ประเทศไทยหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ยกเว้น .... การบริการหน่วยงานราชการไทย !!!

จริงๆเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสลงทะเบียนกับทางพันธิป
เรื่องอาจจะยาวสักหน่อย แต่อยากให้คนที่เกี่ยวข้อง
ลองกลับไปพิจารณาระบบการบริการ การให้ข้อมูลหลายๆอย่างในบ้านเราดู
เราจะเปิด AEC ในเร็วๆนี้ เผื่อจะช่วยให้เราสามารถเตรียมความพร้อมได้มากขึ้น


คือดิฉันทำงานกับคนญี่ปุ่น และได้มีโอกาสพานายญี่ปุ่นไปสอบใบขับขี่มา
เมื่อปีที่แล้ว ที่ขนส่งจังหวัดชลบุรี

ก่อนไป ทางนายได้โทรถามกับ สถานฑูตญี่ปุ่นแล้ว ว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และนายก็จัดเตรียมไป
เพื่อให้ชัวร์ ดิฉันก็ได้โทรสอบถามกับ Call center กรมขนส่งแล้วว่าต้องใช้อะไรบ้างด้วย

วันแรก .... นำเอกสารไปยื่นที่ Counter
จนท : ต้องใช้ Work Permit ตัวจริง และ Tax
ดิฉัน : สอบถามที่กรุงเทพแล้ว....
จนท : แต่ที่นี่ใช้ค่ะ ไม่เกี่ยวกับกรุงเทพ (น้ำเสียงกระแทก และหน้านี่ไม่ต้องพูดถึง)
ดิฉัน : แล้ว Tax นี่คืออะไรค่ะ
จนท : ก็ Tax นะคะ คนญี่ปุ่นต้องมี

วันนั้นก็เลยกลับมาที่บริษัท เตรียมเอกสารไปใหม่
แต่นายและดิฉันไม่ทราบจริงๆว่า Tax อะไร นายดิฉันก็ไม่เคยเห็นเอกสารตัวนี้
วันรุ่งขึ้น ก็เลยนำแค่ Work Permit ตัวจริงไปเพิ่ม ถ้าไม่ได้ ก็กะว่าจะไปทำที่ขนส่งกรุงเทพ

พอไปถึง ก็ไปยื่นที่ Counter เหมือนเดิม
จนท : เมื่อวานบอกไปแล้วนิ ให้เอา Tax มาด้วย แล้วก็บอกแล้วไง ว่าให้ Copy Passport มาด้วย (น้ำเสียงแบบ ..... ถ้าเราคงไม่อยากใช้บริการต่อ)
ดิฉัน : ถามนายแล้ว ไม่มีจริงๆค่ะ  Tax เป็นเอกสารอย่างไร ส่วน Passport ก็ Copy มาแล้วไงค่ะ (เราก็เริ่มจะตึงๆแล้ว แบบโดนพูดไม่ดีใส่ )
จนท : ต้อง Copy หน้า Visa ค่ะ แล้ว Tax ก็หน้าตาเป็นแบบนี้ (ชี้ไปที่ตัวอย่างเอกสาร ที่สอดไว้โชว์ตรงหน้า Counter) ถ้าไม่มี ก็ทำไม่ได้
ดิฉัน : เมื่อวานไม่ได้บอกนี่ค่ะ ไม่ทราบว่าต้องใช้หน้าไหน (รับเลยว่าขึ้น คือเราไม่ได้ทำงานขนส่ง ประกาศไว้ก็ไม่ชัดเจน เราไม่ทราบจริงๆว่าต้องใช้อันไหน) แล้วพอเราเห็นตัวอย่าง Tax เราเลยโทรไปหาฝ่ายบุคคล (ตอนโทรก็ยืนอยู่ที่ Counter) ก็ได้รับทราบว่า มีเก็บอยู่ เรากับนายก็เลยตัดสินใจว่าจะกลับไป ค่อยมาวันหลัง พอกดวางโทรศัพท์ ขอเอกสารคืนจากจนท.

จนท : ทำไมไม่ขอ Tax Code มาล่ะ แค่เลขก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องใช้ใบ

พอได้ยินอย่างนี้ ดิฉันนี่อึ้งไปเลย ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะ ตอนแรกคุณยืนกรานว่าต้องใช้ใบ ไม่มี ทำไม่ได้ และตลอดเวลาที่ดิฉันโทรหาฝ่ายบุคคล ตอนนั้นที่ Counter ไม่มีคน มีก็2-3คน คุณต้องได้ยินอยู่แล้ว
แต่ไม่บอก มาบอกตอนที่วางสายไปแล้ว เหอะๆๆๆ

จบเรื่องเอกสาร ก็ไปนั่งรอที่หน้าห้องสอบปฏิบัติ
พอถึงคิวของนาย ก็ไปต่อแถว หลังจากนั้น ก็ได้ยินเสียง(ดุและหน้าบึ้งมาก)ของเจ้าหน้าที่อาวุโสหญิงท่านนึง "ห้ามญาติหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในห้องสอบ ล่ามก็ไม่จำเป็น ไม่ต้องใช้ "

ส่วนตัวดิฉัน ก็เลยหันไปแจ้งทางนาย นายก็กังวลเล็กน้อย (นายได้ไทยและอังกฤษน้อยมาก)

จนท : Can u speak thai or english ?
นาย : เหวอๆ แต่พอจับใจความได้ เลยตอบ "ไม่ได้" เป็นภาษาไทยไป (ดิฉัน ก็ขำเล็กๆ ดีใจที่พอรู้เรื่อง)
จนท : ถ้าบอกว่าพูดไม่ได้ แล้วเมื่อกี้ตอบเป็นภาษาอะไรค่ะ ถ้าตอบได้ ก็แสดงว่าต้องพูดได้
(ตอนแรกที่ฟัง ไม่ได้หันไปมองหน้า ก็คิดว่าพูดเล่นหรือเปล่านะ .... แต่พอเงยไปดูหน้า สีหน้าบูดบึ้ง คนที่ยืนเข้าแถวอยู่ต่างทำหน้าอึ้งๆไปเหมือนกัน)
ดิฉัน : เลยหันไปแปลให้นายฟัง นายนี่อึ้งไปเลย ... เลยบอกไปว่าให้พยายามดูคนอื่นละกัน
พอออกมา นายบอกว่าดูอย่างเดียว ฟังอะไรไม่รู้เรื่องเลย แต่ก็ผ่านมาได้

1) เราประชาชน ไปขอบริการ เราไม่รู้หรอกต้องใช้อะไรบ้าง หน้าที่ผู้ให้บริการไม่ใช่เหรอ
ที่ต้องให้ความกระจ่างชัดเจนกับเรา ด้วยความเป็นมิตรและสุภาพ ไม่ใช่ดุ บูดบึ้ง
เข้าใจนะ คุณอาจต้องตอบคำถามคนมากมาย ด้วยเรื่องซ้ำๆ แต่มันคือ "หน้าที่" ที่คุณต้องทำ
ในเมื่อคุณสมัครมาทำแล้ว ต่อให้ต้องตอบซ้ำๆร้อยพันคน คุณก็ต้องทำ

2) เรื่องที่ไม่ให้เข้าในห้องสอบ เข้าใจทุกประการ ส่วนตัวก็ไม่อยากเข้าอยู่แล้ว คนเยอะ
แต่กิริยามารยาท การพูดจา เคยไปติดต่อหน่วยราชการที่ต่างประเทศ หลายๆประเทศ
การบริการดีกว่านี้มาก

คือ ไม่ได้หมายความว่าต้องเทิดทูนผู้มาใช้บริการขนาดนั้น
แต่อยากให้ยึดหลัก "เอาใจเขา ใส่ใจเรา" เกิดมีคนมาพูดแบบนี้ ทำกิริยาแบบนี้ คุณจะรู้สึกยังไง

3) การให้ข้อมูล ไม่ชัดเจนเลย มี Webpage มี Site แต่ไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์
ถามสถานฑูตตอบอย่าง ถามแต่ละที่ก็บอกไม่เหมือนกัน
ดิฉันว่าเรื่องการบริการ เรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ถ้าปรับปรุงได้ ประชาชนคงมีความสุขเยอะขึ้น

อันนี้ความเห็นส่วนตัวเฉยๆนะ ^^
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่