ชาติหน้าผมจะสามารถเกิดเป็นคนดีได้หรือป่าว

กระทู้คำถาม
ไม่ใช่ชาตินี้ไม่ดีพอนะครับ
แต่ผมกลัวว่า ชาตินี้ผมบาปพอตัว กำลังทำความดีเพื่อชดใข้อยู่ดีครับ (แบบนี้ผมว่าดีแล้วล่ะ)
ผมกลัวว่าถ้าเกิดชาติหน้าเป็นมนุษย์ ผมจะสามารถเป็นคนดีได้หรือป่าว
ใจผมไม่อยากเป็นคนชั่วเลย ผมไม่ชอบอยู่แล้วครับ (นี้คือคำถามข้อที่ 1)
(คำถามข้อที่ 2) วิญญาณสามารถหายไปได้หรือป่าวครับ แบบโดนลบทิ้งไปเลยอ่ะครับ //หรือแค่ไปชดใช้เวรกรรมที่ทำมาแล้วไปเกิดต่อได้
ปล.ไอคำถามที่ 2 นี้แหละครับผมกลัว ถ้าเกิดชาติหน้าผมทำชั่วคง T^T
//ผมจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่จำทำยังไงให้ชาติหน้า เป็นคนดีมากกว่า
ตอบครั้งที่ 1 (ผมก็ไม่เป็นคนดีมากหรอกครับ เป็นแค่คนธรรมดาคนนึงที่ มีทั้ง ดี และ ไม่ดี ผสมกันอยู่ 555)
ไม่ได้เป็นคนดีมากหรอกครับ แต่ขอให้แบบ คิดเป็น อะไรเป็น ไม่ทำบาป (แบบพวกฆ่าคน ผิดกฏหมาย อะไรอย่างเงี้ยครับ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 11
ภิกษุ ท. ! กรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ นิทานสัมภวะ (เหตุเป็นแดนเกิดพร้อม) แห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, เวมัตตตา (ความมีประมาณต่างๆ) แห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, วิบาก (ผลแห่งการกระทำ) แห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, กัมมนิโรธ (ความดับไม่เหลือแห่งกรรม) เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งกรรม) เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ ...... คำที่เรากล่าวแล้วดังนี้นั้น เราอาศัยอะไรกล่าวเล่า ?
ภิกษุ ท. ! เรากล่าวซึ่งเจตนา ว่าเป็น กรรมเพราะว่าบุคคลเจตนาแล้ว ย่อมกระทำซึ่งกรรม ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ.
ภิกษุ ท. ! นิทานสัมภวะ (เหตุเป็นแดนเกิดพร้อม) แห่งกรรมทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุ ท. ! นิทานสัมภวะ (เหตุเป็นแดนเกิดพร้อม) แห่งกรรมทั้งหลาย คือ ผัสสะ.
ภิกษุ ท. ! เวมัตตตา (ความมีประมาณต่างๆ) แห่งกรรมทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุ ท. ! กรรมที่ทำให้สัตว์เสวยเวทนาในนรกมีอยู่, กรรมที่ทำให้สัตว์เสวยเวทนาในกำเนิดเดรัจฉานมีอยู่, กรรมที่ทำสัตว์ให้เสวยเวทนาในเปรตวิสัย มีอยู่, กรรมที่ทำสัตว์เสวยเวทนาในมนุษย์โลก มีอยู่, กรรมที่ทำสัตว์เสวยเวทนาในเทวโลก มีอยู่. ภิกษุ ท. ! นี้เรากล่าวว่า เวมัตตตาแห่งกรรมทั้งหลาย.
ภิกษุ ท. ! วิบาก (ผลแห่งการกระทำ) แห่งกรรมทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุ ท. ! เรากล่าววิบากแห่งกรรมทั้งหลายว่ามีอยู่ ๓ อย่าง คือ วิบากในทิฏฐธรรม (คือทันควัน) หรือว่า วิบากในอุปปัชชะ (คือในเวลาต่อมา) หรือว่า วิบากใน อปรปริยายะ (คือในเวลาต่อมาอีก). ภิกษุ ท. ! นี้เรากล่าวว่าวิบากแห่งกรรมทั้งหลาย.
ภิกษุ ท. ! กัมมนิโรธ (ความดับไม่เหลือแห่งกรรม) เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุ ท. ! ความดับแห่งกรรมทั้งหลาย ย่อมมีเพราะความดับแห่งผัสสะ.
ภิกษุ ท. ! กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา (ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งกรรม) เป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุ ท. ! อริยอัฏฐังคิกมรรค (อริยมรรคมีองค์แปด) นี้นั่นเองคือ กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา ; ได้แก่ สิ่งเหล่านี้คือ คือ สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) สัมมาสังกัปปะ (ความดำริชอบ) สัมมาวาจา (การพูดจาชอบ) สัมมากัมมันตะ (การทำการงานชอบ) สัมมาอาชีวะ (การเลี้ยงชีวิตชอบ) สัมมาวายามะ (ความพากเพียรชอบ) สัมมาสติ (ความระลึกชอบ) สัมมาสมาธิ (ความตั้งใจมั่นชอบ).
ภิกษุ ท. ! เมื่อใดอริยสาวก ย่อมรู้ชัดซึ่ง กรรมอย่างนี้, รู้ชัดซึ่ง นิทานสัมภวะแห่งกรรม อย่างนี้, รู้ชัดซึ่ง เวมัตตตาแห่งกรรม อย่างนี้, รู้ชัดซึ่ง วิบากแห่งกรรม อย่างนี้, รู้ชัดซึ่ง กัมมนิโรธ อย่างนี้, รู้ชัดซึ่ง กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา อย่างนี้ ; อริยสาวกนั้น ย่อม รู้ชัดซึ่งพรหมจรรย์นี้ว่าเป็นเครื่องเจาะแทงกิเลส เป็นที่ดับไม่เหลือแห่งกรรม.
ภิกษุ ท. ! ข้อที่เรากล่าวแล้วว่า “กรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, นิทานสัมภวะแห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, เวมัตตตาแห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, วิบากแห่งกรรม เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, กัมมนิโรธ เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ, กัมมนิโรธคามินีปฏิปทา เป็นสิ่งที่บุคคลควรทราบ” ดังนี้นั้น เราอาศัยความข้อนี้กล่าวแล้ว.

========================================


๕๘๐] สุภมาณพ โตเทยยบุตร พอนั่งเรียบร้อยแล้ว
ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ ว่า
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย

ให้พวกมนุษย์ที่เกิดเป็นมนุษย์อยู่
ปรากฏความเลวและความประณีต
คือ มนุษย์ ทั้งหลายย่อมปรากฏมีอายุสั้น มีอายุยืน
มีโรคมาก มีโรคน้อย
มีผิวพรรณทราม มีผิวพรรณงาม
มีศักดาน้อย มีศักดามาก
มีโภคะน้อย มีโภคะมาก
เกิดในสกุลต่ำ เกิดในสกุลสูง
ไร้ปัญญา มีปัญญา

ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย
ให้พวกมนุษย์ที่เกิดเป็นมนุษย์อยู่
ปรากฏความเลวและความประณีต ฯ

***เพราะสัตว์เป็นไปตามกรรม***
****************************
[๕๘๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมาณพ
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน
เป็นทายาทแห่งกรรม
มีกรรมเป็นกำเนิด
มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้ ฯ

ส. ข้าพระองค์ย่อมไม่ทราบเนื้อความโดยพิสดาร
ของอุเทศที่พระโคดมผู้ เจริญตรัสโดยย่อ
มิได้จำแนกเนื้อความโดยพิสดารนี้ได้
ขอพระโคดมผู้เจริญ
ได้โปรดแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์
โดยประการที่ข้าพระองค์จะพึงทราบเนื้อความ
แห่งอุเทศนี้โดยพิสดารได้เถิด ฯ

พ. ดูกรมาณพ ถ้าอย่างนั้น ท่านจงฟัง จงใส่ใจให้ดี
เราจะกล่าวต่อไป สุภมาณพ โตเทยยบุตร
ทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า ชอบแล้ว พระเจ้าข้า ฯ

***เหตุอายุสั้น***
**********************
[๕๘๒] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรมาณพ
บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง
เป็นคนเหี้ยมโหด
มีมือเปื้อนเลือด
หมกมุ่นในการประหัตประหาร
ไม่เอ็นดูในเหล่าสัตว์มีชีวิต
เขาตายไป
จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
เพราะกรรมนั้นอันเขา ให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไป ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ถ้ามาเป็นมนุษย์ เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง
จะเป็นคนมีอายุสั้น

ดูกรมาณพปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุสั้นนี้ คือ
เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง
เป็นคนเหี้ยมโหด
มีมือเปื้อนเลือด
หมกมุ่นในการประหัตประหาร
ไม่เอ็นดูในเหล่าสัตว์มีชีวิต ฯ

***เหตุอายุยืน***
******************
[๕๘๓] ดูกรมาณพ ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
ละปาณาติบาตแล้ว
เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต
วางอาชญา
วางศาตราได้
มีความละอาย
ถึงความเอ็นดู อนุเคราะห์ด้วยความเกื้อกูลในสรรพสัตว์และภูตอยู่
เขาตายไป
จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด
ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีอายุยืน

ดูกรมาณพปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีอายุยืนนี้ คือ
ละปาณาติบาตแล้ว
เป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต
วางอาชญา
วางศาตราได้
มีความละอาย
ถึงความเอ็นดู
อนุเคราะห์ด้วยความเกื้อกูลในสรรพสัตว์และภูตอยู่ ฯ

***เหตุที่มีโรคมาก***
*********************
[๕๘๔] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นผู้มีปรกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ
หรือก้อนดิน
หรือท่อนไม้
หรือศาตราเขาตายไป
จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไปไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

ถ้ามาเป็นมนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง
จะเป็นคนมีโรคมาก

ดูกรมาณพปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคมากนี้ คือ
เป็นผู้มีปรกติเบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ
หรือ ก้อนดิน
หรือท่อนไม้
หรือศาตรา ฯ

***เหตุโรคน้อย***
******************
[๕๘๕] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นผู้มีปรกติไม่เบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ
หรือก้อนดิน
หรือท่อนไม้
หรือศาตรา
เขาตายไป
จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไป
ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

ถ้ามาเป็นมนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง
จะเป็นคนมีโรคน้อย

ดูกรมาณพ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโรคน้อยนี้ คือ
เป็นผู้มีปรกติไม่เบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ
หรือก้อนดิน
หรือท่อนไม้
หรือศาตรา ฯ

***เหตุมีผิวพรรณทราม***
**************************
[๕๘๖] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นคนมักโกรธ
มากด้วยความแค้นเคือง
ถูกเขาว่าเล็กน้อยก็ขัดใจ
โกรธเคือง
พยาบาท
มาดร้าย
ทำความโกรธ
ความร้าย
และความขึ้งเคียดให้ปรากฏ

เขาตายไป จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไป
ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

ถ้ามาเป็น มนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง
จะเป็นคนมีผิวพรรณทราม

ดูกรมาณพปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีผิวพรรณทรามนี้ คือ
เป็นคนมักโกรธ
มากด้วยความแค้นเคือง
ถูกเขาว่าเล็กน้อยก็ขัดใจ
โกรธเคือง
พยาบาท
มาดร้าย
ทำความโกรธ
ความร้าย
และความขึ้งเคียดให้ปรากฏ ฯ

***คนน่าเลื่อมใส***
******************
[๕๘๗] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นคนไม่มักโกรธ
ไม่มากด้วยความแค้นเคือง
ถูกเขาว่ามากก็ไม่ขัดใจ
ไม่โกรธเคือง
ไม่พยาบาท
ไม่มาดร้าย
ไม่ทำความโกรธ
ความร้าย
และความ ขึ้งเคียดให้ปรากฏ
เขาตายไป
จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไป
ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

ถ้ามาเป็นมนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง
จะเป็นคนน่าเลื่อมใส

ดูกรมาณพปฏิปทาเป็นไปเพื่อเป็นผู้น่าเลื่อมใสนี้ คือ
เป็นคนไม่มักโกรธ
ไม่มากด้วยความแค้นเคือง
ถูกเขาว่ามากก็ไม่ขัดใจ
ไม่โกรธเคือง
ไม่พยาบาท
ไม่มาดร้าย
ไม่ทำความโกรธ
ความร้าย
ความขึ้งเคียดให้ปรากฏ ฯ

***เหตุเป็นคนมีศักดาน้อย***
****************************
[๕๘๘] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
มีใจริษยาย่อมริษยา
มุ่งร้าย
ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ
ความเคารพ
ความนับถือ
การไหว้
และการบูชาของคนอื่น
เขาตายไป
จะเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก
เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไปไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

ถ้ามาเป็นมนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลังจะเป็นคนมีศักดาน้อย

ดูกรมาณพ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดาน้อยนี้ คือ
มีใจ ริษยา
ย่อมริษยา
มุ่งร้าย
ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ
ความเคารพ
ความนับถือการไหว้ และการบูชาของคนอื่น ฯ

***เป็นคนมีศักดามาก***
**********************
[๕๘๙] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นผู้มีใจไม่ริษยา
ย่อมไม่ริษยา
ไม่มุ่งร้าย
ไม่ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ
ความเคารพ
ความนับถือ
การไหว้
และการบูชาของคนอื่น
เขาตายไป จะเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์
เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไปไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

ถ้ามาเป็นมนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีศักดามาก
ดูกรมาณพ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีศักดามากนี้ คือ
มีใจไม่ริษยา
ย่อมไม่ริษยา
ไม่มุ่งร้าย
ไม่ผูกใจอิจฉาในลาภสักการะ
ความเคารพ
ความนับถือการไหว้
และการบูชาของคนอื่น ฯ

***เหตุเป็นคนมีโภคะน้อย***
******************
[๕๙๐] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
ย่อมไม่เป็นผู้ให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม
เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อาศัย เครื่องตามประทีป
แก่สมณะหรือพราหมณ์
เขาตายไป จะเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก
เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไปไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

ถ้ามาเป็นมนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลังจะเป็นคนมีโภคะน้อย

ดูกรมาณพ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อมีโภคะน้อยนี้ คือ
ไม่ให้ข้าวน้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม
เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย
เครื่องตามประทีปแก่สมณะหรือพราหมณ์ ฯ

***เหตุมีโภคะมาก***
*************************
[๕๙๑] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
ย่อมเป็นผู้ให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม
เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย เครื่องตามประทีป
แก่สมณะหรือพราหมณ์
เขาตายไป
จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์
เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อม
สมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์

ถ้ามาเป็นมนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง
จะเป็นคนมีโภคะมาก

***เป็นคนเกิดในสกุลต่ำ***
******************
[๕๙๒] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้
จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม
เป็นคนกระด้าง
เย่อหยิ่ง
ย่อมไม่กราบไหว้คนที่ควรกราบไหว้
ไม่ลุกรับคนที่ควรลุกรับ
ไม่ให้อาสนะแก่คนที่สมควรแก่อาสนะ
ไม่ให้ทางแก่คนที่สมควรแก่ทาง
ไม่สักการะคนที่ควรสักการะ
ไม่เคารพคนที่ควรเคารพ
ไม่นับถือคนที่ควรนับถือ
ไม่บูชาคนที่ควรบูชา
เขาตายไป
จะเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก
เพราะกรรมนั้น
อันเขาให้พรั่งพร้อม
สมาทานไว้อย่างนี้
หากตายไป
ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก

ถ้ามาเป็นมนุษย์
เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง
จะเป็นคนเกิดในสกุลต่ำ

ดูกรมาณพ ปฏิปทาเป็นไปเพื่อเกิดในสกุลต่ำนี้ คือ
เป็นคนกระด้าง
เย่อหยิ่ง
ย่อมไม่กราบไหว้คนที่ควรกราบไหว้
ไม่ลุกรับคนที่ควรลุกรับ
ไม่ให้อาสนะแก่คนที่สมควรแก่อาสนะ
ไม่ให้ทางแก่คนที่สมควรแก่ทาง
ไม่สักการะคนที่ควรสักการะ
ไม่เคารพคนที่ควรเค
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่