ลุงคนนี้ แกชื่อ "นาราชาห์" เป็นชาวโรฮิงญา
แกเสียขาไปข้างนึง แต่ตอนนี้แกมีขาเทียมใช้แล้ว
นิ้วมือข้างขวาของแกก็มีปัญหา ... ปลายนิ้วแกล๊อคครับ
กางออกไม่ได้ทั้ง 5 นิ้วเลย การทำโรตี 1 แผ่นจึงใช้เวลาเยอะกว่าปกตินิดหน่อย
ใครที่อยู่แถวๆนี้ หรือเดินผ่านไปผ่านมาบ่อยๆคงจะคุ้นหน้าแกดี

Pic Credit : TIFAHOLIC

Pic Credit : Rawfiq
เข้าเรื่องนะครับ
ปกติผมจะไม่ค่อยได้ซื้อแกเท่าไหร่
ส่วนใหญ่จะเดินผ่านและยิ้ม+ให้สลามกันทุกครั้ง
(การ"สลาม"คือการทักทายกันของมุสลิม)
จนวันนี้ ที่ผมจะเดินเข้าไปซื้อกิน ...
ตีฟ : (ให้สลาม) โรตีแผ่นนึงครับ ไม่ใส่ไข่
~ ลุงแกยิ้ม+รับสลาม แล้วก้มหน้าก้มตาทำ ~
ตีฟ : เท่าไหร่ครับลุง
ลุง : ไม่เอา ผมเลี้ยงเอง เจอหน้ากันบ่อยๆ!!!...
ตีฟ : ไม่ได้หรอกลุง ของซื้อของขายนะครับ
ลุง : ไม่เอา ไม่เปนไร ผมอยากเลี้ยง วันนี้ผมขายได้พอแล้ว...
ผมสตั๊นไป 5 วิ...
แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว ทำให้ผมคิดอะไรได้มากมาย...
คนทำมาหากินที่มีรายได้แค่พอกินไปวันๆ
รายได้วันละ 200-300 บาท ไม่ได้มากมาย ฟู่ฟ่าเท่านักธุรกิจ
ยังไม่ได้ต้องการอะไรมากนอกจากการมีรายได้พออยู่พอกิน
เขาก็มีจุดที่เขาพอและพร้อมจะให้ผู้อื่นต่อไปเรื่อยๆ
(กำไรวันละ 200-300 บาทนี่แกต้องใช้กิน จ่ายค่าน้ำ+ไฟ และซื้อวัตถุดิบทำโรตีวันถัดไปด้วย)
ในขณะที่นักธุรกิจหลายๆคนมีรายได้มากมาย วันๆก็คิดแต่จะเก็งกำไร
(ใช้คำว่าหลายๆคนนะครับ เพราะนักธุรกิจดีๆก็มีเยอะหลายคนเช่นกัน ^_^)
เพื่อรายได้ที่มากกว่าเดิม มากขึ้นเรื่อยๆและไม่มีวันพอ
เวลาจะให้อะไรใครซักครั้งก็ต้องมาคุยว่า
"ถึงกูจะรวย มีเงินเยอะ แต่กูก็ให้คนอื่นเหมือนกันนะ"
พยายามหาช่องทางกฎหมาย เอาศาสนามาอ้าง
เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง ไม่ว่าจะน่าเกลียดแค่ไหนก็ตาม
นะอูซุบิลลาฮิ มินซฺาลิก (ขออัลลอฮฺคุ้มครองเราให้ห่างไกลจากสิ่งๆนั้น)
แล้วทุกวันนี้เราใช้เวลาไปกับอะไร???
หลาน 5 ขวบเดินมาตบไหล่เบาๆแล้วบอกว่า
"ช่างแม่***เหอะ โลกนี้มันไม่ได้สวยนะเว้ยยย"
ปล. หรือใครคิดอะไรได้มากกว่านี้ จากเหตุการณ์นี้ ก็มาแชร์ความเห็นกันนะครับ ^_^
ความคิดสุดล้ำค่า ที่ได้จากโรตีแผ่นเดียว
แกเสียขาไปข้างนึง แต่ตอนนี้แกมีขาเทียมใช้แล้ว
นิ้วมือข้างขวาของแกก็มีปัญหา ... ปลายนิ้วแกล๊อคครับ
กางออกไม่ได้ทั้ง 5 นิ้วเลย การทำโรตี 1 แผ่นจึงใช้เวลาเยอะกว่าปกตินิดหน่อย
ใครที่อยู่แถวๆนี้ หรือเดินผ่านไปผ่านมาบ่อยๆคงจะคุ้นหน้าแกดี
Pic Credit : TIFAHOLIC
Pic Credit : Rawfiq
เข้าเรื่องนะครับ
ปกติผมจะไม่ค่อยได้ซื้อแกเท่าไหร่
ส่วนใหญ่จะเดินผ่านและยิ้ม+ให้สลามกันทุกครั้ง
(การ"สลาม"คือการทักทายกันของมุสลิม)
จนวันนี้ ที่ผมจะเดินเข้าไปซื้อกิน ...
ตีฟ : (ให้สลาม) โรตีแผ่นนึงครับ ไม่ใส่ไข่
~ ลุงแกยิ้ม+รับสลาม แล้วก้มหน้าก้มตาทำ ~
ตีฟ : เท่าไหร่ครับลุง
ลุง : ไม่เอา ผมเลี้ยงเอง เจอหน้ากันบ่อยๆ!!!...
ตีฟ : ไม่ได้หรอกลุง ของซื้อของขายนะครับ
ลุง : ไม่เอา ไม่เปนไร ผมอยากเลี้ยง วันนี้ผมขายได้พอแล้ว...
ผมสตั๊นไป 5 วิ...
แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว ทำให้ผมคิดอะไรได้มากมาย...
คนทำมาหากินที่มีรายได้แค่พอกินไปวันๆ
รายได้วันละ 200-300 บาท ไม่ได้มากมาย ฟู่ฟ่าเท่านักธุรกิจ
ยังไม่ได้ต้องการอะไรมากนอกจากการมีรายได้พออยู่พอกิน
เขาก็มีจุดที่เขาพอและพร้อมจะให้ผู้อื่นต่อไปเรื่อยๆ
(กำไรวันละ 200-300 บาทนี่แกต้องใช้กิน จ่ายค่าน้ำ+ไฟ และซื้อวัตถุดิบทำโรตีวันถัดไปด้วย)
ในขณะที่นักธุรกิจหลายๆคนมีรายได้มากมาย วันๆก็คิดแต่จะเก็งกำไร
(ใช้คำว่าหลายๆคนนะครับ เพราะนักธุรกิจดีๆก็มีเยอะหลายคนเช่นกัน ^_^)
เพื่อรายได้ที่มากกว่าเดิม มากขึ้นเรื่อยๆและไม่มีวันพอ
เวลาจะให้อะไรใครซักครั้งก็ต้องมาคุยว่า
"ถึงกูจะรวย มีเงินเยอะ แต่กูก็ให้คนอื่นเหมือนกันนะ"
พยายามหาช่องทางกฎหมาย เอาศาสนามาอ้าง
เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง ไม่ว่าจะน่าเกลียดแค่ไหนก็ตาม
นะอูซุบิลลาฮิ มินซฺาลิก (ขออัลลอฮฺคุ้มครองเราให้ห่างไกลจากสิ่งๆนั้น)
แล้วทุกวันนี้เราใช้เวลาไปกับอะไร???
หลาน 5 ขวบเดินมาตบไหล่เบาๆแล้วบอกว่า
"ช่างแม่***เหอะ โลกนี้มันไม่ได้สวยนะเว้ยยย"
ปล. หรือใครคิดอะไรได้มากกว่านี้ จากเหตุการณ์นี้ ก็มาแชร์ความเห็นกันนะครับ ^_^