เตือนสำหรับคนที่จะไปเวียดนาม ที่นั้นห้ามนำขาตั้งกล้องขึ้นเครื่องบิน

เป็นเรื่องที่ดูเล็กน้อย ที่ก็อาจจะไม่เล็กเพราะส่งผลถึงเงินที่จะต้องเสียเป็นหลักพันบาท
และก็เห็นว่าคนไทยไปเที่ยวเวียดนามกันไม่น้อยเลยมาเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนๆดีกว่า

ปกติอุปกรณ์ขาตั้งกล้องเล็กๆเช่น ขาตั้งกล้อง compact ถ้าใส่ถุงขาตั้งกล้องใส่กระเป๋า จะเป็นสิ่งที่เราสามารถ carry on ได้ สำหรับคนที่บิน low cost airline ก็ไม่ต้องซื้อน้ำหนักเพื่อโหลดมัน สนามบินในไทยทุกๆสนามบิน สนามบินต่างประเทศ หลายประเทศที่ผมไปมาก็ไม่เจอข้อห้ามนี้ เวลาผ่านจุดสแกนเช็ค ก่อนเข้า gate ปกติจะมีป้ายบอกไว้ว่าห้ามนำสิ่งใดขึ้นเครื่องบ้าง เช่นของแหลม ของมีคม ของหลว อุปกรณ์โน้นนี้นั้น มากมาย แต่ ขาตั้งกล้องเป็นสิ่งที่ยกเว้น

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผมเดินทางไปก็หลายที่ในไทย รวมถึงประเทศต่างๆ กี่ครั้งกี่ไฟลท์ไม่เคยถูกห้ามนำขาตั้งกล้องขึ้นเครื่อง

แต่ที่สนามบินในเวียดนามนี้คือสิ่งต้องห้าม

ผมมารู้ก็เมื่อตอนเครื่องลงที่ ไซง่อน และผมต้องต่อเครื่องไป ดานัง ตอนไปต่อเครื่องที่ domestic terminal

หลังจากผมไป check-in เสร็จ ก็กำลังจะไปต่อแถวเพื่อสแกนกระเป๋าก่อนเข้า Gate พอถึงคิวผม เจ้าหน้าที่บอกว่า ขาตั้งกล้องห้ามนำขึ้นเครื่อง ต้องไปโหลดเท่านั้น พอได้ยินผมหน้าเสียทันที เพราะผมบินกับ vietjet (เป็นสายการบิน low cost ของที่นั้นคล้ายๆ airasia) และการที่ต้องนำของไปโหลดตอนนี้แปลว่าผมต้องจ่ายเงินในอัตราหน้าเค้าเตอร์ ซึ่งแน่นอนมันจะแพงมาก (ระหว่างนั้นผมเหลือบไปเห็นป้ายประกาศว่าห้ามนำสิ่งใดขึ้นเครื่องบ้าง มีรูปขาตั้งกล้องเป็นสิ่งต้องห้ามของที่นั้นจริงครับ) ผมจึงเดินกลับไปที่ Counter Check-in เพื่อบอกเขาว่าผมจะโหลดขาตั้งกล้อง และถามว่าราคาเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่รับขาตั้งกล้องไปและเขียนใบอะไรสักอย่างให้ผมนำใบนี้ไปจ่ายเงินที่เค้าเตอร์ชำระเงินข้างๆ ระหว่างที่รอต่อคิวเพื่อจะจ่ายเงิน ใจก็เริ่มร้อนแล้วเพราะว่าใกล้เวลา Boarding พนักงานที่เค้าเตอร์จ่ายเงินก็ทำงานกันหวานเย็นมาก เนิบๆ พอถึงคิวผมเจ้าหน้าที่รับใบไป และเขียนๆพิมพ์ๆอะไรสักพัก แจ้งว่าต้องชำระเงินเท่าไหร่ ปรากฏว่า ผมต้องจ่ายเป็นล้านดองเลยครับ ผมกดคำนวนเงินในมือถือปรากฏว่าตก1500 เกือบ 1600 บาทได้ ผมลองถามเขาว่าทำไมแพงจัง ของผมเป็นแค่ขาตั้งกล้องเล็กๆนะ สักพักพนักงานเอาใบไปเขียนๆใหม่ และแจ้งยอดใหม่ (ลดลงมานิดหนึง เหลือประมาณ 1400 บาท) ผมคิดในใจ เห้ย! มีต่อราคาได้ด้วยเหรอวะเนียะ 555  ผมถามว่าลดกว่านี้ได้ไหม เขาบอกว่าไม่ได้ราคานี้แล้ว ผมคิดคำนวนแล้ว ขาตั้งกล้องผมมันอันเล็กๆ เป็นขาตั้งกล้อง compact ตอนซื้อ ซื้อมาในราคาพันเดียว และก็เก่าแล้วด้วยซื้อมาหลายปีแล้ว แต่ผมต้องมาเสียค่าโหลดพันกว่าบาท(ยังไม่รวมค่าโหลดขากลับจากดานัง) ผมตัดใจทิ้งไปเลยดีกว่า จะฝากก็ไม่รู้จะไปฝากใคร ถ่ายก็ถ่ายมือปกติเอาแล้วกัน จึงตัดสินใจไม่จ่ายเงินและเดินกลับออกมาเพื่อไปรับ Boarding pass และ passport คืน ต้องกลับไปต่อแถวหน้าเค้าเตอร์อีกเป็นรอบที่ 3 ( รอบแรกตอนมาเช็คอินครั้งแรก รอบที่สองตอนจะเอาขาตั้งกล้องไปโหลด รอบนี้เพื่อไปรับ Boarding pass คืน) ตอนนำขาตั้งกล้องไปโหลดที่เค้าเตอร์ ตอนเจ้าหน้าที่เขียนใบให้ไปจ่ายเงิน เขาเก็บ Passport กับ boarding pass เอาไว้ พอถึงคิวผมบอกว่ามารับ boarding pass คืน เจ้าหน้าที่ก็ส่งคืนมาให้ ผมรีบวิ่งเลยครับ เพราะตอนนั้นถึงเวลา Board แล้ว ยังครับต้องผ่านจุดสแกนสัมภาระก่อนเข้า gate อีก (ยาวมากกกกก) พอผ่านไปได้รีบวิ่งเลย ตอนกำลังจะขึ้นเครื่องผมหยิบตั๋วขึ้นมาดูเห้ย! ทำไมที่ตั๋วมันมีแท็ก barcode สัมภาระติดอยู่ คิดในใจต้องมีอะไรที่ผิดพลาดแน่ๆ พอถึงดานัง ผมลองเดินไปดูที่สายพาน ดูดิมันจะมีขาตั้งกล้องเรามาไหม

ปรากฏเห้ย! มีจริงด้วย 555 มาได้ไงวะ ตอนั้นคิดว่าเจ้าหน้าที่ต้องทำอะไรผิดพลาดแน่ๆ คิดในใจตอนขากลับ เขาจะมาตามปรับผมทีหลังไหมเนียะ (ขากลับจากดานังมาไซ่งอนกลับ vietjet เหมือนเดิม)

หลังจากนั้นผ่านไป 3 วันผมต้องเดินทางกลับ ต้องไปต่อเครื่องที่ไซ่ง่อนเหมือนเดิม บิน vietjet ไปไซ่ง่อนเหมือนเดิม ก่อนจะมาผมได้ทำการเข้าไปซื้อโหลดในเว็บล่วงหน้าไว้แล้ว ขั้นต่ำ ประมาณสองร้อยกว่าบาท (ครั้งนี้เต็มใจซื้อ ขาตั้งกล้องพันหนึง แต่โหลดมันแค่สองร้อยกว่าเอาวะ 555) ผ่านเค้าเตอร์เช็คอินที่ดานังมาก็ปกติ ไม่มีการตามมาเก็บเงินค่าโหลดขามา 555

ยังไม่จบครับ

พอถึงไซ่ง่อน ผมต้องต่อเครื่อง Thai Airasia เพื่อที่จะกลับกรุงเทพ ผ่านเค้าเตอร์เช็คอินมาปกติ พอถึงหน้าจุดสแกนก่อนเข้า gate ผมเดินไปดูป้ายห้ามสิ่งของนำขึ้นเครื่อง ก็เห็นนะครับว่าที่ป้ายมีบอกไว้หมดว่าห้ามอะไรบ้างแต่ไม่มีขาตั้งกล้องอยู่ใน list นั้น (แต่ที่ domestic นี้มีบอกไว้ชัดเจน) พอถึงคิวผมสแกน สแกนเสร็จรับกระเป๋ากลับมากำลังจะเดินไป เจ้าหน้าที่เรียกกลับมาแล้วบอกว่าห้ามนำขาตั้งกล้องขึ้นเครื่อง อ้าวเห้ยอะไรวะ!

ถึงตรงนี้เพื่อนๆอาจคิดว่า ทำไมครั้งนี้ผมไม่ซื้อโหลดล่วงหน้าแบบตอนขากลับจากดานังละ คืออย่างนี้ครับ ตอนนั้นผมคิดว่าข้อห้ามนี้อาจจะเป็นข้อห้ามเฉพาะการบินภายในประเทศเท่านั้น อย่างที่บอกไปประเทศไหนก็ไม่เคยเจอห้ามแบบนี้ และคิดว่าคงเป็นกฏเฉพาะภายในประเทศของเขา และตอนอยู่เค้าเตอร์เช็คอิน เจ้าหน้าที่ก็ไม่พูดอะไร ตอนเช็คอินถึงจะไม่ได้โหลด แต่ก็ต้องยกสัมภาระทั้งหมดให้เขาชั่งที่สายพานว่านักเกินกำหนดไหม เจ้าหน้าที่ก็เห็นขาตั้งกล้องผมนะ ไม่เห็นพูดอะไร และอย่างที่บอกก่อนจะไปสแกนผมได้เดินไปดูป้ายแล้วก็ไม่มีสิ่งนี้ในข้อห้าม แต่พอสแกนเสร็จเจ้าหน้าที่บอกว่าห้าม ตอนนี้ผมเริ่มรำคาญกับที่นี้ละ ผมก็เถียงไปว่า ตอนผมมาจากไทยผมก็เอาขึ้นมา และเครื่องที่ผมจะขึ้นก็เครื่องของไทย และที่สำคัญทำไมป้ายห้ามตรงนั้น (ผมชี้มือไป) ไม่มีบอกห้ามไว้ เจ้าหน้าที่ก็ได้แต่ตอบว่าไม่ได้ห้ามนำขึ้น ตอนนั้นคือเบื่อละเลยถามว่าจะให้ทำไง ผมไม่ซื้อโหลดแล้ว ตอนผมมาจากไทยผมไม่ต้องโหลด และป้ายของคุณก็ไม่ได้บอกไว้ ถ้าให้โหลดตอนนี้ผมไม่โหลดแล้ว พนักงานเขาก็เดินไปคุยกับพนักงานอีกคน คุยๆกัน สักพักเดินมาบอกว่า โอเคไปได้ แต่ถ้าครั้งหน้าคุณห้ามนำขึ้นนะ ผมก็ thank you และเดินออกมา

ก็มีเท่านั้นครับเรื่องที่จะเล่า ก็เลยเอามาเตือนสำหรับคนที่จะไปประเทศนี้และมีขาตั้งกล้อง คุณต้องโหลดเท่านั้น ซื้อล่วงหน้ามาเลยจะได้ไม่เสียเงินแพงที่สนามบิน เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าการจัดการของสนามบินในเวียดนามค่อนข้างไม่เป็นระบบ เรื่องขาตั้งกล้องนี้ผมเชื่อว่าหลายคนไม่รู้และคุณจะไม่มีทางรู้เลยจนเมื่อไปถึงสนามบินแล้ว ไม่มีการบอกกล่าวไว้ในเว็บตอนซื้อตั๋วก็ไม่เห็นมีบอก ถ้าไม่เคยไปจะไม่รู้เลย ฝากไว้แค่นี้ครับ จะได้ไม่เสียเงินกันแพงๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่