สวัสดีค่ะ เรามีเรื่องที่อยากจะถามทุกคนที่มีประสบการ์ณเกี่ยวกับที่บ้าน ถ้าหากที่บ้านของคุณมีกิจการไว้ให้คุณแล้ว แต่คุณไม่ได้ชอบมันคุณจะทำยังไงคะ?
ด้วยว่าที่บ้าน เป็นตระกูลไม่ได้ร่ำรวยมาก่อน พึ่งจะพอมีกินมีใช้ อยู่ในฐานะปานกลางในรุ่นของพ่อกับแม่
พ่อกับแม่เป็นคนขยันค่ะ ประหยัด มีสิบเก็บสิบ แทบไม่ได้ใช้อะไรเลย เก็บไว้ให้ลูกๆ เรียนโรงเรียนดีๆ มหาลัยดีๆ
ตอนนี้ที่บ้านฐานะมั่นคง และกิจการที่บ้านค่อนข้างจะเป็นกิจการที่ทำเงินได้ดี แต่เป็นกิจการที่ค่อนข้างจะใช้แรงเยอะ ต้องมีลูกน้อง
แต่เรากลับรู้สึกว่าเราไม่อยากทำกิจการที่บ้าน ด้วยว่าการอยู่ที่บ้านมันไม่ได้อิสระ เราเป็นคนชอบใช้ชีวิต อยากออกไปเจออะไรใหม่ในขณะที่ตอนที่มีแรง ไม่อยากที่จะจำเจอยู่กับที่เดิม อยากหาเงินที่มาจากความเหนื่อยของตัวเอง เราพยามจะหางานทำ แต่ก็โดนดูถูกดูแคลน ว่าเงินเดือนสมัยนี้มันน้อยไม่พอใช้กิน แม่บอกว่าถ้าทำกับแม่เงินได้มากกว่าที่ไปเป็นลูกจ้างคนอื่น แต่นั้นแหละค่ะการทำงานกับแม่แน่นอนเราไม่ได้เป็นคนจับเงิน ทุกวันนี้พอมีกินมีใช้ มีที่นอน แต่ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันที่หามาด้วยตัวเอง การออกไปเที่ยวที่ไหนสักที่พอกลับมาก็โดนพูดเสียดสีว่าไปเที่ยวไม่คิดจะช่วยที่บ้านทำงาน เราอึดอัดกับคำพูดหลายอย่างค่ะ ที่บ้านเป็นคนไม่ชอบเที่ยวกัน พอได้หยุดวันสองวันก็จะนอนอยู่บ้านพักผ่อน เราพยามชวนออกไปเที่ยวแต่พวกท่านๆ ก็บอกอยากพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่า เราอยากพาไปกินร้านอาหารดีๆ พวกท่านก็บอกว่าแพงไป เราก็ไม่มีสิทธิพูดสิคะ เพราะมันเป็นเงินของพวกท่านเรายังเกาะพวกท่านกินอยู่ นี้แหละค่ะคือเหตุผลที่อยากไปทำงานข้างนอก อยากหาเงินมาใช้เอง พาพวกท่านไปกินอาหารดีๆ ที่เป็นเงินของเราเอง
เราพยายามที่จะคิดในมุมพ่อแม่ว่าท่านลำบากแค่ไหนตอนที่มีเรา ท่านอุตส่าห์ให้เราเรียนโรงเรียนดีๆ การศึกษาดีๆ
แต่พอวันที่เราเรียนจบเรากลับปฏิเสธการงานที่เค้าวางไว้ให้เรา ไม่อยากให้เราไปเป็นลูกจ้างใคร อยากให้เราอยู่ใกล้ท่านในยามแก่เฒ่าดูแลพวกท่าน เราเข้าใจนะคะ การเป็นพ่อเป็นแม่คนที่กว่าจะส่งลูกเรียนจบมันไม่ใช่เรื่องง่าย เรายอมรับค่ะว่าพ่อกับแม่เราเก่ง เก่งมากด้วยที่ส่งเสียลูกให้จบ แต่ถ้าความคาดหวังว่าลูกจะต้องเติบโตในกรงที่พ่อแม่สร้างไว้ ไม่ให้ลูกออกไปไหน แล้วถ้าวันหนึ่งพวกท่านไม่อยู่ เราไม่อยากจะคิดเลยค่ะว่าเราจะเป็นยังไง
ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ เราแค่อยากระบาย และอยากถามคนที่เป็นพ่อ เป็นแม่คนว่าเค้าคิดยังไงถ้าลูกคิดแบบนี้
สิ่งที่พ่อแม่สร้างและทุ่มเทมา เรากลับไม่เอา
ด้วยว่าที่บ้าน เป็นตระกูลไม่ได้ร่ำรวยมาก่อน พึ่งจะพอมีกินมีใช้ อยู่ในฐานะปานกลางในรุ่นของพ่อกับแม่
พ่อกับแม่เป็นคนขยันค่ะ ประหยัด มีสิบเก็บสิบ แทบไม่ได้ใช้อะไรเลย เก็บไว้ให้ลูกๆ เรียนโรงเรียนดีๆ มหาลัยดีๆ
ตอนนี้ที่บ้านฐานะมั่นคง และกิจการที่บ้านค่อนข้างจะเป็นกิจการที่ทำเงินได้ดี แต่เป็นกิจการที่ค่อนข้างจะใช้แรงเยอะ ต้องมีลูกน้อง
แต่เรากลับรู้สึกว่าเราไม่อยากทำกิจการที่บ้าน ด้วยว่าการอยู่ที่บ้านมันไม่ได้อิสระ เราเป็นคนชอบใช้ชีวิต อยากออกไปเจออะไรใหม่ในขณะที่ตอนที่มีแรง ไม่อยากที่จะจำเจอยู่กับที่เดิม อยากหาเงินที่มาจากความเหนื่อยของตัวเอง เราพยามจะหางานทำ แต่ก็โดนดูถูกดูแคลน ว่าเงินเดือนสมัยนี้มันน้อยไม่พอใช้กิน แม่บอกว่าถ้าทำกับแม่เงินได้มากกว่าที่ไปเป็นลูกจ้างคนอื่น แต่นั้นแหละค่ะการทำงานกับแม่แน่นอนเราไม่ได้เป็นคนจับเงิน ทุกวันนี้พอมีกินมีใช้ มีที่นอน แต่ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันที่หามาด้วยตัวเอง การออกไปเที่ยวที่ไหนสักที่พอกลับมาก็โดนพูดเสียดสีว่าไปเที่ยวไม่คิดจะช่วยที่บ้านทำงาน เราอึดอัดกับคำพูดหลายอย่างค่ะ ที่บ้านเป็นคนไม่ชอบเที่ยวกัน พอได้หยุดวันสองวันก็จะนอนอยู่บ้านพักผ่อน เราพยามชวนออกไปเที่ยวแต่พวกท่านๆ ก็บอกอยากพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่า เราอยากพาไปกินร้านอาหารดีๆ พวกท่านก็บอกว่าแพงไป เราก็ไม่มีสิทธิพูดสิคะ เพราะมันเป็นเงินของพวกท่านเรายังเกาะพวกท่านกินอยู่ นี้แหละค่ะคือเหตุผลที่อยากไปทำงานข้างนอก อยากหาเงินมาใช้เอง พาพวกท่านไปกินอาหารดีๆ ที่เป็นเงินของเราเอง
เราพยายามที่จะคิดในมุมพ่อแม่ว่าท่านลำบากแค่ไหนตอนที่มีเรา ท่านอุตส่าห์ให้เราเรียนโรงเรียนดีๆ การศึกษาดีๆ
แต่พอวันที่เราเรียนจบเรากลับปฏิเสธการงานที่เค้าวางไว้ให้เรา ไม่อยากให้เราไปเป็นลูกจ้างใคร อยากให้เราอยู่ใกล้ท่านในยามแก่เฒ่าดูแลพวกท่าน เราเข้าใจนะคะ การเป็นพ่อเป็นแม่คนที่กว่าจะส่งลูกเรียนจบมันไม่ใช่เรื่องง่าย เรายอมรับค่ะว่าพ่อกับแม่เราเก่ง เก่งมากด้วยที่ส่งเสียลูกให้จบ แต่ถ้าความคาดหวังว่าลูกจะต้องเติบโตในกรงที่พ่อแม่สร้างไว้ ไม่ให้ลูกออกไปไหน แล้วถ้าวันหนึ่งพวกท่านไม่อยู่ เราไม่อยากจะคิดเลยค่ะว่าเราจะเป็นยังไง
ขอบคุณนะคะที่อ่านจนจบ เราแค่อยากระบาย และอยากถามคนที่เป็นพ่อ เป็นแม่คนว่าเค้าคิดยังไงถ้าลูกคิดแบบนี้