CR.
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReU9ETTVOamcxTXc9PQ%3D%3D
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่โรงแรมปาร์ควิวปัตตานี นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผวจ.ปัตตานี พร้อมด้วยนายเถกิงศักดิ์ ยศสิริ รองผวจ.ปัตตานี ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีวิสามัญ 4 ศพ ที่บ้านโต๊ะชูด ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมด้วยคณะกรรมการ อีก 13 คน ร่วมแถลงผลการสอบข้อเท็จจริง
โดยนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี 1 ในกรรมการ อ่านผลสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศอ.บต. พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงค์ ผบก.ภจว.ปัตตานี นายสมโภช สุวรรณรัตน์ รองผวจ.ปัตตานี นายอำเภอทุ่งยางแดง สื่อมวลชนทุกแขนง และญาติของผู้เสียชีวิตมาร่วมรับฟังจำนวนมาก
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงที่รอบด้าน โดยลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ รวบรวมหลักฐานเอกสารต่างๆ จากหน่วยงาน พร้อมทั้งวิเคราะห์ลงความเห็นในประเด็นต่างๆอย่างเป็นเอกฉันท์ มีการประชุมทุกวันจนได้มาซึ่งข้อสรุปของผลการสอบที่น่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปเป็น 3 ประเด็นคือ
1.ผู้ตายทั้ง 4 คนเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา หรือเป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วมหรือไม่
2.การริเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ถูกต้องและสมเหตุผลหรือไม่
3.การวิสามัญฆาตกรรมครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และอาวุธปืนรวมทั้งวัตถุระเบิดของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่
นายแวดือราแม กล่าวว่า เมื่อคณะกรรมการพิจารณาถ้อยคำและหลักฐานจากฝ่ายต่างๆ แล้ว ฟังความได้ว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ที่บ้านโต๊ะชูด ก่อนเกิดเหตุมีคน 3 กลุ่มไปที่บ้านที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ได้แก่ กลุ่มคนงานก่อสร้างบ้าน กลุ่มที่เข้าเจรจาค่าเสียหายเรื่องรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ และกลุ่มคนที่เข้าไปมั่วสุมเพื่อที่จะเสพยาเสพติด ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. มีกองกำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการพิเศษช่วยส่วนรวม (นปพ.ช่วยส่วนรวม) เข้าปิดล้อมตรวจค้นและควบคุมบุคคลทั้ง 3 กลุ่ม ได้ 22 คน โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกโดยสงสัยว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
กรรมการสอบข้อเท็จจริงกล่าวว่า ขณะปิดล้อมตรวจค้น มีกลุ่มคนในที่เกิดเหตุ 5 คน วิ่งหลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ไปด้านหลังของบ้านที่กำลังก่อสร้าง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่บางส่วนโอบล้อมไล่ติดตาม ต่อมามีการใช้อาวุธปืนฆ่ากันตายที่บริเวณสวนยางพารา ห่างจากบ้านที่กำลังก่อสร้างที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ประกอบด้วย นายคอลิด สาแม็ง นายมะดารี แม้เราะ นายซัดดำ วานุ และนายซูไฮมี เซ็นและ โดยตรวจพบอาวุธปืนและวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการตกอยู่บริเวณศพผู้ตายทั้ง 4 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าวิสามัญฆาตกรรมผู้ตายทั้ง 4 คน
คณะกรรมการมีความเห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความต่อเนื่องที่สามารถแบ่งออกเป็น2 ช่วงเวลา ช่วงแรก คือ การปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่บริเวณบ้านที่กำลังก่อสร้าง และช่วงที่ 2 ซึ่งเป็นเหตุการณ์วิสามัญบริเวณสวนยางพารา ห่างจากจุดแรกประมาณ 300 เมตร
ต่อประเด็นที่ว่าผู้ตายทั้ง 4 คนเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา หรือเป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วมหรือไม่ คณะกรรมการตรวจสอบจากพยานหลักฐานคำให้การยืนยันของผู้นำชุมชน อาจารย์มหาวิทยาลัยฟาตอนี รวมทั้งตรวจสอบด้านการข่าว ไม่ปรากฏว่าผู้ตายทั้ง 4 คน มีพฤติกรรมเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือแนวร่วมมาก่อน จะมีเพียงผู้ตายบางคนมีส่วนเกี่ยวข้อง และเคยถูกจับกุมคดียาเสพติดเสพน้ำกระท่อม และข้อเท็จจริงจากพยานบุคคลยืนยันว่าก่อนที่จะเกิดเหตุถึงแก่ความตาย และขณะวิ่งหลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ไม่ปรากฏว่าผู้ตายทั้ง 4 คน ครอบครองอาวุธปืนแต่อย่างใด และผลการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนที่พบใกล้ศพผู้ตาย ก็ไม่ปรากฏประวัติการก่อเหตุรุนแรงในคดีอื่น
ในชั้นนี้กรรมการมีความเห็นว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คนไม่ใช่ผู้ก่อเหตุรุนแรง และไม่ใช่แนวร่วมกลุ่มก่อเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นคำถามที่ว่า การริเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลหรือไม่ จากการให้ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฎิบัติการและผู้เกี่ยวข้อง คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า จุดเริ่มต้นของการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในครั้งนี้ น่าเชื่อว่ามีเหตุผลเพียงพอ เนื่องจากประการแรก เมื่อพิจารณาข้อมูลด้านข่าวกรองแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติอ้างว่าปรากฏข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงรายสำคัญในพื้นที่ปฎิบัติการคือ นายอันวาร์ ดือราแม ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ และผลจากการซักถามผู้ถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีบุคคล 3 คน ในจำนวน 22 คน ที่ถูกควบคุมตัว มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในกลุ่มของนายอันวาร์ เป็นผลจากการซักถามมีคำรับสารภาพของผู้ถูกควบคุมตัว
นอกจากนี้เหตุผลของเจ้าหน้าที่ยังเกี่ยวข้องกับการที่เขตอ.ทุ่งยางแดง เป็นพื้นที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารสามารถปฎิบัติการได้ทันทีเมื่อมีเหตุจำเป็นโดยไม่ต้องมีหมายค้น ในขณะที่การจัดกำลังเข้าปฎิบัติการที่มีจำนวนเพียง 40 นาย และปฎิบัติการมุ่งเป้าหมายเฉพาะนั้นก็เป็นไปตามนโยบายของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ในชั้นนี้กรรมการจึงความเห็นว่า จุดเริ่มต้นของการปฎิบัติปิดล้อมครั้งนี้ชอบด้วยเหตุผลในการปฏิบัติการ
ประเด็นที่ 3 การวิสามัญฆาตกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และอาวุธปืนรวมทั้งวัตถุระเบิดของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่ คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า เหตุการณ์ที่เป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตทั้ง 4 รายนั้น เกิดขึ้นห่างจากจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติการประมาณ 300 เมตร ในบริเวณป่าสวนยางพารา มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการเท่านั้นที่เห็นเหตุการณ์ ประกอบกับคณะกรรมการฯ มีเวลาจำกัดในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพียง 7 วัน จึงไม่สามารถหาประจักษ์พยานอื่นใดมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการฯ
ส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ระบุเขม่าดินปืนที่มือผู้ตายและที่อาวุธปืนของกลาง ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างผู้ตายกับอาวุธปืนอย่างชัดเจน และยังมีความเคลือบแคลงในบางประเด็น ในชั้นนี้คณะกรรมการฯ ไม่สามารถวินิจฉัยในประเด็นการต่อสู้กับเจ้าพนักงานได้ จึงให้เป็นหน้าที่ของการแสวงหาพยานหลักฐานในชั้นกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายแวดือราแม กล่าวว่า ประเด็นอาวุธปืนของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่ จากการให้ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่และพยานบุคคลให้ข้อมูลตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุวิสามัญไม่ปรากฏว่าผู้ตายทั้ง 4 คนครอบครองอาวุธปืน กรรมการจึงมีความเห็นว่า อาวุธปืนของกลางไม่ใช้ของผู้ตายตั้งแต่ต้น
นายแวดือราแม กล่าวว่า จากการประมวลวิเคราะห์ที่ผ่านมา และสาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น กรรมการมีความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเยียวยาและมาตรการในการแก้ไขป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนในลักษณะเดียวกันนี้อีก รวมทั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน สร้างความสมานฉันท์ และนำไปสู่การร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดความสันติสุขดังนี้
1.เนื่องจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายและเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำต้องถูกดำเนินคดี ตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และหากมีความจำเป็นต้องคุ้มครองพยานในคดีนี้ ผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินการให้ความคุ้มครองพยานดังกล่าว
2.กรณีที่เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย 4 คน เนื่องจากเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้บริสุทธิ์ และเป็นเหตุสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเข้าองค์ประกอบการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบ กพต.ว่าด้วยการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบอับเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2555 จึงเห็นสมควรเสนอให้มีการเยียวยาตามระเบียบดังกล่าวโดยเร็ว
ประการสุดท้าย เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายมีดังนี้
1.การปรับปรุงระบบงานข่าวกรองให้มีความแม่นยำ รวมทั้งการเข้าปิดล้อมตรวจค้น ควรประสานผู้นำในพื้นที่เข้าร่วมด้วยทุกครั้ง
2.ในการปฎิบัติการควรมีกลไกในการควบคุมและบังคับบัญชาในลักษณะกองบัญชาการร่วมระหว่างผู้บัญชาการเหตุการณ์กับผู้บังคับบัญชาในระดับเหนือขึ้นไป เพื่อให้มีการตัดสินในร่วมกันในการปฏิบัติก่อน ระหว่างและหลังปฎิบัติการอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ เมื่อปฎิบัติการเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องมีการทบทวนและสรุปบทเรียนทุกครั้ง
3.กรณีเกิดเหตุส่งผลกระทบต่อประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยให้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงของหน่วยปฎิบัติโดยเร็ว หากพบว่ามีการปฏิบัติผิดพลาดในสาระสำคัญ ต้องดำเนินการทางการบริหารและทางอาญาด้วยทุกกรณี
4.รายงานการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง ควรเผยแพร่ต่อสาธาณอย่างเปิดเผย ทั้งนี้เพื่อความโปร่งในในการทำงาน และการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐ
5.ในการปฎิบัติการทางยุทธวิธีของหน่วยกำลัง ควรคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อแนวทางการเมืองนำการทหาร และการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการสันติภาพที่มุ่งแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี
นายภานุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวยืนยันที่จะนำคำวินิจฉัยรวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ ไปดำเนินการในเรื่องการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้เกิดความสงบสุข โดยเฉพาะเรื่องของการให้ความช่วยเหลือเยียวยาทั้งผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งมีระเบียบ กฏเกณฑ์อยู่แล้ว พร้อมกับได้มีการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เป็นเงินจำนวนรายละ 500,000 บาท
พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงค์ ผบก.ภจว.ปัตตานี กล่าวถึงทางคดีว่า ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้ร่วมกับอัยการจังหวัด และเนื่องจากเป็นคดีสำคัญ ประชาชนให้ความสนใจ จึงได้ตั้งกรรมการสอบชุดหนึ่งเพื่อคลี่คลายคดี หลังเกิดเหตุก็ได้ทำงาน รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ สอบปากคำกว่า 20 ราย ขั้นตอนหลังจากนี้ไปก็จะได้เรียกผู้กระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นในข้อหาฆ่าผู้อื่น เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้าที่ผู้กระทำความผิดได้ขอเลื่อนคำให้การโดยอ้างว่ายังติดภารกิจในพื้นที่ คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ประชาชนให้ความสนใจ จะเร่งรัดทำงานให้รวดเร็วที่สุด ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้กดดัน ทุกอย่างให้จบที่ศาล
_______________________________________________________________________________________
มีความเห็นกันอย่างไรบ้างครับ?
เปิดผลสอบวิฯ 4 ศพทุ่งยางแดง คนตายไม่ใช่โจรทั้งไม่มีปืน จี้ดำเนินคดีคนฆ่า
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่โรงแรมปาร์ควิวปัตตานี นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผวจ.ปัตตานี พร้อมด้วยนายเถกิงศักดิ์ ยศสิริ รองผวจ.ปัตตานี ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีวิสามัญ 4 ศพ ที่บ้านโต๊ะชูด ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา พร้อมด้วยคณะกรรมการ อีก 13 คน ร่วมแถลงผลการสอบข้อเท็จจริง
โดยนายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี 1 ในกรรมการ อ่านผลสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ อาทิ พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศอ.บต. พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงค์ ผบก.ภจว.ปัตตานี นายสมโภช สุวรรณรัตน์ รองผวจ.ปัตตานี นายอำเภอทุ่งยางแดง สื่อมวลชนทุกแขนง และญาติของผู้เสียชีวิตมาร่วมรับฟังจำนวนมาก
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงที่รอบด้าน โดยลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ รวบรวมหลักฐานเอกสารต่างๆ จากหน่วยงาน พร้อมทั้งวิเคราะห์ลงความเห็นในประเด็นต่างๆอย่างเป็นเอกฉันท์ มีการประชุมทุกวันจนได้มาซึ่งข้อสรุปของผลการสอบที่น่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปเป็น 3 ประเด็นคือ
1.ผู้ตายทั้ง 4 คนเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา หรือเป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วมหรือไม่
2.การริเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ถูกต้องและสมเหตุผลหรือไม่
3.การวิสามัญฆาตกรรมครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่และอาวุธปืนรวมทั้งวัตถุระเบิดของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่
นายแวดือราแม กล่าวว่า เมื่อคณะกรรมการพิจารณาถ้อยคำและหลักฐานจากฝ่ายต่างๆ แล้ว ฟังความได้ว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ที่บ้านโต๊ะชูด ก่อนเกิดเหตุมีคน 3 กลุ่มไปที่บ้านที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ได้แก่ กลุ่มคนงานก่อสร้างบ้าน กลุ่มที่เข้าเจรจาค่าเสียหายเรื่องรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ และกลุ่มคนที่เข้าไปมั่วสุมเพื่อที่จะเสพยาเสพติด ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. มีกองกำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการพิเศษช่วยส่วนรวม (นปพ.ช่วยส่วนรวม) เข้าปิดล้อมตรวจค้นและควบคุมบุคคลทั้ง 3 กลุ่ม ได้ 22 คน โดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกโดยสงสัยว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
กรรมการสอบข้อเท็จจริงกล่าวว่า ขณะปิดล้อมตรวจค้น มีกลุ่มคนในที่เกิดเหตุ 5 คน วิ่งหลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ไปด้านหลังของบ้านที่กำลังก่อสร้าง โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่บางส่วนโอบล้อมไล่ติดตาม ต่อมามีการใช้อาวุธปืนฆ่ากันตายที่บริเวณสวนยางพารา ห่างจากบ้านที่กำลังก่อสร้างที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ประกอบด้วย นายคอลิด สาแม็ง นายมะดารี แม้เราะ นายซัดดำ วานุ และนายซูไฮมี เซ็นและ โดยตรวจพบอาวุธปืนและวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการตกอยู่บริเวณศพผู้ตายทั้ง 4 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าวิสามัญฆาตกรรมผู้ตายทั้ง 4 คน
คณะกรรมการมีความเห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความต่อเนื่องที่สามารถแบ่งออกเป็น2 ช่วงเวลา ช่วงแรก คือ การปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่บริเวณบ้านที่กำลังก่อสร้าง และช่วงที่ 2 ซึ่งเป็นเหตุการณ์วิสามัญบริเวณสวนยางพารา ห่างจากจุดแรกประมาณ 300 เมตร
ต่อประเด็นที่ว่าผู้ตายทั้ง 4 คนเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายอาญา หรือเป็นกลุ่มก่อเหตุรุนแรง หรือแนวร่วมหรือไม่ คณะกรรมการตรวจสอบจากพยานหลักฐานคำให้การยืนยันของผู้นำชุมชน อาจารย์มหาวิทยาลัยฟาตอนี รวมทั้งตรวจสอบด้านการข่าว ไม่ปรากฏว่าผู้ตายทั้ง 4 คน มีพฤติกรรมเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือแนวร่วมมาก่อน จะมีเพียงผู้ตายบางคนมีส่วนเกี่ยวข้อง และเคยถูกจับกุมคดียาเสพติดเสพน้ำกระท่อม และข้อเท็จจริงจากพยานบุคคลยืนยันว่าก่อนที่จะเกิดเหตุถึงแก่ความตาย และขณะวิ่งหลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ไม่ปรากฏว่าผู้ตายทั้ง 4 คน ครอบครองอาวุธปืนแต่อย่างใด และผลการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนที่พบใกล้ศพผู้ตาย ก็ไม่ปรากฏประวัติการก่อเหตุรุนแรงในคดีอื่น
ในชั้นนี้กรรมการมีความเห็นว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คนไม่ใช่ผู้ก่อเหตุรุนแรง และไม่ใช่แนวร่วมกลุ่มก่อเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
สำหรับประเด็นคำถามที่ว่า การริเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลหรือไม่ จากการให้ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฎิบัติการและผู้เกี่ยวข้อง คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า จุดเริ่มต้นของการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นในครั้งนี้ น่าเชื่อว่ามีเหตุผลเพียงพอ เนื่องจากประการแรก เมื่อพิจารณาข้อมูลด้านข่าวกรองแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติอ้างว่าปรากฏข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงรายสำคัญในพื้นที่ปฎิบัติการคือ นายอันวาร์ ดือราแม ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ และผลจากการซักถามผู้ถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีบุคคล 3 คน ในจำนวน 22 คน ที่ถูกควบคุมตัว มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในกลุ่มของนายอันวาร์ เป็นผลจากการซักถามมีคำรับสารภาพของผู้ถูกควบคุมตัว
นอกจากนี้เหตุผลของเจ้าหน้าที่ยังเกี่ยวข้องกับการที่เขตอ.ทุ่งยางแดง เป็นพื้นที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารสามารถปฎิบัติการได้ทันทีเมื่อมีเหตุจำเป็นโดยไม่ต้องมีหมายค้น ในขณะที่การจัดกำลังเข้าปฎิบัติการที่มีจำนวนเพียง 40 นาย และปฎิบัติการมุ่งเป้าหมายเฉพาะนั้นก็เป็นไปตามนโยบายของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ในชั้นนี้กรรมการจึงความเห็นว่า จุดเริ่มต้นของการปฎิบัติปิดล้อมครั้งนี้ชอบด้วยเหตุผลในการปฏิบัติการ
ประเด็นที่ 3 การวิสามัญฆาตกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และอาวุธปืนรวมทั้งวัตถุระเบิดของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่ คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า เหตุการณ์ที่เป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตทั้ง 4 รายนั้น เกิดขึ้นห่างจากจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติการประมาณ 300 เมตร ในบริเวณป่าสวนยางพารา มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการเท่านั้นที่เห็นเหตุการณ์ ประกอบกับคณะกรรมการฯ มีเวลาจำกัดในการแสวงหาข้อเท็จจริงเพียง 7 วัน จึงไม่สามารถหาประจักษ์พยานอื่นใดมาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการฯ
ส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ระบุเขม่าดินปืนที่มือผู้ตายและที่อาวุธปืนของกลาง ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างผู้ตายกับอาวุธปืนอย่างชัดเจน และยังมีความเคลือบแคลงในบางประเด็น ในชั้นนี้คณะกรรมการฯ ไม่สามารถวินิจฉัยในประเด็นการต่อสู้กับเจ้าพนักงานได้ จึงให้เป็นหน้าที่ของการแสวงหาพยานหลักฐานในชั้นกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายแวดือราแม กล่าวว่า ประเด็นอาวุธปืนของกลางเป็นของผู้ตายหรือไม่ จากการให้ถ้อยคำของเจ้าหน้าที่และพยานบุคคลให้ข้อมูลตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุวิสามัญไม่ปรากฏว่าผู้ตายทั้ง 4 คนครอบครองอาวุธปืน กรรมการจึงมีความเห็นว่า อาวุธปืนของกลางไม่ใช้ของผู้ตายตั้งแต่ต้น
นายแวดือราแม กล่าวว่า จากการประมวลวิเคราะห์ที่ผ่านมา และสาเหตุของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้น กรรมการมีความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเยียวยาและมาตรการในการแก้ไขป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนในลักษณะเดียวกันนี้อีก รวมทั้งเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน สร้างความสมานฉันท์ และนำไปสู่การร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดความสันติสุขดังนี้
1.เนื่องจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายและเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำต้องถูกดำเนินคดี ตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และหากมีความจำเป็นต้องคุ้มครองพยานในคดีนี้ ผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินการให้ความคุ้มครองพยานดังกล่าว
2.กรณีที่เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตาย 4 คน เนื่องจากเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้บริสุทธิ์ และเป็นเหตุสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเข้าองค์ประกอบการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบ กพต.ว่าด้วยการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบอับเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2555 จึงเห็นสมควรเสนอให้มีการเยียวยาตามระเบียบดังกล่าวโดยเร็ว
ประการสุดท้าย เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายมีดังนี้
1.การปรับปรุงระบบงานข่าวกรองให้มีความแม่นยำ รวมทั้งการเข้าปิดล้อมตรวจค้น ควรประสานผู้นำในพื้นที่เข้าร่วมด้วยทุกครั้ง
2.ในการปฎิบัติการควรมีกลไกในการควบคุมและบังคับบัญชาในลักษณะกองบัญชาการร่วมระหว่างผู้บัญชาการเหตุการณ์กับผู้บังคับบัญชาในระดับเหนือขึ้นไป เพื่อให้มีการตัดสินในร่วมกันในการปฏิบัติก่อน ระหว่างและหลังปฎิบัติการอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ เมื่อปฎิบัติการเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องมีการทบทวนและสรุปบทเรียนทุกครั้ง
3.กรณีเกิดเหตุส่งผลกระทบต่อประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงต้องเร่งแก้ไขปัญหา โดยให้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงของหน่วยปฎิบัติโดยเร็ว หากพบว่ามีการปฏิบัติผิดพลาดในสาระสำคัญ ต้องดำเนินการทางการบริหารและทางอาญาด้วยทุกกรณี
4.รายงานการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง ควรเผยแพร่ต่อสาธาณอย่างเปิดเผย ทั้งนี้เพื่อความโปร่งในในการทำงาน และการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐ
5.ในการปฎิบัติการทางยุทธวิธีของหน่วยกำลัง ควรคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อแนวทางการเมืองนำการทหาร และการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการสันติภาพที่มุ่งแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี
นายภานุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวยืนยันที่จะนำคำวินิจฉัยรวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ ไปดำเนินการในเรื่องการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้เกิดความสงบสุข โดยเฉพาะเรื่องของการให้ความช่วยเหลือเยียวยาทั้งผู้ที่เสียชีวิตและผู้ที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งมีระเบียบ กฏเกณฑ์อยู่แล้ว พร้อมกับได้มีการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เป็นเงินจำนวนรายละ 500,000 บาท
พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงค์ ผบก.ภจว.ปัตตานี กล่าวถึงทางคดีว่า ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้ร่วมกับอัยการจังหวัด และเนื่องจากเป็นคดีสำคัญ ประชาชนให้ความสนใจ จึงได้ตั้งกรรมการสอบชุดหนึ่งเพื่อคลี่คลายคดี หลังเกิดเหตุก็ได้ทำงาน รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ สอบปากคำกว่า 20 ราย ขั้นตอนหลังจากนี้ไปก็จะได้เรียกผู้กระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นในข้อหาฆ่าผู้อื่น เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้าที่ผู้กระทำความผิดได้ขอเลื่อนคำให้การโดยอ้างว่ายังติดภารกิจในพื้นที่ คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ประชาชนให้ความสนใจ จะเร่งรัดทำงานให้รวดเร็วที่สุด ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้กดดัน ทุกอย่างให้จบที่ศาล
_______________________________________________________________________________________
มีความเห็นกันอย่างไรบ้างครับ?