนื่องจากเป็น Member เลยแถม complimentary drink ที่บาร์ด้วย โหงานนี้เปรี้ยวปากละครับ ผมเลยกะว่าหลังจากไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองก่อนแล้วดึกๆค่อยมากิน
บรรยากาศบริเวณลอบบี้ครับ
ผมจะบอกว่าหมอนั่นที่ยืนอยู่ตรงนั้นแต่งตัวหล่อกว่าผมอีก... รวมถึงอีตาเบลยกกระเป๋าด้วยครับ 555
พอเชคอินเสร็จผมจะเดินไปขึ้นลิฟท์ นึกขึ้นมาได้ว่าเรายังไม่ได้บอกอีตาเบลคนยกกระเป๋าเลยว่าเราอยู่ห้องไหน เลยเดินกลับไปบอกที่ conciergeครับ แต่หาไม่เจอ ถามหัวหน้า concierge เค้าบอกว่าขึ้นไปแล้ว ผมก็งงอ่าว ยังไม่รู้เลยว่าผมชื่ออะไรอยู่ห้องไหน เค้าบอกว่าอ๋อ ตอนผมเชคอินอยู่เค้าก็คีย์ที่ฐานข้อมูลแล้วรีบเผ่นขึ้นไปรอก่อนแล้วครับ
ผมก็อะโหเฮ้ยคนนี้ทำงานดีหว่ะๆ ต้องให้ติ๊ป แต่ตอนนั้นผมไม่มีตังค์เลยครับ แบบว่านศ.จนๆ ยาจก 5555555555555 ก็เลยว่าเดี๋ยวไปกดตังค์ตอนทานข้าวแล้วจะเดินกลับมาให้ หวังว่าจะยังอยู
เรามาดูห้องกันดีกว่าครับ
ห้องไม่ค่อยใหญ่มากครับ จะเน้นติดกระจกเพื่อทำให้ห้องดูกว้างขึ้น ผมว่าจากห้องดูโรงแรมค่อนข้างมีอายุนิดหน่อยแต่ว่าก็สวยพอสมควรเลยสำหรับโรงแรม 5 ดาวในซิดนีย์ เทียบกับบ้านเราคงไม่ได้ครับบ้านเราสวยกว่าเยอะ
แต่ผมก็ไม่เคยพัก โรงแรม 5 ดาวที่อื่นในซิดนีย์นะนะ 55+ เคยนอนแต่ The menzies novotel ก็ไม่สวยเท่า
อ้อ ผมจะบอกว่าในห้อง มี Adaptor ให้ด้วยครับ เพราะงั้นคนไทยมาไม่ต้องกลัวว่าโน้ตบุ๊คจะเสียบไม่ได้หรือชาร์จแบตมือถือไม่ได้ แต่ห้ามเอาของเค้าไปด้วยนะครับไม่งั้นจะโดนชาร์จ 19 AUD
นี่ครับช็อคโกแล็ตที่ให้มาตอนเช็คอิน รสชาติดีครับ มีไส้ทุกก้อนแต่ผมไม่ค่อยชอบช็อคโกแล็ตนมสอดไส้ ส่วนตัวว่าหวานไปหน่อย
เรามาดูกันดีกว่าว่าในห้องมีอะไรให้บ้าง
ทางเข้าห้องน้ำครับ
Amentities kit ครับ
อ่างและ Shower แบบมาตรฐาน
มีรอยกระดำกระด่างตรงนี้ด้วย อุ้ย แต่น่าจะเกิดจากกระจกด้านใน เพราะลองเอานิ้วขูดดูแล้วเป็นรอยที่เกิดจากภายใน
โถส้วม
แต่...เอ๊ะตรงนี้ก็มีรอยเหมือนกันเป็นรอยเลือดๆที่อ่างล้างหน้าตรงนี้ผมไม่กล้าเอามือไปจับเพราะดูแล้วน่าจะขูดออกน่าจะเกิดจากการทำความสะอาดไม่ดี
น้ำเปล่าครับ อันนี้เสียสตางค์นะ สุดท้ายก็ให้เราแ_กน้ำก๊อก ไม่ใจเลย -.- แต่เข้าใจครับน้ำที่นี่มันแพง
มินิบาร์ครับ มาตรฐาน
พักผ่อนอิริยาบถ ชาร์จแบต 15 นาทีแล้วออกเดินทางต่อครับ เวลาเรามีน้อยจะมามัวเสียเวลาไม่ได้ 555+ ตอนออกจากโรงแรมก็ 6 โมงกว่าละครับ หลังจากนี้เราจะเดิน เดิน และเดิน ไปตามถนนครับตรงไปเรื่อยๆจาก Martin Place ไป George Street และไป China Town ครับ( Haymarket Street )แวะตามร้านที่เพื่อนฝากซื้อของก่อนแล้วค่อยไปทานข้าวเย็นครับ หน้าที่ต้องมาก่อน 555+ คืออันที่จริงร้านแถวนี้ปิดเร็วมาก ต่อให้อยู่ในเมืองผมเห็นร้านขายของต่างๆ 1-2ทุ่ม ก็ปิดกันแล้ว บางร้าน ยิ่งร้ายใหญ่ปิด 5 โมงครับ โดยเฉพาะแถวนิวคาสเซิ่ลร้ายมาก มินิมาร์ทในม.ปิด 5 โมง หลัง 6 โมงต้องออกข้างนอกอย่างเดียวในมหาวิทยาลัยเงียบฉี่เป็นป่าช้า...T_T
นี่คือเส้นทางที่เราจะเดินกัน เดี๋ยวมาต่อ แพร้พพพพ