เราชอบเพื่อนคนนึงมานานเเล้ว (แทนมันว่าเต้อละกัน) ประมาณห้าปีได้ ชอบมาตั้งแต่ม.1ยันม.5 ตอนแรกๆที่เริ่มชอบ เพราะมันน่ารัก ยิ้มทีนี่ละลาย ได้ทำกิจกรรมโรงเรียนด้วยกันบ่อยๆ เวลาเป็นตัวเเทนนักเรียนไรงี้ก็จะอยู่ด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน เเล้วเราก็ชอบแวบไปหามันไง แบบเนียนๆเรื่องงานไรงี้ (แต่เพื่อนมองออกไง พวกมันก็เลยเเบบเเซวๆกัน ล้อเราว่าชอบมัน 5555) พอขึ้นม.2 เราก็ได้ทำกิจกรรมของโรงเรียนด้วยกันมากขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่าตัวติดกันแทบตลอด โดยเฉพาะตอนกีฬาสีนี่ติดกันเป็นปาท่องโก๋เลยอ่ะ เเลกเสื้อกันหนาวกันใส่ (ความจริงเราแย่งมันมาใส่เองแหละ5555) ตอนเราแข่งกีฬามันก็มาดูแลเทคแคร์ คอยเอาน้ำให้ ผ้าเย็นให้ นั่งชิดติดขอบสนามทุกแมทช์ที่เราเเข่ง น่ารักมากกก เเต่เรากับมันชอบง้องแง้งใส่กัน แบบชอบกัดกัน ทะเลาะกันบ่อยด้วยอ่ะ พอนั่นมันชอบมาดึงผมเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่เคยบอกชอบมันนะ ส่วนการกระทำมันก็ดูมากกว่าเพื่อน แต่ไม่ถึงกับแฟน เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์เราก็คลุมเครือไม่ชัดเจนมาแต่แรก ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เราปากแข็ง เเล้วมันก็เหมือนจะมีคนที่ชอบอยู่แล้วด้วย พอขึ้นมาม.3 เราก็เริ่มเหมือนห่างๆกัน เพราะเราได้ยินมาว่ามันชอบรุ่นพี่คนนึง ความรู้สึกตอนนั้นรู้แค่ว่าไม่อยากเจอหน้ามัน ไม่อยากคุยไม่อยากทัก จนกลายเป็นแค่เคยรู้จักกันไปเลย
พอขึ้นม.4 เทอม2 มีเพื่อนคนนึงมาคุยๆกับเรา(แทนเพื่อนคนนี้ว่าพีนะ) เราก็คุยกับพีมาเรื่อยๆ มีฝันดงฝันดีทุกคืน แต่ตอนแชทไม่ได้คุยกันมากมายอะไร ตอนแรกก็ไม่ได้ชอบ เพราะเรายังลืมเต้อไม่ลง ต่อมาขึ้นม.5 เทอม1 ก็ไม่มีไร คุยมาเรื่อยๆ ชีวิตราบเรียบไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่กับเต้อทั้งๆที่เวลาเดินผ่าน เจอกันไม่ทัก คือเราเมินมันเลยอ่ะ แต่ใจก็ยังชอบมันอยู่ เราชอบมองหามันที่โรงอาหาร ดูว่ามันนั่งตรงไหน คอยมองมันตอนเข้าแถว แต่ก็ไม่มีการพูดคุยกันอยู่ดี พอมาเทอมสอง มีกีฬาสีเราได้อยู่สีเดียวกับเต้อเว้ย ลงกีฬาอันเดียวกันด้วย รู้สึกโคตรแฮปปปี้ อยากให้เวลาเรียนผ่านไปเร็วๆจะได้ไปเข้าสี ไปซ้อมแบด จะได้เจอมัน ได้ซ้อมด้วยกัน ก็เริ่มคุยกัน แต่มันก็ยังไม่เหมือนเดิมอ่ะเออ เหมือนเรายังมีกำแพงกั้นกันอยู่ เเล้วพอถึงวันแข่งใช่มะ วันเเรกเราชนะหนึ่งแพ้หนึ่ง เราเสียดายมากอ่ะเพราะแพ้ไปแค่นิดเดียวเอง แข่งเสร็จเดินมาเห็นเต้อนั่งอยู่ข้างสนาม เราก็เลยเดินไปนั่งข้างมัน เอาหัวไปพิงหลังมันแค่นั้นแหละ เหมือนกำแพงเรากับมันพังลงมาเลยอ่ะ เริ่มคุยกันเหมือนเดิม เดินไปไหนมาไหนด้วยกัน ทีนี้ก็กลับมาตัวติดกันอีกละ 5555 พอจบกีฬาสีเรากับเต้อก็คุยกันมาเรื่อยๆ เริ่มขยับความสัมพันธ์ขึ้นมานิดหน่อย แต่พอถึงจุดๆหนึ่งอ่ะ เราก็คิดนะ ว่าถ้านั่นมันต้องเลือกป่ะวะ ระหว่างเต้อกับพีอ่ะ กับเต้อเราบอกเลยว่าเราชอบมันมาก มันเป็นรักแรกเราเลยเเหละ แต่ด้วยความที่มันก็ดังอยู่บ้าง มันเลยมีคนคุยด้วยเยอะใช่ป่ะ เเล้วมันเป็นคนที่ไม่ค่อยปฏิเสธคนอื่นอ่ะ เราแยกไม่ค่อยออกว่าแบบนี้เรียกรักษาน้ำใจหรือรู้สึกงั้นจริงๆ มันทำให้เรารู้สึกว่าบางครั้งเราเป็นคนพิเศษแต่พอมองไปรอบๆตัวมันก็ทำให้คนอื่นเท่ากันอ่ะ มันทำให้เราเป็นคนสำคัญในขณะที่ไม่มีตัวตนได้ เราก็เลยยังไม่เลิกคุยกับพี (ตอนคุยกับพีเรารักษาระยะห่างไว้พอสมควร) ถึงเราจะรู้สึกว่าเต้อมันสนใจเรามากกว่าที่ผ่านมาก็เถอะ แบบมันทักไลน์เรามาก่อน เป็นฝ่ายชวนเราคุย ลงรูปเราในไอจี(แต่แคปชั่นไม่มีไรพิเศษนะเหมือนเราลงรูปเพื่อนทั่วไปอ่ะ) ส่วนกับพีเราก็ยังคุยกันเหมือนเดิม เต้อมันก็คงเห็นเราเดินไปกับพีตอนเย็นบ่อยๆอ่ะ เเล้วเราก็เริ่มห่างเต้อออกมานิดนึง ต่างคนต่างเริ่มคุยกันถี่น้อยลง แต่ก็ยังคุยกันอยู่นะ พอถึงปีใหม่เค้าดาวน์ เรานอยๆไรไม่รู้เกี่ยวกับเต้อแหละมั้งจำไม่ได้ เลยทักเต้อไป (ตอนนั้นพีไปนอนเเล้วมั้ง บอกไม่ไหว นางนอนเร็วมากบางวันสองทุ่มครึ่งก็หลับละ) พอทักเต้อไปก็เลยคอลกันแปปนึง แล้วก็วาง มันจะไปอาบน้ำ ผ่านไปสองชั่วโมงได้ ถึงเที่ยงคืนละ เราก้เค้าดาวกับเพื่อนในไลน์ในเฟซ ผ่านไปแปปนึงเพิ่งเห็นไลน์เต้อมันเด้งขึ้นมาเอชเอนวายเราตอนเที่ยงคืนเป๊ะๆ เราก็เออรู้สึกดี จากที่นอยๆนี่หายไปเลย 5555 แต่ก็อย่างว่าคนมันเริ่มคุยกันน้อยลงเเล้ว จากนั้นมาจากคุยกันแทบทุกวัน ก็กลายเป็นอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง เราก็เริ่มไม่คิดอะไรเกี่ยวกับมันละ มารู้สึกหวงพีแทนอ่ะ 5555 คือกับพีอาการใจตงใจเต้นมันไม่มีเลยนะ แต่มันหวงอ่ะไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งหรือให้พีไปยุ่งกับใคร ก็เข้าใจว่ามันแลแบบหวงก้างป่ะ แต่เราก็ไม่ได้แสดงออกอะไรนะ
จนกระทั่งวันนึง ติวข้อสอบกันอยู่ มีกลุ่มผู้หญิงเรียกพีไปติวให้ นางโดนดึงไปนั่งกลางวงเลยจ้า เเล้วแบบบริเวณนั้นมันก็ใช่ว่าจะกว้างนะ เข่าชิดเข่าอ่ะง่ายๆ ละประเด็นคือ มีเพื่อนคนนึง นางนั่งซ้อนอยู่ข้างหลังพี แล้วแบบหน้าอ่ะหน้า เอี้ยวตัวขนาดนี้ชะโงกขนาดนี้ อื้อหือออ ณ จุดๆนั้นอยากเขวี้ยงหนังสือไปกลางวง รู้สึกใจมันกรุ่น พอติวเสร็จนี่เดินออกจากห้องอย่างไวอ่ะ พอหลังจากตอนนั้นเราก็เริ่มมาสังเกตตัวเองเกี่ยวกับพีละ เออเราก็เปิดใจกับพีมากขึ้นกว่าเดิม คุยกันมากขึ้นกว่าเดิม (อยากให้โอกาสพีนะเเพราะรู้สึกว่าพีจริงใจกับเราจริงๆอ่ะ คุยกันมาเป็นปี เพื่อนผู้ชายที่สนิทกับพีก็บอก มันไม่คุยกับใครเลยนะเว้ย รุ่นพี่รุ่นน้องทักมามันก็ไม่สนใจ) จนกระทั่งอาทิตย์ถัดมา เราได้ยินข่าวเต้อกับผู้หญิงคนนึง คือผู้หญิงคนนั้นเป็นคนใกล้ตัวเราเองแหละ เคยสนิทกัน (เเทนว่าเอนะ) แบบซ้อนมอไซไปไหนมาไหนด้วยกัน เต้อมันชวนเอไปวิ่งไรงี้ ตอนแรกที่รู้เพื่อนคนที่มันมาบอกถามเราเลยว่า ชอบเต้อใช่ป่ะ มันคงจับอาการเราถูกอ่ะ เราก็ตอบเปล่า แต่แค่ไม่ชอบสิ่งที่มันทำ แล้วเราก็เงียบไป คือนิ่งไปเลย ผ่านไปซักพัก เพื่อนมันจะกลับบ้านละ หันมาถามเราอีกรอบ ไม่เป็นไรแน่นะ เห็นเงียบๆไป เราก็ฝืนยิ้มให้บอกไม่เป็นไรนี่ แต่ในใจเราอ่ะมันชาวาบไปเลย เจ็บแบบหน่วงๆ อธิบายไม่ถูก ตอนแรกที่เราห่างออกมาจากเต้อ เราก็ว่าเราโอเคกับมันละนะ เเต่พอมารู้อย่างนี้อ่ะ ยิ่งเป็นคนใกล้ตัวด้วย แม่ ง ไม่โอเคจริงๆเลยว่ะ.
//เดี๋ยวมาต่ออ
คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้...(เราสองสามคน)
พอขึ้นม.4 เทอม2 มีเพื่อนคนนึงมาคุยๆกับเรา(แทนเพื่อนคนนี้ว่าพีนะ) เราก็คุยกับพีมาเรื่อยๆ มีฝันดงฝันดีทุกคืน แต่ตอนแชทไม่ได้คุยกันมากมายอะไร ตอนแรกก็ไม่ได้ชอบ เพราะเรายังลืมเต้อไม่ลง ต่อมาขึ้นม.5 เทอม1 ก็ไม่มีไร คุยมาเรื่อยๆ ชีวิตราบเรียบไม่มีเหตุการณ์อะไร แต่กับเต้อทั้งๆที่เวลาเดินผ่าน เจอกันไม่ทัก คือเราเมินมันเลยอ่ะ แต่ใจก็ยังชอบมันอยู่ เราชอบมองหามันที่โรงอาหาร ดูว่ามันนั่งตรงไหน คอยมองมันตอนเข้าแถว แต่ก็ไม่มีการพูดคุยกันอยู่ดี พอมาเทอมสอง มีกีฬาสีเราได้อยู่สีเดียวกับเต้อเว้ย ลงกีฬาอันเดียวกันด้วย รู้สึกโคตรแฮปปปี้ อยากให้เวลาเรียนผ่านไปเร็วๆจะได้ไปเข้าสี ไปซ้อมแบด จะได้เจอมัน ได้ซ้อมด้วยกัน ก็เริ่มคุยกัน แต่มันก็ยังไม่เหมือนเดิมอ่ะเออ เหมือนเรายังมีกำแพงกั้นกันอยู่ เเล้วพอถึงวันแข่งใช่มะ วันเเรกเราชนะหนึ่งแพ้หนึ่ง เราเสียดายมากอ่ะเพราะแพ้ไปแค่นิดเดียวเอง แข่งเสร็จเดินมาเห็นเต้อนั่งอยู่ข้างสนาม เราก็เลยเดินไปนั่งข้างมัน เอาหัวไปพิงหลังมันแค่นั้นแหละ เหมือนกำแพงเรากับมันพังลงมาเลยอ่ะ เริ่มคุยกันเหมือนเดิม เดินไปไหนมาไหนด้วยกัน ทีนี้ก็กลับมาตัวติดกันอีกละ 5555 พอจบกีฬาสีเรากับเต้อก็คุยกันมาเรื่อยๆ เริ่มขยับความสัมพันธ์ขึ้นมานิดหน่อย แต่พอถึงจุดๆหนึ่งอ่ะ เราก็คิดนะ ว่าถ้านั่นมันต้องเลือกป่ะวะ ระหว่างเต้อกับพีอ่ะ กับเต้อเราบอกเลยว่าเราชอบมันมาก มันเป็นรักแรกเราเลยเเหละ แต่ด้วยความที่มันก็ดังอยู่บ้าง มันเลยมีคนคุยด้วยเยอะใช่ป่ะ เเล้วมันเป็นคนที่ไม่ค่อยปฏิเสธคนอื่นอ่ะ เราแยกไม่ค่อยออกว่าแบบนี้เรียกรักษาน้ำใจหรือรู้สึกงั้นจริงๆ มันทำให้เรารู้สึกว่าบางครั้งเราเป็นคนพิเศษแต่พอมองไปรอบๆตัวมันก็ทำให้คนอื่นเท่ากันอ่ะ มันทำให้เราเป็นคนสำคัญในขณะที่ไม่มีตัวตนได้ เราก็เลยยังไม่เลิกคุยกับพี (ตอนคุยกับพีเรารักษาระยะห่างไว้พอสมควร) ถึงเราจะรู้สึกว่าเต้อมันสนใจเรามากกว่าที่ผ่านมาก็เถอะ แบบมันทักไลน์เรามาก่อน เป็นฝ่ายชวนเราคุย ลงรูปเราในไอจี(แต่แคปชั่นไม่มีไรพิเศษนะเหมือนเราลงรูปเพื่อนทั่วไปอ่ะ) ส่วนกับพีเราก็ยังคุยกันเหมือนเดิม เต้อมันก็คงเห็นเราเดินไปกับพีตอนเย็นบ่อยๆอ่ะ เเล้วเราก็เริ่มห่างเต้อออกมานิดนึง ต่างคนต่างเริ่มคุยกันถี่น้อยลง แต่ก็ยังคุยกันอยู่นะ พอถึงปีใหม่เค้าดาวน์ เรานอยๆไรไม่รู้เกี่ยวกับเต้อแหละมั้งจำไม่ได้ เลยทักเต้อไป (ตอนนั้นพีไปนอนเเล้วมั้ง บอกไม่ไหว นางนอนเร็วมากบางวันสองทุ่มครึ่งก็หลับละ) พอทักเต้อไปก็เลยคอลกันแปปนึง แล้วก็วาง มันจะไปอาบน้ำ ผ่านไปสองชั่วโมงได้ ถึงเที่ยงคืนละ เราก้เค้าดาวกับเพื่อนในไลน์ในเฟซ ผ่านไปแปปนึงเพิ่งเห็นไลน์เต้อมันเด้งขึ้นมาเอชเอนวายเราตอนเที่ยงคืนเป๊ะๆ เราก็เออรู้สึกดี จากที่นอยๆนี่หายไปเลย 5555 แต่ก็อย่างว่าคนมันเริ่มคุยกันน้อยลงเเล้ว จากนั้นมาจากคุยกันแทบทุกวัน ก็กลายเป็นอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง เราก็เริ่มไม่คิดอะไรเกี่ยวกับมันละ มารู้สึกหวงพีแทนอ่ะ 5555 คือกับพีอาการใจตงใจเต้นมันไม่มีเลยนะ แต่มันหวงอ่ะไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งหรือให้พีไปยุ่งกับใคร ก็เข้าใจว่ามันแลแบบหวงก้างป่ะ แต่เราก็ไม่ได้แสดงออกอะไรนะ
จนกระทั่งวันนึง ติวข้อสอบกันอยู่ มีกลุ่มผู้หญิงเรียกพีไปติวให้ นางโดนดึงไปนั่งกลางวงเลยจ้า เเล้วแบบบริเวณนั้นมันก็ใช่ว่าจะกว้างนะ เข่าชิดเข่าอ่ะง่ายๆ ละประเด็นคือ มีเพื่อนคนนึง นางนั่งซ้อนอยู่ข้างหลังพี แล้วแบบหน้าอ่ะหน้า เอี้ยวตัวขนาดนี้ชะโงกขนาดนี้ อื้อหือออ ณ จุดๆนั้นอยากเขวี้ยงหนังสือไปกลางวง รู้สึกใจมันกรุ่น พอติวเสร็จนี่เดินออกจากห้องอย่างไวอ่ะ พอหลังจากตอนนั้นเราก็เริ่มมาสังเกตตัวเองเกี่ยวกับพีละ เออเราก็เปิดใจกับพีมากขึ้นกว่าเดิม คุยกันมากขึ้นกว่าเดิม (อยากให้โอกาสพีนะเเพราะรู้สึกว่าพีจริงใจกับเราจริงๆอ่ะ คุยกันมาเป็นปี เพื่อนผู้ชายที่สนิทกับพีก็บอก มันไม่คุยกับใครเลยนะเว้ย รุ่นพี่รุ่นน้องทักมามันก็ไม่สนใจ) จนกระทั่งอาทิตย์ถัดมา เราได้ยินข่าวเต้อกับผู้หญิงคนนึง คือผู้หญิงคนนั้นเป็นคนใกล้ตัวเราเองแหละ เคยสนิทกัน (เเทนว่าเอนะ) แบบซ้อนมอไซไปไหนมาไหนด้วยกัน เต้อมันชวนเอไปวิ่งไรงี้ ตอนแรกที่รู้เพื่อนคนที่มันมาบอกถามเราเลยว่า ชอบเต้อใช่ป่ะ มันคงจับอาการเราถูกอ่ะ เราก็ตอบเปล่า แต่แค่ไม่ชอบสิ่งที่มันทำ แล้วเราก็เงียบไป คือนิ่งไปเลย ผ่านไปซักพัก เพื่อนมันจะกลับบ้านละ หันมาถามเราอีกรอบ ไม่เป็นไรแน่นะ เห็นเงียบๆไป เราก็ฝืนยิ้มให้บอกไม่เป็นไรนี่ แต่ในใจเราอ่ะมันชาวาบไปเลย เจ็บแบบหน่วงๆ อธิบายไม่ถูก ตอนแรกที่เราห่างออกมาจากเต้อ เราก็ว่าเราโอเคกับมันละนะ เเต่พอมารู้อย่างนี้อ่ะ ยิ่งเป็นคนใกล้ตัวด้วย แม่ ง ไม่โอเคจริงๆเลยว่ะ.
//เดี๋ยวมาต่ออ