เคยเหนื่อยและท้อแท้กันไหมครับ

กระทู้สนทนา
ผมเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน แม้แตกต่างกันแต่เราล้วนใฝ่หาความสุขบางอย่างของชีวิตเสมอ ภาพฝันของผมคือการมีชีวิตเงียบๆ มีร้านหนังสือ หรือเป็นเจ้าของร้านอะไรบางอย่างที่พอให้มีผู้คนเข้ามาสนทนาหรือค้นหาความหมายบางอย่างของชีวิต ผมจะทำตัวเป็นที่ปรึกษา คอยส่งยิ้มให้กำลังใจและถามไถ่ถึงความต้องการเพิ่มเติมจากเขา อาจจะเป็นเบียร์เย็นๆ สักเหยือก เหล้าชั้น เฟรนฟรายทอดร้อนๆ ผมจะคอยเติมความฝัน ให้แรงบันดาลใจ สุมเชื้อไฟให้ผู้คนเดินหน้าต่อ มอบพลังชีวิตให้ผู้คนได้เผชิญหน้ากับความยุ่งยากในชีวิต ความท้าทายใหม่ๆในทุกวัน ผมอยากเป็นเจ้าของร้านแห่งความรื่นรมย์ ที่มอบความอิ่มเอิบทั้งกายใจให้แก่ตนเองและผู้อื่น

    ผมนั่งจินตนาการถึงความใฝ่ฝันที่วาบผ่านในหัวสมองระหว่างนั่งดื่มอเมริกาโน่เย็นในสตาร์บั๊คราคาแก้วละเกือบหนึ่งร้อยบาท แกฟาเย็นไร้น้ำตาล เสียงผู้คน เครื่องบดกาแฟ เสียงเพลงคลอเบา บรรยากาศต่างๆ หลอมรวมให้ผมเพ้อฝัน ผมรู้ดีว่าตนเองไม่ได้ต้องการเพียงดื่มกาแฟ ประสบการณ์เหล่านี้ต่างหากที่ผมต้องการ เพื่ออะไรน่ะหรือ ก็เพียงเพื่อให้ผมได้หนีพ้นความจริงของชีวิต

    ผมอายุสามสิบปี ไม่มีงานประจำทำ หารายได้ด้วยการรับจ้างทุกอย่างที่สามารถทำได้ ผมพอมีพื้นฐานการเขียนอยู่บ้าง แต่ครั้นจะให้เรียกตัวเองเต็มปากเต็มคำว่านักเขียน ก็ไม่อาจกล้า ผมเคยมีผลงานหนังสืออยู่หรอก ออกมาได้สามสี่เล่ม เล่มหนึ่งพิมพ์กับสำนักพิมพ์เล็กๆ แน่นอนมันขายไม่ออกจนทุกวันนี้ก็ยังเหลือค้างสต๊อก ส่วนเล่มต่อมาด้วยความพยายามอยากเป็นนักเขียนและเทคโนโลยีเอื้ออำนวยจนสามารถพิมพ์เองได้ ผมจึงขอเงินพ่อมาลงทุนพิมพ์ขายเองทั้งสิ้น โชคดีที่ผมขายมันหมด แต่นั่นก็ต้องใช้ความพยายามและการลงแรงไม่น้อย ซึ่งผลลัพธ์ของการขายไม่ได้งดงามนักหรอก เพราะระยะเวลาการขายที่ยาวนานทำให้ การพิมพ์หนังสือเพื่อตอบสนองตนเองไม่สามารถทำให้ผมมีรายได้หรือประกอบอาชีพนี้ได้

     เวลาใครถามว่าตอนนี้ทำอะไรผมมักจะบอกว่าเป็น “ฟรีแลนซ์” เบื้องหลังคำนี้มีความกดดันมากมาย ผมไม่เพียงแต่รับงานมาทำคนเดียว แต่ยังมีคนที่ต้องทำงานร่วมกัน ผมเริ่มต้นทำแบบนี้จนเข้ามาสู่ปีที่สอง แม้ยังไม่มีความชัดเจนของอนาคตที่แน่นอน แต่ผมพอจะมองเห็นว่าทิศทางของงานนี้จะเป็นเช่นไร ผมพบลูกค้ามากมายหลายแบบ สิ่งที่สอนผมในการทำงานเป็นทีมมีหลายอย่างเหลือเกิน ทั้งความรับชอบ ความนิ่ง การควบคุมอารมณ์ หลายครั้งผมทำพลาดพังกระจุยกระจาย ที่ผ่านมาผมชอบงานที่จบงานด้วยตนเองทั้งหมด มันง่ายกว่ามาก แต่หากเราทำงานแบบไม่ประจำ การจะมีรายได้ด้วยการรับงานด้วยตนเองอย่างเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย

    ผมต้องเรียนรู้มากมาย ทั้งเรื่องความละเอียดของเอกสาร การเจรจาต่อรอง การบริหารคน การเสนอราคา การหาลูกค้าใหม่ๆ การทวงเงิน ชีวิตของผมเข้าใกล้การทำงานเป็นบริษัท ผมเปลี่ยนแปลงตนเองที่ละนิด เริ่มจากการไว้ใจคนอื่นมากขึ้น เด็ดขาดในการตัดสินใจมากขึ้น เลิกงอแงเป็นเด็กน้อยเวลามีปัญหา(แม้ในใจจะรู้สึกอ่อนแอเพียงใดแต่ก็ต้องแสดงออกถึงความมั่นคงมั่นใจ) เลิกดราม่า และหัดใช้โซเชียลอย่างระมัดระวังมากขึ้น

    สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานไม่ประจำของผมคือการรับมือกับ “ความเปลี่ยนแปลง” ดีบ้างร้ายบ้าง ความเข้มแข็งเท่านั้นที่จะพาให้เราผ่านไปได้

    ผมเชื่อว่าทุกคนมีโชคประจำตัวอยู่เล็กๆ น้อยๆ แต่โชคทั้งหมดนั้นก่อเกิดขึ้นจากความพยายามของเราทั้งสิ้น เพียงแต่เราอาจมองไม่เห็นมันมาก่อน

    “ไม่มีความสำเร็จใดได้มาง่ายๆ และทุกความสำเร็จล้วนเป็นบทพิสูจน์ของความอดทนความมุ่งมั่นและการทำงานหนักทั้งสิ้น”

    ผมเชื่ออย่างนั้นเสมอ และเชื่อว่าเราต่างสำเร็จได้ในทางใดก็ทางหนึ่ง

    “เพราะการทำเรื่องยากให้ผ่านพ้น คือผลของความสำเร็จ”

    สิ่งที่จะเกิดขึ้นย่อมอยู่ที่การลงมือทำบางอย่าง ผมไม่รู้หรอกว่าอะไร แต่หากเราลองทำหลายอย่าง มันต้องมีสักอย่างที่ทำใ้ห้เราสำเร็จ และเมื่อเจอหนทางใดแล้ว ความมุ่งมั่น ความต่อเนื่อง ความละเอียด ความเข้มแข็ง ความเฉียบคม ทุกอณูของตัวเราจะถูกนำมาใช้ทั้งหมด

    รอให้ถึงวันนั้นกันนะครับ เชื่อมั่นและฮึดสู้ในวันที่ท้อถอย

    
    สักวันผลไม้ต้องออกผล ดอกไม้ต้องผลิบาน หากเราไม่หยุดทำสวน

    ผมเขียนความรู้สึกเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจตนเองในวันที่ท้อแท้ครับ ปกติผมมักจะเขียนข้อความความรู้สึกต่างๆ เอาไปโพสต์ในเฟซบุ๊ค แต่วันนี้ผมไม่อยากให้ใครรู้ถึงความหวั่นไหวในตนเองเลยเอามาโพสต์ในนี้แทนครับ

        ถ้าใครท้อแท้แล้วเผลอเข้ามาอ่านก็สู้ๆ นะครับ เราจะต้องสำเร็จไปด้วยกัน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่