ต้นเหตุที่ตั้งกระทู้นี้ก็คือว่า คุณแม่และพี่สาวชอบบอกว่า เราเป็นคนที่โลกสวยเกินอยู่ในโลกอุดมคติอะค่ะ
เพราะจากที่ดิฉันเคยโดนคนอื่นหลอกคุยเฉย ๆ เวลาเค้าจับจุดอ่อนเราได้
คือคนนั้นที่เจอที่มหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์กีฬาชนิดหนึงค่ะ ที่คิดว่าพูดโกหกเพื่อที่จะไปกับเราได้
หลังจากนั้น พอเราพบกรณีศึกษาจากคนนี้ว่า เราไม่ควรพูดกับใครจริงใจ หรือเป็นตัวของตัวเราเองมากไปหรือเปล่า ไม่แน่ใจค่ะ 1*
ท้าวความคือ เราทำแบบทดสอบบุคลิกภาพแล้วได้ INFP เป็น นักอุดมคติอะค่ะ อีกแบบก็ได้ Peace-Maker แต่ถ้าตามจริตวิเคราะห์เอง
จากการดูความคิดตัวเอง ส่วนมากจะเป็นวิตกจริต ที่มองโลกในแง่ไม่ร้ายคะ แต่จะเป็นพวกคิดเล็กคิดน้อย เก็บทุกรายละเอียด
มี Perfectioninst ก้องอยู่ในหัวตลอดเวลาค่ะ คือเคยทำมาสักพักนึงยาว ๆ แล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์มากค่ะ เป็นคนขยัน สุขภาพดี นอน4ทุ่ม สวดมนต์ นั่งสมาธิก่อนนอนประจำ อ่านหนังสือเยอะ ออกกำลังกายประจำ
แต่จุดอ่อนเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย เวลามีคนพูดอะไรก็จะเชื่อ ๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะโกหกเรา หรือมันมีอะไรใหโกหก
พอมีประสบการณ์แบบนี้ก็เลยระแวงตลอดกับคนที่มาเข้าหา โดยเฉพาะผู้ชายค่ะ ว่าเขาจะมาหลอกเราหรือเปล่า เวลาที่คนรอบข้างเน้นๆๆย้ำๆๆ ว่าเราจะมีแฟนไม่ได้หรอก ยังดูคนไม่ฉลาดพอ ประกอบกับที่เคยคุยๆกับคนนึงเมื่อนานมาแล้ว แล้วอยู่ดีๆ เขาก็ขาดการติดต่อไป และเรามีความรู้สึกผิดด้วยที่ว่า เราเลิกกับคนนึงเพราะไปชอบเพื่อนเค้าแล้วก็คุยกันมีถูกคอมากๆ ไปเที่ยวกัน สนุกกันมากค่ะ แต่อยู่ๆเขาก็หายไป เราก็จะเข้าข้างตัวเองบางทีว่า
เราไม่ผิดนะ คนแรกเค้ามาจีบทางแชท แล้วคุยๆๆๆ แต่พอไปเจอตัวจริงแล้วเราไม่กล้าคุย เพราะเราสร้างคนอีกคนในหัวเราไว้แล้ว
ตอนนี้ก็พยายามคิดว่า เราทุกข์มามากพอแล้วกับอดีตน่าจะจบเถิด
เพื่อนๆพี่ๆ ในพันทิฟคิดว่าอย่างไรคะกับการที่รู้สึกผิดขนาดนี้ ขนาดคนมาบอกชอบตรง ๆ ใหม่แล้ว เราก็ไม่กล้าลองเปิดใจคุย คบดู เพราะคิดว่า ตัวเองไม่ดีพอ และจะทำให้เขาเสียใจ เพราะการที่ใจเราไม่หนักแน่น 2*
ส่วนตัวแล้วคิดว่า มันแอบเสียโอกาสที่เราไม่เปิดใจรู้จักใครมากขึ้นอีกเลย ทั้งๆที่บางคน เราก็รู้สึกดี ชอบเค้า แต่บอกไม่ไปแล้ว 2 คน แต่กับเคสล่าสุด เราไม่รู้ว่าเรามโนไปเองหรือเปล่า แต่เขาจะเป็คนผลักดันบทสนมนาก่อนยอะ ๆ ค่ะ ก็ดูยากอีกแหละว่า เค้าเฟรนลี่กับทุกคนรึเปล่า หรือเค้าเป็คนดีจริง อย่างที่รุ่นพี่อีกคนบอก ว่าคนนี้ดีเกิ๊น หลังจากที่คุยถึงคนนั้น ว่ารู้จักพี่คนเดียวกันด้วย ไม่กล้าเริ่มจีบด้วยค่ะ มันไม่เป็นธรรมชาติ แบบเริ่มรู้จักกันก่อน เลยทำให้การวางตัวแปลกๆ จะนิ่งๆ ไม่ค่อยพูด เก็บข้อมูลคนๆนั้นก่อน แต่กับผู้หญิงส่วนมาก สบายๆเลยค่ะ ไม่กังวล ไม่อะไรเลยค่ะ
อีกเรื่องที่กังวล คือจะสมดุลชีวิตได้ไม่ค่อยดีค่ะ เรียกว่า ไม่ค่อยเดินทางสายกลางเท่าไหร่ คือชอบทำสุดโต่ง ไปทั้ง 2 ทาง เพราะเวลาทำทางนึงแล้วมันมากไปมั้งคะ เช่น มีช่วงนึง นอนเร็ว อ่านหนังสือ ไม่เล่นเฟส โซเชียลอะไรเลย ยกเว้นไลน์ที่เพื่อนชอบว่าว่า ไม่อ่าน ไม่ตอบ จนรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องเช็คไลน์และตลอดเวลา คือเป็นเด็กดีสุด ๆ ได้ประมาณ 7 เดือนค่ะ อยู่คนเดียวได้ สบายมาก กำลังใจดี มั่นคงสุด ๆ
แต่หลังจากนั้นคือ ประสบเป้าที่ตั้งไว้สำเร็จแล้ว (สอบตรงใหม่ติด ยิปปี้ ต่อไปชีวิตจะหนักหน่วงแล้ว) ช่วงหลัง ๆ มาจนถึงตอนนี้เลยสุดโต่งค่ะ นอนตี 1 กว่าเพราะกลับมาติดเฟส จากที่หักดิบไปเพราะ เสียเวลาตัวเอง แล้วชอบส่องคนอื่น โดยเฉพาะตอนนี้ซอกแซกกับคนที่ชอบเยอะมาก คือก็รู้ว่าเสียเวลา แต่มันคิดถึง แบบคิด ๆ ไปเอง ว่าเค้าก็น่าจะมีความรู้สึกแบบเดียวกัน
อีกตัวอย่างคือเวลาช่วงนั้นเราพยายามถือศีล 8 ด้วยโดยเราก็จะปฏิเสธคนที่เราชอบไปว่า เราไม่กินข้าวเย็นๆ เพราะบางทีไปแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ที่คุยไปกับวงสนทนาเค้าไม่ค่อยได้ แต่พอเค้าเริ่มพูดบ่อย ๆ ว่า ทนได้หรือ ไม่หิวหรือ มันจะมีช่วงที่ตบะแตก ขึ้นมาแล้วกินแหลกเลยค่ะ
ก็พอรู้อยู่บ้างว่า กินตอนกลางคืนมันไม่ดีเลย แต่พอคิดว่าคนอื่นกินเราก็กินบ้างค่ะ พอมีวิธีฝึกให้ตัวเองหนักแน่นมั้ยคะ แล้วเราจะ Balance เวลา ชีวิต กับ Social Media อย่างไรดีคะ ใครเป็แบบเราบ้างคะ 3* บางทีก็เบื่อ ๆ ต้องมานั่งถ่ายรูป แต่งรูป ประกาศชาวโลกว่าเราทำอะไรอยู่หรือ แต่มันดูเหมือนเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ แล้วเราไม่ทำ มันรู้สึกผิดและแปลก เลยกลับมาทำใหม่บ้าง แต่ก็โพสต์สิ่งที่เป็นตัวเองเยอะมากๆ หมยความถึงว่าความยาวในหนึ่งโพสต์ เพราะความคิดเยอะ และอยากเผยแพร่สิ่งที่เราคิดว่าดีให้กับคนอื่นได้เห็นด้วยค่ะ เช่น พุทธวจน คำคมง่าย ๆ บรรยายภาพกับความคิดในตอนนั้น
เลยกลัวว่า คนอื่นจะเห็นจุดอ่อนเรา และเข้ามาหาเราเพราะความซื่อเราหรือเปล่า เพราะเราคิดอยู่ด้วยว่า คนอื่นโพต์แตรูปของกิน โพสต์ระบายความทุกข์บ้าง เราอยากโพสต์สิ่งดีๆ ไว้อ่าน เตือนใจตัวเองบ้างว่า เราทำอะไร
รู้สึกว่าเราชอบขวางโลก และคิดเยอะทั้งข้อดีข้อเสียแต่ละอันอะค่ะ ประเด็นหลักย่อ ๆ คือ เราทำตัวเปลี่ยนไปเพราะเราไม่แนใจว่า เราผิด เราขวางโลกกับสิ่งที่ทำอยู่หรืเปล่า โดยเฉพาะคนที่มาทัก (ไม่เล่นโซเชียล เช็คไลน์2-3วันที ไม่กินข้าวเย็น นอน3-4ทุ่ม ) เป็นคนที่เราค่อย ๆ รู้สึกดีด้วย
สุดท้ายแล้วอยากทราบว่า เวลาจะคุยเป็นเพื่อน จะคบ หรือจะอะไรก็แล้วแต่ จะสังกตอย่างไรว่า เค้ามาแบบจริงใจ หรือเฟคมาเป็คนดีให้เราเห็นเพื่อดึงดูดเราคะ 4* มันยากมากเลย ถึงแม้จะมีสติมากเท่าไหนก็ตาม เพราะเราเป็นคนสมองด้านซ้ายซะส่วนใหญ่ ใช้เหตุผลคิดๆๆๆ แต่ไม่ค่อยรับรู้ถึงความรู้สึกตัวเองและคนอื่น โดยบ่อยครั้งก็ชอบข่มความรู้สึกไว้ไม่แสดงออก เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประมาณนี้คะ
ที่คิดว่าตัวเองโลกสวยก็เพราะว่าเจอสังคมดีด้วยมั้งคะ ถึงแม้จะมีคนที่ปฏิบัติไม่ดีกับเราก็ตาม เราก็จะออกห่างมาก เค้าก็ไม่ได้มายุ่งกับเรามาก ทางใครทางมัน นอกนั้นเจอใครก็ยิ้มให้หมด ยิ้มให้จริงๆ เพราะเราจะมีความสุขไปด้วย ถูกถามอยู่หลาย ๆ หนว่า ยิ้มทำไม คำตอบก็เหมือนยิ้มให้ตัวเอง ไม่อยากอมทุกข์คิดมาก แต่พักหลังๆมานี้ เพื่อนทักว่า มากไป ก็เลยลองวางมาดนิ่ง ๆ แบบน่ากลัวๆดูละ คุณม่กับพี่สาวบอกว่า
ต้องเก็บอาการให้อยู่ ปฏิกิริยากับอะไรก็ตาม อย่าให้คนอื่นรู้มากนัก ทำนิ่ง ๆ ไว้
แล้วเพื่อน ๆ พี่ ๆ ใพันทิฟคิดว่า เราควรจะต้องเปลี่ยนตาม เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามมั้ยคะ ในยุคที่คนจริงใจน้อยลง คำไม่จริง หลอกลวงมีมากขึ้นๆๆๆ โดยเฉพาะยุคแห่งการโฆษณาชวนเชื่ออะค่ะ หรือเราต้องพูดไม่จริงให้มากขึ้น (คือหลังจากโดนว่าเรื่องนี้ เราก็ อะเกน เริ่มพูดจริงน้อย ๆ บางส่วนแล้วรู้สึกผิดน้อยลงได้แล้ว ไม่ดีเบยยย ) 5*
สุดท้ายนี้ใครมีอะไรอยากแนะนำประเด็นไหน สอนอะไร เล่าประสบการณ์คล้าย ๆ กัน เล่าสู่กันฟังเลยนะคะ 6* หรือวิเคราะห์ วิจารณ์ตัวเราได้เต็มที่ จากข้อมูลที่อ่านไปค่ะ ขอบคุณค่ะที่สละเวลาอ่าน และวิจารณ์เพื่อก่อกัน
ขอบคุณค่ะที่อ่าน จขกท ระบายตั้งกระทู้พันทิฟเป็นครั้งแรก เผื่อจะได้ไอเดียอะไรไปปรับใช้ในชีวิตค่ะ
ขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความเห็นนะคะ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์เป็นประโยชน์กับบางคนเช่นกันนะคะ
ขอให้มีความสุขค่ะ ^^
อยู่ในโลกอุดมคติ ควรปรับตัวอย่างไรดีคะ
เพราะจากที่ดิฉันเคยโดนคนอื่นหลอกคุยเฉย ๆ เวลาเค้าจับจุดอ่อนเราได้
คือคนนั้นที่เจอที่มหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์กีฬาชนิดหนึงค่ะ ที่คิดว่าพูดโกหกเพื่อที่จะไปกับเราได้
หลังจากนั้น พอเราพบกรณีศึกษาจากคนนี้ว่า เราไม่ควรพูดกับใครจริงใจ หรือเป็นตัวของตัวเราเองมากไปหรือเปล่า ไม่แน่ใจค่ะ 1*
ท้าวความคือ เราทำแบบทดสอบบุคลิกภาพแล้วได้ INFP เป็น นักอุดมคติอะค่ะ อีกแบบก็ได้ Peace-Maker แต่ถ้าตามจริตวิเคราะห์เอง
จากการดูความคิดตัวเอง ส่วนมากจะเป็นวิตกจริต ที่มองโลกในแง่ไม่ร้ายคะ แต่จะเป็นพวกคิดเล็กคิดน้อย เก็บทุกรายละเอียด
มี Perfectioninst ก้องอยู่ในหัวตลอดเวลาค่ะ คือเคยทำมาสักพักนึงยาว ๆ แล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์มากค่ะ เป็นคนขยัน สุขภาพดี นอน4ทุ่ม สวดมนต์ นั่งสมาธิก่อนนอนประจำ อ่านหนังสือเยอะ ออกกำลังกายประจำ
แต่จุดอ่อนเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย เวลามีคนพูดอะไรก็จะเชื่อ ๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะโกหกเรา หรือมันมีอะไรใหโกหก
พอมีประสบการณ์แบบนี้ก็เลยระแวงตลอดกับคนที่มาเข้าหา โดยเฉพาะผู้ชายค่ะ ว่าเขาจะมาหลอกเราหรือเปล่า เวลาที่คนรอบข้างเน้นๆๆย้ำๆๆ ว่าเราจะมีแฟนไม่ได้หรอก ยังดูคนไม่ฉลาดพอ ประกอบกับที่เคยคุยๆกับคนนึงเมื่อนานมาแล้ว แล้วอยู่ดีๆ เขาก็ขาดการติดต่อไป และเรามีความรู้สึกผิดด้วยที่ว่า เราเลิกกับคนนึงเพราะไปชอบเพื่อนเค้าแล้วก็คุยกันมีถูกคอมากๆ ไปเที่ยวกัน สนุกกันมากค่ะ แต่อยู่ๆเขาก็หายไป เราก็จะเข้าข้างตัวเองบางทีว่า
เราไม่ผิดนะ คนแรกเค้ามาจีบทางแชท แล้วคุยๆๆๆ แต่พอไปเจอตัวจริงแล้วเราไม่กล้าคุย เพราะเราสร้างคนอีกคนในหัวเราไว้แล้ว
ตอนนี้ก็พยายามคิดว่า เราทุกข์มามากพอแล้วกับอดีตน่าจะจบเถิด
เพื่อนๆพี่ๆ ในพันทิฟคิดว่าอย่างไรคะกับการที่รู้สึกผิดขนาดนี้ ขนาดคนมาบอกชอบตรง ๆ ใหม่แล้ว เราก็ไม่กล้าลองเปิดใจคุย คบดู เพราะคิดว่า ตัวเองไม่ดีพอ และจะทำให้เขาเสียใจ เพราะการที่ใจเราไม่หนักแน่น 2*
ส่วนตัวแล้วคิดว่า มันแอบเสียโอกาสที่เราไม่เปิดใจรู้จักใครมากขึ้นอีกเลย ทั้งๆที่บางคน เราก็รู้สึกดี ชอบเค้า แต่บอกไม่ไปแล้ว 2 คน แต่กับเคสล่าสุด เราไม่รู้ว่าเรามโนไปเองหรือเปล่า แต่เขาจะเป็คนผลักดันบทสนมนาก่อนยอะ ๆ ค่ะ ก็ดูยากอีกแหละว่า เค้าเฟรนลี่กับทุกคนรึเปล่า หรือเค้าเป็คนดีจริง อย่างที่รุ่นพี่อีกคนบอก ว่าคนนี้ดีเกิ๊น หลังจากที่คุยถึงคนนั้น ว่ารู้จักพี่คนเดียวกันด้วย ไม่กล้าเริ่มจีบด้วยค่ะ มันไม่เป็นธรรมชาติ แบบเริ่มรู้จักกันก่อน เลยทำให้การวางตัวแปลกๆ จะนิ่งๆ ไม่ค่อยพูด เก็บข้อมูลคนๆนั้นก่อน แต่กับผู้หญิงส่วนมาก สบายๆเลยค่ะ ไม่กังวล ไม่อะไรเลยค่ะ
อีกเรื่องที่กังวล คือจะสมดุลชีวิตได้ไม่ค่อยดีค่ะ เรียกว่า ไม่ค่อยเดินทางสายกลางเท่าไหร่ คือชอบทำสุดโต่ง ไปทั้ง 2 ทาง เพราะเวลาทำทางนึงแล้วมันมากไปมั้งคะ เช่น มีช่วงนึง นอนเร็ว อ่านหนังสือ ไม่เล่นเฟส โซเชียลอะไรเลย ยกเว้นไลน์ที่เพื่อนชอบว่าว่า ไม่อ่าน ไม่ตอบ จนรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องเช็คไลน์และตลอดเวลา คือเป็นเด็กดีสุด ๆ ได้ประมาณ 7 เดือนค่ะ อยู่คนเดียวได้ สบายมาก กำลังใจดี มั่นคงสุด ๆ
แต่หลังจากนั้นคือ ประสบเป้าที่ตั้งไว้สำเร็จแล้ว (สอบตรงใหม่ติด ยิปปี้ ต่อไปชีวิตจะหนักหน่วงแล้ว) ช่วงหลัง ๆ มาจนถึงตอนนี้เลยสุดโต่งค่ะ นอนตี 1 กว่าเพราะกลับมาติดเฟส จากที่หักดิบไปเพราะ เสียเวลาตัวเอง แล้วชอบส่องคนอื่น โดยเฉพาะตอนนี้ซอกแซกกับคนที่ชอบเยอะมาก คือก็รู้ว่าเสียเวลา แต่มันคิดถึง แบบคิด ๆ ไปเอง ว่าเค้าก็น่าจะมีความรู้สึกแบบเดียวกัน
อีกตัวอย่างคือเวลาช่วงนั้นเราพยายามถือศีล 8 ด้วยโดยเราก็จะปฏิเสธคนที่เราชอบไปว่า เราไม่กินข้าวเย็นๆ เพราะบางทีไปแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ ที่คุยไปกับวงสนทนาเค้าไม่ค่อยได้ แต่พอเค้าเริ่มพูดบ่อย ๆ ว่า ทนได้หรือ ไม่หิวหรือ มันจะมีช่วงที่ตบะแตก ขึ้นมาแล้วกินแหลกเลยค่ะ
ก็พอรู้อยู่บ้างว่า กินตอนกลางคืนมันไม่ดีเลย แต่พอคิดว่าคนอื่นกินเราก็กินบ้างค่ะ พอมีวิธีฝึกให้ตัวเองหนักแน่นมั้ยคะ แล้วเราจะ Balance เวลา ชีวิต กับ Social Media อย่างไรดีคะ ใครเป็แบบเราบ้างคะ 3* บางทีก็เบื่อ ๆ ต้องมานั่งถ่ายรูป แต่งรูป ประกาศชาวโลกว่าเราทำอะไรอยู่หรือ แต่มันดูเหมือนเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำ แล้วเราไม่ทำ มันรู้สึกผิดและแปลก เลยกลับมาทำใหม่บ้าง แต่ก็โพสต์สิ่งที่เป็นตัวเองเยอะมากๆ หมยความถึงว่าความยาวในหนึ่งโพสต์ เพราะความคิดเยอะ และอยากเผยแพร่สิ่งที่เราคิดว่าดีให้กับคนอื่นได้เห็นด้วยค่ะ เช่น พุทธวจน คำคมง่าย ๆ บรรยายภาพกับความคิดในตอนนั้น
เลยกลัวว่า คนอื่นจะเห็นจุดอ่อนเรา และเข้ามาหาเราเพราะความซื่อเราหรือเปล่า เพราะเราคิดอยู่ด้วยว่า คนอื่นโพต์แตรูปของกิน โพสต์ระบายความทุกข์บ้าง เราอยากโพสต์สิ่งดีๆ ไว้อ่าน เตือนใจตัวเองบ้างว่า เราทำอะไร
รู้สึกว่าเราชอบขวางโลก และคิดเยอะทั้งข้อดีข้อเสียแต่ละอันอะค่ะ ประเด็นหลักย่อ ๆ คือ เราทำตัวเปลี่ยนไปเพราะเราไม่แนใจว่า เราผิด เราขวางโลกกับสิ่งที่ทำอยู่หรืเปล่า โดยเฉพาะคนที่มาทัก (ไม่เล่นโซเชียล เช็คไลน์2-3วันที ไม่กินข้าวเย็น นอน3-4ทุ่ม ) เป็นคนที่เราค่อย ๆ รู้สึกดีด้วย
สุดท้ายแล้วอยากทราบว่า เวลาจะคุยเป็นเพื่อน จะคบ หรือจะอะไรก็แล้วแต่ จะสังกตอย่างไรว่า เค้ามาแบบจริงใจ หรือเฟคมาเป็คนดีให้เราเห็นเพื่อดึงดูดเราคะ 4* มันยากมากเลย ถึงแม้จะมีสติมากเท่าไหนก็ตาม เพราะเราเป็นคนสมองด้านซ้ายซะส่วนใหญ่ ใช้เหตุผลคิดๆๆๆ แต่ไม่ค่อยรับรู้ถึงความรู้สึกตัวเองและคนอื่น โดยบ่อยครั้งก็ชอบข่มความรู้สึกไว้ไม่แสดงออก เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประมาณนี้คะ
ที่คิดว่าตัวเองโลกสวยก็เพราะว่าเจอสังคมดีด้วยมั้งคะ ถึงแม้จะมีคนที่ปฏิบัติไม่ดีกับเราก็ตาม เราก็จะออกห่างมาก เค้าก็ไม่ได้มายุ่งกับเรามาก ทางใครทางมัน นอกนั้นเจอใครก็ยิ้มให้หมด ยิ้มให้จริงๆ เพราะเราจะมีความสุขไปด้วย ถูกถามอยู่หลาย ๆ หนว่า ยิ้มทำไม คำตอบก็เหมือนยิ้มให้ตัวเอง ไม่อยากอมทุกข์คิดมาก แต่พักหลังๆมานี้ เพื่อนทักว่า มากไป ก็เลยลองวางมาดนิ่ง ๆ แบบน่ากลัวๆดูละ คุณม่กับพี่สาวบอกว่า
ต้องเก็บอาการให้อยู่ ปฏิกิริยากับอะไรก็ตาม อย่าให้คนอื่นรู้มากนัก ทำนิ่ง ๆ ไว้
แล้วเพื่อน ๆ พี่ ๆ ใพันทิฟคิดว่า เราควรจะต้องเปลี่ยนตาม เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามมั้ยคะ ในยุคที่คนจริงใจน้อยลง คำไม่จริง หลอกลวงมีมากขึ้นๆๆๆ โดยเฉพาะยุคแห่งการโฆษณาชวนเชื่ออะค่ะ หรือเราต้องพูดไม่จริงให้มากขึ้น (คือหลังจากโดนว่าเรื่องนี้ เราก็ อะเกน เริ่มพูดจริงน้อย ๆ บางส่วนแล้วรู้สึกผิดน้อยลงได้แล้ว ไม่ดีเบยยย ) 5*
สุดท้ายนี้ใครมีอะไรอยากแนะนำประเด็นไหน สอนอะไร เล่าประสบการณ์คล้าย ๆ กัน เล่าสู่กันฟังเลยนะคะ 6* หรือวิเคราะห์ วิจารณ์ตัวเราได้เต็มที่ จากข้อมูลที่อ่านไปค่ะ ขอบคุณค่ะที่สละเวลาอ่าน และวิจารณ์เพื่อก่อกัน
ขอบคุณค่ะที่อ่าน จขกท ระบายตั้งกระทู้พันทิฟเป็นครั้งแรก เผื่อจะได้ไอเดียอะไรไปปรับใช้ในชีวิตค่ะ
ขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความเห็นนะคะ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์เป็นประโยชน์กับบางคนเช่นกันนะคะ
ขอให้มีความสุขค่ะ ^^