วิษณุแจงทูต-สื่อนอก มาตรา 44 ไม่ใหม่ ใช้มาแล้วตั้งแต่ยุคสฤษดิ์-ถนอม
เวลา 13.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย พร้อมด้วยพันเอกวินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค คณะทำงานนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตภ์วินัย รมช.ต่างประเทศ และ นายพิริยะ เข็มพล รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวง เข้าร่วมบรรยายเนื้อหาและรายละเอียด เกี่ยวกับประกาศ คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ให้คณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย สื่อมวลชนต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ได้รับทราบ
นายวิษณุกล่าวว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับสถานการณ์ไม่ปกติ จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษเข้ามาควบคุมและดูแลสถานการณ์ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ก่อนที่ประเทศจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ในการปฎิรูปประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
ในปัจจุบันการใช้มาตรา 44 ก็เป็นเพียงการนำกฎหมายมาใช้แก้ปัญหาในกรณีฉุกเฉิน และสามารถใช้ได้ในระยะยาว โดยรัฐบาลจะใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาด้วยความระมัดระวังและใช้เท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน
มาตรา 44 ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งเคยใช้มาแล้ว 6 ครั้ง ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี
ด้านพันเอกวินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เนื่องจากเกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างกว้างขวาง เกิดการปลุกระดม ให้เกิดความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กฎหมายในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมา ได้ใช้ด้วยความระมัดระวัง และใช้เท่าที่จำเป็น และมีการปฏิบัติตามหลักสากล คำนึงถึงหลักสิทธมนุษยชน
ทั้งนี้ ในปัจจุบันได้ยกเลิกกฎอัยการศึกแล้ว และได้อาศัยมาตรา 44 ในการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และปราบปรามการกระทำผิด ใน 4 เรื่อง คือ 1.ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.ความมั่นคงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113-118 3.ความผิดว่าด้วยอาวุธสงคราม และ4.ความผิดต่อการฝ่าฝืนคำสั่ง ประกาศคสช.
อย่างไรก็ตามหากทั้ง 4 เรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไขจะเป็นตัวบั่นทอนการพัฒนาประเทศและขัดขวางความปรองดองของคนในชาติ ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสาร และการงดการชุมนุมทางการเมืองด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลและคสช.มีช่องทางในการเสนอความคิดเห็นทางการเมืองอยู่แล้ว และขอยืนว่าทั้งการใช้กฎอัยการศึก หรือคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การใช้มาตรา 44 เป็นเพียงเครื่องมือเสริมพิเศษในการดูแลชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนเท่านั้น โดยประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบ และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่จะมีผลกับคนที่ประสงค์ร้ายและจงใจก่อเหตุความไม่สงบในประเทศไทยเท่านั้น
ที่มา ข่าวสด
วิษณุแจงฑูต-สื่อนอก มาตรา44 ไม่ใหม่ ใช้มาแล้วตั้งแต่ยุคสฤษดิ์-ถนอม
เวลา 13.30 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย พร้อมด้วยพันเอกวินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค คณะทำงานนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตภ์วินัย รมช.ต่างประเทศ และ นายพิริยะ เข็มพล รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวง เข้าร่วมบรรยายเนื้อหาและรายละเอียด เกี่ยวกับประกาศ คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ให้คณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย สื่อมวลชนต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ ได้รับทราบ
นายวิษณุกล่าวว่า ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับสถานการณ์ไม่ปกติ จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษเข้ามาควบคุมและดูแลสถานการณ์ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ก่อนที่ประเทศจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ในการปฎิรูปประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
ในปัจจุบันการใช้มาตรา 44 ก็เป็นเพียงการนำกฎหมายมาใช้แก้ปัญหาในกรณีฉุกเฉิน และสามารถใช้ได้ในระยะยาว โดยรัฐบาลจะใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาด้วยความระมัดระวังและใช้เท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน
มาตรา 44 ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งเคยใช้มาแล้ว 6 ครั้ง ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี
ด้านพันเอกวินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า เนื่องจากเกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างกว้างขวาง เกิดการปลุกระดม ให้เกิดความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กฎหมายในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมา ได้ใช้ด้วยความระมัดระวัง และใช้เท่าที่จำเป็น และมีการปฏิบัติตามหลักสากล คำนึงถึงหลักสิทธมนุษยชน
ทั้งนี้ ในปัจจุบันได้ยกเลิกกฎอัยการศึกแล้ว และได้อาศัยมาตรา 44 ในการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และปราบปรามการกระทำผิด ใน 4 เรื่อง คือ 1.ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.ความมั่นคงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113-118 3.ความผิดว่าด้วยอาวุธสงคราม และ4.ความผิดต่อการฝ่าฝืนคำสั่ง ประกาศคสช.
อย่างไรก็ตามหากทั้ง 4 เรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไขจะเป็นตัวบั่นทอนการพัฒนาประเทศและขัดขวางความปรองดองของคนในชาติ ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสาร และการงดการชุมนุมทางการเมืองด้วย
ทั้งนี้ รัฐบาลและคสช.มีช่องทางในการเสนอความคิดเห็นทางการเมืองอยู่แล้ว และขอยืนว่าทั้งการใช้กฎอัยการศึก หรือคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่อง การใช้มาตรา 44 เป็นเพียงเครื่องมือเสริมพิเศษในการดูแลชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนเท่านั้น โดยประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบ และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่จะมีผลกับคนที่ประสงค์ร้ายและจงใจก่อเหตุความไม่สงบในประเทศไทยเท่านั้น
ที่มา ข่าวสด