คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
แอบไปดูคำตอบมาให้แล้วนะครับ คือ 96 อิอิ ข้อนี้คิดเองไม่ได้จริงๆ
แต่เฉลยของเค้าคือ การหาคำตอบทางคณิตด้วยเครื่องหมายในทางคณิตศาสตร์ทั้ง + - * / ยกกำลัง และอื่นๆหรือเอามาแปะติดกันก็ยังได้ ทำให้ได้ค่าตัวนั้นอย่างรวดเร็วที่สุด โดยให้ใช้ตัวเลข 0 1 6 8 9 เท่านั้นในการคิด และอยู่ในรูปเลขฐาน10(0-9 ห้ามใช้10) ผลปรากฎว่า ตัวเลขที่เป็นคำตอบของแต่ละอันที่พบจะเป็นตัวเลขที่ได้มาง่ายๆนั้นเองเพียง1ครั้งเป็นจำนวนเดียว (แต่มีข้อแม้ว่าเวลาใช้6 หรือ9 ต้องมี6กับ9อยู่คู่กันตลอด คงเพื่อกันการสับสนกรณีป้องกันหันหัวกลับทาง)
เช่น 0 1 6(อดต้องใช้ 69 อ่านว่า6เลขฐาน9) 8 9(อดต้องใช้ 91ู ^6 ค่านี้จะได้9ยกกำลัง1ยกกำลัง6อีกที) 11 69 88 96
ดังนั้นจึงได้ลำดับดังนี้ 0 1 8 11 69 88 (96) 101, 111, 181, 609, 619, 689, 808, 818, 888, 906, 916, 986 ....
ถ้าสงสัยว่าแล้วตัวอื่นต้องเขียน2จำนวนจริงหรือไม่ ลองได้ครับ เช่น 7 มันก็ต้อง 1+69 ใช้เลข2จำนวนช่วยหาผลลัพธ์ 13 มันมาจาก11+1+1 ใช้เลข3จำนวน ลองคิดตั้งแต่1-96 เล่นๆก็ได้ ตัวที่เขียนได้เพียง1จำนวนก็คือค่าที่โชว์ในอนุกรมเลขที่ จขกท.ถามนี่หละ
เรียกเลขพวกนี้ว่า Strobogrammatic number
แต่เฉลยของเค้าคือ การหาคำตอบทางคณิตด้วยเครื่องหมายในทางคณิตศาสตร์ทั้ง + - * / ยกกำลัง และอื่นๆหรือเอามาแปะติดกันก็ยังได้ ทำให้ได้ค่าตัวนั้นอย่างรวดเร็วที่สุด โดยให้ใช้ตัวเลข 0 1 6 8 9 เท่านั้นในการคิด และอยู่ในรูปเลขฐาน10(0-9 ห้ามใช้10) ผลปรากฎว่า ตัวเลขที่เป็นคำตอบของแต่ละอันที่พบจะเป็นตัวเลขที่ได้มาง่ายๆนั้นเองเพียง1ครั้งเป็นจำนวนเดียว (แต่มีข้อแม้ว่าเวลาใช้6 หรือ9 ต้องมี6กับ9อยู่คู่กันตลอด คงเพื่อกันการสับสนกรณีป้องกันหันหัวกลับทาง)
เช่น 0 1 6(อดต้องใช้ 69 อ่านว่า6เลขฐาน9) 8 9(อดต้องใช้ 91ู ^6 ค่านี้จะได้9ยกกำลัง1ยกกำลัง6อีกที) 11 69 88 96
ดังนั้นจึงได้ลำดับดังนี้ 0 1 8 11 69 88 (96) 101, 111, 181, 609, 619, 689, 808, 818, 888, 906, 916, 986 ....
ถ้าสงสัยว่าแล้วตัวอื่นต้องเขียน2จำนวนจริงหรือไม่ ลองได้ครับ เช่น 7 มันก็ต้อง 1+69 ใช้เลข2จำนวนช่วยหาผลลัพธ์ 13 มันมาจาก11+1+1 ใช้เลข3จำนวน ลองคิดตั้งแต่1-96 เล่นๆก็ได้ ตัวที่เขียนได้เพียง1จำนวนก็คือค่าที่โชว์ในอนุกรมเลขที่ จขกท.ถามนี่หละ
เรียกเลขพวกนี้ว่า Strobogrammatic number
แสดงความคิดเห็น
ช่วยแก้โจทย์ข้อนี้พร้อมอธิบายหน่อยครับ
จำนวนถัดๆไปจะเป็นอะไรครับ
แล้วใช้วิธีไหนช่วยอธิบายหน่อยนะครับ