มีหมาเป็นเพื่อน ดีกว่ามีเรื่องกะม๋า....

กระทู้สนทนา
ก่อนอื่นขอกล่าวสวัสดีทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้นี้นะครับ  ผมอาจจะใช้เวลาในการเขียนนานซักหน่อย เนื่องจาก นึกอะไรออกก็จะมาเขียนเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆครับ



กระทู้นี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่อยากจะถ่ายทอดประสบการณ์การเลี้ยงสุนัข พันธุ์ เฟรนช์บลูด็อก โดยขอเน้นย้ำว่า มาจากประสบการณ์การเลี้ยงของผมเอง โดยผมก็ได้ศึกษาจากเวบต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับสุนัข โดยตรงและเวบของคนรักสุนัข เนื่องจากเท่าที่ผมเซิสหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้แบบเฉพาะเจาะลึกยังมีไม่มากนัก ส่วนมากจะเป็นภาพกว้างๆ แบบทั่วๆไป ผมจึงอยากจะมานำเสนออีกมุมหนึ่งของการเลี้ยงอย่างละเอียดเท่าที่ผมจะถ่ายทอดได้ ทั้งนี้ เพื่อเก็บเป็นบันทึกความทรงจำของผมเอง และเพื่อที่ผู้สนใจทั่วไปจะเข้ามาอ่านได้ และเผื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่เริ่มสนใจเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ครับ



เริ่มจากที่ตัวผมเองก็เป็นคนรักสัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ แต่ด้วยความที่บ้านที่ผมอยู่อาศัยนั้นมีสถานที่คับแคบจึงไม่เหมาะกับการมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆในบ้านนอกจากมนุษย์ และแน่นอนว่าเจ้าของบ้าน (พ่อ,แม่) ท่านก็ไม่ต้องการเช่นกัน แน่นอนว่าผมก็ไม่ละความพยายามที่จะเลี้ยงสิ่งมีขีวิตในบ้าน ผมชอบที่จะเห็นความเจริญเติบโตที่เกิดจากความตั้งใจของผมเอง ผมยอมรับตามตรงว่าผมชอบที่จะเล่นมากกว่าที่จะต้องเลี้ยงและมาคอยดูแลเรื่องการขับถ่ายซึ่งมันจะต้องตามมาด้วยกลิ่นอันไม่พึงปรารถนา โจทย์ของผมคือ ผมต้องคิดว่า จะเลี้ยงอะไรดี ที่ตัวไม่ใหญ่มากเพื่อที่จะไม่เป็นการรบกวนคนในบ้านมากนัก และ ต้องทำความสะอาดสิ่งที่กิดขึ้นจากการขับถ่ายได้ไม่ยาก และในที่สุด ผมก็ได้กระต่ายมาเลี้ยง ผมเลี้ยงมันอย่างเป็นธรรมชาด ให้มันอยู่ตามแบบที่เราอยู่ เราไม่รบกวนมัน และมันก็ไม่รบกวนเรา ผมเลี้ยงมันได้ เกือบๆ 5 ปี มันก็สิ้นไปตามอายุของมัน ผมจำได้ว่าผมเสียใจแบบไม่เคยเป็นมาก่อน แต่แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนล่วงเลยไปตามการเวลา จากความเศร้าเสียใจก็เปลี่ยนเป็นความทรงจำที่ดีในเวลาต่อมา



สิ่งที่ผมใฝ่ฝันอยากเลี้ยงมาตลอด คือสุนัข เพราะสุนัขขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนที่ดีของมนุษย์ ซึ่งตัวผมเองก็มีเพื่อนเป็นมนุษย์ไม่มากนัก อาจจะด้วยอุปนิสัยที่ถึงแม้ว่าจะพูดน้อยแต่ผมพูดจาตรงไปตรงมา พูดไม่ค่อยเข้าหูผู้อื่น แสดงอารมณ์ชัดเจนในบางเวลา ผมจึงคิดว่าสุนัขน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีกับผมได้ เนื่องจากไม่ว่ามันจะไม่พอใจอะไรผม มันก็จะทำได้แค่เห่า เมื่อผมตัดสินใจที่จะเลี้ยงแล้วผมก็เริ่มศึกษาสายพันธุ์ต่างๆที่ผมให้ความสนใจ ความสนใจผมเริ่มมาจากรูปทรง ลักษณะน่าตาและท่าทางของมัน คล้ายๆกับเวลาเราเจอผู้หญิงที่สวยถูกใจนั่นแหละ แล้วเราค่อยเริ่มเข้าไปทำความรู้จักนิสัยใจคอกันในภายหลัง พันธุ์ที่อยู่ในความสนใจของผม มีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ ไซบีเรียนฮัสกี้ และเฟรนช์บลูด็อก 2สายพันธุ์นี้มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้วทั้งขนาดรูปร่าง น่าตา  อุปนิสัยใจคอ ลักษณะการดำเนินชีวิต แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ เป็นสุนัขที่มีความเป็นมิตรสูง กล่าวคือ ไม่ต้องหวังพึ่งพาเพื่อป้องกันผู้ร้ายเข้าบ้าน

        

ไซบีเรียน มีรูปร่างน่าตาสวยสง่า น่าเกรงขาม ในขณะที่เฟร้นช์บลูด็อกผมว่าน่าตามันปัญญาอ่อน เดาอารมณ์ไม่ถูก แต่สุดท้ายไม่รู้อะไรดลใจให้ผมมาทางเฟร้นช์บลูด็อก ผมใช้เวลาหาข้อมูลไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบไม่ร้อน เรียกว่าช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ศึกษาลักษณะรูปทรงตามสายพันธุ์ ว่าต้องเป็นอย่างไรถึงจะเรียกว่าสวย แบบไหนที่เรียกว่าดี ต้องเลี้ยงให้ออกมาเป็นแบบไหน อุปนิสัยใจคอของมันว่าเข้ากับเราได้หรือไม่ อาหารการกินเป็นอย่างไร และที่สำคัญที่สุด ที่ผู้เลี้ยงสุนัขทุกสายพันธุ์ต้องทราบก่อนคือ โรคประจำสายพันธุ์ว่ามีอะไรที่เราต้องเตรียมรับมือ เพราะแน่นอนว่าการนำสุนัขสายพันธุ์นึงจากที่อื่น เข้ามาพัฒนาในบ้านเรานั้นย่อมต้องมีจุดด้อยให้เห็นด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์สภาพอกาศต่างๆ ก็เป็นตัวแปรสำคัญไม่น้อย จากการศึกษาข้อมูลของ เฟร้นช์บลูด็อก(ต่อไปขอย่อ FB) เท่าที่ดูมาขออนุญาติแปะลิงก์  http://www.dogilike.com/breeds/26/ อธิบายไว้เป็นอย่างดี เห็นภาพได้ชัดเจนเข้าใจได้ง่าย





ปัญหาใหญ่ของสายพันธุ์หน้าสั้นคือสภาพอากาศเมืองไทยที่ค่อนข้างขัดแย้งกับความต้องการของเจ้า FB อีกทั้งยังมีเรื่องของโรคผิวหนังที่ตามมาเนื่องจากเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีรอยย่นโดยธรรมชาติ ฉะนั้นต้องดูแลเป็นอย่างดี จากที่ได้ศึกษามาระดับหนึ่ง เริ่มคิดมากละครับจะเอายังไงดี เพราะว่าค่าใช้จ่ายต่างๆที่ตามมาจะต้องมีเยอะแน่ๆ ถ้าหากน้องหมาที่เรารับมามีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง เพราะเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า น้องม๋านั้นมีโรคแฝงอะไรอยู่บ้างจนกว่าน้องหมาจะโตและแสดงอาการออกมาให้เห็น แต่ก่อนที่จะคิดมากไปกว่านั้นจนไม่อยากจะได้ ผมก็เริ่มเซิสหาตามแหล่งขายสุนัขฟาร์มต่างๆ ซึ่งก็จะพบได้ว่าถูกและดีไม่มีในโลกจริงๆ ยิ่งสวยยิ่งแพง ราคาตั้งแต่ 7500 ไปจนถึง 30000 แน่นอนว่ายิ่งถูกก็จะดูแคระแกร็น ไม่สวยโครงสร้างไม่ได้ตามลักษณะสายพันธุ์ ไม่มีใบเพ็ดดีกรีและส่วนมากจะเป็นลายเสือ ซึ่งเป็นสีที่ผมไม่ได้มองไว้เลย ในขณะที่รูปร่างดีทรงสวยน่าตาน่ารัก สีสวยๆ ราคาตั้งแต่ 15000 บาทขึ้นไป มาพร้อมใบเพ็ดดีกรี ผมดูมาหลายฟาร์มทั้งที่ไปสถานที่จริงก็มี ไปดูถึงขอนแก่นก็ไป โดยมากสุนัขที่เจ้าของนำมาขายจะดูสุขภาพดีแข็งแรง ซุกซนตามประสาม๋าเด็ก และมักจะไม่มีอาการขี้โรคให้เห็น สถานที่นึงที่ไม่แนะนำเลยคือ สวนจตุจักร ไม่ได้ต้องการมาดิสเครดิตนะครับ อันนี้แล้วแต่ จะไปลองสำรวจดูก็ได้เนื่องจากมีเยอะหลายเจ้า เราสามารถเปรียบเทียบได้เลยว่า แบบไหนสวยแบบไหนไม่สวย ต้องดูเยอะๆ เยอะมากๆ เห็นสวยก็ลองไปคุยสอบถามที่มาที่ไป สอบถามราคาไว้ก่อน ถ้าไม่เอาอย่าพึ่งไปต่อราคาเค้านะครับ  แต่เท่าที่ไปดูอยู่หลายรอบส่วนตัวเลย รู้สึกว่าที่นี่ดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่บางตัวดูขี้โรคชัดเจน บางตัวก็ดูอะเลิทเว่อๆไปเลยก็มี พอมาอีกอาทิตย์นึงดูเศร้าซึม ความเห็นส่วนตัวผมนะ ผมว่าที่นี่เป็นธุรกิจจ๋าคือปั๊มมาเพื่อขาย .... เอ้าก็ขายหมานี่ครับก็ต้องปั๊มเพื่อขายสิ...... แต่มันมีครับประเภทที่เลี้ยงด้วยใจรักและเอาใจใส่แต่พอลูกออกมาเยอะ เลี้ยงเองไม่ไหวเลยต้องแบ่งขายออกไปบ้าง ส่วนตัวผมคิดว่าแบบนี้น่าสนใจมากกว่า หลายๆที่ที่ผมไปมาก็ดูสะอาดสะอ้าน มีห้องแอร์เลี้ยงอย่างดี ลูกสุนัขดูสุขภาพแข็งแรง แต่ผมเองเป็นคนเรื่องมากเลือกยากเลยใช้เวลาอยู่นานในการวนไปวนมาเพื่อดูน้องหมา มีเวลาว่างเป็นไม่ได้ดูหมาตลอด





ในที่สุดพรหมลิขิตก็ได้ทำให้เรามาเจอกันจากที่ตามหามาประมาณครึ่งปี ผมก็ได้เจอสี สเปกที่ผมชอบ คือสีฟรอน จากเวบเวบหนึ่ง ผมก็ได้โทรไปสอบถามสถานที่และราคาเพื่อเดินทางไปดู สถานที่อยู่ที่ฉะเชิงเทราไม่ใกล้ไม่ไกลจาก กทม. เมื่อไปถึงก็พบเจ้าของบ้านเข้ามาต้อนรับขับสู้อย่างดี ถามผมว่าชอบตัวไหน เพศอะไร ตอนนั้นผมยังมีคำตอบในใจไม่ชัดเจนเรื่องเพศ เพราะผมไม่ได้คิดมาเลย ...(ต่อไป ผมขอเรียกผู้ขายว่าอาจารย์ โดยย่อเป็นตัว อ นะครับ) ผมก็สอบถาม อ ว่าแต่ละเพศมันแตกต่างกันยังไง  อ ให้คำตอบง่ายๆ ว่า ถ้าอยากจะเพาะพันธุ์ก็เลือกตัวเมีย ถ้าไม่คิดเพาะพันธุ์ก็เลือกตัวผู้ เอาแล้วสิครับ ยังไงดี ส่วนตัวก็ไม่เคยคิดจะเพาะพันธุ์หรือทำฟาร์มอะไร เพราะคิดว่าเลี้ยงตัวเดียวก็ต้องแบ่งข้าวตัวเองให้ม๋ากินเยอะแล้ว เอ่อ ตอนนี้ขอแทรกนิดนึงนะครับ เรื่องค่าใช้จ่ายของน้องม๋า ตามที่ศึกษามาก่อนเลี้ยงนะครับ ช่วงแรกๆ จะมีค่าวัคซีนค่ายาบ้าง แต่หลังจากพ้นช่วงนี้ไป ค่าใช้จ่ายต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 1500-2000บาท ...เดี๋ยวจะเหลาเฉพาะของเจ้าจับฉ่ายอย่างละเอียดอีกทีนะครับ .... มาว่ากันต่อ หลังจากที่ อ ทิ้งประเด็นเรื่องเพศไว้ อ ก็นำเด็กๆ ออกมาให้ดู มีอยู่ 3 ตัว ครับ ผู้ 2 เมีย 1 จากเท่าที่ดูลักษณะตัวผู้จะแข็งแรงมากๆ คึกคัก หูตั้งทรงดี ในขณะที่ตัวเมียดูแบบว่าเดินยังไม่เป็นท่า หูก็ยังไม่ตั้งเลย เอาละวา ตัวเลือกมีไม่มากละ ระหว่างนั้นผมก็นั่งสังเกตแต่ละตัวแล้วก็ชวน อ คุยไปเรื่อยๆ ถึงการเลี้ยงดูทำยังไง เลี้ยงแบบไหน ที่สำคัญครับต้องขอดูแม่ให้ได้ครับ ไม่เห็นแม่ ไม่มีแม่ให้ดูก็กลับบ้านได้เลยครับ แต่ถ้าจะขอดูพ่อ ยากหน่อยครับ เพราะบางทีไปผสมจากที่อื่นมา การตามตัวพ่อคงลำบาก ส่วนตัวผมจึงมองว่าไม่จำเป็น ตามสุภาษิตนี้ครับ “ดูวัวให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่” ดูม๋าก็ดูทั้งหางทั้งแม่นะครับ หลังจากที่ขอดูตัวแม่ ท่าน อ ก็ที่ไปยังกลางลานดินกว้างๆ ไปยังกรงเล็กๆ ให้ถึงภาพตามว่า กลางสภาพอากาศร้อนๆ บนพื้นดินแห้งผาก มีกรงหลังคาสังกะสีอยู่อันนึง ดูซอมซ่อ ... ผมก็มองไป เอ๊ะ และแม่เฟรนช์ไปอยู่ในหว่า อ ก็บอกว่าก็นั้นแหละครับ ลองเดินไปดู ผมยัง งง ว่า เห้ยนี่มันไม่เหมือนที่คิดไว้เลย เค้าเลี้ยงแอร์กันไม่ใช่หรอ พอเดินไปดู เห้ยยยย นะนี่มัน เฟรนช์ชัดๆ น่าตากวนทีนมากๆ แต่สำหรับผม มันสวยมาก โครงสร้างดูดีตามลักษณะในจินตนาการของผมว่าเฟรนช์ มันต้องล่ำ ขาสั้น น่าตากวนทีนแบบนี้แล ผมยืนพิจารณาอาการอยู่ประมาณ 5 นาที เดินวนไปวนมา หลังจากวนจนพอใจ ผมก็คิดว่าถ้าอยู่สภาพแบบนี้ อากาศกลางแดดแบบนี้ได้ มันต้องอยู่ได้ทุกสภาพที่ผมอยู่แน่นอน แล้วก็กลับมานั่งสนทนากันต่อกับท่าน อ ถึงการเลี้ยงดู



ผมเริ่มเบนเข็มไปยังเจ้าตัวเมียละครับ ที่มีอาการอ่อนแอที่สุด เนื่องจากผมเป็นคนขี้สงสารทนแววตาน่ารักๆ ของมันไมได้ ผมเริ่มจับจ้องแต่ตัวนั้น ในใจผมคิดว่าเอาวะ นี่แหละ เราจะเลี้ยงมันให้ได้ เราจะอนุเคราะห์มันเอง แต่อีกใจก็คิดว่า เห้ยย ค่าใช้จ่ายที่ตามมาล่ะ ถ้าเราต้องดูแลมันไปตลอดชีวิตจะทำยังไง ไม่สนุกเลย
ผม : ตัวนี้อายุเท่าไหร่ครับ อ
อ : 36 วัน
ผม : ห๊ะ แล้วผมจะเอามันไปได้เลยหรอ (เท่าที่ผมดูมา อย่างน้อยก็ต้องวัคซีนเข็มแรก ประมาณ 45วัน)
อ: เอาไปเลย หย่านมแม่แล้ว เอาไปเลี้ยงให้นมให้อาหารเม็ดได้เลย
ผม : จิงหรอครับ
อ : ใช่ ม๋าผมผมเลี้ยงมาหลายคอก ก็แบบนี้ทั้งนั้น
ผม : คิดในใจ .... เอาก็เอาวะ ก็บ้าน อ ก็อยู่นี่ มีไรก็มาได้ตลอด

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
หลังจากตกลงปลงใจกับเจ้าหมาอายุ 36 วัน ที่หูยังไม่ตั้ง เดินยังไม่ตรง ก็มาคุยเรื่องราคา (มีลงในเวบแล้ว เหลือแต่เจรจาต่อรองครับ)  บร๊ะเจ้า แพงสุดเลยวุ้ย เนื่องจากเป็นตัวเมียสามารถนำไปขยายพันธุ์ได้นี่คือเหตผลที่ อ ให้มา แล้วผมก็ควักตังจ่าย (แอบบอกราคา 17...บาท)  แต่ไม่จบแค่นั้นครับ มีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้น อาจารย์บอกว่า เอาไปอีกตัวสิ ตัวผู้สีขาว ไปอยู่เป็นเพื่อนกัน ฮึ่ย บ้าแล้ว อ ผมมีตังแค่นี้ แต่ก็แอบถามว่าเท่าไหร่ครับ อ บอกว่า เอาไป 2 ตัว 30บาท ก็เท่ากับว่าอีกตัว 13บาท แต่ประเด็นคือ หมดตัวแล้ว อีก 5 บาทก็ยังไม่มี แต่แอบคิดชั่วร้ายในใจ ถ้าเราได้ซื้อไป 13 บาท ไปขาย 15บาท ก็กำไร 2 บาทนะ ....... ฮ่าๆ แต่ผมก็เลือกที่จะปฏิเสธไป เพราะคิดว่า แล้วถาขายไม่ได้ต้องเลี้ยง 2 ตัวนี่ชิหายเลยนะ ค่าใช้จ่ายก็เป็นเดือนละ 3000 บาทเลยทีเดียว แต่แล้ว อ ก็คะยั้นคะยอว่า เอาไปก่อนให้ไปอยู่ด้วยกัน มีตังค่อยเอามาจ่ายหรือไม่ไหวค่อยเอามาคืน ผมเริ่มเอะใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ หรือ อ กลัวว่าตัวที่ผมเลือกจะไม่รอด เลยให้มา 2 ตัว เผื่อตัวที่ผมเลือกตายจะได้เอาอีกตัวไว้ พอมีประเด็นนี้ผมเลยรีบรับไว้



เดี๋ยวมาต่อครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่