ปืนพก 11 มม. 95/03 ไทยทำ ขออณุญาตินำมาเผยแพร่ข้อความจาก Thaioutdoor โดยคุณจ่าน้อมทหารหน้า
กำเนิด 11 มม. ตัวแรกของไทย
วันนี้จ่าขอเล่าเรื่องของปืนพกเมดอินไทยแลนด์กระบอกหนึ่งที่ ทบ. ไทยได้อวดฝีมือไว้เมื่อ 50 ปีที่แล้วเพื่อให้เข้าใจ
ว่าทำไมจ่าแก่จนหัวหงอกแล้วจึงแสนเชยไม่มีโคลท์ 11 มม. กับชาวบ้านเขาซะที
เรื่องมันมีอยู่ว่าปืนพกประจำกายทหารไทยน่ะ มันไม่เคยมีพอแจกกันมาตั้งแต่สมัย ร.5 แล้ว สอบเป็นนายร้อยไทย
ได้คาดปืนพกมันโก้จะตาย จนถึงขนาดเกิดคดีขึ้นปี ร.ศ.127 นายร้อยตรีอะไรอย่าเอ่ยชื่อเลยจากกรมทหารมหาดเล็ก
โดนคาดโทษ เมื่อหลวงจ่ายปืนเบราว์นิ่งให้แล้วพวกเล่นถือกลับบ้านแล้วแกล้งบอกว่าทำหาย จึงมีประกาศจาก
เสนาบดีกลาโหมสั่งว่าใครขืนทำหายอีกต้องซื้อใช้ พระพยอมท่านคงต้องบอกว่า "มานเปนอย่างนี้เรื่อยยยย.......ไป๋
ไม่สุดสิ้น" ถึงยุคจอมพล ป. พิบูลสงครามก็ได้ริเริ่มที่จะผลิตปืนพกใช้เองให้พอแก่ราชการ ปืนพกใหม่จึงเกิดขึ้นเรียกว่า
"ปืนพกแบบ 80" หรือ "ปพ. 80" โดยใช้แบบปืนรุ่น M ของ บริษัทสตาร์ ประเทศสเปน
ปพ. 80
จากหลักฐานของฝรั่งว่า ทบ.ไทยคงซื้อลิขสิทธิ์มาในปี ค.ศ.1935 (พ.ศ.2478) และสั่งเครื่องจักรใหม่เพื่อเปิดสายการ
ผลิต เช่น แบบจับยึด (Jig and Fixtures) เครื่องเจาะ เครื่องกลึงต่างๆ ของบริษัท Greenwood & Batley จากประเทศ
อังกฤษ เครื่องมือชุดนี้สามารถผลิตปืนพกได้ 20 - 25 กระบอกต่อวัน โดยทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ราคาเครื่องจักรเป็น
เงิน 24,000 ปอนด์ โดยต้องส่งมอบเครื่องจักรทั้งหมดและตัวอย่างปืนจำนวนหนึ่งมาเพื่อพิสูจน์ว่าใช้ทำปืนได้จริง
ภายใน 117 สัปดาห์ (2 ปี 3 เดือน) ซึ่งตรงกับเดือนมีนาคม ค.ศ.1936 (พ.ศ.2479)
แต่แล้วแผนเกิดหยุดชะงักลงเมื่อปี ค.ศ.1936 - 39 เกิดสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ในประเทศสเปน โรงงานสตาร์
ถูกถล่มราบเป็นหน้ากลองคนงานหนีตายกันจ้าละหวั่น เอกสารหายสูญไปหมด แม้แต่ปืนต้นแบบในห้องเก็บก็ถูกปล้น
เอาออกไปรบ สตาร์จำต้องเลิกส่งคนมาช่วยติดตั้งเครื่องจักรและทดสอบการผลิตในกรุงเทพ
ฝรั่งไปพบปืนตัวอย่างที่ผลิตจากอังกฤษ มีตราประทับชื่อบริษัท Greenwood & Batley ตรากงจักร และชื่อปืนพกแบบ
80 ตอกอยู่ที่สไลด์ ด้วยเหตุนี้เองแม้แต่กรมสรรพาวุธของเราก็เข้าใจผิดหลงบันทึกในทะเบียนปืนเก่าว่ามีปืนพกทำจาก
เมืองผู้ดีเหลือคงคลังอีกหลายสิบกระบอก มิใช่มีสายเลือดกระทิงดุสเปนแต่อย่างใด ปืนที่พบในอเมริกายังมีประหลาด
อีกชนิดคือ ปืนพกกล ปพ.80 ซึ่งคงสร้างเพื่อทดลองตามแผนในใจของราชการไทย
ดูจากเหตุการณ์อันวุ่นวายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทางการให้มีการย้ายเครื่องจักรบางส่วนไปหลบลูกระเบิดแล้ว
ต่อมาคงสั่งระงับการผลิตไปเลย และอาจทำให้มี ปพ. 80 อยู่ในโลกไม่เกิน 100 กระบอก

1. ปพ. 80 ขนาด 9 มม.ซึ่งทดลองผลิตที่อังกฤษ

2. ปพ.95/03 ขนาด 11 มม. ที่ไทยทำด้วยมือทั้งกระบอก
ขอตัดบทมาที่ ผลการทดสอบครั้งแรก
ครั้งแรกทดสอบกับนิตยสาร กันส์เวิลด์ ปี พศ. 2546 หลายท่านที่มาร่วมขบวนการ ต้องขอปรบมือให้ในความแม่นยำ
เมื่อเทียบกับโคลท์ซีรี่ 70 พอยิงเสร็จถอดมาถ่ายรูปนี่ซิครับพวกร้องอุ๊ยตาย ลำกล้องถูกใช้ยิงมาหลายแสนลี้ แต่ทำไม
แม่นนัก คณะทดสอบพอสรุปลงไปที่ว่า ปืนรุ่นเก่าที่เขาทำด้วยมือไม่ว่าจะเป็นพาราเบลลั่ม เมาเซอร์ต่อด้าม ไปจนถึง
ปืนรูปร่างพิลึกอย่างนัมบูของทหารเลือดอาทิตย์อุทัย มักพบว่ายิงได้ แม่นทำกลุ่มกระสุนพอสู้ปืนรุ่นหลานที่อายุห่าง
กันร่วมกึ่งศตวรรษได้ เพราะชิ้นส่วนมีความกระชับเหมาะเจาะโดยใช้มือทำแท้ๆ
ลองครั้งที่ 2
จ่าไปขอยืมกระบอกของช่างสังเวียน ท่านลงทุนรับรองว่าไม่ได้แต่งอะไรมาก่อน กะว่าไปที่สนาม ร1. อย่างเงียบๆ ยิง
ดูสักพักใจยังขวยอายว่านี่ของไทยทำ มีหนุ่มควบรถหรูพาแฟนสาวมายิงอวดเจ้า 11 มม. คัสต้อมตัวฉกาจที่ช่องยิง
ข้างๆ เพื่อนจ่ามันก็ไม่ไว้หน้าเขาเสียเลย แรกที่ระยะ 15 หลา นายปืนเศรษฐีราคาเรือนแสนก็ชักหน้าถอดสี พอลองที่
25 หลาเข้าดำหมดทีนี้พวกทหารเฝ้าสนามมามุงกันใหญ่ อ้อ...นี่ปืน ทบ. ทำเชียวหรือครับ.... อุ๊ยตาย...ทำมา 50 ปี
แล้วเหรอ.... คงเดาออกว่าเจ้าปืนยี่ห้อแปลกๆถอยทัพขึ้นรถไปตามระเบียบ ก่อนที่ชาวบ้านจะเริ่มวิจารณ์พาดพิงมาถึง
ตัวว่าแล้วพี่ใช้ปืนอะไร เพื่อนที่ ศรภ. เล่าว่าวันหนึ่งมียิงแข่งขันที่สนาม พอดีเจ้าหน้าที่ยามรักษาการมาฝึกยิงกันใกล้ๆ
ก็ขอแจมบ้างด้วยปืน สห. เก่าๆสภาพไม่ค่อยสวย ผลคือไปชนะเขาเสียฉิบ
คุณค่าที่ถูกลืม
มีช่างปืนรุ่นใหม่กระแนะกระแหนกันให้ได้ยินบ้างว่า ปืนไทยทำเหล่านี้สู้ฝรั่งไม่ได้ เครื่องมือก็เก่า 20-30 ปี แล้วมานั่ง
ตะไบกันอย่างกับปืนเถื่อนแถวอุทัยธานี ในช่วงที่อเมริกันส่งอาวุธใหม่ๆมาช่วย แถมยกเครื่องสายการผลิตกระสุนปืน
เล็กยาวให้ทันสมัยผลิตลูก .30-06 (ปลยบ.88) นั้นเป็นธรรมดาอยู่เองที่ของใหม่และฟรีเป็นที่พอใจคนหมู่มาก แนวคิด
ที่จะทำเอง ออกแบบเอง ซึ่งปลูกฝังกันมาตั้งแต่สมัยดิ้นรนไม่ให้เป็นขี้ข้าฝรั่งเมื่อปลาย ร.5 มาจนสิ้นสงครามโลกจึงค่อย
จางหายไปอย่างน่าเสียดาย จนทุกวันนี้ช่างแสงแปลงจากช่างผลิตมาเป็นแค่ช่างซ่อม งานยากเริ่มขาดทักษะทำไม่เป็น
กันแล้ว แต่น่าพิลึกว่าทุกวันนี้มีฝรั่งที่จ่ารู้จักนั่งศึกษาหาความเป็นมาของปืนของไทยกันไม่ใช่น้อย ส่วนมากก็ไอ้พวกที่
เคยมาช่วย ทบ. เราสมัยก่อนนั่นละ เจอะผลงานช่างแสงไทยก็ติดตาติดใจ ขณะที่ไทยเรากลับลืมไปหมดไม่มานั่งบันทึก
กันไว้บ้าง
คุณค่าของ ปพ.95/03 มิได้ลดลงไปเพียงเหตุว่าเราใช้เครื่องหรือใช้วิธีแสนโบราณทำ ค่าของมันอยู่ที่ความอุตสาหะ
และประนีตในการสร้างซึ่งได้หายไปจากช่างแสงรุ่นไหม่แล้ว กอรปกับจำนวนผลิตที่ต่ำมากอันเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ของนักสะสม และผลการยิงที่เชื่อถือได้ต่างหาก ที่ทำให้จ่าชั้นผู้น้อยคนนี้พอใจ
Credit
http://www.thailandoutdoor.com/GunStory/ThaiPistol95/thaipistol95.html หาอ่านโดยละเอียดได้ที่นี่
จ่าน้อม ทหารหน้า
มีนาคม 2548
ปืนพกไทยทำ คุณค่าที่ถูกลืม
กำเนิด 11 มม. ตัวแรกของไทย
วันนี้จ่าขอเล่าเรื่องของปืนพกเมดอินไทยแลนด์กระบอกหนึ่งที่ ทบ. ไทยได้อวดฝีมือไว้เมื่อ 50 ปีที่แล้วเพื่อให้เข้าใจ
ว่าทำไมจ่าแก่จนหัวหงอกแล้วจึงแสนเชยไม่มีโคลท์ 11 มม. กับชาวบ้านเขาซะที
เรื่องมันมีอยู่ว่าปืนพกประจำกายทหารไทยน่ะ มันไม่เคยมีพอแจกกันมาตั้งแต่สมัย ร.5 แล้ว สอบเป็นนายร้อยไทย
ได้คาดปืนพกมันโก้จะตาย จนถึงขนาดเกิดคดีขึ้นปี ร.ศ.127 นายร้อยตรีอะไรอย่าเอ่ยชื่อเลยจากกรมทหารมหาดเล็ก
โดนคาดโทษ เมื่อหลวงจ่ายปืนเบราว์นิ่งให้แล้วพวกเล่นถือกลับบ้านแล้วแกล้งบอกว่าทำหาย จึงมีประกาศจาก
เสนาบดีกลาโหมสั่งว่าใครขืนทำหายอีกต้องซื้อใช้ พระพยอมท่านคงต้องบอกว่า "มานเปนอย่างนี้เรื่อยยยย.......ไป๋
ไม่สุดสิ้น" ถึงยุคจอมพล ป. พิบูลสงครามก็ได้ริเริ่มที่จะผลิตปืนพกใช้เองให้พอแก่ราชการ ปืนพกใหม่จึงเกิดขึ้นเรียกว่า
"ปืนพกแบบ 80" หรือ "ปพ. 80" โดยใช้แบบปืนรุ่น M ของ บริษัทสตาร์ ประเทศสเปน
ปพ. 80
จากหลักฐานของฝรั่งว่า ทบ.ไทยคงซื้อลิขสิทธิ์มาในปี ค.ศ.1935 (พ.ศ.2478) และสั่งเครื่องจักรใหม่เพื่อเปิดสายการ
ผลิต เช่น แบบจับยึด (Jig and Fixtures) เครื่องเจาะ เครื่องกลึงต่างๆ ของบริษัท Greenwood & Batley จากประเทศ
อังกฤษ เครื่องมือชุดนี้สามารถผลิตปืนพกได้ 20 - 25 กระบอกต่อวัน โดยทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ราคาเครื่องจักรเป็น
เงิน 24,000 ปอนด์ โดยต้องส่งมอบเครื่องจักรทั้งหมดและตัวอย่างปืนจำนวนหนึ่งมาเพื่อพิสูจน์ว่าใช้ทำปืนได้จริง
ภายใน 117 สัปดาห์ (2 ปี 3 เดือน) ซึ่งตรงกับเดือนมีนาคม ค.ศ.1936 (พ.ศ.2479)
แต่แล้วแผนเกิดหยุดชะงักลงเมื่อปี ค.ศ.1936 - 39 เกิดสงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ในประเทศสเปน โรงงานสตาร์
ถูกถล่มราบเป็นหน้ากลองคนงานหนีตายกันจ้าละหวั่น เอกสารหายสูญไปหมด แม้แต่ปืนต้นแบบในห้องเก็บก็ถูกปล้น
เอาออกไปรบ สตาร์จำต้องเลิกส่งคนมาช่วยติดตั้งเครื่องจักรและทดสอบการผลิตในกรุงเทพ
ฝรั่งไปพบปืนตัวอย่างที่ผลิตจากอังกฤษ มีตราประทับชื่อบริษัท Greenwood & Batley ตรากงจักร และชื่อปืนพกแบบ
80 ตอกอยู่ที่สไลด์ ด้วยเหตุนี้เองแม้แต่กรมสรรพาวุธของเราก็เข้าใจผิดหลงบันทึกในทะเบียนปืนเก่าว่ามีปืนพกทำจาก
เมืองผู้ดีเหลือคงคลังอีกหลายสิบกระบอก มิใช่มีสายเลือดกระทิงดุสเปนแต่อย่างใด ปืนที่พบในอเมริกายังมีประหลาด
อีกชนิดคือ ปืนพกกล ปพ.80 ซึ่งคงสร้างเพื่อทดลองตามแผนในใจของราชการไทย
ดูจากเหตุการณ์อันวุ่นวายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทางการให้มีการย้ายเครื่องจักรบางส่วนไปหลบลูกระเบิดแล้ว
ต่อมาคงสั่งระงับการผลิตไปเลย และอาจทำให้มี ปพ. 80 อยู่ในโลกไม่เกิน 100 กระบอก
1. ปพ. 80 ขนาด 9 มม.ซึ่งทดลองผลิตที่อังกฤษ
2. ปพ.95/03 ขนาด 11 มม. ที่ไทยทำด้วยมือทั้งกระบอก
ขอตัดบทมาที่ ผลการทดสอบครั้งแรก
ครั้งแรกทดสอบกับนิตยสาร กันส์เวิลด์ ปี พศ. 2546 หลายท่านที่มาร่วมขบวนการ ต้องขอปรบมือให้ในความแม่นยำ
เมื่อเทียบกับโคลท์ซีรี่ 70 พอยิงเสร็จถอดมาถ่ายรูปนี่ซิครับพวกร้องอุ๊ยตาย ลำกล้องถูกใช้ยิงมาหลายแสนลี้ แต่ทำไม
แม่นนัก คณะทดสอบพอสรุปลงไปที่ว่า ปืนรุ่นเก่าที่เขาทำด้วยมือไม่ว่าจะเป็นพาราเบลลั่ม เมาเซอร์ต่อด้าม ไปจนถึง
ปืนรูปร่างพิลึกอย่างนัมบูของทหารเลือดอาทิตย์อุทัย มักพบว่ายิงได้ แม่นทำกลุ่มกระสุนพอสู้ปืนรุ่นหลานที่อายุห่าง
กันร่วมกึ่งศตวรรษได้ เพราะชิ้นส่วนมีความกระชับเหมาะเจาะโดยใช้มือทำแท้ๆ
ลองครั้งที่ 2
จ่าไปขอยืมกระบอกของช่างสังเวียน ท่านลงทุนรับรองว่าไม่ได้แต่งอะไรมาก่อน กะว่าไปที่สนาม ร1. อย่างเงียบๆ ยิง
ดูสักพักใจยังขวยอายว่านี่ของไทยทำ มีหนุ่มควบรถหรูพาแฟนสาวมายิงอวดเจ้า 11 มม. คัสต้อมตัวฉกาจที่ช่องยิง
ข้างๆ เพื่อนจ่ามันก็ไม่ไว้หน้าเขาเสียเลย แรกที่ระยะ 15 หลา นายปืนเศรษฐีราคาเรือนแสนก็ชักหน้าถอดสี พอลองที่
25 หลาเข้าดำหมดทีนี้พวกทหารเฝ้าสนามมามุงกันใหญ่ อ้อ...นี่ปืน ทบ. ทำเชียวหรือครับ.... อุ๊ยตาย...ทำมา 50 ปี
แล้วเหรอ.... คงเดาออกว่าเจ้าปืนยี่ห้อแปลกๆถอยทัพขึ้นรถไปตามระเบียบ ก่อนที่ชาวบ้านจะเริ่มวิจารณ์พาดพิงมาถึง
ตัวว่าแล้วพี่ใช้ปืนอะไร เพื่อนที่ ศรภ. เล่าว่าวันหนึ่งมียิงแข่งขันที่สนาม พอดีเจ้าหน้าที่ยามรักษาการมาฝึกยิงกันใกล้ๆ
ก็ขอแจมบ้างด้วยปืน สห. เก่าๆสภาพไม่ค่อยสวย ผลคือไปชนะเขาเสียฉิบ
คุณค่าที่ถูกลืม
มีช่างปืนรุ่นใหม่กระแนะกระแหนกันให้ได้ยินบ้างว่า ปืนไทยทำเหล่านี้สู้ฝรั่งไม่ได้ เครื่องมือก็เก่า 20-30 ปี แล้วมานั่ง
ตะไบกันอย่างกับปืนเถื่อนแถวอุทัยธานี ในช่วงที่อเมริกันส่งอาวุธใหม่ๆมาช่วย แถมยกเครื่องสายการผลิตกระสุนปืน
เล็กยาวให้ทันสมัยผลิตลูก .30-06 (ปลยบ.88) นั้นเป็นธรรมดาอยู่เองที่ของใหม่และฟรีเป็นที่พอใจคนหมู่มาก แนวคิด
ที่จะทำเอง ออกแบบเอง ซึ่งปลูกฝังกันมาตั้งแต่สมัยดิ้นรนไม่ให้เป็นขี้ข้าฝรั่งเมื่อปลาย ร.5 มาจนสิ้นสงครามโลกจึงค่อย
จางหายไปอย่างน่าเสียดาย จนทุกวันนี้ช่างแสงแปลงจากช่างผลิตมาเป็นแค่ช่างซ่อม งานยากเริ่มขาดทักษะทำไม่เป็น
กันแล้ว แต่น่าพิลึกว่าทุกวันนี้มีฝรั่งที่จ่ารู้จักนั่งศึกษาหาความเป็นมาของปืนของไทยกันไม่ใช่น้อย ส่วนมากก็ไอ้พวกที่
เคยมาช่วย ทบ. เราสมัยก่อนนั่นละ เจอะผลงานช่างแสงไทยก็ติดตาติดใจ ขณะที่ไทยเรากลับลืมไปหมดไม่มานั่งบันทึก
กันไว้บ้าง
คุณค่าของ ปพ.95/03 มิได้ลดลงไปเพียงเหตุว่าเราใช้เครื่องหรือใช้วิธีแสนโบราณทำ ค่าของมันอยู่ที่ความอุตสาหะ
และประนีตในการสร้างซึ่งได้หายไปจากช่างแสงรุ่นไหม่แล้ว กอรปกับจำนวนผลิตที่ต่ำมากอันเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ของนักสะสม และผลการยิงที่เชื่อถือได้ต่างหาก ที่ทำให้จ่าชั้นผู้น้อยคนนี้พอใจ
Credit
http://www.thailandoutdoor.com/GunStory/ThaiPistol95/thaipistol95.html หาอ่านโดยละเอียดได้ที่นี่
จ่าน้อม ทหารหน้า
มีนาคม 2548