///***/// คุณได้อะไรจากการดูละคร

กระทู้คำถาม
ดูละครก็ต้องใช้สมองดูป่ะ เราเป็นคนหนึ่งที่ดูละครแล้วชอบคิดตามพฤติกรรมของตัวละครนะ ว่าทำไมตัวละครนี้ถึงต้องทำพฤติกรรมแบบนี้ ทำแล้วได้ผลอะไร ยิ่งถ้าเป็นละครที่ตัวร้ายได้รับผลกรรมที่ก่อไว้จะชอบมาก

เพราะในสังคมเราจะเห็นคนร้ายได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่เราไม่เห็นว่าสุดท้ายแล้วเค้าได้รับผลกรรมที่ทำไว้อย่างไร

ชอบดูละคร ชอบวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวละคร ไม่ว่าจะทำออกมาแนวไหน ถ้าดูเป็นก็ต้องคิดวิเคราะห์เป็นว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมามีเหตุผลรองรับหรือไม่ และเหตุผลของพฤติกรรมตัวละครนั้นแสดงออกมา มาจากเหตุผล หรือมาจากอารมณ์

เรามีลูกสาวและลูกชายเป็นวัยรุ่น นั่งดูละครด้วยกันทุกประเภท แต่เราคุยกันถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ของตัวละคร เคยถามลูกว่าถ้ามีคนมาทำแบบนี้จะตอบโต้แบบไหน คนแบบนี้สมควรโดนอะไร บางครั้งลูกก็พูดว่า "หนูว่าในชีวิตจริงถ้าเจอคนแบบนี้แล้วหนูจะรู้ได้ไงว่าเค้าดีหรือไม่ดี"

สิ่งเหล่านี้บางครั้งเราอาจจะคิดว่าเด็กคิดไม่เป็น แต่เค้าคิดเป็นนะ เค้ารู้ว่าละครจะสื่ออะไร และเค้ารู้ว่าพฤติกรรมไหนดีไม่ดี ลูกเค้าจะพูดออกมาเองเลยว่าตัวละครนี้ดีไม่ดียังไง และลูกก็ยังมีถามด้วยทำไมต้องทำอย่างนี้

ที่เขียนมาทั้งหมด เพื่อจะบอกว่า ละครไม่ใช่เรื่องไร้สาระ อยู่ที่คนดูว่าจะหาสาระจากละครเรื่องนั้น ๆ ได้อย่างไร ไม่ว่าจะองค์กรหรือหน่วยงานอะไรที่ออกมารณรงค์ถามว่าดีมั้ย ดีมาก แต่มันก็คือกระแสที่มาแบบฉาบฉวย ถ้าทำจริงจัง ก็จะช่วยทำให้ละครไทยมีการพัฒนาขึ้นมาก ทุกฉากที่มีในละคร ฉากขมขื่น ฉากตบตี ฉากแย่งผู้ชาย ฉากรบราฆ่าฟันต่าง ๆ มันคือความรุนแรงทั้งนั้น อยู่ที่มุมมองของผู้ผลิตว่าจะสื่อออกมาอย่างไร แล้วคนดูจะรับรู้สิ่งที่ผู้ผลิตเค้าสื่อออกมาได้หรือไม่

ละครไทยหลายเรื่องและทุกช่อง จะมีแนวเรื่องที่ซ้ำกัน แต่ทุกเรื่องก็จะมีคุณประโยชน์ในตัวของมันเอง แล้วคนดูล่ะดูละครไปวัน ๆ หรือดูละครเพราะอะไรบางคนดูเพราะดารา บางคนดูเพราะเนื้อหา บางคนดูเพราะโปรดักชั่นสวยงาม ซึ่งแต่ละคนก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป

ในความเห็นของเรา ละครไทยก็คือละครไทย มันมีเสน่ห์แบบละครไทย คือดูก็รู้ว่ามันคือละครไทย ละครชาติอื่น ๆ ก็มีเสน่ห์ในแบบของชาตินั้น ๆ ดูก็รู้ว่ามันคือละครของเค้า อย่างประเทศในเอซีย ละครเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน หรือจีน คือถ้าเปิดมาดูก็รู้ว่าเป็นแนวละครของชาติเค้านั่นแหละ จากการติดละครเกาหลีมานานก็ได้รู้ว่าบุคคลิกพระเอกของเกาหลีที่สาว ๆ ใฝ่ฝัน แต่ในชีวิตจริงผู้ชายบ้านเค้าไม่เป็นแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่เค้าก็พยายามแทรกไว้ในละครทุกเรื่อง แต่ทำไมพฤติกรรมของผู้ชายบ้านเค้าถึงไม่เปลี่ยน

เพราะฉะนั้นถ้ามองแบบวิชาการก็อยากถามว่าพฤติกรรมของตัวละครสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนดูได้หรือไม่ ก็อยากจะฝากองค์กรต่าง ๆ ที่รณรงค์เรื่องฉากรุนแรงของละคร ช่วยทำการวิจัยเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยก็ดีนะ เพราะทุกครั้งที่ได้เห็นการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงฉากในละครเรื่องต่าง ๆ แล้วก็รู้สึกงงมาก ว่าละครมันมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนในสังคมมากขนาดนั้นเลยเหรอ (งง จริง ๆ นะคะไม่ได้ประชด)

เดี๋ยวก็ต้องมีคนมาบอกว่า เอาเวลาไปศึกษาเรื่องที่มีประโยชน์กว่านี้ดีกว่ามั้ย ก็บอกเลยค่ะว่าชอบดูละคร สนใจเรื่องดาราและละครโทรทัศน์ (คงไม่ผิดนะที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องวิชาการหนัก ๆ 5555) คือเวลาเห็นกระแสเรื่องความรุนแรงของฉากในละครแล้วมีคนเข้ามาตั้งกระทู้เยอะๆ ก็รู้สึกงงทุกครั้ง ว่าละครมันมีอิทธิพลขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ

ถ้าสมมุติว่าละครมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของคนในสังคมจริง ๆ แต่อย่าลืมว่าทุกสิ่งมันต้องมีสองด้านเสมอ เปรียบเสมือนว่าละครต้องเสนอแต่เรื่องราวดี ๆ มีแต่คนดีๆ เพื่อขัดเกลาให้คนในสังคมมีพฤติกรรมดี ๆ แบบในละคร แล้วมีเด็กคนหนึ่งที่ชอบดูละครดูละครทุกวันแล้วก็คิดไปเองว่าทุกคนในโลกนี้มีแต่คนดี ๆ พฤติกรรมดี ๆ แบบในละคร เราว่าแบบนี้น่ากลัวนะ เพราะเมื่อวันหนึ่งเด็กน้อยได้เจอคนในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วมันไม่เป็นอย่างในละคร เด็กน้อยคนนั้นจะปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับสังคมจริง ๆ ที่มีทั้งคนดีและคนเลว  เปรียบไปก็เหมือนกับพ่อแม่เลี้ยงดูลูกแบบสุขสบาย ลูกทำอะไรเองไม่เป็น เมื่อวันหนึ่งลูกไปใช้ชีวิตเองโดยไม่มีพ่อแม่คอยดูแล ลูกกลายเป็นคนอ่อนแอช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ และกลายเป็นภาระของสังคม

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่ความคิดของคนชอบดูละครคนหนึ่ง ไม่ได้เก่งวิชาการ แต่ก็ไม่ได้ไร้สมองถึงขนาดคิดไม่เป็นว่าดูละครแล้วแยกไม่ได้ระหว่างชีวิตจริง ๆ กับละครว่ามันแตกต่างกัน

ขอโทษที่บ่นซะยาวนะคะ แค่รู้สึกงงจริง ๆ ใครมีความเห็นอะไรก็เขียนได้นะคะ แต่คงไม่เข้ามาตอบ 5555555

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
"สาระ" จากละคร ควรต้องมีหลากหลายรูปแบบ ถ้าคิดถึงประโยชน์ของคนดูเป็นหลัก(พร้อมกับความบันเทิง) "สาระความรู้" ควรมีในรูปแบบ direct และ indirect ตามที่คุณกล่าวเมื่อ "สาระ" ต้องมีการคิดวิเคราะห์นั่นหมายความว่า คนดูย่อมต้องมีความพร้อมสำหรับการคิดวิเคราะห์ มีความรู้พื้นฐานเพียงพอ หรือ มีผู้ใหญ่คอยดูแลหรือแนะนำแนวทาง ต้องยอมรับความจริงด้วยว่าในสังคมมีความหลาย พื้นความรู้ความคิด หรือ การดูแลเอาใจใส่ในครอบครัวย่อมไม่เท่ากัน ดังนั้น "สาระ" หรือ "ค่านิยม" บางประการที่ต้องการสื่อก็ต้องมาแบบ "ทางตรง" ไม่ต้องให้มีการวิเคราะห์ต่อ เพื่อให้ผู้รับสื่อทุกคนเข้าใจตรงกันไม่ผิดเพี้ยนไปเป็นอย่างอื่น เคยได้อ่านความเห็นว่าใครจะรับความรู้จากละครหรือจะมองเห็นเพียงฉากร้าย ๆ แรง ๆ นั่นเป็นความจริงล่ะ แต่เราจะทอดทิ้งคนดูส่วนนี้ให้เขารับรู้เพียงแค่ส่วนที่ร้าย ๆ แรง ๆ เท่านั้นใช่หรือไม่ ? เราจะมีวิถีทางใดไหมที่จะทำให้เขามองเห็นอย่างอื่นนอกจากฉากที่ว่านั้น ถ้าอยากจะให้มีการพัฒนาจริง ๆ แต่ละฝ่ายก็ต้องร่วมมือร่วมใจคนละไม้คนละมือ ไม่โยนภาระไปที่ใครฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวอันนี้คือตามอุดมคตินะ

ที่มีการเปรียบเทียบกับละครชาติอื่น ๆ เพราะเขามี "สาระ" ในลักษณะ direct ที่สื่อสารได้ชัดเจนโดยไม่ต้องรอให้ถึงตอนจบ และ มี "สาระ" ในลักษณะ indirect ที่ให้ผู้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ได้มีโอกาสพิจารณาไปด้วย โดยสาระที่ว่านั้นก็แนบเนียนไปกับโครงเรื่องและเนื้อเรื่อง ในขณะที่ละครไทยหลาย ๆ เรื่องมีสาระในที่ไม่ชัดแจ้ง หรือ ถูกกลบไปด้วยฉากอื่น หรือ ที่มีสาระชัดแจ้งก็แลดูน่าเบื่อไม่จูงใจคนให้ดู จึงทำให้ยังไม่มีลักษณะที่แนบเนียนไปกับเนื้อเรื่อง ละครแต่ละชาติมีความสนุกมีรสชาติที่เป็นแบบแผน ซึ่งเราว่าก็ไม่มีใครที่จะให้เปลี่ยนรสชาติตรงนั้น เพียงแต่ให้มีการเสริมว่าสาระควรมีมากขึ้น มีความถูกต้อง เข้าใจง่ายขึ้น และ เนียนไปกับเนื้อเรื่อง

ถามว่าละครมีอิทธิพลจริงไหม ? เราว่าละครคือตัวเสริมแรงอย่างหนึ่ง ถ้าจะดูในเรื่องพฤติกรรมเลียนแบบโดยพื้นฐาน ลองพิจารณาเรื่องแฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผม ละครเรื่องไหนมีกระแสมาก เป็นที่พูดถึงมาก เสื้อผ้าขายดิบขายดี คนนิยมแต่งหน้าทำผมตามตัวละครนะ ในเรื่องเทรนด์พฤติกรรมอย่างอื่นก็มีเพียงแต่มันไม่ส่งผลชัดเมื่อละครเรื่องหนึ่งจบมันอาศัยเวลายาวนานกว่าเสื้อผ้าหน้าผม เมื่อผลิตแนวละครซ้ำ ๆ เสพสื่อซ้ำ ๆ มันไม่ใช่การเลียนแบบเท่านั้นหรอก มันคือความเคยชิน(ซึ่งน่ากลัวกว่าการเลียนแบบ)จากภาพในละครแนวซ้ำ ๆ ที่ปรากฎมาต่างหาก และ ไม่มีใครเห็นแปลกอะไรเพราะเป็นความเคยชิน เคยอ่านข่าวว่าผู้ชายข่มขืนหญิงคนหนึ่งโดยอ้างว่าผู้หญิงสมยอม เพราะผู้หญิงคนนั้นปัดป้องจากนั้นสู้แรงไม่ไหวจึงจำต้องนิ่ง ผู้ชายคนนั้นก็เทียบเคียงสิ่งเหล่านี้จากที่เห็นในละคร ก็แค่ปัดป้องพอเป็นพิธีแต่ที่จริงก็จะยอมอยู่แล้ว คิดแบบนี้ก็มีได้ จะเห็นว่ามันมีขอบเขตกั้นบาง ๆ อยู่ระหว่างละครกับเรื่องจริง กับสิ่งที่สมองวิเคราะห์ว่าอย่างไรคือบังคับ อย่างไรคือยอม

ซึ่งการทำละครดี ๆ มีสาระ ไม่ใช่หมายความว่าจะต้องโลกสวยไปทั้งหมด ทุกคนดีงาม ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นละครธรรมะ วิทยาศาสตร์ อะไรต่าง ๆ แบบนั้น เปล่าเลย จะเรื่องอะไรก็ทำเถอะ แต่ควรเป็นทั้งการสะท้อนและนำให้เห็นกันชัด ๆ ไม่ต้องรอถึงตอนจบว่าเส้นของความดีไม่ดีคืออะไร ถ้ามันเป็นเรื่องสำคัญ เป็นค่านิยมสำคัญควรสื่อให้ชัดไม่ต้องให้ตีความหรือเข้าใจคลาดเคลื่อนนะ อาจจะทิ้งประเด็นให้คิด ส่วนเรื่องความดีงามนั่นคือ model ให้คนเห็นดีด้วย ควรปฏิบัติตาม ส่วนการให้เด็กเรียนรู้ความดีชั่วจากละครอันนี้ก็ต้องพิจารณาไปตามวัยของเด็กว่าวัยไหนเหมาะสมกับการพิจารณาจากละครล่ะนะ อีกอย่างสอนจากชีวิตจริงน่าจะได้ผลกว่าแต่จะพิจารณาจากละครด้วยก็ไม่ผิดกติกาอะไร

ละคร จริง ๆ สื่ออะแหล่ะ มัน inspire คนได้นะ นักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นหลายคนมาถึงจุดนี้ได้ เพราะ สึบาสะ เรื่องของเด็กคนหนึ่งที่รักกีฬาฟุตบอลจนกระทั่งกลายเป็นกัปตันทีมชาติพาญี่ปุ่นไปบอลโลก ใครจะนึกว่ามันเป็นไปได้ หลายคนที่มีสึบาสะเป็นไอดอล ขนาดมังงะนะเนี่ย ละครเรื่อง CHANGE นำโดยนักแสดงที่มีชื่อเสียงที่สุดคนนึงในญี่ปุ่นทำวงการเมืองญี่ปุ่นสะเทือนได้ แล้วมันก็พาคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมือง มีรัฐมนตรีอายุน้อย มีรัฐมนตรีหญิงในดินแดนที่เคยครอบงำด้วยผู้ชาย Ven Conmigo ละคร soap opera เม็กซิโกถือเป็น soap opera with message เน้นเรื่อง literacy ในผู้หญิงและเด็ก ละครเรื่องนี้ดังมาก และ มันช่วยให้ผู้คนสนใจการอ่านออกเขียนได้มากขึ้น จนกระทั่งกลายเป็น trend อัตราการอ่านออกเขียนได้สูงขึ้นเลย ดังนั้นละครเป็นเครื่องมือชั้นดีอย่างหนึ่งในการสร้างชาติเลยล่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่