ถามหน่อยเถอะครับเราจะกู้กรุง ป้องกันค่ายบางระจันกันอีกกี่รอบไม่เบื่อกันมั่งหรอ

หลังจากดู American Sniper แล้วทำให้รู้สึกว่านี่ถ้าเป็นคนอเมริกันนี่คงจะซาบซึ้งรักชาติเพิ่มขึ้นอีกเป็นแน่ เรื่องราวหลากหลายของวีระบุรุษสงครามของอเมริกาหลายคนถูกนำมาเล่าเรื่องผ่านแผ่นฟิล์มได้น่าสนใจ ยิ่งตอนสุดท้ายของเรื่องที่เลือกใช้ฉากขบวนรถและงานศพจริงๆของคริสแล้วดูทรงพลังมาก เพราะต่อให้ถ่ายทำใหม่ภาพคมชัดหรืออกมาดีแค่ไหนก็คงไม่ได้พลังและบรรยากาศแบบที่เห็นแน่ๆ พอกลับมาดูของไทยการสร้างหนังปลุกกระแสความรักชาติผ่านแผ่นฟิล์มยังคงวนเวียนอยู่กับบางระจันและการกู้กรุงทั้งๆก็ยังมีเรื่องราวอีกหลากหลายให้เลือกหยิบมาใช้ บางระจันแตกไปแล้วยังมีบางระจัน 2  ปิตุภูมิ ยังคงถูกห้ามฉาย เรื่องของการรักษาเมืองสยามจากฝรั่งเศสยังไม่เคยมีใครนำมาเล่า นอกจากวรรณกรรมทวิภพของ ทมยันตี เรื่องจริงของขบวนการเสรีไทยมันเป็นอย่างไรที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในคู่กรรม ทำไมไม่เอารุกสยาม ในนามของพระเจ้า มาทำเป็นหนัง ฟังดูแล้วอาจจะน่าเบื่อแต่มันก็มีวิธีการเล่าเรื่องให้มันน่าติดตามและก็เชื่อว่าคนทำหนังของไทยหลายมีวิธีเล่าเรื่องได้ดีไม่ต่างไปจากหนังของฮอลลิวูดหรอก

แล้วถามว่าหนังดีๆของคนไทยมีไหม มันก็มีแต่คนไทยไม่ดูไง หนังไทยดีๆหลายๆเรื่องถูกจำกัดโรงฉายเพราะมันไม่ทำเงิน ฉายแค่ในกรุงเทพเป็นหนังนอกกระแส คนต่างจังหวัดก็ไม่มีสิทธิไม่มีโอกาสที่จะได้ดู หนังไทยทำดีแค่หนังผี หนังตลก หนังรักเบาสมอง ที่ออกมาประสบความสำเร็จก็เห็นมีแต่แนวๆนี้ทั้งนั้น และถ้าเป็นหนังประวัติศาสตร์มันมาแนวเดียวกันหมดเนื้อเรื่องแบ่งแยกชัดเจนใครคือฝ่ายดี ฝ่ายชั่ว ฝั่งโยเดียจะใช้โทนสว่างสวยๆ ส่วนพะโคก็จะดาร์คๆมืด ดูเป็นตัวร้ายทั้งๆที่ทุกอย่างที่มีอยู่มันเป็นสีเทา ไม่มีใครกล้าที่จะวิจารณ์หรือนำเสนอมุมมองที่ต่างนอกจากยกย่องเชิดชูนี่ไม่ใช่แค่ตัวละครที่เป็นราชวงศ์เท่านั้นตัวละครอื่นๆที่เป็นชาวบ้านแต่สร้างคุณงามความดีก็เหมือนกันคือห้ามแตะ แต่กับต่างประเทศเขาสามารถที่จะนำเสนอบุคคลสำคัญของเขาได้หลากหลายมุมมอง เรื่องการสอดแทรกความเป็นไทยผมมองว่าลุงบุญมีระลึกชาติหรือปู่สมบูรณ์ยังแสดงออกความเป็นไทยมากกว่าพระนเรศวรเสียอีก มีใครพูดไหมว่าเราทำกับลาวไว้อย่างไรบ้าง “เจ้าอนุวงศ์” ที่ไปยัดเยียดฐานะกบฏให้และการกระทำอันป่าเถื่อนไม่ได้ให้เกียรติในฐานะเจ้านายฝั่งลาว ถ้าจะพูดถึงความคล้ายคลึงกันของสถานการณ์คงไม่ต่างอะไรกับพระนเรศเพียงแต่เขาทำการไม่สำเร็จ การทำสงคราม ไม่มีฝ่ายไหนถูกผิดหรอก ไม่มีธรรมะหรืออธรรม มันแต่ธรรมะหลายๆธรรมะอ้างเหตุผลมารบกันเพื่อที่จะยัดเยียดความเป็นอธรรมให้กับผู้แพ้ การศึกษาประวัติศาสตร์ต้องทำด้วยใจเป็นกลาง ถามว่าสงครามมันก็ฆ่ากันทั้งคู่นั่นแหละ

แต่หนังที่นำเสนอมุมมองฝังเดียวเหมือนให้ดูผ่านรูด้วยตาข้างเดียวเพื่อที่จะประโคมให้คนรักชาติจนไปถึงคลั่งเกินไปหรือเปล่า แต่ถามว่าตัวหนังมันอวยประเทศตัวเองกันไหมมันก็อวยกันทุกเรื่องนั้นแหละ แต่มันทำกันไม่น่าเกลียดเหมือนของเราไง มีคนบอกว่าหนังก็หนังคนก็ต้องแยกแยะได้ปะคงไม่มีใครเอามีดไปไล่ฟันพม่าหลังจากดูบางระจัน หรอก ผมจำได้ว่าเคยมีข่าวที่คนดูหนังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ซักอย่างแล้วไปฆ่าแรงงานพม่านะ นี่ล่าสุดเห็นสามสเตัสรัวๆกับ นักวิชาการ โพสประมานว่า ดูบางระจันแล้วอยากจะหยิบดาบไปฟันพม่า นี่ขนาดนักวิชาการนะ แต่ทำไมหนังประวัติศาสตร์ของ ตปท. เขาดูกันแล้วคนยิวไม่หยิบปืนไปยิงเยรมัน เพราะมันไม่สร้างความเกลียดชังที่รุนแรง แต่เขาจะแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามที่ไม่มีใครอยากจะให้มันเกิด (ไปดู Life is Beautiful หรือ Schindler's List โคตะระหดหู่ ) แล้วของไทยละ มันฆ่าพี่น้องเรา ฆ่ามันๆๆๆ อยู่ร่วมแผ่นดินกันไม่ได้ เราชนะๆๆๆ รัวๆ เอาจริงๆถ้าบางระจันไม่แตกนี่ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งชุมนุมที่พระเจ้าตากต้องเสด็จมาปราบ แต่ตอนนี้มีใครมารบราฆ่าใครอีกไหม ทั้งๆที่อีกไม่นานจะรวมกันเป็น AEC มุมมองของคนไทยยังมองเป็นเรื่องการแข่งขัน ทั้งๆที่คนอื่นเขามองเป็นการร่วมมือเพื่อช่วยเหลือกันด้านผลประโยชน์ เรานี่ก็เป็นตัวตั้งตัวตีในการรวบรวม AEC แต่ทำหนังสร้างความแตกแย้งรัวๆ

แต่ถามว่า American Sniper ยัดเยียดมุมมองไหม ยัดเยียดแน่นอนเพราะเรื่องมันสร้างมาจากบันทึกของทหารอเมริกัน แต่มันก็ดรที่ยังสะท้อนผลของสงครามที่กระทบต่อชีวิตคนให้ดูด้วยว่ามันไม่ใช่เรื่องราวอวยชาติอย่างเดียวแล้วยิ่งถ้าเล่าเรื่องให้ทราบเหตุผลการฆ่าของคนร้ายที่ลงมือฆ่าคริสจะสะเทือนกว่านี้อีกแต่เลือกที่จะตัดออกไปเพื่อคงเรื่องการอวยชาติของอเมริกา ถามว่าเหตุผลของคนร้ายคืออะไรจริงๆแล้วไม่มีเหตุผลเลย คนร้ายเป็น PTSD เป็นผลกระทบจากสงครามที่คนส่วนใหญ่ที่กลับมาจากการไปร่วมรบเป็นซึ่งในหนังก็แสดงให้เห็นว่าคริสเองก็เป็น อาการคือสภาวะจิตใจไม่ปรกติหลังจากได้รับผลกระทบที่รุนแรง คนร้ายหวาดระแวงกลัวจะโดนฆ่าจึงลงมือฆ่าคริส ไคลน์ ถ้าเล่าในส่วนนี้ด้วยจะยิ่งตอกย้ำความรุ่นแรงและความบ้าคลั่งของสงครามที่มันเปลี่ยนแปลงคน อเมริกาเก่งเรื่องเปลี่ยนพลเรือนไปเป็นทหาร แต่ห่วยแตกเรื่องเปลี่ยนทหารกลับมาเป็นพลเรือน ไม่เคยมีใครรอดกลับมาจากสงคราม จิตวิญญาณของผู้เข้าร่วมทุกคนล้วนตายอยู่ที่นั่น หลายต่อหลายคนกลับมาพร้อมกับปัญหาทางจิต วิตกกังวลหวาดระแวงถ้าหนังนำเสนอในส่วนนี้ด้วยจะดีมาก แต่ถ้ามองผกก.ตั้งใจจะอวยตัวบุคคลมากกว่าที่จะอวยชาติแต่บังเอิญไอบุคคลในเรื่องมันดันอวยชาติ ส่วนเรื่องราวประวัติศาสตร์ไทยนี่มีอีกหลายเรื่องราวที่จะเอามาทำเป็นหนังได้ อย่าง “รุกสยาม ในนามของพระเจ้า” ก็น่าสนใจ อยากดูไทยโบราณชิงเหลี่ยมกับพวกฝรั่ง
มีรุ่นพี่บอกว่า ความจริงแล้วประวัติศาสตร์ไทยนี่ไปทำหนังได้ไม่น้อยเลย เช่น
1. พระยอดเมืองขวาง (สมัย ร.ศ.112 สู้กับฝรั่งเศสอย่างห้าวหาญแต่สุดท้ายโดนตัดสินประหาร)
2. ยุทธนาวีที่เกาะช้าง (สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องนี้คงคล้ายๆ เรื่องเรือรบ Yamato ของญี่ปุ่น)
3. กองพันทหารยานยนต์ (สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 กองพันนี้ได้เหรียญกล้าหาญของฝรั่งเศสด้วย)
4. อันนัมสยามยุทธ (สงครามสยาม-เวียดนาม ในสมัยรัชกาลที่ 3 รบกันตั้งสิบกว่าปี)
5. ไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ของ อาจารย์ดิเรก ชัยนาม ก็เข้าท่า นี่เขียนโดย รมต.ตปท. ช่วงสงครามเลยนะ (รีมิกซ์เรื่องกันทั้งฝั่งจอมพล ป., เสรีไทย, อักษะ และสัมพันธมิตร)
6. หรือถ้าจะให้ใกล้เคียงเรื่องนี้ ขอแนะนำ "จ่าเพียร" มีหลายแง่มุมที่จับมาทำหนังแล้วน้ำตาท่วมจอแน่นอน
7. ครูจูหลิงละมีใครจำได้ไหม เอาเรื่องราวมาทำเป็นหนังได้หรือเปล่า
เรื่องพวกนี้ก็มีความน่าสนใจในตัวของมันเองที่จะเอามาเล่าเรื่องในเชิงหนังอิงประวัติศาสตร์ได้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่