ทั้งๆที่ก็ไม่ได้คิดวนเวียนอยู่ แต่ทำไมในฝันกลับยังเจอ

กระทู้คำถาม
โดยส่วนตัวแล้ว ตัวผมเองก็เป็นคนที่คิดมาก มากๆด้วย มีอะไรมักไม่ค่อยจะยอมปล่อยวาง

พอมีปัญหาอะไร ก็จะคิดซ้ำไปซ้ำมาทุกขณะจิต ไม่ยอมปล่อยวาง

โดยเฉพาะเรื่องความรักยิ่งเป็นหนัก

คุณพ่อผม สอนผมมาตั้งแต่เล็กๆว่า ต้องรู้จิต ตัวเองในทุกๆขณะจิต

อะไรเป็นเรื่องสำคัญก็ต้องคิดแก้ไข และในเรื่องที่ไม่สามารถฝืนได้ ก็ต้องรู้จิตตัวเองแล้วปล่อยวาง

ไม่ต้องคิดซ้ำวนเวียน เพราะมันจะรังแต่ ทำให้เกิดทุกข์

แต่เนื่องด้วยหลายๆอย่าง ผมยังไม่สามารถที่จะทำมันได้ดีซักเท่าไหร่

เรื่องที่ผมอยากจะถามคือ

ผมเคยหลงรักผู้หญิงคนนึงครับ สมมุติว่าชื่อคุณก้อนเมฑ แล้วกันนะครับ

เกือบ2 ปีมาแล้วที่หลงรักคุณก้อนเมฑ ผมฝันถึงเค้าเกือบ 100 ครั้งน่าจะได้

เรียกว่า 1  อาทิตย์ต้องมีอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ฝันถึงหน้าเค้า

จนเคยคิดไปเองว่า บางทีผู้หญิงคนนี้จะเกิดมาเพื่อเป็นคู่กันกับเรารึเปล่า

แต่สุดท้ายหลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง ก็รู้คำตอบว่า มันคงเป็นเรื่องที่ผมคิดไปเอง

แต่มันก็ไม่แปลกใจซักเท่าไหร่ เพราะผมเอาแต่คิดวนเวียนเรื่องของคุณก้อนเมฑมากมาย

คอยแต่พูดพร่ำเพ้อถึงแต่เค้าทุกวัน เหมือนเอาจิตเราไปจดจ่อกับสิ่งใดนานๆ มันก็ไม่แปลกที่จะเก็บไปฝัน

ในเคสนี้ มันยังมีเหตุผลให้ตัวผมเองได้ว่า ทำไมผมจึงฝันเช่นนั้น เพราะจิตใจยังคงจดจ่อกับสิ่งๆนั้นอยู่

แต่2-3 เดือนมานี้ ผมพร่ำเพ้อถึงคุณก้อนเมฑน้อยลงมาก สามารถรู้เท่าทันจิตตัวเองได้ทุกครั้ง

เมื่อผมคิดถึงคุณก้อนเมฑ ผมจะบอกให้ใจตัวเองหยุดคิด และตั้งแต่ต้นปีมานี้ผมฝันถึงคุณก้อนเมฑแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

ไม่ทราบว่ามันคือ อิทัปปัจจยตา ที่ว่า เพราะเหตุนี้มี ผลเหล่านี้จึงเกิดขึ้น เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้จึงดับ รึเปล่า?

แต่ล่าสุดไม่นานมานี้ ผมหลงรักผู้หญิงอีกคนนึง ซึ่งเราเคยสนิทกันมาก่อน

คนนี้ผมก็พอที่จะเคยฝันถึงบ้าง แต่ไม่มากเท่าไหร่ แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น

แต่หลังจากที่เธอรู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับเธอ เราก็ไม่ได้ติดต่อกันเท่าไหร่อีก

แต่คราวนี้ต่างออกไปครับ ผมไม่ค่อยคิดวนเวียน ซ้ำซากเรื่องเธอคนนี้ซักเท่าไหร่

พยายามกำหนดจิตให้รู้เท่าทันความคิดตัวเองตลอดเวลา

ทุกๆครั้งที่ผมคิดถึงเธอ ผมค่อนข้างรู้เท่าทันความคิดตัวเอง พอทำ ปุ๊บ แล้วก็มันจะหยุดได้ทุกครั้ง

จะมีบ้างที่เผลอลืม ปล่อยใจตัวเอง แต่ก็แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น

ล่าสุดเมื่อวันก่อน ได้มีโอกาสไปเจอเธออีกครั้งที่งานBBQ  ผมทักเธอ แต่เธอแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น

ดูออกครับว่า เธอจงใจแกล้งทำเป็นไม่เห็น ไม่ได้ยินมาเรียก

แต่ผมกลับแปลกใจตัวเองมากว่า ทำไมผมไม่ลุ่มร้อน ไม่คิดมาก เหมือนเคยๆ

กลับปล่อยวาง ได้แบบ งงๆ ไม่โกรธ ไม่น้อยใจ ไม่รู้สึกรำพึงถึง วันนั้นผมรู้สึกดีมากๆเลยครับ

แต่ที่ผมสงสัยคือ ทำไมพอกลับบ้านมาคืนนั้นผมยังคงฝันถึงเธอคนอยู่ครับ

ในเมื่อก็ไม่ได้คิดวนเวียนอะไรเท่าไหร่ แต่ยังฝันถึงอยู่

หรือว่ามันคือจิตใต้สำนึก?? ถ้าจิตใต้สำนึกอยู่เหนืออำนาจของจิตใจแล้ว

พระที่บวชๆกัน จะสามารถตัดกิเลสจริงๆได้ยังไง ในเมื่อจิตใจลึกๆยังคงมีกิเลส มีความต้องการอยู่

ผมเลยสงสัยครับ ว่า ทำไมยังฝันถึงเค้าอยู่
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ก่อนอื่น คุณต้องรู้ก่อนว่า  จิต (ความคิด) มันไม่ใช่สมบัติของใคร
หรือ แม้แต่ความคิดของคุณ มันก็ไม่ใช่ ของคุณจริงๆ    
สั่งให้ทำ  สั่งให้เป็นแบบโน้น แบบบนี้  มันไม่ได้เสมอไป
(ที่พระท่านเรียกลักษณะนี้ว่า   อนัตตา)

คำโบราณ ท่านเปรียบไว้ว่า    จิตเราก็เหมือนม้าพยศ
แรกๆ เอาไม่อยู่  แต่ค่อยๆ ฝึกไป มันก็จะเริ่มเชื่อง
แต่ถ้ามันยังไม่เชื่องจริงๆ มันก็ยังพยศได้อยู่ซักวันนั่นแหละ
ถ้าเทียบ กับต้นไม้   มันก็เหมือนคุณโค่นต้นมันลงไปเฉยๆ
แต่ ตอกะราก มันยังมี   มันก็พร้อมที่จะงอกต้นใหม่ได้ตลอด
คุณปล่อยมัน มาหลายปี  ตอมัน รากมันก็ใหญ่โตมโหฬาร


ทีนี้  ที่คุณทำมามันก็ถูกแล้ว  
คือ  มีสติ   รู้ว่า  ความคิดนั้นมา ก็ตัดทิ้งซะ เฉยซะ
วันนี้ คุณฝึกไว้มาก กำลังมันก็มาก  ก็เลยตัดได้    
แต่ก็เป็น เพียงแต่การตัดลำต้น  
ยังไม่ใช่ การถอนรากถอนโคน    
ราก กะ ตอ ยังงอกได้อยู่
พระ ท่านว่า  จิตเรามีสภาพจำ  
เคยชิน อย่างไร ก็มักจะเป็นแบบนั้น


ขอให้ฝึกไปเรื่อยๆ   มันจะเริ่มชินเอง (ในทางตัด) แล้วก็ไม่ฝันเองนั่นแหละครับ
เหมือน  ตอกะราก ต้นไม้  คุณตัดมันมากๆ เข้า  มันก็ตายทั้งตอ กะรากเข้าซักวันแหละ
แต่ถ้าจะเอาสนิทจริงๆ +ไวๆ  คุณต้องมีสติปัญญา มากพอด้วย  


ปล.  เรื่อง ตัดกิเลสได้หมดสิ้นเนี่ย    
ถ้าคุณเคยพอได้ยินศัพท์  คือ    จะแบ่งเป็น   มรรค กับ ผล     (เช่น อรหันตมรรค  , อรหันตผล)
มรรค  ก็คือ  มาถูกทางแล้ว   แต่ยังมีราก กะตออยู่  แต่ตัดได้ตลอดไม่พลาด
ผล   ก็คือ   มาถูกทางแล้ว    และ ถอนรากถอนโคนได้สนิท
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่