***ประสบการณ์หลอนตั้งแต่เด็กจนปัจุบัน*** (ไม่แต่งล้านเปอร์เซ็น)

กระทู้สนทนา
บอกก่อนว่าทุกเรื่องที่เล่าเป็นประการณ์ตรงที่ได้พบเห็นเอง  (มีบางเรื่องที่คนในครอบครัวเจอมา) ทุกเรื่องรับรองว่าไม่มีเมคค่ะ มั่นใจได้เลย! เราขอพิมพ์เป็นเรื่องๆไล่ไปตามอายุเลยนะคะ
(ปัจจุบันอายุ 23)  ถ้าหากพิมพ์ตกหล่นหรือประติดประต่อเรื่องแล้วอ่านเข้าใจยาก เล่าแล้วไม่หลอน ใช้คำไม่เก่งเหมือนกระทู้อื่นๆต้องขออภัยด้วยค่ะ (ที่เราเจอมาอาจจะไม่โผงผางแบบทู้อื่นๆนะคะขออภัยถ้าอ่านเเล้วไม่เร้าใจ) หากใครจะหาว่าแต่งหรือมาก่อกวนเชิญได้ตามอัธยาศัยค่ะ จะตั้งใจพิมพ์ต่อให้จบไม่หายกระทู้ไม่ปลิวแน่นอนค่ะ


เรื่องที่ 1 : เสียงในความมืด (ประสบการณ์ของคุณแม่)
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่บ้านพักตรงข้ามกับโรงเรียนแห่งนึง (ที่เป็นโรงเรียนคริสต์) คุณแม่เราตอนนั้นอุ้มท้องเราใกล้คลอดก็เลยต้องไปอาศัยอยู่กับลุงค่ะ เนื่องจากพ่อเราต้องไปทำงานต่างประเทศเลยฝากให้ลุงช่วยดูแลแม่ ลักษณะบ้านคือมีรั้วล้อมรอบ ในรั้วมีบ้าน 3 หลังค่ะ มีบ้านใหญ่ 2 หลังและบ้านเล็ก 1 หลัง บ้านที่แม่เราพักคือบ้านเล็กค่ะจะอยู่ใกล้ทางเข้า เมื่อเปิดประตูรั้วเข้ามาจะเป็นกระจกบานเลื่อนใหญ่ๆติดฟิมล์ แม่เล่าว่าตอนนั้นแม่นอนอยู่ในห้อง จำเวลาไม่ได้แต่ดึกมากแล้วค่ะ ทุกบ้านระแวกนั้นก็ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว แต่แม่ยังคงนอนดูทีวีอยู่ มีหมาพุดเดิ้ลอีก 3 ตัวอยู่ในห้องเป็นเพื่อน แม่บอกว่านอนอยู่เพลินๆก็ได้ยินเสียงแผ่วๆ ลอยมาตามลมทางรั้วหน้าบ้าน เป็นเสียงแหบๆเหมือนพูดในลำคอเรียกชื่อลุง......แจ๊ส....แจ๊สสสส....แจ๊สสสสสส  แม่จำไม่ได้ว่าเรียกอยู่กี่ครั้งแต่น้ำเสียงนั้นเย็นยะเยือกและดังมาจากทางหน้าบ้านแน่นอน แม่เรารู้สึกกลัวแต่อีกใจก็อยากรู้ว่าใครมาเรียกรึเปล่า แม่เลยแทรกตัวไปแอบข้างกำแพงแล้วเพ่งมองออกไปทางหน้าบ้านตามต้นเสียง แม่ก็ไม่เห็นใคร แต่เสียงเรียกก็ยังคงดังต่อเนื่อง แจ๊ส.....แจ๊ส...แจ๊ส.... แม่เลยรีบกลับมานอนคลุมโปรงที่เตียง แม่บอกว่าเสียงที่ได้ยินตอนนั้นก็ยังไม่ขนลุกเท่าเมื่อตอนที่หมาพุดเดิ้ล 3 ตัววิ่งไปตรงประตูเหมือนพวกมันพยายามมองหาต้นเสียงนั้น ไม่นานแล้วมันก็วิ่งหมอบกลับมาหากจุงตูด ร้องเสียงหลง อิ๋งๆ เหมือนว่ามันเห็นอะไร.....หรือกลัวอะไรบางอย่าง เช้ามาแม่ก็เล่าให้ลุงฟังว่าเมื่อคืนใครไม่รู้มาเรียก ดึกมากแล้ว แม่ก็เปรยๆไว้ว่าไม่น่าจะใช่คนมั้ง แต่ลุงเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้เท่าไหร่เพราะลุงนับถือคริสต์ ก็ตามนั้นค่ะลุงบอกว่าไม่มีไรหรอก พร้อมยิ้มแห้งๆสงท้ายจบประโยค แต่แม่เราก็คาใจอยากรู้ว่าบ้านนี้มีประวัติมั้ยแต่ก็ไม่มีใครมาเล่าสักที จนวันนึงป้าบ้านตรงข้ามมาเล่าให้ฟังภายหลังว่า ดึกๆเค้าเดินมาปิดม่านที่ชั้น2แล้วมองลงมา หน้าต่างบ้านเค้าจะตรงกับประตูห้องแม่เราพอดี ป้าเค้าเห็นมีผู้ชายแก่ๆพุงโลๆผิวขาวซีด นุ่งผ้าขาวม้าเดินวนไปมาหน้าห้อง เท่านั้นแหล่ะแม่หายคาใจเลยค่ะ เพราะที่บ้านไม่มีคนแก่เลย


เรื่องที่ 2 : วิญญาณเซลแมน!!!
(เหตุการณ์นี้เกิดที่เดียวกันกับเรื่องข้างบน)

เรื่องนี้เกิดตอนเราอายุได้ประมาณ 6-7 เดือน สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่เดิมค่ะ เวลาประมาน 2-3 ทุ่มแล้วกำลังจะนอนแม่เราก็กล่อมเราหลับ ไกวๆเปลอยู่ข้าง ก็พลางมองหน้าเราตอนหลับ แม่บอกว่าตอนนั้นอากาศค่อนข้างร้อนมาก เปิดแอร์ 24 องศาแล้วก็พัดลมอีกตัวเบอร์ 2 ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยคลายร้อนสักเท่าไหร่ ตอนระหว่างที่ไกวเปลอยู่แม่ก็มองหน้าเราเพลินๆอยู่ดีๆเราก็ลืมตาปึ๊งขึ้นมา แม่ตกใจมาก ในขณะเดียวกันจากอากาศร้อนๆที่ต้องเปิดแอร์เปิดพัดลมจ่อ อยู่ดีๆก็หนาวสันหลังวาบแม่บอกว่าหนาวตั้งแต่หัวรามไปถึงปลายเท้าเลยค่ะ (ขนลุก) ตอนนั้นเราก็ยังจ้องหน้าแม่อยู่ จ้องไม่กระพิบตาและแม่รู้สึกว่าแววตาที่เรามองแม่นั้นไม่เหมือนก่อน
(ตอนที่แม่เราเล่าเรื่องนี้ให้ฟังครั้งแรกภาพมันแว๊บมาในหัวว่าเราคือเราไม่ได้จ้องแม่นะ แต่จ้องผู้ชายข้างๆแม่ เป็นผู้ชายผมเกรียนใส่เชิ้ตลายทางจำได้เท่านี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีใครจำภาพตอนอายุ 6-7 เดือนได้มั้ยแต่เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆมันผุดเข้ามาในหัวทุกครั้งที่เอ่ยปากเล่าเรื่องนี้) แม่เล่าต่อว่าตอนนั้นแม่กลัวเรามากเพราะเราจ้องแม่ตาเเข็งมาก แต่แม่ก็อุ้มเรามาที่ตักพยายามกล่อมให้หยุดร้อง หมาพุดเดิ้ล 3 ตัวที่เลี้ยงไว้ในห้องมันก็พากันมารวมกระจุกขดตัวอยู่รอบๆแม่ แม่เรากล่อมอยู่นานเราก็ไม่เลิกร้องจนแม่ทนไม่ไหว ต้องไปเดินกล่อมนอกบ้านรับลม หนีบรรยากาศขนลุกในห้อง ตอนนั้นประมาน 4 ทุ่มเเล้วป้าบ้านตรงข้ามยังไม่นอนเค้าได้ยินเสียงเราร้องก็เลยออกมาดูว่าเราเป็นอะไร แม่ก็เล่าให้ฟังตามที่เจอมา ป้าบอกไม่มีไรหรอกเดี๋ยวอุ้มให้ ป้าก็โอ๋อยู่นานมากเป็นชั่วโมงก็ไม่หยุดร้อง แล้วที่แปลกคือเวลาที่อุ้มผ่านบ้านข้างๆเราจะร้องหนักมากร้องแบบเอาเป็นเอาตายไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด อุ้มกันไปอุ้มกันมาก็ไม่ดีขึ้นจน หลานป้าอีกคนเค้าเห็นร้องอยู่นานเค้าคงรำคาญ เลยเดินออกมาดู แม่ก็เล่าให้ฟังเค้าก็เดินหายไปในบ้านไปหยิบพระมาองค์นึงท่องคาถาอะไรสักอย่างแล้วก็คล้องคอให้เรา คล้องปุ๊บเราก็อ้วกกระจายทันทีค่ะ อ้วกใส่หลังป้าเยอะมากๆ จากที่เราตัวร้อนๆ ก็ตัวเย็นปกติ พี่เค้าเลยบอกให้เอาพระไปใส่ไว้ก่อนละกันเดี๋ยวคืนนี้จะไม่ได้นอนพอดี เช้ามาลุงกลับมาบ้านแม่ก็เลยเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟังตามเคยว่าเนี่ยเราเป็นไรไม่รู้ ลุงบอกว่าบ้านข้างๆที่ให้เช่าเคยมีเซลมายิงตัวตาย มีปัญหาเรื่องเงินๆทอง เค้าคงมาเล่นด้วยไม่มีไรหรอก เค้าไม่ยอมไปไหนคนที่บ้านนี้เจอกันบ่อย (ซึ่งจากที่ลุงเล่าให้แม่เราฟังมันดันไปตรงกับลักษณะภาพที่เราเห็นมันแว๊บมาในหัวทุกครั้งที่เเม่เราเล่าเรื่องนี้) หลังจากวันนั้นพี่บ้านข้างๆก็พาไปวัดที่เค้าได้พระที่คล้องคอให้เราไปให้พระคล้องสายสิญจ์ที่ข้อมือให้พระท่านก็บอกกับแม่เราว่า เราเป็นคนมีเซ้นท์ และอดีตชาติอาจเป็นญาติพี่น้องกับท่านหรือทำบุญร่วมกันมาบุญบารมีท่านเลยคุ้มครองไว้
....หลังจากนั้นพอเราเริ่มจำความได้แม่ก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟังว่าพระท่านพูดมาแบบนั้นแบบนี้นะ ตอนนั้นเราอยากเจอท่านมาก อยากให้แม่พาไปหาท่านแต่เพราะเราย้ายบ้านเลยไม่ได้มีโอกาสได้ไปสักที มาทราบทีหลังก็ตอนที่ท่านเสียเเล้วอะค่ะ  
จบ

เดี๋ยวมาต่อเรื่องอื่นนะคะ ขอดูก่อนว่ามีคนรออ่านมั้ย เราพยายามเล่าให้น่ากลัวเเล้วแต่ไม่รู้จะกลัวมั้ย 555 เป็นคนเล่าเรื่องไม่เก่งอะค่ะ แต่เรื่องต่อไปที่จะเล่าเป็นเรื่องที่เราประสบโดยตรงนะคะพอเริ่มโตเเล้วจำได้ทุกรายระเอียด ขอบคุณที่ติดตามค่ะ (ฝากแชร์ด้วยนะ)

*****เลื่อนไปอ่านให้ครบทั้ง 9 เรื่องแล้วไปอ่านต่อได้อีกที่กระทู้ลิ้งค์ข้างล่างนะคะ*****
http://pantip.com/topic/34425020
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview