ควรถอยหรือควรทนดีคะ?

เรากับแฟน คบกันมาจะ1ปีแล้วค่ะ ตลอดเวลาที่คบกันมา มีปัญหาตลอด  ช่วงระยะเวลาที่คบกัน แรกๆเค้าดีนะคะสุภาพบุรุษสุดๆ ให้เกียตริเราทุกอย่างเลย
แล้วเสียงส่วนมากจากคนรอบข้างเค้าก็พูดมาแต่ในด้านดี เค้าเคยโดนทำร้ายจิตใจมายังไงบ้าง  และประมานว่าเค้าคนเนี้ย อินโนเซนส์ในเรื่องของความรักเป็นอย่างมากกก โอเค!! มาเริ่มแรก เค้าดีทุกอย่างเทคแคร์สุดๆ แต่ที่ยังเคืองๆก็คือ เค้าเป็นคนที่เอาเหตุผลตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ฟังใคร เจ้าอารมณ์ค่ะ ตอนแรกเราก็คิดว่าอยู่ไปนานๆก็คงคิดได้เองแหละ ก็โตๆกันแล้ว แต่นี่ไม่ใช่สิคะ มาเริ่มออกลายทีหลัง หลังจากทราเราหม้นกันแล้ว  คือ พึ่งจะมารู้ที่หลังว่า เค้าติดยาเสพติด แรกๆก็รับไม่ได้นะคะ  แต่มาเสียใจตรงที่บางทีเค้าจะไปไหนกับเพื่อนจะอ้างเรื่องแต่งรถตลอดตังไม่พอ เราก็ต้องออกให้ ซึ่งเราไม่เคยแบมือขอตังค์เค้าซักครั้ง เค้าก็บอกได้แค่ว่ายืม ซึ่งเราก็รู้ว่ายังไงก็ไม่ได้คืนแน่นอนเราก็ทนจนเวลาล่วงเลยมาก่อนหน้าที่จะหมั้น เค้าไม่ได้เต็มใจอยากจะหมั้นเลยซักนิด เหตุผลคือ แม่ของเค้าทำงานที่ต่างประเทศ อยู่ไกลจะกลับมาก็ปีละครั้ง และเค้าก็ยังไม่มีตังค์ คือตัวเราไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมายเลยะคะ แต่อยากทำเป็นประเพณีไม่ให้ผู้ใหญ่เสียหน้า เพราะทางเราก้ไปมาหาสู่กันแล้ว จนกระทั่งยายเราป่วยหนัก จนชาวบ้านเค้าต้องมาเยี่ยม ยายเราเป็นที่รู้จักของหลายคนค่ะ หลายหมู่บ้านและเป็นที่นับถือของใครหลายๆคน และหนึางในนั้นคือญาติผู้ใหญ่ขงอเค้าที่สนิดกับทางฝั่งตาของเรา เค้าและยายของเค้ามาเยี่ยมยายของเราที่บ้านและจัดการพูดเรื่องงานหมั้นขึ้น หลังจากนั้นห้าวันยายเราได้เสียลง เค้าก็มาาร่วมงานศพยายเราทั้งครอบครัว แต่มีตัวเค้าที่มานอนที่บ้านเราช่วยงานศพยายเรา ช่วยเสริฟน้ำ และงานต่างๆพอจะทำได้ ญาติๆที่มาในงานเราต่างก็ว่าเค้านิสัยดีหมด ช่วยการช่วยงานเป็น หลังจากที่เสร็จงานศพมาได้เกือบเดือนพิธีหมั้นก็เริ่มขึ้นแบบเซ็งๆค่ะ จำได้แม่นเลยว่าเป็นวันที่12 สิงหา จัดงานแบบงงๆ ตอนเช้าทางฝ่ายญาติเค้าโทรมาบอกว่าให้ครอบครัวอยู่ให้ครบตอนเย็นจะไปหมั้น แค่นั้น พอตกเย็นมาก็มาหมั้นแบบพิธีชาวบ้านๆไม่จัดงานอะไร มีแต่คนในครอบครัวด้วยกันทั้งนั้น  แต่ที่เซ็งคือฝ่ายเจ้าบ่าวไม่อยู่เพราะย่าเค้าเสีย ก็เลยต้องขี่รถเข้าเมืองไปจองตั๋วรถเพื่อที่จะไปงานศพย่าภายในวันนั้น คือเราก็งง หมั้นยังไงไม่มีคู่หมั้นวะ--' พอหลังจากที่เค้าไปงานศพย่า ซึ่งทางฝ่ายพ่อเค้าอยากจะให้เค้าอยู่จนบวชจูงย่าเค้าแล้วค่อยกลับ แต่พอถึงวันเค้าก็แอบหนีกลับมา ด้วยเหตุผลมที่ว่าคิดถึงเรา และบอกยายเค้าว่าคิดถึงเราอยู่ไม่ได้ เลยยต้องกลับ เราก็ถามเรื่อยๆว่าเค้าถึงไหนๆแล้ว จนเข้ามาถึงตัวจังหวัดของเรา เราก้กะเวลาถูกว่าน่าจะมาถึงประมานเวลาเท่าไหร่ พอถึงเวลาที่กำหนดเค้าก็ติดต่อไม่ได้ เราก็เลยตัดสินใจขัยรถออกจากบ้านตอนดึกๆ ไปเติมตังที่หน้าหมู่บ้านเค้าหวังว่าจะเจอเค้า แต่ดันไปจ๊ะเอ๋เข้ากับรุ่นน้องเค้าคนนึง พอเค้าเจอเราเค้าก็ตกใจ เราเลยถามว่าเค้าไปไหน เลยได้คำตอบมาว่าไปอีกหมู่บ้านหนึ่งกับเพื่อน เราก็เข้าใจแล้วว่าไปทำไม เพราะหมู่บ้านนี้ขึ้นชื่อมากเรื่องยาเสพติด พอตอนเช้ามายายเค้ามาบอกให้เราควบคุมตังกับตัวเค้าไว้ให้ดีๆ เพราะญาติๆให้มาเกือบถึงหลักหมื่น เราก็ถามไปตรงๆว่าตังอยู่ไหนอะไรยังไง จะดูแลให้ เค้ากลับเอาให้เราดูแค่1000บาท บอกว่าไม่มีอีกแล้ว เชิญค้นได้ เราก็คิดว่าเค้าไม่ได้โกหกอะไร เลยกลับไปบ้านมารู้ข่าวอีกทีก็คือ เค้าเอาเงินที่ได้ไปซื้อยาจำนวนมากมาแบ่งให้เพื่อนและตัวเองได้เสพ เราก็เก็ยเรื่องนี้ไว้ไม่กล้าถาม หลังจากนั้นเค้าบังคับเราให้มาอยู่บ้านเค้า เราก็คิดว่าคงไม่เป็นไร เพราะหมู่บ้านไกลๆกัน ว่างๆจะได้กลับไปเยี่ยมตากับญาติๆ แต่ไม่ใช่เค้าไม่ยอมให้เรากลับ กลับไปก็ต้องมีเค้าคอยคุมกลับไปก็ต้องเร่งเรากลับ ห้ามนอนบ้านเรา เราอึดอัดมากตอนนั้น เราไปอยู่บ้านเค้าเราก็ไม่ได้นิ่งดูดายเราช่วยงานบ้านทุกอย่างเราทำกับข้าวทุกอย่าง และดูแลตาเค้าที่เป็นอัมพาต เดินไม่ได้ คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ เอาอึเอาฮี่ไปทิ้งไม่มีรังเกียดเรารักครอบครัวเค้าเท่าๆกับครอบครัวเรา ดูเหมือนจะดีนะ แต่ปัยหามันอยู่ที่ตัวเค้า งานการไม่ยอมไปทำ บอกเราได้แค่ว่าขี้เกียด ออกบ้านตลอดไม่เคยอยู่ติดบ้าน พอเราโทรตามไปตามก็โวยวายใส่เราตะคอกและด่าเราต่อหนาทั้งมที่บ้านและต่อหน้าคนอื่น พูดไม่เคยถนอมน้ำใจเราเลย เราทำได้แค่ร้องไห้ตากับยายเค้าก็บอกให้เราแค่ทน ทนมาตลอดทนมาเป็นปี จนถึงช่วงหนึ่งจุดเปลี่ยนของชีวิต
เรารู้จักคนๆหนึ่งที่เข้าใจเราทุกอย่างและรับได้ทุกอย่างที่เราเจอมา เค้ามาในฐานะเพื่อนที่มารับฟังคำปรึกษา มีอะไรหนักใจบอกได้ตลอด จนเราสบายใจขึ้นเยอะช่วงนั้นเค้ายิ่งเหลวแหลกมากกว่าเดิม เรามีตังคืเท่าไหร่เค้าเอาไปหมดไม่เหลือ บางทีที่เราไม่เผลอก็บอกแค่ว่าเพื่อนมายืม เพื่อนคนนี้สำคัญเค้าต้องให้ เรามีอยู่แค่นี้ ถ้าไม่ให้เค้าก็ด่าโวยวาย ทำลายข้าวของ คำพูดที่แสนดีหายไปหมด ผู้ชายที่แสนดีที่หายไปเหลือแต่ไอ้ขี้ยา  บางที ก้ไล่เราไปทำกับข้าว ทำเป็นหว่านล้อมให้ตายใจพอเราเผลอแค่นั้นเงินหายรถหาย กลับมาอีกทีก็ตี4ตี5 จนถึงวันที่แตกหักจริงๆถึงขนาดครอบครัวเค้าทนไม่ได้คือ เราตื่นนอนขึ้นมาจะไปซื้อของมาทำกับข้าว ซึ่งตังค์ที่เหลืออยู่คือ100บาทเป็นตังที่เหลืออยู่ตอนนั้นจึงต้องประหยัดเข้าไว้ ในตอนที่ออกไปหยิบกุญแจรถก็มองไปไม่เห็นรถมอเตอร์ไวที่จอดอยู่ จึงโทรตามเค้าขอรถคืนจะเอาไปซื้อของ คำตอบที่ได้กลับมาแทบอึ้งคือ เงินอยู่กับเค้าและเค้าใช้หมดแล้วเหลือเศษๆแค่ยี่สิบบาท   เราเลยบอกว่านี่มันเงินทั้งหมดที่เหลืออยู่นะ เอาไปใช้ไม่ว่าแต่ทำไม ไม่ขอก่อน เค้าก็ท่าทางจะดกรธเรามากและด่าเราด้วยคำหยาบคายและบอกอีก10นาทีจะเข้ามา  เค้าจอดรถ และเดินเข้ามาฟาดประตู มาด่าเราพร้อมทั้งฉีกตังค์20บาทที่เหลือฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตาเรา เราเลยคว้ามอเตอร์ไซค์ได้ขี่กลับบ้านเราทันทีและตัดสินใจว่าจะไปทำงานที่กรุงเทพคนเดียว เลยปรึกษาคนทางบ้านก่อนคำตอบคือไม่มีใครให้ไปซักคน ซักพักมีญาติหมู่บ้านเค้าขี่รถมาตามเรากลับไป บอกว่ายายเค้าไม่สบาย เป็นไข้หนักทั้งๆที่ก่อนมาดีๆอยู่ เราเลยมองหน้ากับตาเรา ตาเลยถามว่าแล้วแฟนเราล่ะไปไหน คำตอบที่ได้คือไม่รู้ไปไหนเห็นขี่รถออกไปเมื่อกี๊ เราเลยต้องขี่รถกลับไปดู ปรากฏว่ายายเค้าไม่ได้เป็นอะไร และแฟนเราก็อยู่บ้าน อาการงง จึงเกิดขึ้น  เราก็รัวคำถามใส่เลย สรุปคือแกบอกว่าเป็นไข้ตัวไม่ร้อน อาการปกติ และทำเป็นเหมือนไม่รู้ไม่ชี้อะไร และบอกให้เราไปทำกับข้าวตอนเย็น ซึ่งเราก็งง ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ ว่าแกพยายามยื้อเรากลับมา แต่มันแบบรู้สึกจริงๆ เราทั้งน้อยใจทั้งโกรธแฟนเราเลยร้องไห้มันกลางครัวนี่แหละ ตาเค้าเห็นเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็เล่าให้ตาเค้าฟังทั้งหมด จึงได้มาปรึกษากันระหว่างเรากับตายายของเค้า สรุปคือเราต้องดัดนิสัยเค้าด้วยการห่างกับเค้าซักเดือน และยื่นข้อเสนอให้ปรัปตัวใหม่ หลังจากนั้นเราก็ออกมาเก็บข้าวของออกจากบ้านเค้าและคิดว่าจะไปทำงานที่กรุงเทพ กับคนที่คุยกันแต่ในฐานะเพิ่อนเค้าก็สรรหางานให้ทำ ระหว่างเรากับเค้าเริ่มจะผุกพันธ์กันขึ้น เรารู้ว่าเราผิดแต่เราหักห้ามใจไม่ไหว เราถลำมาได้ไม่นาน  แฟนเราเค้าก็ดีขึ้น จากที่ฟังมาจากใครหลายๆคนเราจึงกลับไปหาเค้า แต่ผลสุดท้ายคือ ยิ้มเหมือนเดิม เราคิดเลยหละว่าเราจะเลิกแบบเด็ดขาด    จึงกลับมาทำงานที่กรุงเทพต่อ อีกไม่นานก็โดนทางบ้านเราและเค้าเรียกตัวกลับไป กลับไปหาเค้า ซึ่งเราจำเป็นต้องทิ้งคนนั้นคนที่ดีกับเรา พอเรากลับมาเค้าก็เหมือนจะดีครั้งนี้แต่สุดท้ายแม่เค้าจะเอาเรากับเค้าไปทำงานที่ต่างประเทศด้วย เราอยากไปเราเลยทนเพราะเราอยากเลี้ยงแม่กับน้อง แม่เราหนี้สินเยอะ เราเลยจำเป็นต้องทน พอวันหนึ่งเราถูกเค้าจับได้ว่าเราเคยนอกใจเค้า เราโดนเค้าทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งตบทั้งถีบทั้งทุ ทั้งตี สาระพัด เจ็บมาก หลายคนอาจจะสมน้ำหน้าเรานะ เราก็ว่าสมควรแล้วล่ะ แต่ในที่นี้คือเราไม่ได้ไปยุ่งกับคนๆนั้นอีกแล้วเรายอมรับว่าผิดจริงที่ทำไปเพราะเราอยากหาคนใหม่เบื่อแล้วกับคนนิสัยแบบนี้   แต่สุดท้ายคำพูดเค้าก็หว่านล้อมให้เรากลับมาอยู่ในคอกควายเหมือนเดิม จนถึงทุกวันนี้ เค้ายังเอาเรื่องนั้นมาทะเลาะกับเรา ได้ทุกวัน พอเค้าหาเรื่องทะเลาะ กับเราก็จะเกิดปัยหาตบตีเราขึ้นมา ตอนนี้เราก็ไม่ได้นอกใจเค้า และไม่ได้ทำผิดอะไรอีก เราดูแลเค้าทุกอย่างแต่ทำอะไรเราโดนด่ทุกอย่างเลย ไม่พอใจ็เตะเรา เราอยากไปจากเค้ามากแต่พอมานึกถึงเรื่องว่าถ้าไม่มีเราใครจะดูแลเค้าเพราะเราทำให้ทุกอย่างกับข้าวเค้าทำไม่เป็นซักอย่างถ้าไม่มีเราใครจะทำให้เค้ากิน ในฐานะที่เราดูแลเค้าทุกอย่างมันต้องห่วงเป็นธรรมดานะคะ แต่แบบเราทนไม่ไหว ไปทำงานก็ขี้เกียด โดนไล่ออกไม่รู้กี่ที่ต่อกี่ที่ งานง่ายๆเช่นขนายโทศัพท์ก็ทำไม่ได้ เลือกงานมาก  เลือกงานไม่ดูว่าตัวเองจบแค่วุฒม.3  เห้ออ ลำบากใจค่ะ อยู่ต่อไปก็ทุกข์ กลับบ้านไปก็ไม่มีงานทำ ทำยังไงดีคะ ที่เราทนอยู่ทุกวันนี้เราแค่อยากทำงานหาเงินใช้หนี้และเลี้ยงน้องช่วยแม่เรา ถ้าเราเลิกกับเค้าและกลับไปบ้านเราก็ขาดรายได้เเถมยังเป็นภาระให้แม่อีก ทำยังไงดีคะ คบต่อหรือทนอยู่ต่อไปดี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่