รบกวนสอบถามผู้รู้และมีประสบการณ์คะ เนื่องจากสามีไปค้ำประกันซื้อรถยนต์ให้ญาติห่างๆ แล้วขากส่ง ตอนนี้มีหมายมาถึงแล้วคะ
โดยมีคำถามและข้อเท็จจริง ดังนี้คะ
1. คดีผู้บริโภค เช่าซื้อ ค้ำ เรียนทรัพย์คืน
2. จล.1 ผู้ซื้อ จล.2 ผู้ค้ำ
3. ผู้ซื้อ ผู้ค้ำยังติดต่อได้ แต่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์ ไม่มีที่อยู่ ให้ตามให้บังคับ ที่อยู่ตามทะเบียนราฎไม่ตรง
( เกิดคำถามใช่มั้ยคะ ว่าแล้วไปค้ำให้เค้าทำไม เนื่องจาก ณ ตอนนั้น ญาติคนนี้แลดูเริ่มจะทำงานหาเงินเป็นจริงเป็นจังแล้วคะ และต้องใช้รถทำงานจะสะดวกขึ้น ไอ้เราก็อยากให้เค้าทำงาหาเงิน สร้างความมั่นคงให้แก่ตนเองคะ - จนกระทั่งตอนนี้ ความหวังดีนั้น ย้อนมาถึงตัวเอง ที่กำลังจะสร้างตัวหาเงิน เก็บทอง เพื่อครอบครัวและลูก จะได้มีอนาคตที่ดี แต่ต้องมาถูกบั่นทอนด้วยหนี้ที่เกิดจากความไว้ใจและสงสาร และเสียโง่ครั้งใหญ่ไป T_T)
4. รถผู้ซื้อเอาไปจำนำ ตามไม่ได้
5. ฟ้องทุนทรัพย์ –
+ ค่าขาด ปย. 200,000 + ดอกเบี้ย 15% นับแต่วันฟ้อง – วันชำระเสร็จ
+ ค่าขาด ปย.วันละ 300 บ.นับแต่วันฟ้อง – วันชำระเสร็จ
+ ค่าตัวรถ 300,000
+ ค่าฤชา ธ. + ค่าทนายความ
6. ปิดหมาย 22 กุมภา 58 – จะถือว่ามีผลเป็นการได้รับหมาย นับไป 15 วันนับจากวันปิดหมายใช่มั้ยคะ คือวันที่ 9 มีนา คือวันได้รับหมายใช่มั้ย
7. และหลังจากได้รับหมายแล้ว ต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันใช่มั้ย ดังนั้น เท่ากับต้องยื่นคำให้การภายใน 24 มีนา ใช่หรือไม่
8. ตามหมาย ศาลนัดไกลเกลี่ย 16 มีนา ในวันนัด ถ้าไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ จะมีการพิจารณาคดีกันอีกทีเมื่อไหร่ ต้องหลังจากพ้นกำหนดยื่นคำให้การใช่หรือไม่
- หรือศาลจะพิจารณาคดีต่อเลยวันนั้นจบ
9. คำให้การทำเป็นวาจาได้หรือไม่
10. ถ้าทำเป็น น.ส.จำเลยทำเอง ยื่นเอง ไม่ใช้ทนายได้มั้ย
11. และคำให้การ จะยื่นโดยใช้ข้อความว่าอะไร โดยประสงค์ของเราก็คงเลี่ยงไม่ได้ หลักฐานมันเป็นเอกสาร จะเขียนอย่างไรให้ศาลสั่งลดหนี้น้อยที่สุด (แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็จะดีคะ เพราะวันที่สามีเซ็นสัญญาค้ำไปนั้น ผู้ซื้อตกลงกับผู้ขายว่าดาว 15% ปรากฎว่า มี เจ้าหน้าที่น่าจะเป็นเซลขายรถ หรืออะไรซักอย่าง โทรมาแจ้งผู้ซื้อว่า การค้ำไม่ผ่าน และผู้ซื้อก็โทรมาบอกสามีคะ ว่าไม่ค้ำผ่าน สามีก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั้งมารู้อีกทีต่อมาเมื่อผู้ซื้อขาดผ่อน 4 เดือน มีการติดตาม จึงรู้ว่าเราเป็นผู้ค้ำประกันด้วย สอบถามกับผู้ซื้อเค้าบอกว่าเค้าก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเราเป็นผู้ค้ำด้วย +อุแม่ ..... เชื่อดีมั้ยเนี๊ยะ อ้อยอย่างเราเข้าปากเค้าไปแล้ว ทำไงได้ละ+ ผู้ซื้อเค้าบอกว่า พอได้รับแจ้งว่าค้ำไม่ผ่าน เค้าก็คุยกับคนขายรถๆ ให้วางดาวน์เพิ่มเป็น 20 % ก็จะไม่ต้องใช้คนค้ำ ซื้อรถได้เลย ผู้ซื้อเค้าแจ้งว่าอย่างนั้น เค้าก็เลยเข้าใจว่าเราไม่ได้ค้ำคะ โดยวันที่สามีเซ็นสัญญาค้ำไปนั้น ก็จำอะไรไม่ค่อยได้ ลางเลือนเหลือซะเกิน มันน่า แพล่นกระบาลเสียจริง! คือนัดกับคนเอาเอกสารมา เซ็นๆและก็แยกกัน คาดว่าคงเป็นฟอร์มปล่าว ทั้งนี้ทั้งนั้น พูดไปก็ป่วยการใช่มั้ยคะ เซ็นไปแล้วนิ ไม่รู้ว่าใช้เป็นข้อมูลต่อสู้อะไรได้หรือไม่)
12. ส่วนใหญ่ ระยะเวลาผ่อนหนี้กี่ปี เดือนละเท่าไหร่ ทส.ของผู้ค้ำที่มีไม่มีอะไร (ที่ดิน บ้าน รถ ไม่มีบัญชี) มีเงินเดือนที่ยื่น ปก.ส ..ประมาณ 5-6 พัน..บ. จาก ฐานเงินเดือนที่มี ศาลจะพิจารณาให้ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ให้เราเหลือไว้ใช้ยังชีพ
13. ศาลจะลดหนี้ให้เหลือประมาณเท่าใด
14. และทุนทรัพย์ที่จะถูกบังคับนั้น มี ดอกเบี้ย จากวันผิดสัญญา นับจากวันฟ้อง นับจากวันศาลสั่งรอบแรก อีกหรือไม่ จากฐานเงินใด
15. ศาลถ้าศาลพิพากษาแล้ว แล้วเราไม่ชำระตามคำสั่งศาล อีกนานมั้ยจะถูกบังคับคดี / และศาลจะบังคับจากอะไร / สินสมรสจะถูกบังคับด้วยหรือไม่ มี ทส. รถที่จะผ่อนเสร็จ บ้นที่แม่จะโอนให้ เงินเดือน เงินฝาก / และถ้าไม่โอนชื่อ ทส.ไว้เป็นชื่อคู่สมรสเลย ไม่ว่าจะ บ้านที่แม่จะให้ในอนาคต, รถที่จะผ่อนเสร็จ,เงินเดือน ,เงินในบัญชี / ถ้าหลังจากถูกบังคับดคีแล้ว โอนชื่อรถ บ้าน ทรัพย์ต่างๆของคู่สมรส ไปเป็นชื่อลูก หรือน้อง หรือแม่ จะถือเป็นการโกง จน.มั้ย
16. อายุความบังคับดคี 10 ปี ใช่มั้ย นับจากอะไร
17. ถ้าเราต้องการไกล่เกลี่ย และ ผู้ซื้อไม่ไปด้วย จะไกลเกลี่ยได้หรือไม่ คือไกลเกลี่ยระหว่างผู้ค้ำ กับ จน.
18. ถ้าผู้ซื้อไปไกลเกลี่ย และผู้คต้ำไม่ไป และผู้ซื้อเซ็นในสัญญาประนีประนอมยอมความ คนเดียว ผู้ค้ำจะหลุดมั้ย
19. ในการไกล่เกลี่ย ส่วนใหญ่จะได้ลดประมาณเท่าใด
20. ไกล่เกลี่ย ให้ชักเจนเลยว่าผู้ค้ำจะจ่ายให้เท่าไหร่ ผู้ซื้อเท่าไหร่ได้หรือไม่
21. ถ้าประนอมเสร็จแล้ว ต้องให้ศาลตัดสิน พิพากษาตามยอม ด้วยใช่หรือไม่
22. และถ้าหลังจากนั้น ผู้ซื้อ หรือผู้ค้ำ ไม่ชำระหนี้อีก จะเกิดอะไรขึ้น
ขอบคุณมากๆคร้า
ช่วยด้วยคะ สามีแย่แล้ว ภรรยาตรอมใจมาก มีหมายศาลมาแขวนหน้าบ้าน ว่าสามีไปค้ำประกันเช่าซื้อรถยนต์ ทุกข์ใจมากคะ
โดยมีคำถามและข้อเท็จจริง ดังนี้คะ
1. คดีผู้บริโภค เช่าซื้อ ค้ำ เรียนทรัพย์คืน
2. จล.1 ผู้ซื้อ จล.2 ผู้ค้ำ
3. ผู้ซื้อ ผู้ค้ำยังติดต่อได้ แต่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์ ไม่มีที่อยู่ ให้ตามให้บังคับ ที่อยู่ตามทะเบียนราฎไม่ตรง
( เกิดคำถามใช่มั้ยคะ ว่าแล้วไปค้ำให้เค้าทำไม เนื่องจาก ณ ตอนนั้น ญาติคนนี้แลดูเริ่มจะทำงานหาเงินเป็นจริงเป็นจังแล้วคะ และต้องใช้รถทำงานจะสะดวกขึ้น ไอ้เราก็อยากให้เค้าทำงาหาเงิน สร้างความมั่นคงให้แก่ตนเองคะ - จนกระทั่งตอนนี้ ความหวังดีนั้น ย้อนมาถึงตัวเอง ที่กำลังจะสร้างตัวหาเงิน เก็บทอง เพื่อครอบครัวและลูก จะได้มีอนาคตที่ดี แต่ต้องมาถูกบั่นทอนด้วยหนี้ที่เกิดจากความไว้ใจและสงสาร และเสียโง่ครั้งใหญ่ไป T_T)
4. รถผู้ซื้อเอาไปจำนำ ตามไม่ได้
5. ฟ้องทุนทรัพย์ –
+ ค่าขาด ปย. 200,000 + ดอกเบี้ย 15% นับแต่วันฟ้อง – วันชำระเสร็จ
+ ค่าขาด ปย.วันละ 300 บ.นับแต่วันฟ้อง – วันชำระเสร็จ
+ ค่าตัวรถ 300,000
+ ค่าฤชา ธ. + ค่าทนายความ
6. ปิดหมาย 22 กุมภา 58 – จะถือว่ามีผลเป็นการได้รับหมาย นับไป 15 วันนับจากวันปิดหมายใช่มั้ยคะ คือวันที่ 9 มีนา คือวันได้รับหมายใช่มั้ย
7. และหลังจากได้รับหมายแล้ว ต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันใช่มั้ย ดังนั้น เท่ากับต้องยื่นคำให้การภายใน 24 มีนา ใช่หรือไม่
8. ตามหมาย ศาลนัดไกลเกลี่ย 16 มีนา ในวันนัด ถ้าไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ จะมีการพิจารณาคดีกันอีกทีเมื่อไหร่ ต้องหลังจากพ้นกำหนดยื่นคำให้การใช่หรือไม่
- หรือศาลจะพิจารณาคดีต่อเลยวันนั้นจบ
9. คำให้การทำเป็นวาจาได้หรือไม่
10. ถ้าทำเป็น น.ส.จำเลยทำเอง ยื่นเอง ไม่ใช้ทนายได้มั้ย
11. และคำให้การ จะยื่นโดยใช้ข้อความว่าอะไร โดยประสงค์ของเราก็คงเลี่ยงไม่ได้ หลักฐานมันเป็นเอกสาร จะเขียนอย่างไรให้ศาลสั่งลดหนี้น้อยที่สุด (แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็จะดีคะ เพราะวันที่สามีเซ็นสัญญาค้ำไปนั้น ผู้ซื้อตกลงกับผู้ขายว่าดาว 15% ปรากฎว่า มี เจ้าหน้าที่น่าจะเป็นเซลขายรถ หรืออะไรซักอย่าง โทรมาแจ้งผู้ซื้อว่า การค้ำไม่ผ่าน และผู้ซื้อก็โทรมาบอกสามีคะ ว่าไม่ค้ำผ่าน สามีก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั้งมารู้อีกทีต่อมาเมื่อผู้ซื้อขาดผ่อน 4 เดือน มีการติดตาม จึงรู้ว่าเราเป็นผู้ค้ำประกันด้วย สอบถามกับผู้ซื้อเค้าบอกว่าเค้าก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเราเป็นผู้ค้ำด้วย +อุแม่ ..... เชื่อดีมั้ยเนี๊ยะ อ้อยอย่างเราเข้าปากเค้าไปแล้ว ทำไงได้ละ+ ผู้ซื้อเค้าบอกว่า พอได้รับแจ้งว่าค้ำไม่ผ่าน เค้าก็คุยกับคนขายรถๆ ให้วางดาวน์เพิ่มเป็น 20 % ก็จะไม่ต้องใช้คนค้ำ ซื้อรถได้เลย ผู้ซื้อเค้าแจ้งว่าอย่างนั้น เค้าก็เลยเข้าใจว่าเราไม่ได้ค้ำคะ โดยวันที่สามีเซ็นสัญญาค้ำไปนั้น ก็จำอะไรไม่ค่อยได้ ลางเลือนเหลือซะเกิน มันน่า แพล่นกระบาลเสียจริง! คือนัดกับคนเอาเอกสารมา เซ็นๆและก็แยกกัน คาดว่าคงเป็นฟอร์มปล่าว ทั้งนี้ทั้งนั้น พูดไปก็ป่วยการใช่มั้ยคะ เซ็นไปแล้วนิ ไม่รู้ว่าใช้เป็นข้อมูลต่อสู้อะไรได้หรือไม่)
12. ส่วนใหญ่ ระยะเวลาผ่อนหนี้กี่ปี เดือนละเท่าไหร่ ทส.ของผู้ค้ำที่มีไม่มีอะไร (ที่ดิน บ้าน รถ ไม่มีบัญชี) มีเงินเดือนที่ยื่น ปก.ส ..ประมาณ 5-6 พัน..บ. จาก ฐานเงินเดือนที่มี ศาลจะพิจารณาให้ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ ให้เราเหลือไว้ใช้ยังชีพ
13. ศาลจะลดหนี้ให้เหลือประมาณเท่าใด
14. และทุนทรัพย์ที่จะถูกบังคับนั้น มี ดอกเบี้ย จากวันผิดสัญญา นับจากวันฟ้อง นับจากวันศาลสั่งรอบแรก อีกหรือไม่ จากฐานเงินใด
15. ศาลถ้าศาลพิพากษาแล้ว แล้วเราไม่ชำระตามคำสั่งศาล อีกนานมั้ยจะถูกบังคับคดี / และศาลจะบังคับจากอะไร / สินสมรสจะถูกบังคับด้วยหรือไม่ มี ทส. รถที่จะผ่อนเสร็จ บ้นที่แม่จะโอนให้ เงินเดือน เงินฝาก / และถ้าไม่โอนชื่อ ทส.ไว้เป็นชื่อคู่สมรสเลย ไม่ว่าจะ บ้านที่แม่จะให้ในอนาคต, รถที่จะผ่อนเสร็จ,เงินเดือน ,เงินในบัญชี / ถ้าหลังจากถูกบังคับดคีแล้ว โอนชื่อรถ บ้าน ทรัพย์ต่างๆของคู่สมรส ไปเป็นชื่อลูก หรือน้อง หรือแม่ จะถือเป็นการโกง จน.มั้ย
16. อายุความบังคับดคี 10 ปี ใช่มั้ย นับจากอะไร
17. ถ้าเราต้องการไกล่เกลี่ย และ ผู้ซื้อไม่ไปด้วย จะไกลเกลี่ยได้หรือไม่ คือไกลเกลี่ยระหว่างผู้ค้ำ กับ จน.
18. ถ้าผู้ซื้อไปไกลเกลี่ย และผู้คต้ำไม่ไป และผู้ซื้อเซ็นในสัญญาประนีประนอมยอมความ คนเดียว ผู้ค้ำจะหลุดมั้ย
19. ในการไกล่เกลี่ย ส่วนใหญ่จะได้ลดประมาณเท่าใด
20. ไกล่เกลี่ย ให้ชักเจนเลยว่าผู้ค้ำจะจ่ายให้เท่าไหร่ ผู้ซื้อเท่าไหร่ได้หรือไม่
21. ถ้าประนอมเสร็จแล้ว ต้องให้ศาลตัดสิน พิพากษาตามยอม ด้วยใช่หรือไม่
22. และถ้าหลังจากนั้น ผู้ซื้อ หรือผู้ค้ำ ไม่ชำระหนี้อีก จะเกิดอะไรขึ้น
ขอบคุณมากๆคร้า