ละคร แต่ปางก่อน 2560 ความรักอมตะข้าม 3 ชาติ ที่แม้ความตายก็พรากไม่ได้ บางความรัก ต้องใช้เวลาหลายภพชาติถึงจะสมหวัง

ละคร แต่ปางก่อน 2560 ละครไทยแนวโรแมนติกดราม่าแบบข้ามกาลเวลา เรื่องราวความรักที่ “ตายแล้วยังไม่ตาย” พร้อมกลิ่นอายลึกลับของวิญญาณและคำสาปแช่ง…

ละคร แต่ปางก่อน เป็น ตำนานรักอมตะข้าม 3 ชาติ ที่ผสมผสานระหว่างดราม่าครอบครัวขุนนาง ความแค้นล้างผลาญ และพลังแห่งความรักที่พิสูจน์แล้วว่า “แรงแค้นอาจดับลงได้… แต่ความรักแท้จริงไม่มีวันสิ้นสุด”

… ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ หม่อมเจ้ารังสิธร (ท่านชายใหญ่) ตกหลุมรักสาวสามัญ เจ้านางม่านแก้ว ที่เข้ามาฝากตัวเรียนหนังสือในวัง
แต่ถูกแม่แท้ๆ (หม่อมพเยีย) และญาติผู้ใกล้ชิด (ท่านหญิงแต้) คัดค้านสุดชีวิต เพราะริษยาและอิจฉา



คืนวันแต่งงานอันควรเป็นวันที่สวยงามที่สุด กลับกลายเป็นคืนแห่งโศกนาฏกรรม
ม่านแก้วถูกวางยาพิษอย่างโหดเหี้ยม
ท่านชายใหญ่ตรอมใจจนกลายเป็นวิญญาณรอคอยคนรักที่วังเก่ามาแสนนาน



เมื่อม่านแก้วกลับชาติมาเกิดเป็น ราชาวดี (ครูสอนภาษา) เธอกลับมาที่วังเดิม (ซึ่งกลายเป็นโรงเรียนกุลนารีวิทยา)
และพบกับวิญญาณท่านชายใหญ่โดยบังเอิญ ความรักจากชาติที่แล้วจุดประกายขึ้นอีกครั้ง
… แต่ ท่านหญิงแต้ ยังไม่ยอมวางมือ ความพยาบาทข้ามภพเริ่มตามล้างผลาญ


สุดท้ายทั้งคู่กลับมาเกิดใหม่เป็น หม่อมหลวงจิราคม และ อันตรา ในยุคปัจจุบัน
ความรักที่ถูกกำหนดจากฟ้าจะสามารถเอาชนะคำสาปแช่งและอาฆาตจากชาติที่แล้วได้หรือไม่?
นี่คือคำถามที่ทำให้คนดูนั่งไม่ติดเก้าอี้ทุกตอน

เพี้ยนยิ้มที่มาและการสร้างใหม่ครั้งที่ 3 จากนิยายสู่จอทีวีที่ไม่เคยแก่

“แต่ปางก่อน” เกิดจากฝีมือการประพันธ์ของ คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ นามปากกา แก้วเก้า นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นในยุคที่คนไทยยังนิยมอ่านหนังสือพิมพ์รายวันและจินตนาการชีวิตวังในรัชกาลที่ 6 อย่างลึกซึ้ง

เคยถูกสร้างเป็นละครมาแล้ว 2 ครั้งบนช่อง 3
ปี 2530
ปี 2548

แต่เวอร์ชันปี 2560 บนช่อง one31 นี้ถือว่า พิเศษและยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะขยายเป็นหลายตอน เปลี่ยนผู้กำกับเป็น สันต์ ศรีแก้วหล่อ (มือทองที่เคยสร้างฟอร์มดีมาแล้วเพียบ)


ทีมงานเดอะวัน เอนเตอร์ไพรส์ (ถกลเกียรติ วีรวรรณ และนิพนธ์ ผิวเณร) ทุ่มทุนสร้างฉากวังเก่า โรงเรียนกุลนารีวิทยา และชุดขุนนางสมัย ร.6 ให้สมจริงจนคนดูรู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปจริงๆ

เพี้ยนหืมธีมหลักที่ทำให้เรื่องนี้ “อมตะ”

ละครไม่ใช่แค่บอกว่า “รักดีกว่าแค้น” แต่แสดงให้เห็นผ่านการกระทำจริงๆ ว่าความรักสามารถ “รอคอย” ได้นานแค่ไหน ขณะที่ความแค้นกลับกัดกินตัวเองจนสิ้นแรง



แก้วเก้าเขียนเรื่องนี้ได้ลึกซึ้งมาก ไม่มีตัวละครไหน “ชั่วล้วนๆ” หรือ “ดีล้วนๆ” ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง และทุกการกระทำในชาติที่แล้วล้วนส่งผลถึงชาติปัจจุบัน



ชุดผ้าไหม ฉากเรือนฝรั่ง เพลงลาวม่านแก้ว ทุกอย่างพาเราไปอยู่ในยุคนั้นจริงๆ

เพี้ยนชอบเพลงประกอบที่กลายเป็นตำนานอีกครั้ง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

เพลง “แต่ปางก่อน” เวอร์ชัน 2560 โดย COCKTAIL feat. ปิ่น พรชนก
เป็นการรีเมคเพลงคลาสสิกจากเวอร์ชันเก่า แต่ทำใหม่ให้ทันสมัย ฟังแล้วทั้งเศร้า ทั้งอบอุ่น และทั้งโรแมนติก เปิดเรื่องทุกตอนแล้วคนดูต้องหยุดหายใจทุกที ถึงขนาดที่หลายคนบอกว่า “แค่ได้ยินเพลงนี้ก็น้ำตาไหลแล้ว”

เพี้ยนชอบนักแสดงนำในละคร “แต่ปางก่อน” (พ.ศ. 2560) กับบทบาทความรักที่ต้องอาศัยการแสดงอันลึกซึ้งของนักแสดงทุกคนเพื่อถ่ายทอด “วิญญาณ” “แค้น” และ “รักอมตะ” ผ่านสามชาติภพ

ยุกต์ ส่งไพศาล รับบท หม่อมเจ้ารังสิธร (ท่านชายใหญ่) / หม่อมหลวงจิราคม

ยุกต์ ส่งไพศาล ถือเป็นพระเอกที่เหมาะสมที่สุดกับบท “ท่านชายใหญ่” ชายหนุ่มรูปงาม โอรสองค์เดียวของเสด็จในกรมฯ ในรัชกาลที่ 6 เขาเป็นสุภาพบุรุษผู้มีจิตใจดี สุขุม มีเหตุผลสูง แต่เมื่อตกหลุมรัก เจ้านางม่านแก้ว เขาก็ยืนหยัดด้วยความรักอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมให้ฐานะหรือคำคัดค้านจากครอบครัวมาทำลายความรู้สึก

ในชาติที่ 2 เขากลายเป็นวิญญาณที่ตรอมใจ วนเวียนรอคอยคนรักที่วังเก่ามาแสนนาน โดยไม่เคยมีรักกับใครอีกแม้แต่ ท่านหญิงแต้

ส่วนในชาติปัจจุบันคือ หม่อมหลวงจิราคม ลูกชายคนเดียวของ คุณชายจิรายุส และ คุณหญิงสวรรยา เขายังคงรักษาคุณธรรมและความซื่อสัตย์แบบเดียวกัน

การที่ยุกต์ต้องเล่นทั้ง “คนเป็น” และ “วิญญาณ” ใน 3 ภพชาติจึงเป็นโจทย์ยาก เขาถ่ายทอดได้อย่างแตกต่างชัดเจน ทั้งสายตาอ่อนโยนของท่านชายใหญ่ สายตาเศร้าสร้างของวิญญาณ และรอยยิ้มอบอุ่นของ หม่อมหลวงจิราคม ทำให้คนดูเชื่อได้เต็มร้อยว่านี่คือ “ชายคนเดียว” ที่รักม่านแก้วมาแล้ว 3 ชาติ

วรรณรท สนธิไชย รับบท เจ้านางม่านแก้ว / ราชาวดี / อันตรา

วรรณรท สนธิไชย คือ “นางเอก 3 ชาติในเรื่องเดียว” ที่ท้าทายที่สุดในละครเรื่องนี้ เจ้านางม่านแก้ว เป็นสาวจากฝั่งลาวที่เข้ามาฝากตัวเรียนในวัง นิสัยอ่อนโยน จิตใจดี มีเมตตา มองโลกในแง่ดี แต่ไว้ใจคนมากเกินไปจนถูกวางยาพิษในคืนวันแต่งงาน

ชาติที่ 2 เธอเกิดใหม่เป็น ราชาวดี ครูสอนภาษาที่กลับมาที่วังเก่า (ซึ่งกลายเป็นโรงเรียนกุลนารีวิทยา) เธอผูกพันกับสถานที่นี้โดยไม่รู้ตัว สนใจเรื่องราวอดีตและไม่กลัววิญญาณท่านชายใหญ่เลย

ส่วนชาติปัจจุบันคือ อันตรา ลูกสาวคุณถวิล ที่สนิทสนมกับ หม่อมหลวงจิราคม อย่างรวดเร็วเพราะเพลงลาวม่านแก้ว วรรณรท ต้องเปลี่ยนผ่านคาแร็กเตอร์จาก “สาวบริสุทธิ์” ไปเป็น “ผู้หญิงเข้มแข็งที่รับรู้ความจริง” และ “หญิงสาวยุคใหม่ที่กล้าหาญแต่เปราะบาง” ได้อย่างเนียนกริบ เธอทำให้คนดูรู้สึกว่า “นี่คือคนเดียวกัน” แม้ใบหน้าจะเหมือนกันแต่จิตวิญญาณพัฒนาขึ้นในทุกชาติภพ

น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ รับบท หม่อมเจ้าหญิงวิไลเลขา หรือ ท่านหญิงแต้

น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ สร้างปรากฏการณ์ “ตัวร้ายที่น่าจดจำที่สุด” ด้วยบทท่านหญิงแต้ หญิงสูงศักดิ์ญาติผู้น้องของท่านชายใหญ่ที่ถูกหมายมั่นให้แต่งงานกับเขา แต่กลับถูกปฏิเสธเพราะท่านชายใหญ่เลือกม่านแก้ว

ความริษยาและความรักที่ถูกทรยศทำให้เธอกลายเป็นปีศาจแห่งความแค้น เธอวางแผนวางยาพิษม่านแก้ว ร่วมมือกับ หม่อมพเยีย และยังตามล้างผลาญ ราชาวดี ในชาติที่ 2 จนกระทั่งสิ้นชีพไปพร้อมกับความพยาบาทที่ยังไม่ดับ

ในชาติปัจจุบันวิญญาณของเธอยังคงตามจองล้างจองผลาญ หม่อมหลวงจิราคม และ อันตรา อีกครั้ง น้ำทิพย์ เล่นได้ทั้ง “หญิงสูงศักดิ์สง่างาม” และ “ผู้หญิงที่ถูกความแค้นกลืนกินจนน่ากลัวแต่ก็สงสาร” พร้อมกัน การแสดงของเธอทำให้คนดูเกลียดแต่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังได้ลึกซึ้ง จนหลายคนบอกว่า “ท่านหญิงแต้ คือไฮไลต์ที่ทำให้เรื่องนี้เข้มข้น”

ยุทธนา เปื้องกลาง รับบท ม.ร.ว. จิรายุส

ยุทธนา เปื้องกลาง ถ่ายทอดบท คุณชายจิรายุส ได้อย่างมีเสน่ห์ เขาเป็นหลานชายคนเดียวของ ท่านหญิงแต้ เจ้าของโรงเรียนกุลนารีวิทยา (วังเก่าในอดีต) ชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์ รักอิสระ และหลงรัก ราชาวดี อย่างจริงใจจนยอมถอนหมั้นกับ ม.ร.ว.สวรรยา แม้จะถูกย่าคัดค้าน

เขาเป็นตัวละครที่เชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ช่วยปกป้อง ราชาวดี จากแผนร้ายของ ท่านหญิงแต้ และในชาติปัจจุบันกลายเป็นบิดาของ หม่อมหลวงจิราคม ยุทธนา เล่นได้ทั้ง “คุณชายยุคเก่า” ที่สุภาพและ “พ่อที่ห่วงใยลูก” ได้อย่างอบอุ่น ทำให้คนดูรู้สึกถึงความขัดแย้งภายในตัวละครที่ต้องเลือกระหว่างความรักและหน้าที่ครอบครัว

ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท ม.ร.ว. สวรรยา

ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ รับบท คุณหญิงสวรรยา ภรรยาของ คุณชายจิรายุส และแม่ของ หม่อมหลวงจิราคม เธอเป็นหญิงสาวสมัยใหม่ที่มีหัวใจอ่อนโยน แต่ก็ต้องเผชิญกับความซับซ้อนของครอบครัวขุนนางและคำสาปจากอดีตชาติ ลัลณ์ลลิน ถ่ายทอดความรู้สึกของแม่ที่รักลูกและเข้าใจความรักข้ามภพของลูกชายได้อย่างละเอียดอ่อน เธอช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวในชาติปัจจุบันให้อบอุ่นและเป็นจุดยึดเหนี่ยวของพระเอก ทำให้คนดูเห็นภาพครอบครัวที่ “ปกติ” ท่ามกลางดราม่าแค้นข้ามชาติ

นักแสดงสมทบอย่าง เกรียงไกร อุณหะนันทน์ (เสด็จในกรมฯ), จารุณี สุขสวัสดิ์ (หม่อมพเยีย) และคนอื่นๆ ก็ช่วยเติมเต็มโลกของละครให้สมบูรณ์แบบเช่นกัน

การแสดงของนักแสดงชุดนี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ “ละคร แต่ปางก่อน” ไม่ใช่แค่ละครย้อนยุค แต่เป็นบทเรียนชีวิตเรื่องกรรม ความรัก และการให้อภัยที่ยังคงก้องอยู่ในใจคนดูทุกยุคสมัย ว่า

ความรักที่แท้จริงไม่เคยขึ้นกับฐานะหรือชาติภพ
ความแค้นคือพิษที่ฆ่าตัวเราเองมากกว่าฆ่าคนอื่น
และการให้อภัยคือกุญแจที่ปลดปล่อยวิญญาณให้เป็นอิสระ



ละครที่ทำให้เราเชื่อว่า โลกนี้มีอะไรที่มากกว่าชีวิตหนึ่งภพ
มันทำให้เรานั่งคิดถึงคนที่เรารักในชาติที่แล้ว (ถ้ามีจริง) และทำให้เรายิ้มออกมา
เมื่อเห็นสองพระเอก-นางเอกได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในชาติปัจจุบัน

ถ้าคุณยังไม่เคยดู… แนะนำให้เริ่มตอนนี้เลย
ถ้าคุณเคยดูแล้ว… ลองกลับไปดูใหม่อีกสักรอบ คุณจะพบรายละเอียดที่ครั้งก่อนมองข้าม
และอาจจะรักเรื่องนี้อีกครั้ง

ความรักที่รอคอยมานานแสนนาน… มันคุ้มค่าที่จะรอจริงๆ นะ

ลองไปดูย้อนหลังกันดู
one Lakorn >> https://www.youtube.com/playlist?list=PLzZQTMujDdbXtj2uHiQyFjIqcB7wGP5i4
one31 >> https://www.youtube.com/playlist?list=PLXopbKxiivxoVBekf7Q1M0381404-0QPT

แต่ปางก่อน
แต่ปางก่อน2560
แต่ปางก่อนone31
ละครแต่ปางก่อน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่