เรื่องจากความฝัน

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมมีประสบการณ์จากความฝันที่มาเล่าให้ทุกท่านฟังนะครับ ก่อนอื่นเลยผมต้องออกตัวก่อนว่า ผมเป็นคนมี six sense อ่อนๆ นะครับ แต่ก็ใช่ว่าจะเห็นจะรับรู้อะไรจากมิติที่ 4 ได้เยอะมากมาย

ต่อมาผมขอตกลงกับทุกท่านก่อนนะครับว่า 1. "งดดราม่าไม่ว่ากรณีใดๆ นะครับ" หากท่านใดไม่ชอบก็ขอให้ข้ามกระทู้ผมไปได้เลยนะครับ 2. เรื่องที่เขียนทั้งหมดเป็นเรื่องที่ผมเรียบเรียงเหตุการณ์ต่างๆ หลังจากตื่นแล้วนะครับและผมขอยืนยันว่าผมเขียนขึ้นจากสิ่งที่พบเจอจริงๆ ครับ 3. งดโยงเรื่องราวต่อไปนี้เข้ากับสถาบันการเมืองใดๆ ในบ้านเมืองนะครับ และ 4. โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับเพราะเรื่องต่อไปนี้(อาจจะ)มีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกแห่งวิญญาณ

ปล. หากท่านใดมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ อาทิ เจ้ากรรมนายเวร บาปบุญคุณโทษ จะชี้แนะหรือแสดงความเห็นใดๆ ก็สามารถทำได้นะครับ เพราะผมจะรับฟังและอาจจะนำไปปฏิบัติตามตามสมควรต่อตัวผมครับ

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 นี่เองครับ วันนั้นผมและครอบครัวต้องพาญาติที่มาจากเมืองจีนไปเที่ยวชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้วครับ วันนั้นผมตื่นแต่เช้า แดดร้อนมาก คนก็เยอะครับ ไปถึงที่หมายก็ราวๆ 11 โมงครับ ผมพาเดินชมนั่นชมนี่อธิบายให้พวกญาติๆ ฟังไปเรื่อยๆ ว่าตรงนี้มีประวัติอย่างไร แต่ละที่มีไว้ทำอะไร ไปเรื่อยๆ ครับ จนไปถึงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ผมจึงปล่อยพวกญาติๆ ถ่ายรูปไว้ ส่วนผมก็นั่งรอตรงระเบียงต้นไม้หน้าพระที่นั่งหลบร้อน วันนั้นเป็นวันที่ผมมองพระที่นั่งองค์นี้นานมาก (ผมเดินวังหลวงบ่อยครับเพราะบางทีโฮสผมจากเยอรมันมาเองบ้าง สมาชิกในบ้านโฮสมาบ้าง มาเดินเองคนเดียวบ้าง) ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่าทำไมมองนานขนาดนั้น จนกระทั่งคุณพ่อผมมาสะกิด "เป็นอะไรหรอลูก เห็นยืนเหม่ออยู่ตั้งนานแล้ว แดดก็ร้อนเข้าร่มก่อนๆ" ผมก็ตอบคุณพ่อกลับไปว่า "ไม่รู้เหมือนกันสิป๊า แปลกๆ วันนี้เกิดอยากมองนานๆ มองได้ไม่เบื่อ รู้สึกมองไปแล้วเย็นๆ" จวบเหมาะกับญาติเรียกครับ เรื่องในวังหลวงก็ไม่มีอะไรนอกจากนี้ ก็เดินออกกันไปตามทาง หลังจากนั้นผมและครอบครัวก็แยกกันครับ ครอบครัวและญาติผมก็กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด ส่วนผมก็ไปกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนๆ ผมต่อครับ กว่าจะกลับถึงคอนโดก็ราวๆ บ่ายสามกว่าๆ บ่ายสี่โมงเย็น ด้วยความที่รู้สึกเพลียจึงอาบน้ำให้แล้วก็งีบครับ นาฬิกาจากโทรศัพท์ที่ดูครั้งสุดท้ายก่อนนอนกลางวันคือ 16.15 น. ครับ

ก่อนอื่นเลยนะครับผมต้องบอกว่า ผมฝันเหมือนย้อนยุค หลุดเข้าไปในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง ที่ทราบเพราะสิ่งแรกที่เห็นคือ หน้าบ้านของบ้านนี้เป็นเรือนไม้ที่สวยงามมากติดริมแม่น้ำ หน้าบ้านทางขึ้นมีพระบรมฉายาลักษณ์ ธงช้าง(ธงชาติสมัยก่อน) และตราพระราชลัญจกร ประดับอยู่ และเห็นอีกทีคือในห้องทำงานในความฝันผม....

เมื่อนอนอยู่ฝันว่าผมกำลังจะพาครอบครัวผมและผู้หญิง (ผู้หญิงคนนี้หุ่นดีมาก เข้ารูป มีหน้าอกพอสมควร แต่งตัวสุภาพเรียบร้อย แต่ไม่มีหน้า!) คนหนึ่งไปเที่ยวเกาะช้าง จังหวัดตราด ผมฝันว่าวันจะเดินทางยุ่งมาก งานกองเต็มโต๊ะ เสื้อผ้ายังไม่ได้เก็บ ผมหัวยุ่งมาก จำได้ว่าวิ่งขึ้นวิ่งลงในเรือนตลอด บ่าว ไพร่รอแล้วรออีกชะเง้อแล้วชะเง้ออีก แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับนั่งรอผมอย่าสงบ ไม่กระวนกระวายสักนิด แม้เวลาจะผ่านไปแล้วสองชั่วโมงจากเวลานัด ในฝันผมพูดว่า

ผม: โกรธผมมั้ย ผมช้าไปนานมากเลยนะ จะไปก่อนก็ได้ผมไม่ว่า เดี๋ยวผมตามไปทีหลัง
ผู้หญิง: ลุกลงมานั่งที่พื้นพนมมือ แล้วกล่าวว่า ไม่เป็นไรค่ะ ดีฉันแจ้งแก่ใจว่าท่านเปนเสาหลักครอบครัว แลเปนร่มโพธิ์ร่มไทรของดีฉัน ดีฉันจะรอท่านชายค่ะ แล้วก็กราบผม
ผม: งั้นคุณต้องรอผมอีกพักนึงเลยนะ แล้วกว่าเราจะไปถึงกันอีก หรือว่าเราจะเปลี่ยนแผนไปวันอื่นมั้ย
ผู้หญิง: ประนมมือแล้วพูดว่า ตามแต่ท่านชายเถิดค่ะ ดีฉันเอาแต่ท่านชายจะสะดวก ดีฉันยังไงก็ได้ขอแค่มีท่านชายพาไป ดีฉันก็ดีใจและจะปกป้องท่านชายเอง

หลังจากนั้นโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นหม่าม๊าผมโทรมาบอกว่า ถึงบ้านแล้วไลน์ไปเงียบกันหมดเลย (ผมปิดเสียงปิดสั่นโทรศัพท์ทุกครั้งก่อนนอนครับกันการรบกวนจากโลกภายนอก) ผมดูนาฬิกาอีกทีนี่มันหกโมงครึ่งละนินา ฟ้าเริ่มมืดครับ เลยลุกมาเปิดไฟแล้วนั่งทบทวนสิ่งที่ฝัน ปกติเวลาคนฝันตื่นมาจะลืมนะครับ แต่มารอบนี้ผมไม่เป็นเช่นนั้นทุกอย่างเหมือนภาพลอยขึ้นมาให้ผมบันทึกแต่โดยดี ครั้งแรกก็จบไป จนมาครั้งที่สองครับ

วันที่สองที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมาครับ วันนั้นผมกำลังป่วยกำลังจะค่อยๆ ฟื้นไข้ครับ ผมจำได้ว่าผมกินยาแล้วก็หลับไปตอนเวลาเดิมครับ สี่โมงสิบห้า

เนื้อหาในฝันมีดังต่อไปนี้: กระผมฝันว่าตอนนั้นเป็นเวลาสายๆ กำลังนั่งหลับตาซมอยู่บนเก้าอี้โยกตรงระเบียงบ้านหลังหนึ่งใที่ระเบียงหันเข้าหาแม่น้ำสายหนึ่ง เนื่องจากฤทธิ์ของไข้ผมทำได้แค่นั่งหลับตาและเอาผ้าชุบน้ำวางไว้ที่หัวและมีหนังสือเล่มหนึ่งวางไว้บนตัก ภรรยาของผม (ในฝัน) ยกน้ำชาและน้ำเปล่าออกมาให้อย่างละแก้วเพื่อให้ผมจิบ

ภรรยา: ดูแลองค์เองด้วยสิคะท่านชาย ป่วยมาก็หลายวันแล้ว เอาแต่ทำงานไม่รู้จักพัก พระเจ้าอยู่หัวทราบเข้าจะว่าอย่างไร (ผมไม่เห็นหน้าภรรยาในฝันผมนะครับ เพราะผมลืมตาไม่ขึ้นจริงๆ)
ผม: อื้ม นี่ไงคุณ ผมกำลังพักอยู่ ไม่ทำแล้วงาน ไม่ไหวจริงๆ คุณช่วยรับแขกเหรื่อที่จะมาเยี่ยมผมด้วยนะ บอกพวกแขกด้วยว่า...
ภรรยา: "ไม่สะดวกรับแขก" ท่านชายก็นะ ดีฉันรู้นะคะว่าท่านชายจะพูดกระไรตอนไหนเมื่อใด ว่าแต่ท่านชายทำไมตื่นมาแล้วไม่ชอบพับผ้าห่มล่ะคะ ดีฉันบอกท่านชายกี่ครั้งกี่หนแล้วให้พับๆ หาไม่มันจะมีกลิ่นอับ ท่านชายทำไมไม่ฟังดีฉันบ้าง นี่อีกมินานพระเจ้าอยู่หัวจะสถาปนาให้ขึ้นเป็นกรมพระอยู่แล้วยังจะทำตัวเป็นเด็กอีก ดีฉันละปวดหัวกับความดื้อรั้นของท่านชายจริงๆ
ผม: (หัวเราะ) โถ่ คุณท่านหญิงขา ศรีภรรยาของผม ต่อให้ผมดื้อแค่ไหนสุดท้ายก็สยบอยู่ใต้อ้อมกอดและไออุ่นของคุณเพียงคนเดียว อีกอย่างการใดใดในเรือนนี้ผมให้คุณเปนใหญ่มีสิทธิ์ขาด แค่นี้นิดหน่อยไม่พาลโกรธสามีคนนี้นะคะ เอาล่ะ วานท่านหญิงเอาผ้าไปไปชุบน้ำให้ผมทีผ้ามันร้อนจะแย่อยู่แล้ว อ่อ! นี่คุณ! แล้วที่ไปถวายงานสมเด็จท่านไปถึงไหนแล้ว เป็นอย่างไรบ้างเล่า
ภรรยา: ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ แก้แบบให้หม่อมท่านนิดหน่อย หม่อมท่านจะทำขึ้นถวายพระเจ้าอยู่หัว ไม่ต้องห่วงดอกเจ้าค่าท่านชาย เดี๋ยวดีฉันเอาผ้ามาเปลี่ยนให้ใหม่นะเจ้าคะ

หลังจากนั้นภรรยาผมก็เดินหายเข้าไปในบ้าน คนที่เดินออกมาก็คือผู้หญิงไร้ใบหน้าคนนั้นก็เดินออกมา พร้อมกับที่ผมลืมตาขึ้นและสูดอากาศลึกๆ เข้าร่างกาย

ผู้หญิง: ท่านชายดีขึ้นบ้างแล้วหรือยังเจ้าคะ?
ผม: ก็คงดีแล้วล่ะมั้ง
ผู้หญิง: อยากให้ท่านชายหายเร็วๆ ท่านชายจะได้พาครอบครัวของท่านชายแลดีฉันออกไปเที่ยว
ผม: ก็ถ้าพระเจ้าอยู่หัวไม่เรียกถวายงาน ไม่มีราชการ ก็พอจักเจียดเวลาไปได้นั่นแล
ผู้หญิง: (กราบลงที่พื้น) แล้วพูดว่า ชีวิตของตัวดีฉันนี้มีท่านชายเป็นที่พึ่งดุจดั่งร่มโพธิ์ร่มไทร หากไม่มีท่านชาย ดีฉันก็คงหมดบุญไม่มีที่ไป ที่ดีฉันมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะท่านชายและท่านหญิงอุปการะดีฉันมา ไม่ว่าสิ่งใดหม่อมฉันยินดีปกป้องท่านชายด้วยชีวิตของดีฉันเองจะมิให้ผู้ใดมาทำอันตรายแก่ท่านชายได้เจ้าค่ะ
ผม: เอาน่าอย่าคิดมากเลย ทำหน้าที่ของเธอต่อไปให้ดีก็เท่ากับตอบแทนบุญคุณบ้านฉันแล้วเข้าใจหรือยัง
ผู้หญิงคนนั้นกราบแล้วน้ำตาไหล: ดีฉันขอบพระทัยท่านชายมากๆ เจ้าค่ะ เมื่อครู่ท่านหญิงให้ดีฉันเอายาออกมาให้ท่านชายดื่ม ท่านหญิงรับสั่งว่าดูท่านชายดื่มให้หมดแล้วยกกลับ รีบดื่มเถอะเจ้าค่ะก่อนยาจะเย็น

ผมยกยาดื่มหมดแล้วจะยื่นให้ผู้หญิงไร้หน้าแต่ก็ไม่เห็นแล้วผมก็ตื่น...

วันนั้นผมหลับไปได้เพียง 45 นาทีครับ ตื่นมาแล้วก็มานั่งจดเรียบเรียงไว้ ซึ่งเหมือนเดินครับเป็นภาพขึ้นมาให้ผมบันทึกไว้ ผมก็มิทราบครับว่าผู้หญิงไร้หน้าผู้นี้เป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับผม และอยู่ในฐานะอะไรด้วย ผมรู้แต่เพียงว่าถ้าผมนอนกลางวันช่วงเวลานี้ผมอาจจะได้เห็นผู้หญิงคนนี้อีก และผมก็ไม่คิดว่าจะเจอครั้งที่สามนะครับ เพราะแม้ว่าเธอจะมาดี แต่ผมก็รู้สึกกลัว หลอนบ้างบางคราว บางทีมันก็พูดไม่ถูกนะครับว่ารู้สึกยังไง เอาเป็นว่าท่านใดมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้โปรดชี้แนะผมด้วยนะครับ

หากมีเวลาผมจะมานำเสนอประสบการณ์ที่เจอกับมิติที่ 4 ในต่างแดนให้ทุกท่านฟังกันนะครับ จุดหมายแรก "จีนครับ" ผมเจอเยอะที่สุด แล้วพบกันใหม่นะครับ

ขอบพระคุณที่ติดตามและสวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่