สามียังรักเราหรือต้องการอะไรกันแน่

กระทู้คำถาม
เรื่องมีอยู่ว่า เราแต่งงานมา 13 ปี มีลูก 2 คน คนแรก 6 ปี คนที่สอง 1 ปี สามีเป็นทหาร ยศสูงแล้ว เรารับราชการเหมือนกัน อาศัยอยู่ต่างจังหวัด ครอบครัวมีกันแค่นี้ไม่มีญาติที่ไหน เชื่อว่าปัญหาในครอบครัวมีกันทุกคู่ รวมไปถึงเรื่องมือที่สามด้วย  เรามีโรคประจำตัวคือไทยรอยด์เป็นพิษ(แบบผอม)รักษาตัวอยู่ 6 ปี ถึงมีลูกได้ แม่เราบอกว่าไม่มีหลานให้ก็ไม่เป็นไรแม่ห่วงเรามากกว่า เพราะโรคนี้อันตรายมากหากมีลูกในขณะที่ยังรักษาตัวอยู่ คนอื่นเขาพูดว่าสามีคงรักมากนะขนาดรู้ว่ามีลูกไม่ได้ยังแต่งด้วยเลย เราฟังแล้วก็จุก เพราะสามีบอกเราเองว่าถ้ารู้ว่ามีลูกไม่ได้ไม่แต่งด้วยหรอก(เราก็ไม่รู้ในตอนต้นว่ามีลูกไม่ได้เพราะหมอไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดของโรคให้ฟัง จนมารักษาตัวที่ กทม.ถึงรู้ว่าโรคที่ตัวเองเป็นนี้มีลูกแล้วลูกอาจพิการหรือปัญญาอ่อน หากโรคไม่สงบหรือดูแลไม่ดีตอนท้อง)เราก็เลยต้องเสี่ยงมีลูก เพราะสามีอยากมี แม่เราก็ดุเพราะกลัวเราจะตายทั้งแม่ทั้งลูก หรือไม่ลูกออกมาเอ๋อ  แต่โชคดีลูกออกมาปกติ ต่อมาสามีอยากมีอีกคน เพราะเพื่อนเขามีกัน และอยากได้ลูกชายด้วย แม่เราก็ห่วงไม่อยากให้มีอีกแล้วเพราะอายุ 36 แล้วต้องเจาะน้ำคร่ำอีก รักษาตัวอีกรอบหาหมอทั้งไทยรอยด์และฝากท้อง เยอะ แต่สามีพูดว่า ถ้าไม่มีเขาจะไปมีกับคนอื่น  เราก็เลยต้องเสี่ยงชีวิตตัวเองอีกรอบ ก็ใช้เวลา 1 ปีถึงท้อง ในเดือน ก.ค.56 งานยุ่งมากแพ้ท้องสุด ๆ ไปหาหมอฝากท้องเอง(เพราะเราห่วงลูกคนโตไม่อยากให้ไปนั่งรอในคลีนิกกับแม่ คนเยอะที่นั่งก็ไม่พอ และสามีก็ไม่ชอบคนเยอะ ก็เลยให้รอแม่ที่บ้านแทน)  หาหมอไทยรอยด์ที่ กทม.(สามีขับรถพาไปแบบเซ็ง ๆ) เจาะน้ำคร่ำต้องมีญาติมาด้วย(สามีก็มาแบบว่าเซ็ง ๆ นั่งรอเรา)ทั้งที่เราท้องให้เขา ยอมเสี่ยงเจาะน้ำคร่ำทั้งที่รู้ว่ามีโอกาสหลุด ในขณะที่ท้องก็ขับรถไปทำงานเองโดยแวะส่งลูกคนโตที่ ร.ร. จนเดือนที่ 9 ถึงรบกวนให้เขามารับมาส่งไปทำงานเนื่องจากท้องโตติดพวงมาลัย  คือเราเกรงใจเขา แต่กลายเป็นว่าเขาเอาเราเป็นข้ออ้างในการเข้าที่ทำงานสาย ในการไปจ่ายค่าบ้าน ฯลฯ  แล้วคลอดแบบเร่งด่วนเพราะลูกหัวใจหยุดเต้น โชคดีที่ออกมาครบ32 แข็งแรง สามีก็ดูแลดี เราให้นมแม่จนถึง 7 เดือน นมเริ่มแห้งเพราะป้ำไม่ทันแล้วเนื่องจากไปทำงานแล้วไม่ค่อยได้ป้ำนม ใครที่เคยปั๊นมจะรู้ว่าต้องปั๊มทุก 2 ชม. และถึงเดือนที่ 7 นี้ สามีถึงตื่นมาเปลี่ยนเราป้อนนมลูก ในช่วงกลางคืน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราปั๊มนมตอนกลางคืนก็จะเล่นโทรศัพท์ไปด้วยตลอดจะได้ไม่หลับ ทั้งเฟส ทั้งไลด์ กูเกิ้ล แต่ไม่เคยเป็นเพื่อนกับสามีในเฟสเลย รุ่งขึ้นก็ไลด์ไปถามว่าสามีใช้เฟสชื่ออะไร จะเป็นเพื่อนด้วยไม่ได้ขอพาสเวิดนะ ขอแค่ชื่อ แต่เขากลับบอกว่าสมัครเฟสให้ใหม่หน่อย เราบอกว่าเอาอันเก่านั้นแหละจะสมัครใหม่ทำไม เขาก็บอกมาแต่ไม่ใช่หาไม่เจอ ผ่านไป 2 วันก็ไม่บอก เราสงสัย คืนนั้นก็เลยค้นเองจากเฟสเพื่อน ดูไปเรื่อยๆ จากเพื่อนของเพื่อนของสามี จนเจอ ....และสิ่งที่เจอก็คือมีหญิงเยอะมากหลากหลายอาชีพ สวยๆทั้งนั้น ข้อความประดุจหนุ่มน้อยจีบสาว รุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์เราก็ถามอีกต่อหน้าลูก เพราะเราไม่ไหวแล้วโมโหมากและไม่ได้นอนทั้งคืน เขาก็บอกชื่อผิดอีก เราก็เสียงแข็ง พอบอกมากเราก็เปิดให้ดู...จำนนต่อหลักฐาน เรื่องราวต่อจากนั้นก็คือทะเลาะกันต่อหน้าลูก  เขาไม่ยอมรับผิดบอกว่าแค่คุยไม่ได้นัดเจอไม่ได้มีอะไร  เราก็บอกให้เลิกเล่นเฟสซะ เขาก็เลิกโดยให้ลูกน้องที่ทำงานยกเลิกให้ แต่...ผ่านไปไม่ถึงเดือนดันเข้าเฟสได้อีก เราก็สงสัยเอาโทรศัพท์สามีมาเช็คเลยต่อมอยากรู้ทำงานละ จากที่ 13 ปีไม่เคยเช็คโทรศัพท์เลย ทำให้รู้ว่า ไม่ใช่แค่ข้อความที่โพส ใน inbox มันมีมากกว่านั้นเยอะ คุยกับพยาบาล 2 คน คนหนึ่งพี่งจบ อายุ 27 ปี อีกคนเป็นแม่ม่ายลูกหนึ่ง อายุเยอะแล้ว น้องพยาบาลคนนี้ข้อความที่สามีเราคุยคือข้อความที่เขาเขียนจดหมายถึงเราในสมัยก่อนแต่งงาน(คบกันเกือบ 4 ปี สมัยก่อนไม่มีการติดต่อสื่อสารอื่นนอกจากจดหมาย)ส่วนแม่ม่ายก็บอกว่ามีปัญหากับเมีย เมียชอบเช็คโทรศัพท์อยากรู้ไปหมด ไม่ไว้ใจ ...นะ เราไปเจอแบบนี้เสียใจสุด ๆ และที่สำคัญคือเขาเล่นเฟสลักษณะนี้และคุยกับผู้หญิงสองคนนี้ตั้งแต่เรายังไม่ท้อง จนคลอดลูกได้ 8 เดือน ถึงจับได้  เราไม่ได้เอะใจอะไรเลย คือไว้ใจมาตลอดและพึ่งจะคลอดลูก ความสนใจอยู่ที่ลูก แต่สามีก็ดูแลเราและลูกดี ซักผ้าอ้อม งานบ้านต่าง ๆ (มีช่วงที่ท้องได้ 7 เดือนเราจะขอเลิก สามีชอบพูดว่าให้เราไปอยู่กับยายเอาลูกคนโตไปด้วย พูดบ่อยจนเราน้อยใจคือเลิกกันไปเลยดีกว่า แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้)สามีเป็นคนชอบพูดเหน็บแนม นินทาเก่ง และชอบดุด่า ถ้าอยู่ในสำนักงานจะคุยสนุกออกรสชาด แต่อยู่บ้านเขาก็หันอีกด้านมาเชือดเฉือนหากไม่พอใจ .....จากนั้นเราก็เช็คไลด์เขา ปรากกฎว่า มีเบอร์ของ2สาวนี้อยู่  แต่ชื่อคือ บันทึกเป็นชื่อคนอื่น ...สุดยอด  เราก็วีนแตกเลย ทะเลากัน สามีบอกว่าอยากมีความเป็นส่วนตัว  จะให้ทั้งวิญญาณเลยหรือไง  .....คุณพระช่วย  เราเลยบอกว่า ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว แล้วแต่งงานทำไม คำว่าครอบครัวไม่มีคำว่าส่วนตัวหรอก  แล้วเราล่ะขนาดลมหายใจเข้าออกมีแต่คำว่าครอบครัว เราให้ได้ทั้งชีวิต แต่เขากลับต้องการความเป็นส่วนตัว....หลักจากนั้นก็ตามทะเลากันมาเรื่อย ระหองระแหง ยิ่งตามก็ยิ่งหนี จนเราเจอเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนคนนี้ก็เจอแต่หนักกว่าเยอะ บอกเราให้มีสติ คุยกับแม่เล่าให้แม่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น และให้เราอยู่กับปัจจุบันขณะ ไหว้พระสวดมนต์ ดูแลลูกให้ดี ฯลฯ....ปัจจุบันเราก็ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ทำงานไม่ได้เลย 2 เดือนแรกมีแต่คำถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไม และทำไม หาสาเหตุที่เขาเปลี่ยนไป คิดจนสติแตก ขับรถไปทำงานก็ร้องให้ไป กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แต่คนที่ทำงานไม่มีใครรู้ มันท้อไปหมด โทรมเหมือนศพเดินได้ แต่พอมาเดือนนี้(เดือนที่ 4)เราดีขึ้นมาก ขอเลิกกับสามี  แต่เขาไม่ยอมเลิก  อาทิตย์ต่อมาเราขอเลิกอีก  เขาก็ไม่ยอมเลิก โดยให้เหตุผลว่า คิดถึงลูก และความผูกพันที่มีให้ลูกนั้นซื้อหาด้วยเงินไม่ได้ ยกแม่น้ำทั้ง 5 ให้เราเปลี่ยนใจ ซึ่งเราก็ใจอ่อน แต่ให้ใจมาแค่ 50% เพราะยังไม่ไว้ใจในพฤติกรรม แต่ถามว่าตอนนี้เช็คไหม  ไม่เช็คแล้ว ไม่สนใจ เหมือนว่าเราถอยออกมายืนดูห่าง ๆ ทำให้เห็นความเป็นมาเป็นไป มองในมุมที่เราไม่เคยมอง .....
ปัจจัยเหตุ  คือ
1.สามีมาจากครอบครัวที่บ้านแตก พ่อไม่รับผิดชอบลูกเลย เวลาทานข้าวต้องรีบทานไม่งั้นอาจเจอหม้อ สาก ลอย มาเนื่องจาก พ่อแม่ทะเลากัน
2.พ่อชอบหายไปเป็นเดือน ๆ มาก็ไถ่เงินกับแม่
3.ในครอบครัว  มีสามีเรารับราชการอยู่คนเดี่ยว
4.ตอนแต่งงานสามีไม่มีอะไรเลย เงินสินสอดก็กู้สหกรณ์มา ทองไม่พอ แม่ยายช่วยอีก
5.สามีเป็นคนตระหนี่ เก็บเงินเก่ง  ไม่ชอบเที่ยว  ไม่กินเหล้า(อาจมีบ้างเป็นบางโอกาส) สูบบุหรี่บ้างแต่ตอนนี้เลิกสูบแล้ว
6.ช่วยทำงานบ้าน  เริ่มทำกับข้าวเป็นตอนที่มีลูกคนแรก(ไม่ชอบกินอาหารถุง แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่โวยวายเรื่องทำกับข้าวเหมือนก่อน  ซื้ออาหารถุงก็ได้)
7.สามีจู้จี่ขี้บ่น  พูดจาเหน็บแนมเก่ง มีวาทะในการพูด แต่ไม่ใช่คนพูดมาก ใจร้อน  ความอดทนต่ำ  ไม่ชอบคนเยอะ (นิสัยผู้หญิง)
8.สมัยเป็นแฟนขับรถยนต์ไม่เป็น  เราเป็นคนสอนขับรถให้  งานช่างไม่เป็น เราก็สอนให้ หลาย ๆ เรื่องที่เราสอน
9.ไม่เก่งเทคโนโลยี จะให้เราทำให้ตลอด แต่พักหลังจะใช้ลูกน้องทำให้
10.แม่ยายช่วยมาตลอด  ดาวห์รถให้ 3 คัน  ซื้อที่สร้างบ้านให้ และส่งเสียหลานรายเดือนอีก จนปัจจุบัน รวมๆ ก็ประมาณ 1,600,000 บาท
11.สามีเป็นคนผ่อน บ้าน  รถ 2 คัน
12.เราเป็น ค่าใช้จ่ายในบ้าน และลูก 2 คน
13.สามีจะถามเสมอเวลาสิ้นเดือนว่าแม่ยายโอนเงินมาหรือยัง รวมไปถึงหากเงินไม่พอใช้ หรือต้องการซื้อของให้ลูกแต่ไม่มีเงิน
14. สามีเป็นคนอยากได้บ้าน ทั้งที่เราและแม่ยายค้านมาตลอด แต่ก็ตามใจ ส่วนตัวมองว่ารออีกหน่อยฐานเงินเดือนจะเยอะและกู้ได้เยอะสร้างบ้าน2ชั้นดีกว่า แต่สามีอยากได้ประกอบกับทางหลวงเชิญให้ออกจากบ้านพักแล้ว จึงต้องรบกวนแม่ยายซื้อที่ในการสร้างบ้าน  แรก ๆ สามีก็ภูมิอกภูมิใจสร้างบ้านเสร็จเชิญเพื่อนๆมาทานข้าวที่บ้าน  แต่พอ5ปีผ่านไปเพื่อน ๆ ซื้อบ้าน 2 ชั้นกันหมดและตกแต่งสวยงาม อยากได้เหมือนเพื่อนอีก
15.เห็นเพื่อนเปลี่ยนรถ ก็อยากเปลี่ยนจากกระบะแค็ปเป็นสี่ประตู  สุดท้ายแม่ยายช่วยดาวห์ให้อีก
16.  ทุกวันนี้คุยกันแค่ 2 เรื่อง คือ เรื่องลูก และเรื่องเงิน
17.  สามีเอาเราไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงในเฟส ในหลาย ๆ เรื่อง
18. แม่สามีมาอยู่ด้วย 4 ปี (ป่วยเป็นอัมพกฤต)ตอนที่คลอดลูกคนแรก และมีล้มสะโพกหักอยู่ครั้งหนึ่ง เราก็ป้อนข้าวป้อนยาเช็ดอึเปลี่ยนแพมเพิสให้คือเราดูแลเหมือนลูกเลยล่ะ  แต่สามีบอกว่ามันเป็นหน้าที่
19.พูดคุยปรับความเข้าใจ 5 ครั้ง ในห้วงเวลา 4 เดือน แต่เหมือนว่าเราปรับคนเดียวแฮะ....ส่วนสามีที่เราเห็นเป็นรูปธรรมคือ ไม่บ่น แต่เราก็ดูแววตาออกว่าเขาข่มอารมณ์เอาไว้  พอดุลูกเนี้ยะมันออกมาหมดเลย  และไม่คุยเล่นเหมือนเก่า  ไม่คุยเรื่องงานเหมือนก่อน คุยกันนับคำได้ เราสังเกตุว่าสามีชอบมองผู้หญิงที่นมใหญ่ๆ แต่งตัวๆ  จากเมื่อก่อนที่เราไม่เคยสังเกตุ
20.สมัยเป็นแฟนห้ามนุ่งสั้น แต่ตอนนี้เรานุ่งสั้นบ้าง สามีบอกว่าตามสมัยนิยม และห้ามแต่งหน้า แต่ตอนนี้ให้แต่งบ้าง  เราเริ่มสับสน หรือว่าเราเลี้ยงลูกอ่อนจนโทรม  
21.หากเลิกกัน  เราย้ายกลับไปอยู่กับแม่ และลูกอยู่กับเราทั้งคู่เนื่องงานสามีไม่เอื้อในการเลี้ยงลูก  รถแบ่งกันคนละคัน ชื่อใครชื่อมัน บ้านขายและเอาเงินคืนแม่ยาย
ก็เลยมีข้อสงสัยว่า
1.สามีรักเราหรือเปล่า
2.การที่เราขอเลิก แล้วบอกว่าให้ไปหาเอาเมียใหม่เถอะ  หาคนที่ชอบที่รักที่ถูกใจ แต่เขาบอกว่าใครจะเอาเขา (สามีอายุ 42 ปี เรา 38 ปี)ทำไมเขาไม่ยอมเลิก
3.แม่เราไม่แนะนำให้อดทน  สงสารเรา เพราะฝ่ายเราไม่เคยพึ่งพาเขาเลย
4. เราจะให้โอกาสสามีอีกครั้งดีไหม เพราะเขาบอกว่าถ้าเขาไปนอนกับผู้หญิง หายไปเป็นคืน อย่างนั้นสมควรที่เราจะหนี แต่นี่แค่คุยเฉย ๆ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 9
ตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนทางอาจคุณหมดรักเขา. แต่อาจยังเหลือเยื่อใยเส้นบางๆไว้บ้าง
ไหนๆก็จะอยู่กันต่อ(อาจสักพัก). คุณทำใจนะดีแล้ว แต่น่าจะส่งสัญญานที่ชัดเจน
ไปยังเขานะ.   อันที่จริงสามีคุณก็มีส่วนดีอยู่บ้าง(พอสมควร).  เผื่อเขาจะกลับตัวเป็นเป็นอย่าง
ที่คุณต้องการ. เข้าใจว่าจดทะเบียนกัน การเลิกกันไม่ง่ายถ้าทั้งสองฝ่ายไม่ยินยอมพร้อมใจ
ขอให้ความเห็นตรงๆนะครับ ถ้าจะฟ้องหย่า ถ้าเขาไม่ยอมคงมีปัญหา เพราะคุณยังไม่มีหลักฐาน
ชัดเจน ขนาดนั้น  ตามที่คุณสรุปเขายืนยันแค่คุย ไม่ได้ไปนอนหรือค้างคืน. ถ้าจริง(คุณรู้ดี).  ถ้าใช้เป็นประเด็น. ไม่ง่าย
มองต่างมุมสิ่งที่เขาระบายอาจเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ไม่กล้าพูด(แค่ความเห็น)
การแบ่งทรัพย์สิน อาจไม่มีปัญหาเพราะเขาส่งรถ ส่งบ้าน อยู่แล้ว คุยกันได้ จะบอกเขารักเงินแม่ยาย
ก็ใช่ที่.  อาจถูก  แต่ภาระเขาก็ไม่ธรรมดา. ถ้าไม่มีรายได้อื่น มองจากคนนอกนะ สิ่งที่แม่ให้ก็เพื่อลูก
มันคือส่วนหนึ่งของสินสมรส. เพื่อความสุขของลูก ถูกต้องแล้วครับ. แต่ทรัพย์สินที่สร้างสินสมรสเป็นของคุณทั้งคู่นะ
ซึ่งเขาก็เป็นคนผ่อนนะ. มองมุมกลับ เขาต้องการสร้างฐานะความมั่นคงให้ครอบครัวหรือเปล่า (ไม่ได้เข้าข้างสามีนะแต่การคิดอาจมีหลายมุม)
แน่นอนส่วนไม่ดีเขามีอยู่และคุณก็ทราบดี
เรื่องลูกของพวกคุณก็อาจเป็นประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง.  ที่ต้องชัดเจน  เพราะเขาก็รักลูกไม่ธรรมดา
    ไม่แน่ใจว่าได้เคยคุยกันอย่างเปิดใจ ว่าเขาต้องการอะไรและคุณต้องการอะไร  โดยไม่ทะเลาะ เพราะระหว่างคุณกับเขา
เหมือนมีเส้นบางๆกั้นอยู่จะด้วยวิธีคิดหรือทัศนะคติก็ตามแต่. ช่วงนี้ใจคุณเริ่มนิ่งมากขึ้นแล้วลองทบทวนทุกอย่าง.  ลองดู.
แต่ถ้าสุดท้ายถ้าครอบครัวจะเลิกกัน  ก็เป็นทางออกสุดท้ายที่ไปกันไม่ได้จริงๆ  เป็นแค่อีกความเห็นหนึ่งที่มองต่างมุมเท่านั้น
ถ้าคุณคิดว่าไร้สาระก็ผ่านมันไป  
            โชคดีครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่