ขอโทษก่อนนะคะ ไม่นึกว่ายิ่งพิมพ์ยิ่งยาว แค่ขอแชร์ประสบการ์เท่านั้นคะ
ขอตอบเจ้าของกระทุ้
http://pantip.com/topic/33326581/comment93 ก่อนนะคะ
เราเลิกไปแล้วคะ เพราะการเงินเขาแย่มากๆ
เกริ่นก่อนนะคะ เราเคยคบกับคนๆนึง
ซึ่งดูท่าทีในตอนแรก นึกว่าจะเป็นคนขยันทำมาหากิน
ว่าแต่ยิ่งคบยิ่งรู้ว่า มันไม่ใช่เลย
อ่อ เล่าอายุไว้ก่อนนะคะ คนที่เราเคยคบมีอายุ 42 ปี แก่กว่าเรา 18 ปี เป็นลุกชายคนเล็กของบ้าน ที่มีเชื้อจีนและนามสกุลยังเป็นแซ่อยุ่
เพราะ ตอนแรกที่เขาเข้ามาจีบเรา
เราถามว่า เขาทำงานอะไร เขาบอกว่าที่บ้านมีกิจการส่วนตัว และ
จากการคุยกันโดยคร่าวๆ โดยส่วนตัวเขาค่อนข้างเชื่อในเรื่องธรรมะ
เราก็นึก(เอาเอง)ว่า มีกิจการส่วนตัวน่าจะเป็คนที่ทำงานเก่ง บริหารเก่ง และน่าจะเป็นผู้นำครอบครัวได้
เป็นคนที่ศรัทธาเรื่องธรรมมะ น่าจะเป็นคนดีระดับนึงไม่น่าจะมีปัญหาเจ้าชู้หรือกินเหล้าเมายาแน่ๆ
เราเลยกะว่าจะลองคบดูซักตั้ง
แต่พอคบไปซักพักหลังๆ เราก็สังเกตุว่า ทำไมเขาไปไหนมาไหน ทำไมอาศัยแต่เดินเท่านั้น
เราก็เลยถามเขาว่า :ทำไมพี่ไม่ขับมอร์ไซต์ไปอ๊ะ (เขาตอบว่า พี่ไม่มีมอร์ไซต์)
เราก็เลยเริ่มคิดว่า :อ่อมีแต่รถยนต์เหรอ เข้าใจละว่าทำไมไม่เอาออกมาขับ เปลืองน้ำมันใช่ป๊ะ (เขาตอบว่า พี่ไม่มีรถยนต์)
(จำได้ว่าตอนนั้นที่ฟังอึ้งไปเลย)
ตอนนั้นนึกว่าเขาอำเราเล่นๆ แต่ วันนั้นตอนเย็นเขาพาเราไปบ้านเขารู้จักพี่สาวและพ่อเขา และที่เขาพูดมาเป็นจริงทุกประการ
หลังจากนั้น 2 สัปดาห์
เราก็เริ่มคุยอย่างเป็นทางการมากขึ้น ให้เขาคุยกับเราเรื่องส่วนตัวของเขาและความคิดของเขาในการใช้ชีวิต
เขาเริ่มเล่าเกี่ยวกับตัวเขาว่า กิจการที่บ้านเป็นของพี่สาว เขาแค่คอยอยู่ช่วยหน้าร้าน
เรา: พี่เป็นหุ้นส่วนกับพี่สาวใช่ไหม
เขา: ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน ก็กินอยู่กับพี่สาว พี่สาวให้เป็นรายวัน วันไหนออกข้างนอกก็ให้มาบ้างเล็กน้อย (เล็กน้อยจริงๆคะ 200-300 เท่านั้น)
เรา: แล้วพี่ใช้ชีวิตยังไง
เขา: พี่แกก็บอกว่า ก็ตื่นเช้ามาสวดมนต์ กินข้าวต้มที่พี่สาวทำไว้ให้ ตอนเที่ยงก็ข้าวต้มที่เหลือ
มื้อเย็นตอนเย็น ก็ข้าวต้มที่เหลือจากตอนเที่ยง แล้วก็สวดมนต์แล้วก็เข้านอน )
เรา: เลยถามว่า ล้อเล่นใช่ปีะ
เขา: ไม่ได้ล้อเล่น
เรา: แล้วมีไปเที่ยว ไปใช้ชีวิตแบบอื่นมีบ้างไหม
เขา: ไม่เคยนะ พี่สาวไม่ให้เงินก็ไปไม่ได้)
เรา: แล้ว
เรา: พี่เรียนจบอะไรมา
เขา: ตอบว่า จบ ม.3 (เราเหวอเลย)
เรา: พี่เคยเรียนมหาวิทยาลัยไหม
เขา: พี่เรียนช่างไม่นานก็ออก พี่เรียนบัญชีก็ไม่รอด ก็เลยไม่เรียนป.ตรี (เรายิ่งเหวอออ)
คราวนี้เราเลยถามต่อเรื่องลูก
เรา: ถ้าในอนาคตเราแต่งงานกัน พี่จะหาเลี้ยงครอบครัวยังไง (ครอบครัวนี้หมายถึงลูกนะคะไม่ใช่เรา เพราะเราหาเงินเลี้ยงตัวเองได้)
เขา: ก็เรียนร.ร.วัดธรรมดานี่แหละ ค่าเทอมถูกๆ
เรา: ไม่ใช่ละ โดยส่วนตัวเราจะให้ลุกเรียนที่โรงเรียนเอกชนเท่านั้น
เขา: พี่ไม่มีเงินส่งละ
เรา: คะ
(ตอนนี้เราเริ่มตัดสินใจแล้วว่าอนาคตระหว่างเราทั้งคู่คงดับแล้วละ เรื่องลูกไปคนละแนวความคิดเลย)
(ปล.เราไม่ได้ดูถูกเด็กวัดนะคะ เราก็เป็นเด็กวัดมาก่อน แต่ที่อยากให้ลูกเรียนเอกชนเพราะเรามองถึงว่า
ในอนาคตลูกจะได้มีคอนเน็คชั่นดีดีคะ เราอยากสร้างให้เขาตั้งแต่เด็กคะ)
หลังจากเงียบไป 10 นาทีได้
เราก็เริ่มถามถึงเรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างเรากับเขาในอนาคตหลังแต่งงาน
เรา: ถ้าเราแต่งงานกัน เราจะอยู่ที่ไหนกัน
เขา: ก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพี่
เรา: แล้ว
เขา: น้องก็ต้องมาดูแลคนในครอบครัวพี่ ตื่นเช้า(มืดมาก) มาทำความสะอาดบ้าน ทำกับข้าว ซักผ้า
ออกไปทำงาน แล้วกลับบ้านมาทำกับข้าวเย็นให้พ่อ พี่สาวและพี่กิน ดุแลปรนนิบัติครอบครัวพี่
หน้าที่เราอาจจะหนักช่วงที่มีญาติๆมาเยี่ยมบ้านเพราะ หน้าที่สะใภ้ต้องปรนนิบัติดูแลคนในครอบครัวสามีทุกคนเหมือนแม่ของพี่
เรา: ซักผ้าของใคร แค่ของเราทั้งคู่ใช่ไหม
เขา: ไม่ น้องต้องซักหมดเลย ทั้งบ้าน เพราะเป็นหน้าที่สะใภ้
เรา: เอ่อ กางเกงใน เสื้อชั้นในละ
เขา: น้องซักหมดทั้งหมดละ
เรา: งั้นถ้าเราจ้างแม่บ้านละได้ไหม
เขา: ถ้าน้องจ้าง น้องต้องจ่ายเงินค่าจ้างเองนะ เพราะหน้าที่นี้เป็นของสะใภ้ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้างใครด้วยซ้ำ
เรา: (คิดในใจ เอ่อ จะหาเมีย หรือคนใช้คะ ) อ่อ คะ แล้วพี่ทำอะไรบ้างละ
เขา: พี่ก็ทำเหม่ือนเดิม
เรา: คือนั่งเฝ้าหน้าร้านอย่างเดียว
เขา: ..................................
จากเหตุการณ์ที่เล่าไปทั้งหมดนี้ เราตัดสินใจหักดิบเลิกเลย เลิกแบบไม่แคร์เลย
เขาพยายามโทรหาเราเป็น 100 สาย เราไม่รับเลยแม้แต่สายเดียว
จนเขาส่งข้อความ ซึ่งเป็นข้อความสุดท้ายว่า "ใจแข็งมากที่ไม่รับโทรเลย" และเราไม่ตอบกลับใดๆทั้งสิ้น
จบความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขา
_______________________________________________________
เลยอยากบอกว่า ที่เราเลิกกับเขา ถูกคะ
เรื่องเงินก้เป็นส่วนหนี่ง ที่
- เรามองว่า เขาไม่มีอนาคตทางการเงินเลย เขาไม่ทำงานอะไรเลย รอเงินจากพี่สาวอย่างเดียว
แล้วเขาจะเอาอะไรมาดูแลลูก ดูแลครอบครัว
ส่วนประกอบด้านอื่น
- เราไม่อยากให้ลุกเรามีพ่อแบบนี้ พ่อที่ควรเป็นฮีโร่ของลูก ต้องทำชีวิตเขาให้ดีกว่านี้สิ ต้องเป็นคนที่ลุกจะภูมิใจที่มีพอเก่งและแสนดี
และต้องทำให้อนาคตลูกดีด้วย
- เราไม่อยากเป็นคนรับใช้คะ ยอมรับคะ ว่าตั้งแต่เด็ก เราเป็นเด็กที่พ่อแม่สอนให้รับผิดชอบตัวเอง
ที่บ้านเรา แม่จะซักผ้าให้พ่อคนเดียว ของเราเราต้องซักเองแต่เราพ่วงของยายมาด้วย
และยิ่งพอมีน้องชายขึ้นมา น้องชายเราดันสปอยเราซะอีก น้องเราไม่ยอมให้เราทำงานบ้านอะไรเลย เขาบอกว่าที่พี่หาเงินให้เขากินเขาเรียน
เรื่องแค่นี้ที่เขาทำให้เรา มันไม่หนักเลย
- เราเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงมาก ให้ไปอยู่กับครอบครัวใหญ่ๆมีพี่น้องอยู่ร่วมบ้าน เรารู้สึกเลยว่าอยู่ไม่ได้แน่นอนคะ (เราเติบโตมาจากครอบครัวแบบเดี่ยว)
- แม่และยายของเรา เคยบอกไว้ก่อนจะขึ้นสวรรค์ว่า ถ้าจะหาสามี อย่าหาสามีที่มีความเป็นจีนเต็ม 100 % เพราะเราจะเป็นได้แค่คนใช้เท่านั้น(ซึ่งมันจริงมากๆ)
และมีเรื่องราวอื่นๆเข้ามาประกอบ และเรื่องที่รับไม่ได้ที่สุดคือ เรื่องลูกคะ เพราะเราตั้งใจไว้ตั้งแต่เรียนจบว่า ถ้าไม่ได้แต่งงานก็ไม่เป็นไร แต่เราจะมีลูกให้ได้ตอนที่เราพร้อม (อย่าถามนะคะ ว่าไม่แต่งจะท้องได้ไง สมัยนี้เงินซื้อได้ทุกอย่าง สเปิร์มดีดีมีขายแน่นอนคะ)
ขอบคุณที่อ่านนะคะ อยากแชร์คะ ความทรงจำครั้งนึงในชีวิต ที่เกือบต้องไปเป็นคนใช้ในฐานะสะใภ้ซะแล้ว
ขอแตกประเด็นจาก http://pantip.com/topic/33326581/comment93
ขอตอบเจ้าของกระทุ้ http://pantip.com/topic/33326581/comment93 ก่อนนะคะ
เราเลิกไปแล้วคะ เพราะการเงินเขาแย่มากๆ
เกริ่นก่อนนะคะ เราเคยคบกับคนๆนึง
ซึ่งดูท่าทีในตอนแรก นึกว่าจะเป็นคนขยันทำมาหากิน
ว่าแต่ยิ่งคบยิ่งรู้ว่า มันไม่ใช่เลย
อ่อ เล่าอายุไว้ก่อนนะคะ คนที่เราเคยคบมีอายุ 42 ปี แก่กว่าเรา 18 ปี เป็นลุกชายคนเล็กของบ้าน ที่มีเชื้อจีนและนามสกุลยังเป็นแซ่อยุ่
เพราะ ตอนแรกที่เขาเข้ามาจีบเรา
เราถามว่า เขาทำงานอะไร เขาบอกว่าที่บ้านมีกิจการส่วนตัว และ
จากการคุยกันโดยคร่าวๆ โดยส่วนตัวเขาค่อนข้างเชื่อในเรื่องธรรมะ
เราก็นึก(เอาเอง)ว่า มีกิจการส่วนตัวน่าจะเป็คนที่ทำงานเก่ง บริหารเก่ง และน่าจะเป็นผู้นำครอบครัวได้
เป็นคนที่ศรัทธาเรื่องธรรมมะ น่าจะเป็นคนดีระดับนึงไม่น่าจะมีปัญหาเจ้าชู้หรือกินเหล้าเมายาแน่ๆ
เราเลยกะว่าจะลองคบดูซักตั้ง
แต่พอคบไปซักพักหลังๆ เราก็สังเกตุว่า ทำไมเขาไปไหนมาไหน ทำไมอาศัยแต่เดินเท่านั้น
เราก็เลยถามเขาว่า :ทำไมพี่ไม่ขับมอร์ไซต์ไปอ๊ะ (เขาตอบว่า พี่ไม่มีมอร์ไซต์)
เราก็เลยเริ่มคิดว่า :อ่อมีแต่รถยนต์เหรอ เข้าใจละว่าทำไมไม่เอาออกมาขับ เปลืองน้ำมันใช่ป๊ะ (เขาตอบว่า พี่ไม่มีรถยนต์)
(จำได้ว่าตอนนั้นที่ฟังอึ้งไปเลย)
ตอนนั้นนึกว่าเขาอำเราเล่นๆ แต่ วันนั้นตอนเย็นเขาพาเราไปบ้านเขารู้จักพี่สาวและพ่อเขา และที่เขาพูดมาเป็นจริงทุกประการ
หลังจากนั้น 2 สัปดาห์
เราก็เริ่มคุยอย่างเป็นทางการมากขึ้น ให้เขาคุยกับเราเรื่องส่วนตัวของเขาและความคิดของเขาในการใช้ชีวิต
เขาเริ่มเล่าเกี่ยวกับตัวเขาว่า กิจการที่บ้านเป็นของพี่สาว เขาแค่คอยอยู่ช่วยหน้าร้าน
เรา: พี่เป็นหุ้นส่วนกับพี่สาวใช่ไหม
เขา: ไม่ได้เป็นหุ้นส่วน ก็กินอยู่กับพี่สาว พี่สาวให้เป็นรายวัน วันไหนออกข้างนอกก็ให้มาบ้างเล็กน้อย (เล็กน้อยจริงๆคะ 200-300 เท่านั้น)
เรา: แล้วพี่ใช้ชีวิตยังไง
เขา: พี่แกก็บอกว่า ก็ตื่นเช้ามาสวดมนต์ กินข้าวต้มที่พี่สาวทำไว้ให้ ตอนเที่ยงก็ข้าวต้มที่เหลือ
มื้อเย็นตอนเย็น ก็ข้าวต้มที่เหลือจากตอนเที่ยง แล้วก็สวดมนต์แล้วก็เข้านอน )
เรา: เลยถามว่า ล้อเล่นใช่ปีะ
เขา: ไม่ได้ล้อเล่น
เรา: แล้วมีไปเที่ยว ไปใช้ชีวิตแบบอื่นมีบ้างไหม
เขา: ไม่เคยนะ พี่สาวไม่ให้เงินก็ไปไม่ได้)
เรา: แล้ว
เรา: พี่เรียนจบอะไรมา
เขา: ตอบว่า จบ ม.3 (เราเหวอเลย)
เรา: พี่เคยเรียนมหาวิทยาลัยไหม
เขา: พี่เรียนช่างไม่นานก็ออก พี่เรียนบัญชีก็ไม่รอด ก็เลยไม่เรียนป.ตรี (เรายิ่งเหวอออ)
คราวนี้เราเลยถามต่อเรื่องลูก
เรา: ถ้าในอนาคตเราแต่งงานกัน พี่จะหาเลี้ยงครอบครัวยังไง (ครอบครัวนี้หมายถึงลูกนะคะไม่ใช่เรา เพราะเราหาเงินเลี้ยงตัวเองได้)
เขา: ก็เรียนร.ร.วัดธรรมดานี่แหละ ค่าเทอมถูกๆ
เรา: ไม่ใช่ละ โดยส่วนตัวเราจะให้ลุกเรียนที่โรงเรียนเอกชนเท่านั้น
เขา: พี่ไม่มีเงินส่งละ
เรา: คะ
(ตอนนี้เราเริ่มตัดสินใจแล้วว่าอนาคตระหว่างเราทั้งคู่คงดับแล้วละ เรื่องลูกไปคนละแนวความคิดเลย)
(ปล.เราไม่ได้ดูถูกเด็กวัดนะคะ เราก็เป็นเด็กวัดมาก่อน แต่ที่อยากให้ลูกเรียนเอกชนเพราะเรามองถึงว่า
ในอนาคตลูกจะได้มีคอนเน็คชั่นดีดีคะ เราอยากสร้างให้เขาตั้งแต่เด็กคะ)
หลังจากเงียบไป 10 นาทีได้
เราก็เริ่มถามถึงเรื่องการอยู่ร่วมกันระหว่างเรากับเขาในอนาคตหลังแต่งงาน
เรา: ถ้าเราแต่งงานกัน เราจะอยู่ที่ไหนกัน
เขา: ก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพี่
เรา: แล้ว
เขา: น้องก็ต้องมาดูแลคนในครอบครัวพี่ ตื่นเช้า(มืดมาก) มาทำความสะอาดบ้าน ทำกับข้าว ซักผ้า
ออกไปทำงาน แล้วกลับบ้านมาทำกับข้าวเย็นให้พ่อ พี่สาวและพี่กิน ดุแลปรนนิบัติครอบครัวพี่
หน้าที่เราอาจจะหนักช่วงที่มีญาติๆมาเยี่ยมบ้านเพราะ หน้าที่สะใภ้ต้องปรนนิบัติดูแลคนในครอบครัวสามีทุกคนเหมือนแม่ของพี่
เรา: ซักผ้าของใคร แค่ของเราทั้งคู่ใช่ไหม
เขา: ไม่ น้องต้องซักหมดเลย ทั้งบ้าน เพราะเป็นหน้าที่สะใภ้
เรา: เอ่อ กางเกงใน เสื้อชั้นในละ
เขา: น้องซักหมดทั้งหมดละ
เรา: งั้นถ้าเราจ้างแม่บ้านละได้ไหม
เขา: ถ้าน้องจ้าง น้องต้องจ่ายเงินค่าจ้างเองนะ เพราะหน้าที่นี้เป็นของสะใภ้ ไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้างใครด้วยซ้ำ
เรา: (คิดในใจ เอ่อ จะหาเมีย หรือคนใช้คะ ) อ่อ คะ แล้วพี่ทำอะไรบ้างละ
เขา: พี่ก็ทำเหม่ือนเดิม
เรา: คือนั่งเฝ้าหน้าร้านอย่างเดียว
เขา: ..................................
จากเหตุการณ์ที่เล่าไปทั้งหมดนี้ เราตัดสินใจหักดิบเลิกเลย เลิกแบบไม่แคร์เลย
เขาพยายามโทรหาเราเป็น 100 สาย เราไม่รับเลยแม้แต่สายเดียว
จนเขาส่งข้อความ ซึ่งเป็นข้อความสุดท้ายว่า "ใจแข็งมากที่ไม่รับโทรเลย" และเราไม่ตอบกลับใดๆทั้งสิ้น
จบความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขา
_______________________________________________________
เลยอยากบอกว่า ที่เราเลิกกับเขา ถูกคะ
เรื่องเงินก้เป็นส่วนหนี่ง ที่
- เรามองว่า เขาไม่มีอนาคตทางการเงินเลย เขาไม่ทำงานอะไรเลย รอเงินจากพี่สาวอย่างเดียว
แล้วเขาจะเอาอะไรมาดูแลลูก ดูแลครอบครัว
ส่วนประกอบด้านอื่น
- เราไม่อยากให้ลุกเรามีพ่อแบบนี้ พ่อที่ควรเป็นฮีโร่ของลูก ต้องทำชีวิตเขาให้ดีกว่านี้สิ ต้องเป็นคนที่ลุกจะภูมิใจที่มีพอเก่งและแสนดี
และต้องทำให้อนาคตลูกดีด้วย
- เราไม่อยากเป็นคนรับใช้คะ ยอมรับคะ ว่าตั้งแต่เด็ก เราเป็นเด็กที่พ่อแม่สอนให้รับผิดชอบตัวเอง
ที่บ้านเรา แม่จะซักผ้าให้พ่อคนเดียว ของเราเราต้องซักเองแต่เราพ่วงของยายมาด้วย
และยิ่งพอมีน้องชายขึ้นมา น้องชายเราดันสปอยเราซะอีก น้องเราไม่ยอมให้เราทำงานบ้านอะไรเลย เขาบอกว่าที่พี่หาเงินให้เขากินเขาเรียน
เรื่องแค่นี้ที่เขาทำให้เรา มันไม่หนักเลย
- เราเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูงมาก ให้ไปอยู่กับครอบครัวใหญ่ๆมีพี่น้องอยู่ร่วมบ้าน เรารู้สึกเลยว่าอยู่ไม่ได้แน่นอนคะ (เราเติบโตมาจากครอบครัวแบบเดี่ยว)
- แม่และยายของเรา เคยบอกไว้ก่อนจะขึ้นสวรรค์ว่า ถ้าจะหาสามี อย่าหาสามีที่มีความเป็นจีนเต็ม 100 % เพราะเราจะเป็นได้แค่คนใช้เท่านั้น(ซึ่งมันจริงมากๆ)
และมีเรื่องราวอื่นๆเข้ามาประกอบ และเรื่องที่รับไม่ได้ที่สุดคือ เรื่องลูกคะ เพราะเราตั้งใจไว้ตั้งแต่เรียนจบว่า ถ้าไม่ได้แต่งงานก็ไม่เป็นไร แต่เราจะมีลูกให้ได้ตอนที่เราพร้อม (อย่าถามนะคะ ว่าไม่แต่งจะท้องได้ไง สมัยนี้เงินซื้อได้ทุกอย่าง สเปิร์มดีดีมีขายแน่นอนคะ)
ขอบคุณที่อ่านนะคะ อยากแชร์คะ ความทรงจำครั้งนึงในชีวิต ที่เกือบต้องไปเป็นคนใช้ในฐานะสะใภ้ซะแล้ว