อยากให้ BTS กับ MRT รณรงค์ไม่ให้คนที่ไม่ได้ท้อง แก่ พิการ เด็ก พระ นั่งเก้าอี้สำรอง เพราะพวกเขาเอาแต่เล่นมือถือไม่ก็หลับ

ก่อนอื่นขอขอบคุณคนอีกพวกที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สังคม มีน้ำใจแบ่งปัน ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยการเสนอที่นั่งให้กับคนที่ต้องการมากกว่านะคะ

กลับมาที่หัวข้อกระทู้.. อยากให้ทาง BTS กับ MRT ออกนโยบายมาช่วยเหลือคนที่ควรจะได้นั่งที่นั่งพิเศษหน่อยค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมของคนสมัยปัจจุบันมันถดถอยจากการที่เทคโนโลยีอันล้ำหน้ามันสำคัญกว่า

เรื่องของเรื่องคือตอนนี้เจ้าของกระทู้ท้องอยู่ค่ะ ไอ้เราคนทำงานในเมืองก็ขึ้นแต่รถไฟ ขึ้นทีไรก็ได้แต่หวังว่าจะมีคนเสนอที่นั่งพิเศษข้างประตูให้เรา เพราะเขาจัดเผื่อไว้ให้คนอย่างเรา แต่มันกลับกลายเป็นความหงุดหงิดทุกวันที่ขึ้นมาทีไรก็เจอแต่คนนั่งหลับแบบไม่แคร์โลกฉันจะนอน กับพวกไม่โงหัวขึ้นมาจากโทรศัพท์อย่ามายุ่งกับฉันใครจะยืนท้องป่องก็ยืนไปฉันไม่มอง และที่หนักกว่านั้นคือพวกที่หันมามองนะ แต่ไม่ลุกให้!

อยากจะบอกว่ามีครั้งที่ดิฉันโชคดีเจอคนใจดีนั่งเก้าอี้ถัดๆไปลุกให้ แต่มันหลายครั้งเหลือเกินเป็นส่วนมากแทบจะตลอดเลยทั้งดิฉันและคนยืนข้างๆที่อยากให้ฉันนั่งได้แต่มองไปที่คนที่นั่งอยู่เก้าอี้สำรองแล้วไม่ลุกทั้งๆที่ป้ายก็แปะประจานอยู่บนหัวเขา ได้แต่นึกในใจว่า "โถ.. มัวแต่ติดมือถือจนกลายเป็นคนแล้งน้ำใจ"

บางคนอ่านอาจจะเถียงว่า

1. "เขาไม่รู้รึป่าวว่าคุณท้อง เขาอาจจะลังเลคิดว่าคุณอ้วนเฉยๆเลยไม่กล้าลุกให้ป่าว" ขอตอบว่า อย่าคิดเองค่ะ! คือคุณเข้าใจมะคนท้องบางคนด้วยหน้าที่การงานหรือรสนิยมส่วนตัวทำให้ไม่ต้องการที่จะใส่ชุดคลุมท้องลายหมีสีหวาน เห็นเขาพุงป่องถ้าไม่ชัวร์ก็ถามซักหน่อยก็ได้ค่ะ ถ้าเขาอ้วนไม่ได้ท้องเดี๋ยวเขาก็บอกคุณเองว่าไม่นั่ง และนี่คือเหตุผลแรกที่ควรจะสกัดพวกที่ไม่เข้าข่ายไม่ให้นั่ง เพราะเขาไม่ค่อยกล้าถาม ถ้าไม่มีคนนั่งแต่แรก คนที่เข้าข่ายจะได้เดินเข้าไปนั่งได้เลย

2. "แล้วทำไมคุณไม่แหกปากขอเขาหล่ะ ถ้าอยากนั่งซะขนาดนั้นคุณขอเขาๆก็ลุกให้ป่ะ" คำตอบคือ ก็มารยาททางสังคมของดิฉันมันดีกว่าคนที่นั่งอยู่ไงคะ คือเขาก็รู้ว่าตัวเองนั่งที่แบบนั้นอยู่มีโอกาสที่จะต้องลุกได้เสมอ แต่เขาเลือกที่จะเพิกเฉยและไม่สนใจคนที่เดินเข้ามา มันก็บ่งบอกได้ในระดับนึงแล้วว่าคุณไม่ได้อยากจะลุกให้ใครเพราะสนใจแต่เรื่องของตัวเอง

3. "ตอนแฟนผมท้องเขาก็ยืนได้นะ บอกให้นั่งก็ไม่ยอมนั่งด้วยซ้ำ" ขอตอบค่ะว่าคนท้องแต่ละคนอาการต่างๆไม่เหมือนกัน บางคนมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่คุณอาจจะไม่รู้ ความเจ็บปวดต่างๆมองภายนอกอาจจะไม่เห็น บางทีปวดท้อง ปวดช่องคลอด ปวดหลัง ปวดขา ปวดหัว ถ้าชาตินี้คุณยังไม่เคยท้องคุณคงจะไม่เข้าใจ

4. "บางทีคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเขาก็อาจจะป่วยอยู่เหมือนกันก็ได้" คือก็ถ้าป่วยมากต้องนั่งพักตรงนั้นจริงๆก็นั่งไปเถอะค่ะ ดิฉันก็ไม่ได้จะแล้งน้ำใจกับคนป่วย ถึงแม้ว่าตอนดิฉันป่วยก็ไม่ได้มีใครลุกให้ดิฉันนั่งก็ตาม ยืนถือถุงยาหน้าซีดต่อไป

5. "บ่นไปก็เสียเวลาเปล่า ที่ให้ยืนชิดขวาบนบันไดเลื่อนก็ยังไม่ค่อยจะทำกันเลย" ใช่ค่ะ.. เสียเวลา เสียเวลามาก และยังต้องเสียเวลาอีกมหาศาลที่จะเข็นครกขึ้นภูเขาให้สำเร็จได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นเลย ทุกวันนี้มันอาจจะยังไม่ 100% แบบคนญี่ปุ่นที่ยืนชิดขวาเพราะคนในประเทศเขาส่วนใหญ่มีระเบียบวินัย เปรียบเทียบกับสภาพสังคมที่คนไทยอะไรก็ได้ เรื่อยๆเย็นๆตามใจฉัน มันคงไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ปุปปับ

แต่ก็อยากให้ BTS กับ MRT เป็นแกนนำสังคมค่ะ คำพูดของผู้หญิงท้องคนเดียวมันจะสู้อะไรกับนโยบายองค์กรได้ แค่ขอให้เขาแคร์สังคมจริงๆก็พอ มันไม่มีวันที่คนท้อง คนแก่ คนพิการ และเด็ก จะมายืนประท้วงให้รถไฟออกกฎบ้าๆนี่ ไม่งั้นจะไม่ขึ้นรถไฟ... ถามว่าทำไมถึงเรียกว่ากฎบ้าๆ? แล้วคุณว่ามันไม่บ้าเหรอที่เขาจะต้องมาออกกฎเพื่อบังคับให้คนทำในสิ่งที่สามัญสำนึกมนุษย์ธรรมดาควรจะทำอยู่แล้ว?!? ป้ายก็ติดบอกย้ำแล้วว่าให้เสนอที่นั่งให้บุคคลที่มีลักษณะตามในป้าย!!

ดิฉันจะไม่เสียใจเลย ถ้าจะต้องเสียเวลาให้สังคมปรับตัวแล้วบังเกิดผล แต่ดิฉันคงจะเสียอารมณ์ เพราะมีคนอย่างดิฉันมากมายที่อยากจะเปลี่ยนโลก แต่คนทั้งโลกไม่มีใครอยากจะเปลี่ยน..
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่