วันที่ 5 ครับ ตื่นเช้า ลงมา กินข้าว เช้าครับ โรงแรมKyoto Plaza Hotel นี้เลี้ยงข้าวด้วยนะครับ ถ้าจำไม่ผิด ตั้งแต่ 6.30น-9.30น ครับ ส่วนมากมีแต่ เส้นๆครับ
แต่พอกินลองท้องไปก่อนแล้วไปหา อะไร อร่อยๆทานข้างหน้าเอาครับ
เริ่มกันเลยครับ cheak-out แล้ว วันนี้เราจะไปเที่ยววัด kiyomizu กับนั่ง Shinkansen เที่ยวโตเกียวด้วยครับ
ตื่นเช้าครับ เฝ้ารอ แสงแดด ของแดนปลาดิบครับ

ใครสนใจจะมาพักที่โรงแรมนี้ เดี่ยวผมจะรีวิวภายในห้องบ้างส่วนให้ดูนะครับ ผมพัก 1คืน 5200เยนครับ รวมอาหารเช้า

เดินประมาณ 15นาที ก็ถึงสถานี kyoto แล้วครับ เสียงไฟ ข้ามถนนที่ญี่ปุ่น แปลกๆนะครับ ตอนแรกผมก็นึกว่าเสียงอี กาที่ไหนร้อง 555+

การเดินทางไป วัด kiyomizu ง่ายๆเลยครับ นั่งรถบัส D1 100 จะเห็นคนที่เค้าต่อคิวๆกันเยอะๆนั้นล่ะครับ รถบัสที่จะไปวัดครับ

ถึงแล้วครับ ขึ้นไปเที่ยวกันครับ อยากเห็นแล้ว

อ่อ!!ลืมบอกไป วัดนี้ มีสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมาก ก่อนจะซื้อบัตร เข้าชมวัด คือ ลอดใต้วัด 100เยนครับ
ใครอยากลอดก็อยู่ใกล้ๆกับตั๋วซื้อบัตรครับ นำรองเท้าใส่ถุง ตามที่เจ้าหน้าที่เค้าบอกด้วยนะครับ ข้างใต้วัด
ห้ามเปิด แฟลช นะครับ เจ้าหน้าที่เค้าจะโชว์ป้ายให้เราดูว่าเรามาจากประเทศ อะไร ส่วนของไทยไม่มีน่ะครับ
ให้เลือกอังกฤษไปเลย แล้วก็ Ok อย่างเดี่ยวเลยครับ 5555+ ต้องลองเองนะครับ ^_^
เอาสาวๆญี่ปุ่นมาฝากครับ อันนี้เค้าให้ลองยกดูครับ หนักนะ

ถึงแล้วครับ มุมยอดฮิต ของนักถ่ายรูปทุกคนครับ (ขอสูดอากาศให้เต็มปอดหน่อยนะครับ)

คู่นี้ สงสัยออก เดทกันแน่ๆเลย คาวาอิ!!

กินไอติม ชาเขียวอยู่หน้านั้น เจอเด็กญี่ปุ่นพอดีครับ น่ารักไหมล่ะ ^_^

จากนั้นพอออกจากวัด kiyomizu ผมก็ได้นั่งรถบัส จากจุดที่รถจอดครั้งแรก แต่ไม่ได้สังเกตุว่า สายไหน เลขอะไร เพื่อต้องการไปที่ kyoto stationครับ ทันที่ผมขึ้นไปนั้น ได้ยืนครับคนเต็ม รถเลย 555+ รถบัสก็ วนรอบๆ อยู่ ผ่านวัดทอง ผ่านวัด อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ผมก็ พยายามดูแผนที่ไปด้วย สักพัก
ผ่านไปได้ประมาณ ครึ้งชั่วโมงว่าทำไหม ไม่วนไปจอด ที่kyoto station สักที่ ผมเริ่มสงสัยเลย ไปถามสาวญี่ปุ่นเลยครับ เราก็พูด suimasen i want to Go
kyoto station จากนั้นโชว์แผนที่ให้เค้าดูหน่อย สาวญี่ปุ่นก็เลยมองเราแปลกๆ แบบ งง อ่ะครับ ผมก็คิดในใจนะว่าเค้าคงไม่รู้เรื่องกับเรา ก็เลยกล่าวคำว่า
soryไปครับ จากนั้นยังไม่จบครับ ผู้โดยสารลง สถานีไหนอันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ลงที่เดี่ยวหมดรถเลย ผมคิดในใจว่า

ล่ะ เหลือกุคนเดี่ยว
ทำไงดี ก็เลยไปสอบถามเจ้าหน้าที่คนขับรถ ทำมือเหมือนว่า หยุด เหมือนกับว่ากำลังไปรบกวนสมาธิเค้าอยู่ครับ ผมตัดสินใจ ลงแถวย่าน กิออน แล้วนั่ง
Taxi ครับ เริ่มต้น ก็ 590เยนแล้วนะครับ นั่ง taxiที่หนึ่ง จากนั้นผมก็บอกเค้าว่าไป kyoto station Taxi ก็เข้าใจนะครับ อีกอย่างไม่เคยนั่ง taxi ญี่ปุ่นครับ
ลองนั่งดูหน่อยก็ไม่เสียหายครับ 555+ ลุงแก่ถามว่า เราจะไปลง ที่ Shinkansenใช้ไหม เราก็บอก Yes สรุปค่าเสียหาย 1390เยนครับก็ไม่แพงเลยนะครับ
จากนั้นผมก็รีบ ตรงเข้าไป ซื้อตั๋วไป Tokyoเลยครับ

ไปโตเกียวกันครับบบ

มาแล้วครับ ตรงเวลาจริงๆครับ ตอนนั้นเตรียมไม้ Selfie เรียบแล้วเตรียมพร้อมจะถ่ายคู่กับ Shinkansen แต่บูลทูธติดๆดับ จับคู่ไม่ค่อยได้เลยครับ
ออก อาการเซงเลยที่เดี่ยวเลยครับ รถไฟก็ต้องรีบขึ้นเลยไม่ถ่าย มันล่ะ มีแต่รูปนี้มันให้ดูครับ อิอิ

ขึ้นครั้งแรกก็ต้องมีเรื่องให้ ฮาๆ อีกแล้วครับ ขึ้นผิดตู้โบกี้ครับไปขึ้น Green Car มั้งครับถ้าจำไม่ผิด จริงๆเราซื้อตั๋วแบบ non reservedไว้เลยต้องยกกระเป๋า
ตั้งแต่โบกี้ 10กว่า ยัน โบกี้ 3-1 ครับ อารมณ์ตอนนั้นคือคนญี่ปุ่นเต็มนั้นครับ เหงื่อไหลเป็นน้ำปลาเลยครับ 555+ พอถึงเท่านั้นล่ะครับ

ไม่มีที่นั่งอีกครับ 555+ ได้ไปยืนรอหน้าห้องน้ำเลยครับ แต่ดีนะครับ พอถึงสถานี นาโกย่า เท่านั้นล่ะครับ รีบๆเข้าไปหาที่นั่งเลยครับ 555+ ปวดขาโว๊ยๆ ใครที่นั่ง Shinkansen สังเกตุด้วยนะครับมีที่ ชาร์จแบต ด้วยนะครับ ใครที่เล่น มือถือเพลินๆ อย่าลืมล่ะ ข้าวก็ยังไม่ได้กินเลยครับ ได้กินอยู่ 1มื้อคือข้าวโรงแรมครับ
คนญี่ปุ่นนี้ซื้อ เบนโตะกันมากินกันบนรถไฟด้วย อิจฉาจัง เราซื้อไม่ทัน 555+ เลยกินโมจิของฝากแทนครับ น้ำเปล่าบนรถไฟแพงนะครับ ขวดตั้ง 180เยน
ผมนี่ เก็บมากินให้หมดเลยครับ ^_^

ฟูจิซัง ไม่ขี้อาย นะครับ อยู่บนรถไฟถ่าย คนแย่งถ่ายกันเต็มเลยครับ หน้าห้องน้ำๆ กดชัตเตอร์รั่วๆเลยครับ นาทีนี้
ถึงโตเกียว ประมาณ เกือบ 4โมงครับ ลงสถานี Shinagawaครับ เดินออกไปข้างนอกสถานีหน่อยครับ สูดอากาศที่เคยทำทุกที่ นี้หรอ โตเกียว 5555+
ไอเราก็ กางแผนที่ออก จะนั่งรถไฟสาย Yamanote line ไปลง uenoครับ มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่แถวนั้นครับ เห็นเรากำลัง งงอยู่ เลยมาให้ความช่วยเหลือ
ครับ ผู้ชายคนนั้น ถือipad หนึ่งเครื่องพร้อมด้วย แผนที่ในสถานี Shinagawaครับ ผมได้ถามด้วย ภาษาอังกฤษว่า i want to go yamanote line ถ้าก็บอก
เราว่า ให้ตรงไปแล้ว ให้เลี้ยวขวา ผมก็เลยบอก Ok Thank จากนั้นเค้าก็ถามเกี่ยวกับ เรื่อง ศาสนา พระคัมภีร์ ไบเบิล เกี่ยวกับ ศาสนา คริสต์ครับ เราก็บอก
เรานับถือพุทธ เลยตอบเค้าไปว่า No บูสดา 555+ จิงๆภาษาอังกฤษผมก็ไม่ได้เก่งนะครับ ส่วนมากจะจำเอาเป็นบ้างคำอ่ะครับ คิดอะไรออกก็พูดออกมา
ตอนนั้นประมาณ 4โมง ครั้งแล้ว เราก็บอกเค้าไปว่า เราต้องรีบไป Cheak-in ที่ Ueno เค้าก็เหมือนตอบกับเรามาว่า ถ้าว่างๆก็แวะมาหาเค้าได้ที่นี้นะ ผมก็กล่าว ขอบคุณเค้าอย่างสุภาพครับ พอรู้ทางแล้วก็เดินไปทางเลยครับซื้อตั๋วแล้วไปกันเลยครับ ตอนแรกก็ หลงนะครับ เกี่ยวกับ ชานลาที่ไป หาให้กันวุ้นเลย
ครับ แต่พอเห็น เส้นสีเขียว Yamanote line 7-8 เท่านั้นล่ะครับ รีบตรงขึ้นรถไฟเลยครับ นั่งไป ueno ก็นานพอสมควรนะครับ จาก Shinagawa มีเครื่องทำ
ความร้อนอยู่ใต้ ก้นเราด้วยนะครับ 555+ จากนั้นนั่งข้างคุณลุงคนหนึ่งครับ แกเห็นเราถือแผนที่ ถือกล้อง กระเป๋าเดินทาง แกก็ชวนเราคุยครับ ว่าคุณมาจากไหน ถ้ามีอะไรให้โทรหาแกได้เลย ผมก็เลยโชว์รูป ที่ไปเที่ยว วัดในkyotoให้ดูด้วยครับ แกบอก สวยมาก แกก็จะลงสถานี ueno เหมือนกัน พร้อมกับแนะนำว่า market อะไรสักอย่างนี้ล่ะครับ ผมก็เลยตอบแกไปว่า อาเมโยโกะ แกบอก Yes รถไฟก็ได้จอดถึงสถานี ueno เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ พร้อมกับ
กล่าวคำ ขอบคุณกับแก แล้วก็เดินทางไปโรงแรมเลยครับ >>>> รีวิวของวันนี้ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ ไว้เดี่ยวมาต่อภาคเสริมอีกครับ <<<<<
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมครับ ^___^
[CR] ตะลุยเดียว ทริปแห่งความฝัน ครบรสการเดินทาง In Japan **<< (วันที่5)
แต่พอกินลองท้องไปก่อนแล้วไปหา อะไร อร่อยๆทานข้างหน้าเอาครับ
เริ่มกันเลยครับ cheak-out แล้ว วันนี้เราจะไปเที่ยววัด kiyomizu กับนั่ง Shinkansen เที่ยวโตเกียวด้วยครับ
ตื่นเช้าครับ เฝ้ารอ แสงแดด ของแดนปลาดิบครับ
ใครสนใจจะมาพักที่โรงแรมนี้ เดี่ยวผมจะรีวิวภายในห้องบ้างส่วนให้ดูนะครับ ผมพัก 1คืน 5200เยนครับ รวมอาหารเช้า
เดินประมาณ 15นาที ก็ถึงสถานี kyoto แล้วครับ เสียงไฟ ข้ามถนนที่ญี่ปุ่น แปลกๆนะครับ ตอนแรกผมก็นึกว่าเสียงอี กาที่ไหนร้อง 555+
การเดินทางไป วัด kiyomizu ง่ายๆเลยครับ นั่งรถบัส D1 100 จะเห็นคนที่เค้าต่อคิวๆกันเยอะๆนั้นล่ะครับ รถบัสที่จะไปวัดครับ
ถึงแล้วครับ ขึ้นไปเที่ยวกันครับ อยากเห็นแล้ว
อ่อ!!ลืมบอกไป วัดนี้ มีสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมาก ก่อนจะซื้อบัตร เข้าชมวัด คือ ลอดใต้วัด 100เยนครับ
ใครอยากลอดก็อยู่ใกล้ๆกับตั๋วซื้อบัตรครับ นำรองเท้าใส่ถุง ตามที่เจ้าหน้าที่เค้าบอกด้วยนะครับ ข้างใต้วัด
ห้ามเปิด แฟลช นะครับ เจ้าหน้าที่เค้าจะโชว์ป้ายให้เราดูว่าเรามาจากประเทศ อะไร ส่วนของไทยไม่มีน่ะครับ
ให้เลือกอังกฤษไปเลย แล้วก็ Ok อย่างเดี่ยวเลยครับ 5555+ ต้องลองเองนะครับ ^_^
เอาสาวๆญี่ปุ่นมาฝากครับ อันนี้เค้าให้ลองยกดูครับ หนักนะ
ถึงแล้วครับ มุมยอดฮิต ของนักถ่ายรูปทุกคนครับ (ขอสูดอากาศให้เต็มปอดหน่อยนะครับ)
คู่นี้ สงสัยออก เดทกันแน่ๆเลย คาวาอิ!!
กินไอติม ชาเขียวอยู่หน้านั้น เจอเด็กญี่ปุ่นพอดีครับ น่ารักไหมล่ะ ^_^
จากนั้นพอออกจากวัด kiyomizu ผมก็ได้นั่งรถบัส จากจุดที่รถจอดครั้งแรก แต่ไม่ได้สังเกตุว่า สายไหน เลขอะไร เพื่อต้องการไปที่ kyoto stationครับ ทันที่ผมขึ้นไปนั้น ได้ยืนครับคนเต็ม รถเลย 555+ รถบัสก็ วนรอบๆ อยู่ ผ่านวัดทอง ผ่านวัด อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ผมก็ พยายามดูแผนที่ไปด้วย สักพัก
ผ่านไปได้ประมาณ ครึ้งชั่วโมงว่าทำไหม ไม่วนไปจอด ที่kyoto station สักที่ ผมเริ่มสงสัยเลย ไปถามสาวญี่ปุ่นเลยครับ เราก็พูด suimasen i want to Go
kyoto station จากนั้นโชว์แผนที่ให้เค้าดูหน่อย สาวญี่ปุ่นก็เลยมองเราแปลกๆ แบบ งง อ่ะครับ ผมก็คิดในใจนะว่าเค้าคงไม่รู้เรื่องกับเรา ก็เลยกล่าวคำว่า
soryไปครับ จากนั้นยังไม่จบครับ ผู้โดยสารลง สถานีไหนอันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ลงที่เดี่ยวหมดรถเลย ผมคิดในใจว่า
ทำไงดี ก็เลยไปสอบถามเจ้าหน้าที่คนขับรถ ทำมือเหมือนว่า หยุด เหมือนกับว่ากำลังไปรบกวนสมาธิเค้าอยู่ครับ ผมตัดสินใจ ลงแถวย่าน กิออน แล้วนั่ง
Taxi ครับ เริ่มต้น ก็ 590เยนแล้วนะครับ นั่ง taxiที่หนึ่ง จากนั้นผมก็บอกเค้าว่าไป kyoto station Taxi ก็เข้าใจนะครับ อีกอย่างไม่เคยนั่ง taxi ญี่ปุ่นครับ
ลองนั่งดูหน่อยก็ไม่เสียหายครับ 555+ ลุงแก่ถามว่า เราจะไปลง ที่ Shinkansenใช้ไหม เราก็บอก Yes สรุปค่าเสียหาย 1390เยนครับก็ไม่แพงเลยนะครับ
จากนั้นผมก็รีบ ตรงเข้าไป ซื้อตั๋วไป Tokyoเลยครับ
ไปโตเกียวกันครับบบ
มาแล้วครับ ตรงเวลาจริงๆครับ ตอนนั้นเตรียมไม้ Selfie เรียบแล้วเตรียมพร้อมจะถ่ายคู่กับ Shinkansen แต่บูลทูธติดๆดับ จับคู่ไม่ค่อยได้เลยครับ
ออก อาการเซงเลยที่เดี่ยวเลยครับ รถไฟก็ต้องรีบขึ้นเลยไม่ถ่าย มันล่ะ มีแต่รูปนี้มันให้ดูครับ อิอิ
ขึ้นครั้งแรกก็ต้องมีเรื่องให้ ฮาๆ อีกแล้วครับ ขึ้นผิดตู้โบกี้ครับไปขึ้น Green Car มั้งครับถ้าจำไม่ผิด จริงๆเราซื้อตั๋วแบบ non reservedไว้เลยต้องยกกระเป๋า
ตั้งแต่โบกี้ 10กว่า ยัน โบกี้ 3-1 ครับ อารมณ์ตอนนั้นคือคนญี่ปุ่นเต็มนั้นครับ เหงื่อไหลเป็นน้ำปลาเลยครับ 555+ พอถึงเท่านั้นล่ะครับ
คนญี่ปุ่นนี้ซื้อ เบนโตะกันมากินกันบนรถไฟด้วย อิจฉาจัง เราซื้อไม่ทัน 555+ เลยกินโมจิของฝากแทนครับ น้ำเปล่าบนรถไฟแพงนะครับ ขวดตั้ง 180เยน
ผมนี่ เก็บมากินให้หมดเลยครับ ^_^
ฟูจิซัง ไม่ขี้อาย นะครับ อยู่บนรถไฟถ่าย คนแย่งถ่ายกันเต็มเลยครับ หน้าห้องน้ำๆ กดชัตเตอร์รั่วๆเลยครับ นาทีนี้
ถึงโตเกียว ประมาณ เกือบ 4โมงครับ ลงสถานี Shinagawaครับ เดินออกไปข้างนอกสถานีหน่อยครับ สูดอากาศที่เคยทำทุกที่ นี้หรอ โตเกียว 5555+
ไอเราก็ กางแผนที่ออก จะนั่งรถไฟสาย Yamanote line ไปลง uenoครับ มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่แถวนั้นครับ เห็นเรากำลัง งงอยู่ เลยมาให้ความช่วยเหลือ
ครับ ผู้ชายคนนั้น ถือipad หนึ่งเครื่องพร้อมด้วย แผนที่ในสถานี Shinagawaครับ ผมได้ถามด้วย ภาษาอังกฤษว่า i want to go yamanote line ถ้าก็บอก
เราว่า ให้ตรงไปแล้ว ให้เลี้ยวขวา ผมก็เลยบอก Ok Thank จากนั้นเค้าก็ถามเกี่ยวกับ เรื่อง ศาสนา พระคัมภีร์ ไบเบิล เกี่ยวกับ ศาสนา คริสต์ครับ เราก็บอก
เรานับถือพุทธ เลยตอบเค้าไปว่า No บูสดา 555+ จิงๆภาษาอังกฤษผมก็ไม่ได้เก่งนะครับ ส่วนมากจะจำเอาเป็นบ้างคำอ่ะครับ คิดอะไรออกก็พูดออกมา
ตอนนั้นประมาณ 4โมง ครั้งแล้ว เราก็บอกเค้าไปว่า เราต้องรีบไป Cheak-in ที่ Ueno เค้าก็เหมือนตอบกับเรามาว่า ถ้าว่างๆก็แวะมาหาเค้าได้ที่นี้นะ ผมก็กล่าว ขอบคุณเค้าอย่างสุภาพครับ พอรู้ทางแล้วก็เดินไปทางเลยครับซื้อตั๋วแล้วไปกันเลยครับ ตอนแรกก็ หลงนะครับ เกี่ยวกับ ชานลาที่ไป หาให้กันวุ้นเลย
ครับ แต่พอเห็น เส้นสีเขียว Yamanote line 7-8 เท่านั้นล่ะครับ รีบตรงขึ้นรถไฟเลยครับ นั่งไป ueno ก็นานพอสมควรนะครับ จาก Shinagawa มีเครื่องทำ
ความร้อนอยู่ใต้ ก้นเราด้วยนะครับ 555+ จากนั้นนั่งข้างคุณลุงคนหนึ่งครับ แกเห็นเราถือแผนที่ ถือกล้อง กระเป๋าเดินทาง แกก็ชวนเราคุยครับ ว่าคุณมาจากไหน ถ้ามีอะไรให้โทรหาแกได้เลย ผมก็เลยโชว์รูป ที่ไปเที่ยว วัดในkyotoให้ดูด้วยครับ แกบอก สวยมาก แกก็จะลงสถานี ueno เหมือนกัน พร้อมกับแนะนำว่า market อะไรสักอย่างนี้ล่ะครับ ผมก็เลยตอบแกไปว่า อาเมโยโกะ แกบอก Yes รถไฟก็ได้จอดถึงสถานี ueno เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ พร้อมกับ
กล่าวคำ ขอบคุณกับแก แล้วก็เดินทางไปโรงแรมเลยครับ >>>> รีวิวของวันนี้ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ ไว้เดี่ยวมาต่อภาคเสริมอีกครับ <<<<<
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมครับ ^___^