ตั้งแต่เจอบริษัทนึงเปิดเพจรับออกแบบกราฟิกในราคาไม่สูงแต่เงื่อนไขรองรับลูกค้าจนน่ากลัว อย่าง "แก้ได้ไม่จำกัด" เป็นต้น
การแก้ไขงานสำหรับนักออกแบบกราฟิก โดยเฉพาะผู้ที่รับงานฟรีแล้น การกำหนดขอบเขตการแก้ไขนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคุณอาจเจอการแก้ไขที่ไม่จบไม่สิ้น การแก้ไขจุดเล็กจุดน้อย มันอาจดูง่ายในสายตาลูกค้า แต่สำหรับคนออกแบบ บางครั้งมันอาจทำให้ต้องปรับหรือรื้องานใหม่ ยิ่งในสายงานที่ต้องทำภาพเคลื่อนไหว การแก้งานหนึ่งครั้ง หมายถึงการต้องมานั่งเรนเดอร์งานและเอกพอตใหม่ ซึ่งใช้เวลานานมาก ยังไม่นับที่ว่าบางครั้งการแก้จุดนึงอาจต้องแก้ส่วนอื่นด้วยทั้งหมด
เมื่อเวลาหมดไปกับการแก้ไข แน่นอนว่านักออกแบบไม่ได้ทำงานชิ้นเดียวแล้วสามารถอยู่รอดได้ ในระยะเวลานั้นๆ ก็จะมีงานอื่นที่ต้องทำ หรืออาจรวมไปถึงธุระส่วนตัวที่ต้องปฏิบัติ รวมค่าไฟ ค่าเสียเวลาเข้าไป ทำให้นักออกแบบซีเรียสมากกับการที่ต้องกำหนดแนวทางการแก้ไขไว้ก่อนจะเริ่มงาน แต่นี่ชิ้นงานราคาหลักพันต้นๆ สามารถ "แก้ไขได้ไม่จำกัด" นั่นหมายถึงเราต้องสละเวลา เสียไฟฟ้าที่ใช้ไป ให้กับจำนวนเงินเท่านี้ ซึ่งมองยังไงก็ไม่คุ้ม
นั่งคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องนี้มาหลายวัน บ้างก็นั่งคิดกำหนดราคาและเงื่อนไขเล่นๆว่า ทำยังไงถึงจะสู้ได้ ตอนแรกก็คิดว่าอย่าไปสนใจมากกับตลาดล่าง แต่วันนี้มานึกขึ้นได้ถึงกรณีของ นครชัยแอร์ ที่เปิดตัว Taxi กับ องค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง CP เลยคิดขึ้นได้ว่า เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่การแข่งขันของตลาดล่างแล้ว มันคือการปรับตัวเพื่ออยู่รอดของบริษัท มีบุคลากร มีพนักงาน มีลูกค้า มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างนักออกแบบกับลูกค้า ก็เลยจัดการแก้ปัญหาเหล่านั้นไปซะเลย เหมือนที่ นครชัยแอร์ ทำ
ถ้าจะถามว่าทำไมถึงอ้าง CP ขึ้นมา CP ทำเซเว่น คนชอบกินลูกชิ้นปิ้ง เซเว่นก็มีลูกชิ้นปิ้งขาย คนชอบกินกาแฟชง เซเว่นก็เปิดร้านกาแฟชงในเซเว่น ข้าวเหนียวหมูปิ้งก็มี อาหารตามสั่งก็มี ไคลแมกของสิ่งเหล่านี้เลยคือ "ราคาเท่ากับร้านข้างนอก" นั่นหมายถึงว่า พ่อค้าแม่ค้ากำลังเจอวิกฤต นักออกแบบที่เป็นฟรีแล้นก็เหมือนกันที่อาจกำลังเจอวิกฤต ในเมื่อบริษัท บริษัทนึง กำลังพยายามฮุบลูกค้าส่วนใหญ่มาไว้ในกำมือ และคิดว่าคงจะทำได้ เพราะลูกค้าก็อยากได้ความสะดวก ในราคาที่ย่อมเยาว์ จริงๆอาจจะเอาไปเปรียบกับ สายการบินอย่าง การบินไทย นกแอร์ แอร์เอเชีย ได้ด้วยซ้ำ นักออกแบบราคาสูงที่มีมาก่อน ก็เหมือนการบินไทย ที่ก็ยังคงมีฐานลูกค้าระดับสูงใช้งานอยู่ แต่ก็กำลังถูกสั่นคลอน โดยสายการบินโลวคอส อย่างนกแอร์ และแอร์เอเชีย
คำถามคือ ต้นทุนจริงๆแล้วของนักออกแบบมันสูงจริงหรือแค่ภาพลวงตา แล้วถ้าเป็นแบบนี้ เราควรปรับตัวหรือยึดมั่นในแนวทางที่เป็นอยู่ ที่แน่ๆเลย อาชีพฟรีแล้นบ้านเราโหดร้ายจริงๆ มันอาจไม่ใช่อาชีพทางเลือกที่สวยหรูอีกต่อไป การแข่งขันสูงขึ้น แต่ความต้องการของตลาดไม่ได้สูงตาม สำหรับพนักงานประจำแต่ละบริษัทก็เลือกใช้บุคลากรเพียงไม่กี่คนในการผลิตงาน เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้สำคัญอะไรนัก ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มต้นทุนให้กับด้านนี้ ถ้าใครคิดจะมาทางนี้ ต้องขวนขวาย ต้องเก่งและเก่ง เก่งจนโดดเด่นเท่านั้นถึงจะอยู่รอด!!!
#ร้องไห้หนักมาก
เมื่อบริษัทรับออกแบบกราฟิก เปิดเพจรับงานในเงื่อนไขที่ "สามารถแก้ได้ไม่จำกัด" ในราคาหลักพันต้นๆ
การแก้ไขงานสำหรับนักออกแบบกราฟิก โดยเฉพาะผู้ที่รับงานฟรีแล้น การกำหนดขอบเขตการแก้ไขนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะคุณอาจเจอการแก้ไขที่ไม่จบไม่สิ้น การแก้ไขจุดเล็กจุดน้อย มันอาจดูง่ายในสายตาลูกค้า แต่สำหรับคนออกแบบ บางครั้งมันอาจทำให้ต้องปรับหรือรื้องานใหม่ ยิ่งในสายงานที่ต้องทำภาพเคลื่อนไหว การแก้งานหนึ่งครั้ง หมายถึงการต้องมานั่งเรนเดอร์งานและเอกพอตใหม่ ซึ่งใช้เวลานานมาก ยังไม่นับที่ว่าบางครั้งการแก้จุดนึงอาจต้องแก้ส่วนอื่นด้วยทั้งหมด
เมื่อเวลาหมดไปกับการแก้ไข แน่นอนว่านักออกแบบไม่ได้ทำงานชิ้นเดียวแล้วสามารถอยู่รอดได้ ในระยะเวลานั้นๆ ก็จะมีงานอื่นที่ต้องทำ หรืออาจรวมไปถึงธุระส่วนตัวที่ต้องปฏิบัติ รวมค่าไฟ ค่าเสียเวลาเข้าไป ทำให้นักออกแบบซีเรียสมากกับการที่ต้องกำหนดแนวทางการแก้ไขไว้ก่อนจะเริ่มงาน แต่นี่ชิ้นงานราคาหลักพันต้นๆ สามารถ "แก้ไขได้ไม่จำกัด" นั่นหมายถึงเราต้องสละเวลา เสียไฟฟ้าที่ใช้ไป ให้กับจำนวนเงินเท่านี้ ซึ่งมองยังไงก็ไม่คุ้ม
นั่งคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องนี้มาหลายวัน บ้างก็นั่งคิดกำหนดราคาและเงื่อนไขเล่นๆว่า ทำยังไงถึงจะสู้ได้ ตอนแรกก็คิดว่าอย่าไปสนใจมากกับตลาดล่าง แต่วันนี้มานึกขึ้นได้ถึงกรณีของ นครชัยแอร์ ที่เปิดตัว Taxi กับ องค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง CP เลยคิดขึ้นได้ว่า เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่การแข่งขันของตลาดล่างแล้ว มันคือการปรับตัวเพื่ออยู่รอดของบริษัท มีบุคลากร มีพนักงาน มีลูกค้า มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างนักออกแบบกับลูกค้า ก็เลยจัดการแก้ปัญหาเหล่านั้นไปซะเลย เหมือนที่ นครชัยแอร์ ทำ
ถ้าจะถามว่าทำไมถึงอ้าง CP ขึ้นมา CP ทำเซเว่น คนชอบกินลูกชิ้นปิ้ง เซเว่นก็มีลูกชิ้นปิ้งขาย คนชอบกินกาแฟชง เซเว่นก็เปิดร้านกาแฟชงในเซเว่น ข้าวเหนียวหมูปิ้งก็มี อาหารตามสั่งก็มี ไคลแมกของสิ่งเหล่านี้เลยคือ "ราคาเท่ากับร้านข้างนอก" นั่นหมายถึงว่า พ่อค้าแม่ค้ากำลังเจอวิกฤต นักออกแบบที่เป็นฟรีแล้นก็เหมือนกันที่อาจกำลังเจอวิกฤต ในเมื่อบริษัท บริษัทนึง กำลังพยายามฮุบลูกค้าส่วนใหญ่มาไว้ในกำมือ และคิดว่าคงจะทำได้ เพราะลูกค้าก็อยากได้ความสะดวก ในราคาที่ย่อมเยาว์ จริงๆอาจจะเอาไปเปรียบกับ สายการบินอย่าง การบินไทย นกแอร์ แอร์เอเชีย ได้ด้วยซ้ำ นักออกแบบราคาสูงที่มีมาก่อน ก็เหมือนการบินไทย ที่ก็ยังคงมีฐานลูกค้าระดับสูงใช้งานอยู่ แต่ก็กำลังถูกสั่นคลอน โดยสายการบินโลวคอส อย่างนกแอร์ และแอร์เอเชีย
คำถามคือ ต้นทุนจริงๆแล้วของนักออกแบบมันสูงจริงหรือแค่ภาพลวงตา แล้วถ้าเป็นแบบนี้ เราควรปรับตัวหรือยึดมั่นในแนวทางที่เป็นอยู่ ที่แน่ๆเลย อาชีพฟรีแล้นบ้านเราโหดร้ายจริงๆ มันอาจไม่ใช่อาชีพทางเลือกที่สวยหรูอีกต่อไป การแข่งขันสูงขึ้น แต่ความต้องการของตลาดไม่ได้สูงตาม สำหรับพนักงานประจำแต่ละบริษัทก็เลือกใช้บุคลากรเพียงไม่กี่คนในการผลิตงาน เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้สำคัญอะไรนัก ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มต้นทุนให้กับด้านนี้ ถ้าใครคิดจะมาทางนี้ ต้องขวนขวาย ต้องเก่งและเก่ง เก่งจนโดดเด่นเท่านั้นถึงจะอยู่รอด!!!
#ร้องไห้หนักมาก