
อันนี้จริงๆเรื่องเกิดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาแล้วล่ะค่ะ แต่เพิ่งมาได้เขียน แหะๆ
ที่นำมาเขียนใน Pantip หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆหากต้องเจอสถานะการณ์เดียวกันนะคะ
(แต่ก็ …. อย่าเจอเลยนะ !! )
เรื่องของเรื่องค่ะ เราซุ่มซ่าม รู้ตัวว่าพาสปอร์ตหายก่อนเดินทางกลับไทยแค่ 6 ชั่วโมง !!
แล้วเผอิญญญญ เป็นวันเสาร์ โอ้ชีวิต สถานทูตไทยปิดค่ะ ตอนนั้นนี่สติเตลิด ค้นกระเป๋าทุกซอก ก็ไม่เจอ T__T
ที่แน่ๆคือ ไปไม่ทันบินแล้วทำไงดี !!! ตั๋วบินก็เลื่อนไม่ได้ ฮือออ เพราะมันเหลือแค่ 6 ชั่วโมงแล้ว
ใครทำหายลักษณะนี้ ขอให้ทำใจนะคะ
1. ถ้าแจ็คพ็อตหายวันเสาร์อาทิตย์เหมือนเรา คุณต้องรอจนกว่าสถานทูตเปิด (วันจันทร์-ศุกร์) ดังนั้น หาที่พักเลย
2. ถ้ามารู้ตัวก่อนไม่กี่ชั่วโมง ตั๋วเครื่องขากลับอาจจะต้องจองใหม่ ทำใจเสียเงินซะ T_T
Edit :
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มีในคอมเม้นท์แนะนำมาว่า หากหายไม่กี่ชั่วโมงให้ไปแจ้ง ตำรวจที่สนามบินแล้วบอกว่า
"พาสปอร์ตหายในสนามบิน" ได้เลย วิธีนี้เราไม่ได้ลองนะคะ เผื่อใครหายที่สนามบินจะได้ไม่ต้องมาทำเรื่องแบบเรา ^^"
3. ถ้าไม่ได้หายที่โตเกียว อันนี้ไม่ทราบวิธีจริงๆค่ะ OTL เคสเราอยู่ที่โตเกียวนะคะ
ถ้าเกิดรู้ตัวก่อน 1 วัน ! และเป็นวันธรรมดา และอยู่ในโตเกียว โอกาสที่จะได้บินกลับทันไฟลท์เดิมที่วางแผนไว้สูงมากๆค่ะ
แต่ต้องวิ่งทำเวลานะ ^^ เอาล่ะ ตั้งสติแล้วลุยกันเลย !!
***อนึ่ง เคสเราคือไปแค่ 7 วัน เวลาที่เราอยู่ประเทศเขาได้เหลืออีก 8 วันแบบชิวๆ -w-
แต่ใคร ไป 15 วัน รู้ตัวันที่ 15 นี่ … ไม่รู้เหมือนกันนะคะ ต้องบอกสถานทูตดีๆเลย***
จขกท. ฟังญี่ปุ่นได้บ้าง (ศัพท์ง่ายๆ อนิสงค์จากความชอบส่วนบุคคล) พูดญีปุ่่นได้นิดๆ แต่ พูดและอ่านอังกฤษคล่อง ถ้าใครมีปัญหาเรื่องภาษา กรุณา นำ Dict ในโทรศัพท์ ติดตัวเพื่อความสะดวกในการแจ้งความนะคะ
สิ่งที่ต้องทำนะคะ
1. ไปแจ้งตำรวจ ! ซึ่งป้อมตำรวจเล็กๆไม่รับแจ้งนะคะ ต้องไปแจ้งที่ป้อมใหญ่(สถานีตำรวจ) วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ถามโรงแรมที่คุณพักเลยค่ะ ว่า ” พาสปอร์ตหาย ต้องไปแจ้งตำรวจ ไปแจ้งที่ไหนดี” เป็นภาษาอังกฤษ (ถ้าเกิดเขาฟังออก ถ้าฟังไม่ออกก็ Google Translate เลยละกันนะคะ 555 )

[รูปป้อมตำรวจที่เราไปแจ้งมาค่ะ]
2. บอกรายละเอียดของหาย ตำรวจที่เราไปแจ้งพอพูดอังกฤษได้นิดๆ ญี่ปุ่นหลุดมาหน่อยๆ > < แต่อย่าไปกลัวค่ะ ตำรวจที่โน้นใจดีมาก ในแบบฟอร์ม ของหายที่เขาจะให้เรากรอกมีภาษาอังกฤษอยู่ ถ้ายังแปลไม่ออกอีกก คงต้องพึ่ง dict มือถือแปลสดๆกันตรงนั้นแหละค่ะ หลังจากแจ้งสำเร็จแล้ว เขาจะให้ “ใบแจ้งความมา” ตามรูปด้านล่างนี้เลย เก็บไว้ให้ดีนะคะ

[รูปใบแจ้งความ]
3. ไปถ่ายรูป ! ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีตู้ถ่ายรูปอยู่ทุกที่ (โดยเฉพาะ รฟฟ ใต้ดิน) เราก็ได้ลองเลยค่ะ 555 หยอดไป 800 เยน เอารูปแบบ รูปถ่ายสี ขนาด 4.5×3.6 ซ.ม. [หน้าเว็บเขาบอก 4x4 ซม] จำนวน 3 รูป ถอดแว่นเปิดหูหน้าตรง แชะ แล้วก็ให้เครื่องแต่งหน้าลบสิวให้ด้วย (ฮา) เขามีฟังก์ชั่นนั้นให้จริงๆนะ > <" เอาเป็นว่า อย่าถ่ายให้ดูเหมือนผู้ร้ายข้ามแดนมากนะคะ 5555 (เอ่อ อันนี้เอาฮานะ เผื่อคนที่ทำหายมาอ่านกระทู้นี้จะได้ไม่เครียด ^^” )
4. ไปสถานทูต ไปตมแผนที่ด้านล่างนี้เลย

หลังจากออกสถานี ให้มองซ้ายมองขวา หา สะพาน แล้วเดินเลียบสะพานมา มองหาปั้มน้ำมันฝั่งตรงข้ามให้เจอ
พอเจอแล้วเลี้ยวเข้าซอยนั้นเลยค่ะ (ซอยที่ดูไม่เหมือนว่าจะมีสถานทูตอยู่ 555) พอเข้ามาถึงแล้วจะเจอบ้านคล้ายๆแฮรี่พ็อตเตอร์ มี
ธงชาติไทยอยู่ นั่นคือจะถึงแล้วค่ะ เดินต่อมาอีกรั้วนึงถึงจะเป็นสถานทูตของจริง 555 ตอนแรกเราไปยืนชะเง้ออยู่หน้าบ้านแฮรี่ตั้งนาน T_T โถ ผิดหลัง

[เจอหลังนี้แสดงว่ามาถูกแต่เดินไปอีกบล็อกนะคะ xD]
ภายในนั้น พนักงานและยามพูดได้ทั้งไทยและญี่ปุ่น ดังนั้น ใครมีปัญหาด้านภาษา มาถึงนี้แล้วจะเริ่มสบายใจไ้ด้แล้วค่ะ

การทำพาสปอร์ตใช้เวลาทำ รวม รอคิว ประมาณ 3 hr ดังนั้น ถ้าเกิดพาสปอร์ตหายกระชั้นชิดมากนี่ก็ไม่ทันนะคะ
เวลาที่มาทำได้คื 09.00-11.30 , 13.30-14.30 ตามเวลาญี่ปุ่น ถ้าเลยจากนี้ ไม่รอรอบถัดไปก็รอวันถัดไปเลยนะคะ

[สภาพภายในสถานทูต]
ถ้าเกิด มีสำเนาพาสปอร์ตเดิม ติดมาด้วยจะดีมาก แต่ถ้าไม่มีก็สำเนาบัตรประชาชนก็ได้ หรืออะไรก็ได้ที่ยืนยันได้ว่าเราเป็นเรา
พยายามคว้าไปให้หมดค่ะ เอกสารสำคัญที่ยังพอเหลืออยู่ แต่ถ้าไม่เหลือจริงๆก็เอาไปแต่เอกสารข้อ 1-3 นั่นแหละค่ะ แล้วก็แจ้งความจำเป็นให้พี่พนักงานไป การทำพาสปอร์ตชั่วคราวไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ

[เป็นการทำพาสปอร์ตเพื่อกลับประเทศเท่านั้น] เขาจะให้เรากรอกเอกสาร ว่ามาทำอะไรทำไมถึงหาย บลาๆ ก็กรอกไปตามความจริงค่ะ

[รูปพาสปอร์ตชั่วคราว]
และทางสถานทูตจะออกหนังสือเดินทางฉบับชั่วคราว เป็นกระดาษ ตามภาพ เก็บไว้ให้ดีๆนะคะ
ถ้าหายอีกนี่ก็ … …. … กลับมาทำใหม่ค่ะ (ฮา) แต่อย่าเพิ่มงานให้เขาเลยเนอะ ^^”
————————————————————————-
เรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากนี้เราก็จะได้พาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว
ด่านต่อไปที่จะเจอคือตอนตรวจพาสปอร์ตขาออกค่ะ พอเรายื่นพาสปอร์ตชั่วคราวให้เขา พนักงานจะทำหน้างงๆ แล้วบอกให้เราไป
ห้องที่อยู่ข้างๆที่ตรวจพาสปอร์ต จะมีพนักงานอยู่ค่ะ เขาก็จะเอาสพาสปอร์ตชั่วคราวเราไปตรวจ เทียบกับที่เราแจ้งความไว้ ใช้เวลาสักพักในการตรวจสอบ
ดังนั้นพยายามมาสนามบินก่อนเวลาด้วยนะคะ ^^” เพิ่มสัก 10-15 นาที เดี๋ยวจะขึ้นเครื่องไม่ทันเอา
ซึ่งการตรวจในที่นี้คือเขาเอาพาสปอร์ตชั่วคราวของเราไปตรวจกับคอม
แอบฟังๆเขาคุยกัน เหมือนเขาจะเรียกข้อมูลที่เราเคยแจ้งความไว้ พร้อมกับที่เราเขียนไว้ที่สถานทูตค่ะ
อาจจะมีถามหานิดหน่อยว่ามาลงที่ไหน ที่พักอยู่ไหน เดินทางยังไง (ของเราแค่ถามว่า บินมาลงที่ฟุกุโอกะใช่ไหม เราก็ hai! เขาก็พยักหน้ารับ )
ถ้าไม่มีอะไรผิดปรกติ เขาก็จะยื่นพาสปอร์ตคืนแล้วก็บอกว่า
“ขอบคุณครับเดินทางโดยสวัสดิภาพครับ ! ” แล้วก็เปิดประตูพิเศษ (อภิสิทธิ์ฟุดๆ) ให้เราเดินเข้าไปยัง Duty free และต่อไปขึ้นเครื่องได้เหมือนผู้โดยสารทั่วไปละค่ะ ^^
เอาจริงๆก็ไม่ยากและไม่มีอะไรน่ากลัวค่ะ
มีปัญหาอย่างเดียวสำหรับเรานะ คือเราต้องตีตั๋วเครื่อง + ที่พักเพิ่มเนี่ยแหละ T_T
หมดไป 15,000 แล้วได้เที่ยวญี่ปุ่นเพิ่ม 2 วัน (คุ้มไหม!!? ;A; )
แต่ไม่มีอะไรยากค่ะ หมายเหตุ ตอนที่พาสปอร์ตเราหาย เราอยู่ตัวคนเดียวนะคะ (อายุ 21 ) พี่สาวที่มาด้วย
บินกลับก่อนไม่งั้นต้องมาจ่ายหมื่นห้าค่าตั๋วใหม่กับเรา หึหึหึหึ แต่ทางบ้านและญาติและพี่ๆที่รู้จักที่ญี่ปุ่นคอยติดต่อแนะนำอยู่ตลอดเวลา
และหวังว่ากระทู้นี้คงจะเป็นแนวทาง หรือเป็นความรู้ให้ได้นิดหน่อยนะคะ >__<
แถมสำหรับแฟนอาราชิ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้พอดีเราเดินกลับจากป้อมตำรวจ อารมณ์ดีๆ แจ้งความเสร็จแล้ว เจอวิวสวยๆด้วยแหละค่ะ 
เมื่อทำพาสปอร์ตหายที่ญี่ปุ่น ! เขียนไว้เผื่อใครเจอปัญหาเดียวกันค่ะ ^^"
อันนี้จริงๆเรื่องเกิดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาแล้วล่ะค่ะ แต่เพิ่งมาได้เขียน แหะๆ
ที่นำมาเขียนใน Pantip หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆหากต้องเจอสถานะการณ์เดียวกันนะคะ
(แต่ก็ …. อย่าเจอเลยนะ !! )
เรื่องของเรื่องค่ะ เราซุ่มซ่าม รู้ตัวว่าพาสปอร์ตหายก่อนเดินทางกลับไทยแค่ 6 ชั่วโมง !!
แล้วเผอิญญญญ เป็นวันเสาร์ โอ้ชีวิต สถานทูตไทยปิดค่ะ ตอนนั้นนี่สติเตลิด ค้นกระเป๋าทุกซอก ก็ไม่เจอ T__T
ที่แน่ๆคือ ไปไม่ทันบินแล้วทำไงดี !!! ตั๋วบินก็เลื่อนไม่ได้ ฮือออ เพราะมันเหลือแค่ 6 ชั่วโมงแล้ว
ใครทำหายลักษณะนี้ ขอให้ทำใจนะคะ
1. ถ้าแจ็คพ็อตหายวันเสาร์อาทิตย์เหมือนเรา คุณต้องรอจนกว่าสถานทูตเปิด (วันจันทร์-ศุกร์) ดังนั้น หาที่พักเลย
2. ถ้ามารู้ตัวก่อนไม่กี่ชั่วโมง ตั๋วเครื่องขากลับอาจจะต้องจองใหม่ ทำใจเสียเงินซะ T_T
Edit : [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
3. ถ้าไม่ได้หายที่โตเกียว อันนี้ไม่ทราบวิธีจริงๆค่ะ OTL เคสเราอยู่ที่โตเกียวนะคะ
ถ้าเกิดรู้ตัวก่อน 1 วัน ! และเป็นวันธรรมดา และอยู่ในโตเกียว โอกาสที่จะได้บินกลับทันไฟลท์เดิมที่วางแผนไว้สูงมากๆค่ะ
แต่ต้องวิ่งทำเวลานะ ^^ เอาล่ะ ตั้งสติแล้วลุยกันเลย !!
***อนึ่ง เคสเราคือไปแค่ 7 วัน เวลาที่เราอยู่ประเทศเขาได้เหลืออีก 8 วันแบบชิวๆ -w-
แต่ใคร ไป 15 วัน รู้ตัวันที่ 15 นี่ … ไม่รู้เหมือนกันนะคะ ต้องบอกสถานทูตดีๆเลย***
จขกท. ฟังญี่ปุ่นได้บ้าง (ศัพท์ง่ายๆ อนิสงค์จากความชอบส่วนบุคคล) พูดญีปุ่่นได้นิดๆ แต่ พูดและอ่านอังกฤษคล่อง ถ้าใครมีปัญหาเรื่องภาษา กรุณา นำ Dict ในโทรศัพท์ ติดตัวเพื่อความสะดวกในการแจ้งความนะคะ
สิ่งที่ต้องทำนะคะ
1. ไปแจ้งตำรวจ ! ซึ่งป้อมตำรวจเล็กๆไม่รับแจ้งนะคะ ต้องไปแจ้งที่ป้อมใหญ่(สถานีตำรวจ) วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ถามโรงแรมที่คุณพักเลยค่ะ ว่า ” พาสปอร์ตหาย ต้องไปแจ้งตำรวจ ไปแจ้งที่ไหนดี” เป็นภาษาอังกฤษ (ถ้าเกิดเขาฟังออก ถ้าฟังไม่ออกก็ Google Translate เลยละกันนะคะ 555 )
2. บอกรายละเอียดของหาย ตำรวจที่เราไปแจ้งพอพูดอังกฤษได้นิดๆ ญี่ปุ่นหลุดมาหน่อยๆ > < แต่อย่าไปกลัวค่ะ ตำรวจที่โน้นใจดีมาก ในแบบฟอร์ม ของหายที่เขาจะให้เรากรอกมีภาษาอังกฤษอยู่ ถ้ายังแปลไม่ออกอีกก คงต้องพึ่ง dict มือถือแปลสดๆกันตรงนั้นแหละค่ะ หลังจากแจ้งสำเร็จแล้ว เขาจะให้ “ใบแจ้งความมา” ตามรูปด้านล่างนี้เลย เก็บไว้ให้ดีนะคะ
3. ไปถ่ายรูป ! ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีตู้ถ่ายรูปอยู่ทุกที่ (โดยเฉพาะ รฟฟ ใต้ดิน) เราก็ได้ลองเลยค่ะ 555 หยอดไป 800 เยน เอารูปแบบ รูปถ่ายสี ขนาด 4.5×3.6 ซ.ม. [หน้าเว็บเขาบอก 4x4 ซม] จำนวน 3 รูป ถอดแว่นเปิดหูหน้าตรง แชะ แล้วก็ให้เครื่องแต่งหน้าลบสิวให้ด้วย (ฮา) เขามีฟังก์ชั่นนั้นให้จริงๆนะ > <" เอาเป็นว่า อย่าถ่ายให้ดูเหมือนผู้ร้ายข้ามแดนมากนะคะ 5555 (เอ่อ อันนี้เอาฮานะ เผื่อคนที่ทำหายมาอ่านกระทู้นี้จะได้ไม่เครียด ^^” )
4. ไปสถานทูต ไปตมแผนที่ด้านล่างนี้เลย
พอเจอแล้วเลี้ยวเข้าซอยนั้นเลยค่ะ (ซอยที่ดูไม่เหมือนว่าจะมีสถานทูตอยู่ 555) พอเข้ามาถึงแล้วจะเจอบ้านคล้ายๆแฮรี่พ็อตเตอร์ มี
ธงชาติไทยอยู่ นั่นคือจะถึงแล้วค่ะ เดินต่อมาอีกรั้วนึงถึงจะเป็นสถานทูตของจริง 555 ตอนแรกเราไปยืนชะเง้ออยู่หน้าบ้านแฮรี่ตั้งนาน T_T โถ ผิดหลัง
ภายในนั้น พนักงานและยามพูดได้ทั้งไทยและญี่ปุ่น ดังนั้น ใครมีปัญหาด้านภาษา มาถึงนี้แล้วจะเริ่มสบายใจไ้ด้แล้วค่ะ
การทำพาสปอร์ตใช้เวลาทำ รวม รอคิว ประมาณ 3 hr ดังนั้น ถ้าเกิดพาสปอร์ตหายกระชั้นชิดมากนี่ก็ไม่ทันนะคะ
เวลาที่มาทำได้คื 09.00-11.30 , 13.30-14.30 ตามเวลาญี่ปุ่น ถ้าเลยจากนี้ ไม่รอรอบถัดไปก็รอวันถัดไปเลยนะคะ
ถ้าเกิด มีสำเนาพาสปอร์ตเดิม ติดมาด้วยจะดีมาก แต่ถ้าไม่มีก็สำเนาบัตรประชาชนก็ได้ หรืออะไรก็ได้ที่ยืนยันได้ว่าเราเป็นเรา
พยายามคว้าไปให้หมดค่ะ เอกสารสำคัญที่ยังพอเหลืออยู่ แต่ถ้าไม่เหลือจริงๆก็เอาไปแต่เอกสารข้อ 1-3 นั่นแหละค่ะ แล้วก็แจ้งความจำเป็นให้พี่พนักงานไป การทำพาสปอร์ตชั่วคราวไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ
และทางสถานทูตจะออกหนังสือเดินทางฉบับชั่วคราว เป็นกระดาษ ตามภาพ เก็บไว้ให้ดีๆนะคะ
ถ้าหายอีกนี่ก็ … …. … กลับมาทำใหม่ค่ะ (ฮา) แต่อย่าเพิ่มงานให้เขาเลยเนอะ ^^”
————————————————————————-
เรียบร้อยแล้วค่ะ หลังจากนี้เราก็จะได้พาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว
ด่านต่อไปที่จะเจอคือตอนตรวจพาสปอร์ตขาออกค่ะ พอเรายื่นพาสปอร์ตชั่วคราวให้เขา พนักงานจะทำหน้างงๆ แล้วบอกให้เราไป
ห้องที่อยู่ข้างๆที่ตรวจพาสปอร์ต จะมีพนักงานอยู่ค่ะ เขาก็จะเอาสพาสปอร์ตชั่วคราวเราไปตรวจ เทียบกับที่เราแจ้งความไว้ ใช้เวลาสักพักในการตรวจสอบ
ดังนั้นพยายามมาสนามบินก่อนเวลาด้วยนะคะ ^^” เพิ่มสัก 10-15 นาที เดี๋ยวจะขึ้นเครื่องไม่ทันเอา
ซึ่งการตรวจในที่นี้คือเขาเอาพาสปอร์ตชั่วคราวของเราไปตรวจกับคอม
แอบฟังๆเขาคุยกัน เหมือนเขาจะเรียกข้อมูลที่เราเคยแจ้งความไว้ พร้อมกับที่เราเขียนไว้ที่สถานทูตค่ะ
อาจจะมีถามหานิดหน่อยว่ามาลงที่ไหน ที่พักอยู่ไหน เดินทางยังไง (ของเราแค่ถามว่า บินมาลงที่ฟุกุโอกะใช่ไหม เราก็ hai! เขาก็พยักหน้ารับ )
ถ้าไม่มีอะไรผิดปรกติ เขาก็จะยื่นพาสปอร์ตคืนแล้วก็บอกว่า
“ขอบคุณครับเดินทางโดยสวัสดิภาพครับ ! ” แล้วก็เปิดประตูพิเศษ (อภิสิทธิ์ฟุดๆ) ให้เราเดินเข้าไปยัง Duty free และต่อไปขึ้นเครื่องได้เหมือนผู้โดยสารทั่วไปละค่ะ ^^
เอาจริงๆก็ไม่ยากและไม่มีอะไรน่ากลัวค่ะ
มีปัญหาอย่างเดียวสำหรับเรานะ คือเราต้องตีตั๋วเครื่อง + ที่พักเพิ่มเนี่ยแหละ T_T
หมดไป 15,000 แล้วได้เที่ยวญี่ปุ่นเพิ่ม 2 วัน (คุ้มไหม!!? ;A; )
แต่ไม่มีอะไรยากค่ะ หมายเหตุ ตอนที่พาสปอร์ตเราหาย เราอยู่ตัวคนเดียวนะคะ (อายุ 21 ) พี่สาวที่มาด้วย
บินกลับก่อนไม่งั้นต้องมาจ่ายหมื่นห้าค่าตั๋วใหม่กับเรา หึหึหึหึ แต่ทางบ้านและญาติและพี่ๆที่รู้จักที่ญี่ปุ่นคอยติดต่อแนะนำอยู่ตลอดเวลา
และหวังว่ากระทู้นี้คงจะเป็นแนวทาง หรือเป็นความรู้ให้ได้นิดหน่อยนะคะ >__<
แถมสำหรับแฟนอาราชิ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้