สนทนาธรรมประจำสัปดาห์

กระทู้สนทนา
ครืนๆ ฝนกมาแต่ไกล หลังจากที่ทนร้อนกันมาหลายวัน ในที่สุดธรรมชาติก็ประทานฝนให้ตกมาชุ่มฉ่ำเสียที แต่เมื่อมนุษย์ก่อภาวะโลกร้อน ธรรมชาติก็แสดงความรุนแรงออกมา จัดหนักจัดเต็มที่ทั้งลมพายุและน้ำฝนปริมาณมากมายมหาสาร แถมฟ้าร้องฟ้าผ่ากันมาเป็นระยะๆ ขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพด้วยครับ

พายุภายนอกที่ว่าแรงๆ ก็ไม่เท่าพายุในใจที่มีโทสะ เมื่อฝึกสติกันมาก็ได้เวลาออกสงครามจริงกันบ้าง เมื่อวันศุกร์ มีเหตุให้มีปากเสียงกับผู้เกี่ยวข้อง พอจิตเริ่มมีโทสะช่วงแรกสติตามไม่ทัน มันโหมกระหน่ำในใจ ทุกข์มากจนต้องเดินหนี  ตั้งสติละความคิดฟุ้งซ่านโกรธเคือง สติมาอยู่กับกายเดินๆไป จิตรู้อารมณ์อีกครั้ง เห็นโทสะมาเสียใหญ่โตจนแน่นอึดอัดไปหมด สักพักจิตก็ดูโทสะคลายตัวลงสลายไปดั่งพายุพัดผ่าน  กัลยานมิตรเดินมาเตือนว่า ท่านเห็นอารมณ์ตัวเองไหม โทสะมันแสดงอัตตาใหญ่โต ท่านลองย้อนไปนึกดูช่วงแรกที่เริ่มมีปากเสียง จะมีความไม่ชอบใจก่อน แล้วต่อมาความหงุดหงิดก็มา ต่อจากความหงุดหงิดความขุ่นเคืองก็มา สุดท้ายโทสะก็มา สติคือเครื่องกั้นสำคัญเมื่อสติรู้อารมณ์ตามตลอดเมื่อมีความไม่ชอบใจเกิดขึ้น สติก็รู้อารมณ์ความไม่ชอบใจก็ดับไปเสีย โทสะก็ไม่เกิดตามมา

เช้าวันต่อมาก็ปลีกตัวไปฟังพระอาจารย์ปราโมทย์ แสดงธรรมที่วัดสวนสันติธรรม เห็นสหธรรมมิกชาวจีนเดินทางมาฟังพระธรรมเทศนาจำนวนมาก จึงดำริว่า อ่อคนจีนเค้าบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อฟังธรรมมะ เราคนไทยอยู่กับพระพุทธศาสนา ไม่เห็นคุณค่าของคำสอน ไม่สนใจปิริยัติ และปฏิบัติ หากเป็นอย่างนี้สักวันเราอาจต้องบินไปฟังธรรมมะที่เมืองจีน  การปฏิบัติเริ่มที่กายกับใจ กายเคลื่นไหวใจเป็นคนดู จิตเคลื่อนไหวจิตเป็นคนดู เมื่อรู้ตามทันเข้าๆ ไวเข้าๆ จิตจะตามรู้จนจิตเห็นความจริงว่า กายนี้ไม่ใช่เรา ใจนี้ไม่ใช่เราตัวเราที่แท้จริงไม่มี  ขอให้เจริญในธรรม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่