ขอถือวิสาสะ เปรียบความคิดดร.นิเวศน์ให้เข้าใจกันง่ายๆ

กระทู้สนทนา
แต่ก่อนอื่นถ้าเข้าใจผิดก็ขออภัย ถ้าดร.มี login pantip จะมาตอบกระทู้เม่าน้อยๆอย่างกระผม ชาตินี้ผมก็รู้สึกฟินแล้วครับ

เริ่มเลย ทำไมดร.ถึงบอกว่า ตลาดหุ้นบ้านเรา มันหมดยุคทองของวีไอแล้ว
อันดับแรกนิยามคำว่า วีไอแบบดร.ก่อน ดร.แกเป็นวีไอคลาสสิก คือ เน้นซื้อถือยาวจนกิจการจะไม่ใช่อย่างที่ดร.คิด ดร.ก็จะขาย
ไม่ใช่วีไอสาย ไวไวแบบทุกวันนี้นะ ที่เล่นไล่ซื้อ แห่กันซื้อจนเหมือนหุ้นปั่น
จากราคาเหมาะสมในอีก 5 ปีข้างหน้า พี่แกปั่นจนถึงในปีเดียว นี่คือวีไอสาย ไวไว
หุ้นจะเหวี่ยงมาก ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นหลบเท้ากองทุน หลบเท้าต่างชาติ
พูดง่ายๆ คือ พี่ไวไวทั้งหลายจะเป็นเจ้ามือคุมเอง ไม่ค่อยจะแคร์ตลาด
ผมนิยามหุ้นวีไอแบบนี้ว่า หุ้นขึ้นให้สุด แต่ตอนลงก็ให้สุดเช่นกัน

ส่วนหุ้นดร. ถ้าพอจะศึกษาแนวของแก แกจะซื้อไม่ค่อยแคร์ใครหรอก
จังหวะที่แกซื้อ ที่ทำให้ชีวิตแกกลายประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้
มันคือยุคบุกเบิกของวีไอ ตอนนั้นพูดไปเถอะ อะไรคือวีไอ ไม่ได้รู้จักหรอก
รู้แต่ว่า พูดถึงตลาดหุ้นเหรอ ส่ายหน้า ส่ายตูดหนีกันหมด
เพราะงั้นเรียกว่า ต้องบ่มเพาะนั่งกินปันผลเบื่อๆไปปีละ 5-7% จนคนมาเห็นค่า
เรียกได้ว่า เป็นแนวรวย อย่างเต่าอย่างแท้จริง
(ซึ่งยุคนั้น PE 10 เท่านี่ถือว่ากลางๆนะ 12 นี่ถือว่าแพงละ
ลองเทียบกับสมัยนี้ดูละกันว่า ตลาดมันเปลี่ยนมุมมองไปแค่ไหน)

ซึ่งนะ พอแนวทางของแกมันสำเร็จไง มันทำได้จริง เพราะผลมันออกมาแล้ว
ใครก็อยากเป็นวีไอดิ แหม่ชีวิตอิสระทางการเงิน มันชิวนะ วันๆไม่ต้องทำอะไรกินปันผลขำๆ
เงินเหลือก็เอาไปซื้อหุ้นดอยเพิ่มได้ทุกปี สบายจะตาย
ทำให้ช่วงที่ผ่านมาคือยุคเฟื่องฟู ยุคทองของวีไอในตลาดหุ้นบ้านเราอย่างแท้จริง
ไปทางไหนพูดถึงตลาดหุ้น ตอบไปซิว่า เรานะลงทุนแบบวีไอนะ โหฟังแล้วมันเท่ห์เว่อวังดีจัง
แต่นะ ตลาดหุ้นอะ เมื่อมันมีคนคิดเหมือนๆกันเยอะ กำไรจากที่เคยแบ่งกันอยู่ไม่กี่คน กลายเป็นว่า ต้องแชร์ส่วนแบ่งกันมากขึ้น
(นึกภาพ eps อะ s ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งได้กำไรกันน้อยลงไปด้วย)

มันเลยกลายเป็นที่มาของหุ้นที่แพงวันนี้ แต่(คาดว่า)จะถูกในอนาคต
เพราะว่า มันมีแต่คนจะซื้อๆ พอลงมาหน่อยก็มีคนแย่งกันเก็บ upside ก็ยิ่งตีบตัน ในขณะที่ mos ก็แทบไม่มี
แล้วในลักษณะนี้ วีไอแบบดร.จะหาหุ้นที่ไหนซื้อได้อีกในบ้านเรา ก็เพราะแนวคิดแบบดร.มันถูกเผยแพร่ไปหมดแล้ว
ไอ้หุ้น ipo ใหม่ๆ มันก็อิง pe ของกลุ่มซึ่งมันก็แพงอยู่แล้ว มันก็ไม่มี upside เหลือให้ลงทุนได้อีก
(นั้นก็คือสาเหตุว่า ทำไมมีแต่คนอยากเอาบ.เจ้าตลาดกันจัง ก็เพราะมันเป็นตลาดของผู้ขายไง)

แล้วไงทำไงละ เงินปันผลได้มาทุกปีจะเก็บเงินไว้ให้เน่ามันก็ไม่ใช่แนวทางลงทุนของดร.ที่ไม่ค่อยจะถือเงิน

มันก็ต้องไปมองระดับ world scale ไง ประเทศไหนละที่ยังไม่รู้จักแนววีไอ และมีการเติบโตเหลืออยู่
ฝั่งสหรัฐเหรอ อย่าหวังเลย
ฝั่งยุโรปเหรอ มันก็คงไม่ใช่ ไม่ต่างกับสหรัฐหรอก
มันก็ต้องไปหาตลาดที่มันยังไม่ค่อยมีใครรู้จักแนวการลงทุนนี้
ยังคงเล่นหุ้นแบบเช้าชามเย็นชาม เห็นตลาดหุ้นเป็นบ่อน ปันผลโอเค
คนในตลาดยังขาดความรู้การลงทุนอะไรแบบนั้น
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่